เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34: อย่าตำหนิท่านพี่หญิง

บทที่ 34: อย่าตำหนิท่านพี่หญิง

บทที่ 34: อย่าตำหนิท่านพี่หญิง


“เจ้ามันก็แค่คนที่พ่อแม่ทอดทิ้ง สมควรจะมาพูดต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ!” ฉู่หลงเยว่เชิดหน้าพูด

นางเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวของเจ้าสำนักเทียนอี ฉะนั้นจะเอานางไปเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ไม่มีแม่และพ่อไม่รักแบบนั้นได้อย่างไร

“เจ้าลองพูดอีกครั้งซิ!!”

ขณะนี้หญิงสาวทั้งสองยืนเผชิญหน้ากัน พร้อมกับที่สายตาฟาดฟันของทั้งสองปะทะกันอยู่กลางอากาศโดยไม่มีใครยอมใคร

“เจ้ามันเป็นคนขี้แพ้ที่ไม่มีแม่แถมพ่อก็ยังไม่รักอีก!”

เพี้ยะ!!

เสียงฝ่ามือกระทบกับใบหน้าดังก้องไปทั่วริมทะเลสาบอันเงียบสงบ ไม่นานรอยฝ่ามือสีแดงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉู่หลงเยว่

ทางด้านฝ่ายที่ถูกตบรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นจากใบหน้าขึ้นสมอง นางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งขณะยกมือขึ้นลูบแก้มด้านซ้ายด้วยความเหลือเชื่อก่อนที่ความโกรธจะเข้ามาแทนที่

“เฟิ่งมู่ชิง เจ้ากล้าตบข้างั้นรึ!”

ทันทีที่หญิงสาวพูดจบ นางก็ทำท่าเรียกใช้พลังวิญญาณของตัวเอง ส่งผลให้รากไม้สีเขียวท่อนหนาพุ่งเข้าใส่หน้าเฟิ่งมู่ชิงอย่างรวดเร็ว

เมื่อเฟิ่งมู่ชิงรับรู้ถึงอันตรายก็เบี่ยงตัวหลบการโจมตีได้แบบหวุดหวิด

การจู่โจมที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้เฟิ่งมู่ชิงรู้สึกหนักใจ ในตอนเช้านางได้สั่งให้โม่เยว่ไปที่จวนชานเมืองเพื่อคอยดูแลเฟิ่งเทียนเซียวกับคนอื่น ๆ ดังนั้นตอนนี้นางจึงเหลือตัวคนเดียวไม่มีใครอยู่ข้างกาย

หญิงสาวรู้ตัวเองดีว่าตนอยู่ในขอบเขตกลั่นลมปราณขั้นที่ 7 เท่านั้น ถึงแม้ว่านางจะสามารถต่อสู้ยืดเยื้อกับเฟิ่งหวานหว่านที่อยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่ 1 ได้ แต่นางไม่มีทางเอาชนะฉู่หลงเยว่ที่อยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่ 2 ได้เลย

ดูเหมือนว่าทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ตอนนี้ก็คือต้องยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้มากที่สุดและให้การต่อสู้นี้อึกทึกครึกโครมจนไปถึงหูของคนที่อยู่ในจวน

ขณะที่เฟิ่งมู่ชิงกำลังใจเต้นแรง จู่ ๆ ฉู่หลงเยว่ก็เหยียดยิ้มเยาะและหายไปจากสายตาจนทำให้หญิงสาวตื่นตระหนก

“กรี๊ดดด!”

ทันใดนั้นฉู่หลงเยว่ที่กำลังกรีดร้องก็กระโดดข้ามระเบียงที่กั้นตกลงไปในทะเลสาบ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เฟิ่งมู่ชิงรู้สึกสับสน แต่ในไม่ช้านางก็สังเกตเห็นน้ำสีใสที่ไหลอาบแก้มของอีกฝ่ายเงียบ ๆ

แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรหญิงสาวก็ไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

ในชั่วอึดใจก็มีลมกระโชกพัดผ่านร่างของนางไป ซึ่งนางเห็นมันเป็นเพียงร่างเงาที่มองไม่ค่อยชัดเท่านั้น

“หลงเยว่!” เสียงของผู้ชายวัยกลางคนดังขึ้นและน้ำเสียงของเขาก็เต็มไปด้วยความกังวล

จากนั้นไม่นานก็มีเสียงรถเข็นดังมาจากด้านหลังขณะที่มันเข้าใกล้เฟิ่งมู่ชิงมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วนางก็ต้องหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ

ที่แท้จวินหรูเย่ก็มานี่เอง นี่นางพลาดไปได้อย่างไร?

