เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 คุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ กับหญิงสาวจอมหื่น

บทที่ 11 คุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ กับหญิงสาวจอมหื่น

บทที่ 11 คุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ กับหญิงสาวจอมหื่น


บทที่ 11 คุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ กับหญิงสาวจอมหื่น

"คุณช่วยพาฉันออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยได้ไหมคะ?"

เจียงหว่านเอ่ยปากขอร้อง แม้จะไม่มีกระจก เธอก็รู้ดีว่าตอนนี้หน้าตัวเองคงแดงเถือกเป็นตูดลิงแน่ๆ

"ได้ครับ!"

เซียวถิงไม่ได้คิดอกุศลอะไรเลย และการที่เขายื่นมือเข้ามาช่วยในครั้งนี้ก็ไม่ใช่การ 'วีรบุรุษช่วยสาวงาม' แต่อย่างใด

เงินหนึ่งพันสองร้อยหยวนในคืนนี้สำคัญกับเขามาก ดังนั้นเขาจึงต้องทุ่มเทเต็มที่!

เมื่อเดินออกมาพ้นประตูโรงแรม สายลมฤดูร้อนพัดโชยมาเบาๆ ทำให้อารมณ์ว้าวุ่นของเจียงหว่านสงบลงไปได้มากจริงๆ

หลังจากประคองเจียงหว่านไปนั่งบนม้านั่งในสวนหย่อมเล็กๆ หน้าโรงแรมแล้ว เซียวถิงก็หันหลังเตรียมจะเดินจากไป

เจียงหว่าน: "???"

หมอนี่เป็นขันทีหรือไง? เจอสาวสวยบอกว่าเมา แต่กลับทิ้งเธอไว้ข้างนอกดื้อๆ แบบนี้เนี่ยนะ?

"เดี๋ยวก่อน!"

เซียวถิงชะงักฝีเท้า ก่อนจะหันกลับมาด้วยสีหน้างุนงง

"เอ่อ..."

เห็นได้ชัดว่าเจียงหว่านยังคิดหาเหตุผลที่จะรั้งเซียวถิงไว้ไม่ได้ และในขณะที่เธอกำลังเค้นสมองคิดหาคำพูดอยู่นั้น ข้อศอกของเธอก็เผลอไปปัดโดนเสื้อสูทที่ผูกอยู่รอบเอวเข้าพอดี

"เสื้อของคุณ ไม่เอาคืนไปเหรอคะ?"

คราวนี้ถึงตาเซียวถิงที่เป็นฝ่ายสับสนบ้าง เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย "คุณผู้หญิง คุณไม่รู้ตัวจริงๆ หรือครับ?"

รู้ตัว? รู้ตัวเรื่องอะไร?

เจียงหว่านที่เริ่มจะเข้าใจสถานการณ์ค่อยๆ เลิกเสื้อสูทที่คลุมขาของเธอขึ้นมา ก่อนจะพบว่ากระโปรงของตัวเองมีรอยขาดเป็นทางยาวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เผยให้เห็นกางเกงซับในสีดำรำไรท่ามกลางแสงสลัว

"ว้าย!"

เจียงหว่านรีบคว้าเสื้อสูทมาพันรอบตัวไว้อย่างแน่นหนาทันที ตอนนี้ไม่ใช่แค่ใบหน้าที่แดงก่ำ แต่ลามไปถึงติ่งหูก็แดงเถือกราวกับมีเลือดคั่ง

"คุณ... เห็นแล้วใช่ไหม?"

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจียงหว่านที่ทั้งอับอายและหงุดหงิด เซียวถิงก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเก้ๆ กังๆ

เขาจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะ ถ้าเขาไม่เห็น แล้วเขาจะเอาเสื้อสูทมาคลุมให้เธอทำไม?

เจียงหว่าน: "..."

พูดตรงๆ เลยนะ เธออยากจะแทรกแผ่นดินหนีเสียให้ได้

ทำไมถึงเป็น... เรื่องกางเกงในอีกแล้ว? แล้วทำไมถึงต้องเป็นผู้ชายคนนี้อีกแล้วเนี่ย?

"ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะปิดเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นความลับสุดยอด ถ้าไม่มีอะไรแล้ว... ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ?"

"กลับมานี่เลย!"

เจียงหว่านร้องเรียกเซียวถิงไว้อีกครั้ง พร้อมกับตบลงบนม้านั่ง "นั่งลงสิคะ!"

"แต่ผมยังต้องกลับไปทำงาน..."

"พวกเขาหักเงินเดือนคุณเท่าไหร่ เดี๋ยวฉันจ่ายชดเชยให้เอง..."

บางทีเธออาจจะรู้สึกว่าพูดตรงเกินไป เจียงหว่านจึงชะงักไปนิดหนึ่งแล้วเสริมขึ้นว่า "มันมืดเกินไป ให้ผู้หญิงอย่างฉันมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวมันไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่นะคะ"

ถ้าพูดมาแบบนี้ เซียวถิงก็ไม่เกรงใจล่ะนะ!

การเดินเสิร์ฟเครื่องดื่มในโรงแรม จะไปสบายเท่ากับการได้นั่งคุยกับสาวสวยได้อย่างไร?

"ทำไมคุณถึงช่วยฉันล่ะ?"

หลังจากนั่งลง คำถามแรกของเจียงหว่านก็ทำเอาเซียวถิงถึงกับไปไม่เป็น

เพื่อเงินงั้นเหรอ? ขืนตอบไปแบบนั้นก็คงดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่

ในฐานะผู้ชายที่มีรสนิยมทางเพศปกติ แม้เซียวถิงจะไม่ได้มีความคิดอยากจะมีความรัก แต่ในจิตใต้สำนึก เขาก็ยังอยากจะทิ้งความประทับใจดีๆ ไว้ให้สาวสวยอยู่ดี

"เพราะคุณหน้าตาเหมือนคนรู้จักของผมมากน่ะครับ"

"งั้นเหรอคะ?"

เจียงหว่านเริ่มสนใจขึ้นมาทันที นี่เขาไม่ได้กำลังพูดถึงเธอหรอกหรือ?

"เหมือนมากเลยเหรอ?"

"เหมือนมากครับ ผมกำลังจะถามอยู่พอดีว่า คุณมีพี่สาวที่อาศัยอยู่ในเขตห่าวไห่บ้างไหม..."

"ไม่มีค่ะ! ฉันเป็นลูกคนเดียว"

เจียงหว่านปฏิเสธอย่างหนักแน่น

"ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าน่าทึ่งมากเลยครับ คนที่ผมรู้จักหน้าตาคล้ายคุณเอามากๆ"

"คุณช่วยเล่าเรื่องคนที่หน้าเหมือนฉันให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ?"

เจียงหว่านทำหน้าตาสงสัย เธออยากรู้จริงๆ ว่าภาพลักษณ์ของเธอในสายตาของเซียวถิงเป็นอย่างไร

"อืม... เอาเรื่องคนอื่นมานินทาลับหลังแบบนี้ มันจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ความประทับใจที่เจียงหว่านมีต่อชายหนุ่มตรงหน้าก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นไปอีก

เธอเคยเห็นคนมากมายที่พูดจาว่าร้ายคนอื่นต่อหน้า แต่ผู้ชายที่ปฏิเสธแม้กระทั่งการนินทาลับหลังนั้นหาได้ยากจริงๆ

"เล่ามาเถอะค่ะ ถือซะว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้แนะนำให้เรารู้จักกันด้วย ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าเราจะเหมือนกันขนาดไหน!"

เมื่อได้ยินดังนั้น เซียวถิงก็ไม่รู้สึกลำบากใจอีกต่อไป นอกจากนี้ การแนะนำให้ผู้หญิงคนนี้รู้จักกับสาวสวยข้างห้องก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร คนที่มาร่วมงานปาร์ตี้ระดับนี้ได้อย่างน้อยๆ ก็ต้องเป็นเถ้าแก่เนี้ยระดับหนึ่งล่ะนะ

ถือซะว่าเป็นการชดเชยก็แล้วกัน เซียวถิงดูออกว่าเมื่อเช้านี้เจียงหว่านตกใจกลัวจริงๆ เพราะเรื่องของแม่หนูน้อย

"แต่คุณต้องพูดความจริงนะคะ ตกลงไหม?"

"แน่นอนครับ..."

เซียวถิงพยักหน้าและเริ่มนึกย้อนความหลัง "เธอชื่อเจียงหว่านครับ เราเป็นเพื่อนบ้านกัน... อันที่จริงเราก็ไม่ได้สนิทกันเท่าไหร่หรอก แค่เคยมีเรื่องให้ต้องเกี่ยวข้องกันนิดหน่อยเพราะอุบัติเหตุน่ะ"

"ในความรู้สึกของผม เธอเป็นแม่ที่ยิ่งใหญ่มาก ผมมองออกเลยว่าเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อลูกสาวของเธอ"

เจียงหว่าน: (´∀`)~♦

หมอนี่มองคนขาดจริงๆ!

"แต่นอกเหนือจากบทบาทความเป็นแม่ของเธอแล้วล่ะก็... หึๆ"

จู่ๆ เซียวถิงก็หัวเราะออกมา เพราะเขานึกถึงฉากตอนที่เจอกับเจียงหว่านครั้งแรก

"ดูเหมือนเธอจะออกแนวบ้าผู้ชายไปสักหน่อย ถ้าคุณอยากเป็นเพื่อนกับเธอจริงๆ ล่ะก็ เรื่องดาราหนุ่มหล่อๆ น่าจะเป็นหัวข้อสนทนาที่ดีเลยล่ะครับ"

เจียงหว่าน: (#`Д´)ノ

บ้าผู้ชายงั้นเหรอ?

เจียงหว่านถึงกับอึ้งไปเลย

นี่คือภาพลักษณ์ของเธอในสายตาของเซียวถิงอย่างนั้นหรือ?

ทางด้านเซียวถิง พอรู้ตัวว่าเผลอพูดจาพล่อยๆ ออกไป ก็รีบพยายามกู้สถานการณ์กลับมา "แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแย่อะไรนะครับ มันเป็นสัญชาตญาณของมนุษย์ที่จะชื่นชมความงาม เป็นเรื่องปกติออกจะตายไป

ก็เหมือนกับตอนนี้นี่แหละครับ ถ้าเปลี่ยนคุณเป็นตาลุงหัวล้านคนเมื่อกี้ ผมก็คงไม่มานั่งคุยเรื่องพวกนี้ด้วยหรอก"

"อ้อ"

เซียวถิง: "..."

แย่ล่ะ พูดผิดหูซะแล้ว ท่าทีของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ เย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัดเลย

"คือว่า..."

เซียวถิงอยากจะอธิบายต่อ แต่เจียงหว่านกลับลุกขึ้นยืนแล้วพูดแทรกขึ้นมาว่า "พอแค่นี้เถอะค่ะ ตอนนี้ฉันสร่างเมาแล้ว... เสื้อตัวนี้ฉันขอเอาไปด้วยก็แล้วกัน แล้วจะให้คนซักส่งคืนไปให้ทีหลังนะคะ"

พูดจบ เธอก็ไม่รอฟังคำตอบจากเซียวถิง แต่กลับเดินจ้ำอ้าวมุ่งตรงไปยังรถจีแวกอนที่จอดอยู่ใกล้ๆ ทันที

"จิ๊ๆๆ... วันหลังฉันคงต้องคิดให้ดีก่อนพูดซะแล้ว!"

เซียวถิงส่ายหน้า ไม่ได้เก็บมาคิดใส่ใจอะไร เขาเหยียดตัวลุกขึ้นยืน เตรียมจะกลับเข้าไปทำงานในโรงแรมต่อ

เดี๋ยวสิ ไม่ถูกสิ!

ฝีเท้าของเซียวถิงชะงักลงอีกครั้ง

ทั้งสองคนยังไม่ได้ทำความรู้จักชื่อแซ่กันเลย ข้อมูลการติดต่อก็ไม่ได้ให้ไว้ ที่อยู่บ้านก็ไม่รู้

แล้วพอซักเสื้อเสร็จ จะส่งคืนให้ที่ไหนล่ะฟะ?

เวรเอ๊ย ขาดทุนย่อยยับ!