ชายหนุ่มมาหยุดอยู่ข้างเฟิ่งมู่ชิงพร้อมกับเงยหน้ามองผู้เป็นภรรยาของตน ในขณะที่สายตาของเขาแสดงถึงความรู้สึกซับซ้อน

10 วันแล้ว หากไม่นับวันนี้ก็เป็น 10 วันพอดีที่ข้าไม่ได้พบหน้าชิงชิง ในที่สุดก็สิ้นสุดเสียที

แม้นว่าผู้สำเร็จราชการฯ หนุ่มจะจ้องพระชายาด้วยสายตาที่ร้อนแรงแค่ไหน แต่นางก็ยังคงมีท่าทีเย็นชาดังเดิม

ครู่ต่อมา ฉู่หลงเยว่ที่อยู่ในสภาพเปียกโชกไปทั้งตัวก็ถูกพาขึ้นมาที่ศาลาริมน้ำโดยชายวัยกลางคน เขารีบถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกแล้วเอาไปคลุมร่างของหญิงสาวเพื่อปกปิดทรวดทรงที่ถูกเปิดเผยเพราะเสื้อผ้าแนบเนื้อ

หลังจากที่เขาช่วยนางเรียบร้อยแล้ว เฟิ่งมู่ชิงก็มองสำรวจชายแปลกหน้าอย่างละเอียดจนแน่ใจว่าตนไม่เคยพบชายผู้นี้มาก่อน แต่จากความคล้ายคลึงของคนทั้งสองนั้นบ่งบอกได้ว่าเขาน่าจะเป็นพ่อของฉู่หลงเยว่ที่เป็นถึงเจ้าสำนักเทียนอี ฉู่ถิง!

“ท่านพ่อ พี่หรูเย่ อย่าโทษท่านพี่หญิงเลย เป็นเพราะหลงเยว่ประมาทเองจึงทำให้ตกลงไปในทะเลสาบ”

ฉู่หลงเยว่ที่ได้รับการช่วยเหลือเหลือบมองพระชายาด้วยสายตาหวาดกลัวแล้วรีบก้มศีรษะลง

เฟิ่งมู่ชิงเห็นดังนั้นก็เหยียดยิ้มเยาะการแสดงของอีกฝ่าย ในตอนแรกฉู่หลงเยว่คนนี้ตั้งท่าจะเอาชีวิตนางให้ได้ แต่แล้วจู่ ๆ เจ้าตัวก็กระโดดลงไปในทะเลสาบเสียอย่างนั้น ตอนนี้หญิงสาวรู้สึกตั้งตาคอยการแสดงต่อไปของคนตรงหน้าไม่ไหวแล้ว

สตรีผู้นี้เจ้าเล่ห์มากถึงขั้นกล้าวางแผนใส่ร้ายนาง มันทำให้เฟิ่งมู่ชิงรู้สึกเปิดหูเปิดตามากจริง ๆ

อย่างไรก็ตาม ใครจะไปอยากเชื่อว่าคนที่มีพลังขอบเขตสร้างรากฐานขั้นที่ 2 จะตกลงไปในทะเลสาบได้ง่าย ๆ แบบนี้ ถ้าคนคนนั้นไม่ได้ตาบอดก็น่าจะมองออกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล

ฉู่ถิงที่มีจิตใจคิดอยากจะปกป้องลูกสาว เมื่อเขาเห็นสภาพหวาดกลัวของนาง เขาก็หันไปมองเฟิ่งมู่ชิงด้วยสายตาโกรธเกรี้ยว

“เจ้าเป็นใคร กล้าดียังไงมารังแกลูกสาวของข้า!”

ชายผู้ที่ไม่เคยเข้าใจอะไรนอกจากวิชาแพทย์จึงเป็นเรื่องปกติที่เขาจะไม่รู้จักตัวตนของเฟิ่งมู่ชิง

หญิงสาวเองก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป นางทำเพียงมองเข้าไปในดวงตาที่ล้ำลึกแต่แฝงไปด้วยความสุขของจวินหรูเย่

ทันทีที่ทั้งสองสบตากัน หัวใจของชายหนุ่มก็เต้นเร็วขึ้นหลังจากที่มันเงียบไปนานหลายวัน ทว่าเขารู้สึกขัดเขินกับสายตาของภรรยาสาวจึงรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง

“หรูเย่ เจ้าจะต้องให้ความเป็นธรรมกับหลงเยว่” ฉู่ถิงยังคงส่งสายตาโกรธเคืองให้กับเฟิ่งมู่ชิง จากนั้นจึงเลื่อนสายตาไปหาลูกศิษย์ที่อยู่ข้าง ๆ นาง

ต่อมา จวินหรูเย่หันไปมองฉู่หลงเยว่ที่มีใบหน้าซีดเซียว ขณะนี้นางอยู่ในสภาพที่น่าสงสาร นางกำลังใช้มือข้างหนึ่งจับเสื้อคลุมของผู้เป็นพ่อที่คลุมกายเอาไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างพยายามพยุงตัวเองกับเสาด้านหลัง

ร่างกายผอมบางสั่นสะท้านเล็กน้อย ส่วนริมฝีปากไร้สีเลือดของนางก็ถูกเม้มเข้าหากันจนแน่น ทำให้ภาพลักษณ์ที่ปรากฏดูเปราะบางอ่อนแอราวกับว่านางจะบุบสลายได้ทุกเมื่อ

“พี่หรูเย่ มันเป็นความผิดของหลงเยว่เอง มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระชายาเลย”

ดวงตาคู่สวยของฉู่หลงเยว่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ในขณะที่นางปล่อยให้มันไหลอาบหน้า

ทางด้านเฟิ่งมู่ชิงขยับตัวยืนกอดอกมองเหตุการณ์ตรงหน้านิ่ง ๆ ประหนึ่งว่านางเป็นเพียงคนนอกที่กำลังมายืนดูการแสดงเท่านั้น

ขณะนี้นางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าจวินหรูเย่จะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร เพราะตอนนี้ตัวนางกับฉู่หลงเยว่เป็นเหมือนเสือ 2 ตัวที่มิอาจอยู่ในถ้ำเดียวกันได้แล้ว ฉะนั้นเขาจะต้องตัดสินใจเลือก!

จากที่หญิงสาวเคยบอกเอาไว้ จวินหรูเย่เป็นตัวแปรสำคัญของเรื่องทั้งหมด ซึ่งมันจะจบลงได้ก็ต่อเมื่อมีความคิดเห็นของเขา

ผู้สำเร็จราชการฯ หนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันไปมองภรรยาสาว

“ข้าไม่ได้เป็นคนทำ” เฟิ่งมู่ชิงพูดอย่างใจเย็น

จวินหรูเย่พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าเชื่อเจ้า”

คำพูดที่เรียบง่ายทว่าทรงพลัง 3 คำได้แทงทะลุเข้าไปในส่วนลึกของหัวใจของเฟิ่งมู่ชิง ทำให้จิตใจที่เคยสงบมาเป็นเวลานานปั่นป่วน นอกจากนี้ยังความอบอุ่นไหลเข้ามาจนกระทั่งหญิงสาวเผยรอยยิ้มออกมาแบบไม่ได้ตั้งใจ

พอฉู่หลงเยว่ได้เห็นชายผู้เป็นที่รักแสดงความรักกับหญิงอื่นต่อหน้าต่อตา มันก็ส่งผลให้นางต้องกัดฟันแน่น ขณะมือที่กำเสื้อคลุมอยู่บีบแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน

ทำไม?! ทั้งที่ข้าตกอยู่ในสภาพน่าสังเวชเช่นนี้ แต่พี่หรูเย่กลับเข้าข้างผู้หญิงคนอื่น!

เห็นได้ชัดว่าหญิงสาวลืมไปแล้วว่านี่เป็นเพียงละครฉากหนึ่งที่ตนเป็นคนคอยกำกับและแสดงเองเท่านั้น

“หรูเย่!!” ฉู่ถิงรู้สึกว่าท่าทางของลูกศิษย์ผิดปกติจึงตะโกนเรียกเสียงดัง

ชายหญิงทั้งสองนี้มีความรักใคร่กันมาก มันทำให้คนเป็นเจ้าสำนักคาดเดาตัวตนของเฟิ่งมู่ชิงได้ในทันที  ในจวนแห่งนี้คงมีเพียงพระชายาผู้สำเร็จราชการฯ ที่จวินหรูเย่ยินดีจะแต่งงานด้วยเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาแสดงความรักแบบชายหญิงออกมาได้

แต่แม้ว่านางจะเป็นพระชายาผู้สำเร็จราชการฯ และนับว่าเป็นสะใภ้ของเขา แต่นางก็ไม่สามารถมาทำร้ายลูกสาวของตนได้อยู่ดี