งานปาร์ตี้นี้ไม่ได้เป็นงานเลี้ยงขนาดใหญ่อะไรนัก กว่าเซียวถิงจะเดินหน้ามุ่ยกลับมาถึงห้องจัดเลี้ยง หลิวซิงก็เริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดไปแล้ว

หมอนั่นไปหากล่องข้าวมาจากไหนก็ไม่รู้ และกำลังตั้งหน้าตั้งตาห่ออาหารที่ยังไม่มีใครแตะต้องบนโต๊ะบุฟเฟต์อย่างขะมักเขม้น

"เหล่าเซียว!"

เมื่อเห็นเซียวถิงเดินเข้ามา หลิวซิงก็โบกมือเรียกอย่างตื่นเต้น "มาช่วยกันหน่อยเร็วเข้า!"

จะว่าไปแล้ว หมอนี่ก็ดูไม่เหมือนลูกเศรษฐีรุ่นสองเลยสักนิด ถ้าเซียวถิงไม่ได้บังเอิญไปเห็นยอดเงินในบัญชีของเขาเข้า ก็คงยากที่จะจินตนาการได้ว่าหลิวซิงมีพ่อเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งในบ้านเกิด

"คืนนี้อยากดื่มไหม? กับแกล้มเราก็มีแล้ว เดี๋ยวฉันไปซื้อเบียร์มาสักสองแพ็ค แล้วเรามาดื่มกันให้เมาหัวทิ่มไปเลย!"

เดี๋ยวหลิวซิงยังต้องช่วยเขาย้ายของอีก เซียวถิงจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธ

ถึงแม้ว่าอาหารส่วนใหญ่บนโต๊ะบุฟเฟต์จะเป็นพวกขนมหวานและเบเกอรี่ก็เถอะ

แต่ตราบใดที่ลูกผู้ชายอยากจะดื่ม ต่อให้มีแค่ล่าเถียวเป็นกับแกล้มก็ซัดเบียร์ไปได้สองขวดสบายๆ อยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาแน่นอน

ความโชคดีที่สุดก็คือ ผู้จัดการโรงแรมไม่ได้โกรธเคืองเรื่องที่เซียวถิงแอบอู้งานหายตัวไปกลางคัน มิหนำซ้ำตอนที่จ่ายค่าจ้าง เขายังจงใจจ่ายเพิ่มให้อีกสองร้อยหยวนด้วยซ้ำ

"ไอ้หนุ่ม นายทำได้ดีมาก ถ้าสองคนนั้นเกิดมีเรื่องมีราวกันขึ้นมา ฉันเองก็คงพลอยเดือดร้อนไปด้วย ถ้าคราวหน้ามีงานอีกฉันจะติดต่อไปนะ"

เฮ้! เซอร์ไพรส์สุดๆ ไปเลย!

หลังจากจ่ายหนี้ฮวาเป้ยเรียบร้อยแล้ว เซียวถิงที่กระเป๋าตุงขึ้นมาในที่สุดก็เริ่มใจป้ำขึ้นมาบ้าง

ตอนเดินออกจากโรงแรม ระหว่างที่หลิวซิงไปเอารถ เขาก็ตัดสินใจซื้อ... น้ำอัดลมสองขวดจากซูเปอร์มาร์เก็ต

แช่เย็นเจี๊ยบ ดื่มแล้วชื่นใจสุดๆ!

ไม่นานนัก รถพาสสาทสภาพดูเก่าเล็กน้อยก็มาจอดเทียบตรงหน้าเซียวถิง

หลิวซิงลดกระจกลง ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "เหล่าเซียว ขึ้นรถ!"