“ท่านอาจารย์ นี่คือเฟิ่งมู่ชิง ภรรยาของข้า” จวินหรูเย่เอ่ยแนะนำหญิงสาวให้ฉู่ถิงรู้จักด้วยรอยยิ้ม

ยามนี้เฟิ่งมู่ชิงรู้สึกเขินอายมากที่อีกฝ่ายกำลังแนะนำนางในฐานะภรรยาของเขา ไม่ใช่ในฐานะพระชายาผู้สำเร็จราชการฯ

“ข้าไม่สนใจว่านางเป็นใคร ทำไมนางถึงรังแกหลงเยว่แบบนี้ล่ะ?” ดวงตาขุ่นมัวของฉู่ถิงจ้องเฟิ่งมู่ชิงอย่างไม่ลดละ

นางคือหมอเทวดาคนนั้นหรือ?

แต่การที่นางกลั่นแกล้งผู้อื่นโดยไม่มีเหตุผลมันก็ทำให้ชื่อเสียงในฐานะหมอเทวดาของนางต้องหม่นหมอง

ทางด้านเฟิ่งมู่ชิงยิ้มเยาะก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหาฉู่หลงเยว่

ส่วนฉู่หลงเยว่ที่เห็นคนตรงหน้าเดินเข้ามาใกล้ทีละก้าวก็รู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีอย่างอธิบายไม่ถูกราวกับว่าทุกย่างก้าวที่หนักแน่นนั้นกำลังเหยียบย่ำหัวใจของนาง

หญิงสาวพยายามถอยหลังไปตามสัญชาตญาณ แต่เพราะราวระเบียงที่อยู่ด้านหลังกั้นเอาไว้จึงทำให้นางไม่เหลือทางให้ถอยอีกแล้ว

ทันใดนั้นเฟิ่งมู่ชิงก็เข้าไปประชิดตัวฉู่หลงเยว่พร้อมกับแสยะยิ้มชั่วร้าย “บอกไปสิว่าข้าผลักเจ้าจริงหรือเปล่า?”

คนที่มีชนักติดหลังไม่กล้าสบสายตาที่ดูเหมือนจะขย้ำตนให้แหลก นางเลยทำได้เพียงเสมองไปด้านข้าง “ใช่… ไม่ ๆ… ไม่ใช่”

พอเจ้าสำนักเทียนอีเห็นว่ามีคนมาข่มขู่ลูกสาวของตัวเองต่อหน้าต่อตา เขาก็บันดาลโทสะและกำลังจะก้าวเข้าไปดึงเฟิ่งมู่ชิงออกไปให้ห่าง แต่เขาไม่คิดว่าหญิงสาวจะทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง

ซู่ม!

ท่ามกลางสายตาของทุกคน เฟิ่งมู่ชิงได้ลงมือผลักฉู่หลงเยว่ลงไปในทะเลสาบ

“นี่เจ้า!” ฉู่ถิงหันไปมองพระชายา ก่อนจะรีบพุ่งลงไปในทะเลสาบเพื่อช่วยเหลือบุตรสาวของตน

กลายเป็นว่าฉู่หลงเยว่ตกลงไปในน้ำเป็นครั้งที่ 2 และเสื้อคลุมที่อยู่บนกายก็ไม่อาจปกปิดเรือนร่างเปียกโชกของนางได้อีก ซึ่งคราวนี้มันสร้างความอับอายให้นางมากยิ่งขึ้น

หลังจากที่หญิงสาวถูกผู้เป็นพ่อช่วยขึ้นมา นางก็รู้สึกโมโหมากจนกระทั่งหมดสติล้มลงบนพื้น

“เห็นกันแล้วใช่ไหมว่าข้าเป็นคนผลักนาง” เฟิ่งมู่ชิงมองฉู่หลงเยว่ที่เป็นลมอยู่บนพื้นด้วยสายตาเยาะเย้ย ในขณะที่นางรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขมากขึ้น

จุ๊ ๆ น่าอับอายยิ่งนัก…

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: อยากให้ทำดีนัก นี่ไง ทำให้เห็นแล้ว!

สวัสดีค่ะนักอ่านทุกท่าน

สำหรับเรื่องนี้ตามสัญญาแล้วทางสำนักพิมพ์สามารถเปิดตอนฟรีได้ถึงแค่ตอนที่ 34 เท่านั้น หากใครชื่นชอบก็ฝากสนับสนุนผลงานแปลของเราต่อไปด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

สำนักพิมพ์เซียนอ่าน

จบบทที่ บทที่ 34: อย่าตำหนิท่านพี่หญิง

คัดลอกลิงก์แล้ว