หลังจากขึ้นรถ เซียวถิงมองดูหลิวซิงที่กำลังขับรถด้วยความกระตือรือร้น แล้วก็เริ่มชวนคุยสัพเพเหระ

เหตุผลหลักๆ ก็คือเขากลัวนั่นแหละ ด้วยความที่เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว เซียวถิงจึงเข้าใจดีถึงความตื่นเต้นของหลิวซิงที่ได้กลับมาขับรถอีกครั้งหลังจากได้ใบขับขี่มาตั้งนานแล้ว

โชคดีที่แม้หลิวซิงจะตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ แต่เขาก็ยังขับรถได้นิ่งพอสมควร

ยี่สิบนาทีต่อมา รถก็จอดสนิทอย่างนิ่มนวลที่ใต้ตึกหอพักที่พวกเขาอาศัยอยู่มาตลอดสี่ปี

พอกลับมาถึงห้องพัก เซียวถิงมองดูเตียงว่างสองเตียงริมประตูแล้วก็รู้สึกใจหายเล็กน้อย "พี่รองกับพี่สามไปแล้วเหรอ?"

หลิวซิงกลอกตาอย่างดูแคลน "ไปแล้วล่ะ กลับบ้านเกิดไปโดยไม่บอกไม่กล่าวสักคำ"

ด้วยความที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับการทำงานพาร์ทไทม์ ความสัมพันธ์ระหว่างเซียวถิงกับสองคนนี้จึงไม่ค่อยดีนัก... อันที่จริง ต้องบอกว่าค่อนข้างแย่เลยทีเดียว

ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ ทำเพียงปีนขึ้นไปบนเตียงและเริ่มเก็บข้าวของของตัวเองเงียบๆ

เอาเข้าจริงก็ไม่มีอะไรให้เก็บมากนัก มีแค่เครื่องนอนหนึ่งชุด แล็ปท็อปมือสาม แล้วก็เสื้อผ้าสำหรับฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาวอย่างละสองสามชุด

เขาเอาเข็มขัดมารัดเครื่องนอนไว้ ส่วนข้าวของที่เหลือก็ยัดใส่กระเป๋าเดินทางได้ไม่ถึงครึ่งใบด้วยซ้ำ

ความจริงแล้วหลิวซิงหาที่อยู่ใหม่ได้นานแล้ว และข้าวของส่วนใหญ่ของเขาก็ถูกขนย้ายออกไปหมดแล้ว

ทว่าลูกเศรษฐีคนนี้ดันไปซื้ออพาร์ตเมนต์ห้องใหม่ใจกลางเมืองหลงเฉิง แม้จะตกแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ข้างในยังมีกลิ่นสีตกค้างอยู่ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทนอยู่หอพักต่ออีกสองวัน

หลังจากยัดของใส่ท้ายรถเสร็จ หลิวซิงก็มายืนอยู่ข้างประตูฝั่งผู้โดยสาร แกว่งกุญแจรถดังกริ๊งๆ พร้อมกับผิวปากอย่างอารมณ์ดี "เหล่าเซียว อยากลองขับหน่อยไหม?"

"เอาสิ!"

"โอ้? ใจกล้าไม่เบานี่! ไม่ต้องตื่นเต้นไปนะ นักซิ่งรุ่นเก๋าอย่างฉันจะสอนนายเป็นอย่างดีเอง..."

มองดูใบหน้าขี้เล่นของหลิวซิงแล้ว เซียวถิงก็ยิ้มออกมาโดยไม่พูดอะไร

ในชาติก่อน เขาเคยทำงานเป็นคนรับจ้างขับรถแทนมาตั้งห้าปีเชียวนะ

ดังนั้น... "อ๊าก! ช้าหน่อย! ช้าหน่อยเว้ย! ช้าโหน่ยยย!!!"

เซียวถิงหันไปมองหลิวซิงที่กำลังเกาะที่จับแน่นพร้อมกับแหกปากโวยวายอยู่ข้างๆ ก่อนจะปรายตามองเข็มไมล์ที่เพิ่งจะวิ่งทะลุหกสิบไปหมาดๆ

เซียวถิงได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แล้วค่อยๆ ผ่อนคันเร่งลงเล็กน้อย

"เหล่าเซียว ฝีมือขับรถนายไปโหดแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ? นี่นายแอบไปซื้อรถลับหลังฉันหรือเปล่าเนี่ย?"

"เปล่า ฉันซื้อคอนโดตังหาก"

...ถ้าเล่นมุกไม่เป็น ก็อย่าเล่นดีกว่า!

จบบทที่ บทที่ 11 คุณแม่ผู้ยิ่งใหญ่ กับหญิงสาวจอมหื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว