เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 32: ท่านชอบอะไรในตัวนาง?

บทที่ 32: ท่านชอบอะไรในตัวนาง?

บทที่ 32: ท่านชอบอะไรในตัวนาง?


โม่อิ๋งเห็นการเปลี่ยนแปลงของนายท่านด้วยตาของตัวเอง ดังคำกล่าวที่ว่า เรื่องของสามีภรรยา คนนอกไม่ควรเข้าไปยุ่งนั้นไม่เกินจริงเลย เพราะฉะนั้นพวกเขาที่เป็นเพียงคนรับใช้ก็ไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของทั้งคู่

ขณะเดียวกัน โม่เยว่ส่งสายตามีเลศนัยให้กับพี่ชายทันที ทำไมนางไม่เคยรู้มาก่อนว่าอีกฝ่ายเป็นคนมีคุณธรรมแบบนี้

“แต่ตอนนี้เจ้านายของข้าไม่ใช่ท่านผู้สำเร็จราชการฯ หากนายท่านไม่ได้เอ่ยปากสั่งให้ข้าออกมา ข้าก็ไม่มีสิทธิ์ทำตามอำเภอใจ” โม่เยว่พูดจบแล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้อง

นั่นทำให้โม่อิ๋งตกใจรีบพุ่งเข้าไปขวางนางไว้

เป็นผลให้ทั้งสองคนยื้อยุดฉุดกระชากกันจนไปเริ่มต่อสู้กันที่ลานด้านหน้า

อีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันคนสองคนในห้องเองก็อยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด จนกระทั่งจวินหรูเย่เป็นผู้ทำลายบรรยากาศหนักอึ้งนั้น “ชิงชิง เมื่อครู่ฉู่หลงเยว่แค่กำลังตรวจดูพิษในร่างกายของข้าเท่านั้น”

ยามนี้เฟิ่งมู่ชิงยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร

นางไม่ได้สนใจสักหน่อยว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่

“ชิงชิง เจ้าอย่าเข้าใจผิดไปเลย ข้ากับฉู่หลงเยว่เป็นเพียงพี่น้องกันเท่านั้น”

เหอะ ๆ

ท่านคิดกับนางแค่ในฐานะพี่น้อง แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดแบบเดียวกัน

“ชิงชิง ระหว่างพวกเราทั้งสองไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจริง ๆ เจ้าเชื่อข้าเถอะนะ” ชายหนุ่มรู้สึกเป็นกังวลมากเมื่อเห็นว่าพระชายาของตนยังคงนิ่งเงียบ

พอหญิงสาวไม่ได้พูดอะไรออกมา บรรยากาศภายในห้องก็กลับมาเงียบสงัดอีกครั้ง

“ชิงชิง…” จวินหรูเย่ไม่รู้จะพูดอะไรอีกจึงได้แต่เรียกชื่อคนตรงหน้า

ต่อมา เฟิ่งมู่ชิงแอบถอนหายใจ หลังจากสงบสติอารมณ์ตัวเองได้แล้ว ริมฝีปากสีแดงสดของนางก็เปิดขึ้นเล็กน้อย “ทั้ง ๆ ที่ข้าตกลงจะหายาแก้พิษให้ท่านแล้ว แต่ท่านยังปล่อยให้คนของสำนักเทียนอีเข้ามาเกี่ยวข้อง นี่ท่านดูถูกฝีมือของข้าอย่างนั้นหรือ?”

ผู้สำเร็จราชการฯ หนุ่มตกใจมากที่ได้รู้เหตุผลที่แท้จริงที่ภรรยาสาวโกรธตน แล้วอึดใจต่อมา ความรู้สึกเศร้าหมองก็เข้ามาแทนที่

นี่นางไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเลยหรือ?

ทว่าพอจวินหรูเย่ได้สบตาที่ดูเยือกเย็นแต่ก็แฝงไปด้วยความโกรธของหญิงสาว เขาก็รู้สึกหนักใจยิ่งขึ้นไปอีก

“ก่อนหน้านี้ท่านอาจารย์อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถแจ้งข่าวเรื่องนี้ได้”

“แล้วหลังจากนี้ท่านมีแผนจะทำอย่างไรต่อไป?” เฟิ่งมู่ชิงถามด้วยสีหน้าจริงจัง

นางไม่อยากทำงานร่วมกับฉู่หลงเยว่ผู้ที่มีเจตนาไม่ดี

ท่าทีเคร่งขรึมของหญิงสาวตอนที่พูดส่งผลให้จวินหรูเย่ตกอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ท่านอาจารย์และคนอื่น ๆ ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อเขามานานกว่า 10 ปี โดยเฉพาะช่วง 5 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่เขาถูกพิษ ทุกคนก็ยิ่งทำงานหนักมากขึ้น การที่เขาจะเดินดุ่ม ๆ ไปบอกว่าให้พวกเขาหยุดทำมันคงจะเป็นเรื่องที่น่าเกลียดมาก ครั้นพอจะไม่ลงมือทำอะไรเลย ท่าทางของคนตรงหน้าก็ทำให้เขายิ่งลำบากใจ

เฟิ่งมู่ชิงที่เห็นว่าชายหนุ่มเกิดความลังเล หัวใจของนางก็ยิ่งหนักอึ้งขึ้น สายตาเย็นเยียบของนางก็ยิ่งมองเขาเย็นชามากกว่าเดิม

ทันทีที่ผู้สำเร็จราชการฯ หนุ่มได้เผชิญหน้ากับสายตาของภรรยาสาว เขาก็รู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก

“โม่เยว่ ส่งแขก!!”

เฟิ่งมู่ชิงกลัวว่าโม่เยว่จะไม่ได้ยิน นางจึงจงใจเพิ่มระดับเสียงตะโกนสั่งอีกฝ่าย

ทางด้านจวินหรูเย่ที่อยู่ใกล้พระชายาได้รับผลกระทบเข้าเต็มเปา เนื่องจากเสียงที่ดังก้องทำให้หูของเขาอื้อพร้อมกับที่ดวงตาสีนิลหรี่ลงตามสัญชาตญาณ

ส่วนพี่น้องสกุลโม่ที่ทะเลาะต่อสู้กันอยู่ด้านนอกต่างพากันหยุดมือเมื่อได้ยินเสียงของเฟิ่งมู่ชิง ก่อนที่จะจากไปโม่เยว่ได้ทิ้งสายตาคมดุมองโม่อิ๋งอยู่สักพัก จากนั้นก็เดินเข้าไปหาผู้เป็นนายของตน

นางไม่ได้สนใจฐานะของจวินหรูเย่เลย พอเข้าไปถึงในห้องนางก็โค้งคำนับ ผายมือแล้วพูดว่า “นายท่าน เชิญเจ้าค่ะ”

โม่อิ๋งที่เห็นภาพนี้รีบก้าวเข้าไปในประตูพร้อมกับส่งสายตาชื่นชมน้องสาว

หลังจากที่นางติดตามพระชายา ดูเหมือนว่าความกล้าของนางจะเพิ่มขึ้นมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรนายท่านก็ถือได้ว่าเป็นเจ้านายเก่าของนางอยู่ดี

ทางด้านจวินหรูเย่ยังคงไม่ละสายตาจากเฟิ่งมู่ชิง เมื่อเห็นว่าหญิงสาวได้ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว เขาจึงส่งสัญญาณให้โม่อิ๋งพาตัวเองกลับไปอย่างไม่เต็มใจ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครสังเกตเห็นเงาสีขาวที่หายไปจากมุมหนึ่งเลยแม้แต่คนเดียว

เฟิ่งมู่ชิงที่เห็นจวินหรูเย่คอตกกลับไปก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะหันไปหาโม่เยว่ แล้วนางก็พบว่าอีกคนกำลังยืนตบอกตัวเองเบา ๆ พร้อมกับถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดอย่างประหม่าว่า “เฮ้อออ… เมื่อกี้โม่เยว่กลัวแทบตาย โม่เยว่ไม่คิดเลยว่าจะมีวันที่โม่เยว่กล้าพูดกับนายท่านแบบนี้”

ท่าทางของคนรับใช้คนสนิททำให้หญิงสาวลืมเรื่องที่เกิดก่อนหน้านี้ไปได้จนถึงขั้นหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ทำไมเจ้าถึงต้องทะเลาะกับโม่อิ๋งด้วย?”

“เป็นเพราะเจ้านายคนปัจจุบันของโม่เยว่ไม่ใช่ท่านผู้สำเร็จราชการฯ ในเมื่อพระชายายังไม่ได้สั่งให้โม่เยว่ออกไป ดังนั้นโม่เยว่ก็ไม่มีสิทธิ์ออกไปไหนทั้งนั้น แต่โม่อิ๋งดันเข้ามาขัดขวาง โม่เยว่ก็เลยต้องสู้กับเขาเจ้าค่ะ”

เฟิ่งมู่ชิงยิ้มกว้างพลางเอ่ยปากชม “เยี่ยมมาก”

แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จวินหรูเย่ก็พยายามมาหาเฟิ่งมู่ชิงทั้งวันทั้งคืน ทว่าหญิงสาวก็หลบเลี่ยงไม่ยอมพบหน้าเขาเป็นเวลา 10 วัน

ยามนี้ในห้องเก็บตำรามีชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 ปีนั่งอยู่ด้านหนึ่งของโต๊ะด้วยสีหน้าจริงจัง เขากำลังใช้สองนิ้ววางบนชีพจรของจวินหรูเย่อยู่เงียบ ๆ พักหนึ่ง

หลังจากเวลาผ่านไป 1 ถ้วยชา* ชายวัยกลางคนผู้นั้นก็ดึงมือออกพร้อมกับที่ใบหน้าของเขาแสดงถึงความสับสน “นานแค่ไหนแล้วที่พิษไม่กำเริบ?”

*1 ถ้วยชา = 15 นาที

จากที่เขาตรวจชีพจรของจวินหรูเย่ ตอนนี้ชีพจรของชายหนุ่มแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก

ก่อนหน้านี้เขากลัวว่าจะจับชีพจรผิดจนต้องตรวจซ้ำหลายครั้งก่อนจะเชื่อว่าพิษในร่างกายของอีกฝ่ายดูเหมือนจะถูกระงับไว้ชั่วคราว

จากนั้นผู้สำเร็จราชการฯ หนุ่มก็ดึงมือตัวเองกลับมาแล้วตอบว่า “พิษไม่กำเริบมา 3 เดือนแล้วขอรับท่านอาจารย์”

คำตอบนั้นทำให้ผู้ที่ถูกเรียกว่าอาจารย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่เขาจะถามขึ้นมาอย่างประหลาดใจว่า “วิชาแพทย์ของคนผู้นี้ยอดเยี่ยมมาก เขาเก่งกว่าข้าด้วยซ้ำ หากเจ้ามีคนผู้นี้คอยช่วยเหลือ พิษในร่างกายของเจ้าอาจจะถูกขจัดไปจนสิ้น”

กว่า 5 ปีที่เขาได้ศึกษาพิษในร่างกายของจวินหรูเย่ ในที่สุดเขาก็มองเห็นความหวังสักที

แต่ฉู่ถิงก็ไม่รู้ว่าใครกันที่มีวิชาแพทย์ที่เก่งกาจเช่นนี้

“ข้าได้พบคนที่จะช่วยขจัดพิษแล้ว ข้าจึงอยากจะขอขอบคุณท่านอาจารย์ที่พยายามทำงานหนักมาหลายปี” จวินหรูเย่เอ่ยปากขอบคุณอาจารย์ของตนพร้อมรอยยิ้ม

พอฉู่ถิงเห็นว่าชายตรงหน้าไม่มีท่าทางลำบากใจสักนิด เขาก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายค้นพบวิธีล้างพิษในร่างกายของตัวเองมานานแล้ว

พิษที่จวินหรูเย่ได้รับนั้นทรมานมากยามที่มันกำเริบ แถมยังเป็นพิษที่ตัวเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ทว่าจู่ ๆ ก็มีบุคคลที่มีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมปรากฏตัวขึ้น มันจึงทำให้ชายวัยกลางคนรู้สึกสนใจบุคคลนี้ขึ้นมา

“ข้าอยากจะรู้ว่าหมอเทวดาผู้นั้นอยู่ที่ไหน?”

“นางอยู่ในจวนนี้ขอรับ”

“ข้าขอพบนางสักครั้งได้หรือไม่?” ฉู่ถิงตื่นเต้นมากจนดวงตาเป็นประกาย

ข้าอยากจะแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องนี้กับหมอเทวดาผู้นั้นจริง ๆ

เขาที่รู้สึกลำพองตนว่าทุกคนที่มีวิชาการแพทย์สูงส่งทั่วโลกล้วนมาจากสำนักเทียนอีทั้งสิ้น ในใจของเขาคิดว่าบุคคลนี้อาจจะเป็นผู้อาวุโสของพวกเขาก็เป็นได้

จวินหรูเย่ที่เป็นศิษย์จะไม่รู้เรื่องที่ฉู่ถิงหลงใหลกับวิชาการแพทย์ได้อย่างไร ถึงกระนั้นเขาก็แอบส่ายหัวน้อย ๆ ก่อนจะตอบว่า “นางเป็นพระชายาของข้า”

อะไรนะ?!

คำตอบของชายหนุ่มทำให้ใบหน้าของฉู่หลงเยว่ซีดลง หมอเทวดาที่รักษาพิษให้พี่หรูเย่จะเป็นเฟิ่งมู่ชิงได้อย่างไร?

ทำไมต้องเป็นเฟิ่งมู่ชิงด้วย!

ฉู่ถิงเองก็รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน “นี่เจ้าแต่งงานแล้วอย่างนั้นหรือ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

ก่อนหน้านี้เขามัวแต่หมกมุ่นค้นคว้าหายาแก้พิษมาโดยตลอดจึงไม่ได้สนใจข่าวคราวความเป็นไปของบุคคลภายนอก พอเขามาถึงจวนผู้สำเร็จราชการฯ เขาก็ตรงมาที่ห้องเก็บตำราทันที ดังนั้นมันจึงเป็นธรรมดาที่เขาจะไม่ได้รับข่าวของลูกศิษย์

ถัดมา ฉู่ถิงหันไปมองลูกสาวของตนด้วยสายตาซับซ้อน ก่อนหน้านี้เขาก็ยังแปลกใจอยู่ว่าเหตุใดจู่ ๆ นางถึงรีบร้อนจะกลับเมืองหลวงมากขนาดนั้น

มันคงเป็นเพราะข่าวนี้เองสินะ

ในฐานะพ่อเขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าบุตรสาวของตนคิดอะไรอยู่ แค่ได้รู้ว่าจวินหรูเย่แต่งงานแล้วนางคงจะรู้สึกเสียใจมาก ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกเสียดายอยู่บ้าง

เดิมทีเขาก็เป็นคนที่ได้เห็นจวินหรูเย่เติบโตมา ชายหนุ่มมีทั้งความสามารถและความประพฤติที่ดีมาโดยตลอด ในฐานะพ่อคนหนึ่ง เขาก็อยากจะให้ลูกสาวได้แต่งงานกับคนดี ๆ แบบนี้ แต่โชคชะตาช่างเล่นตลกให้ทั้งสองไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน

“ข้าแต่งงานเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วขอรับ” พอคิดถึงเฟิ่งมู่ชิง จวินหรูเย่ก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยน

เป็นเพียงว่าเขาไม่ได้พบหน้านางมากว่า 10 วันแล้ว ซึ่งมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเศร้าใจ

ตั้งแต่ต้นจนจบ สายตาของฉู่หลงเยว่ไม่เคยละไปจากชายที่ตนรักเลยแม้แต่อึดใจเดียว จากท่าทีของจวินหรูเย่นางรู้ได้ทันทีว่าเขากำลังคิดถึงเฟิ่งมู่ชิง ส่งผลให้ความโศกเศร้าและความเจ็บปวดที่อยู่ในอกยิ่งปะทุขึ้น

ทันใดนั้นนางก็เกิดความคิดบางอย่างขึ้นมา

“ด้วยเหตุนี้พี่หรูเย่จึงยินยอมแต่งตั้งนางให้เป็นพระชายาของท่านสินะ”

หญิงสาวรู้ดีว่าชื่อเสียงของเฟิ่งมู่ชิงนั้นแย่แค่ไหน หากพี่หรูเย่ไม่ยินยอมถึงแม้ว่าจะเป็นคำสั่งของฮ่องเต้ แต่เขาก็คงจะขัดขืนเต็มกำลังอย่างแน่นอน พอมีเงื่อนไขว่าเฟิ่งมู่ชิงสามารถช่วยล้างพิษออกจากร่างกายพี่หรูเย่ไปได้ นั่นก็นับว่าทุกอย่างสมควรแล้ว

“ในตอนแรกมันเป็นเช่นนั้น แต่ยิ่งข้าได้ใกล้ชิดนางนานวันเข้า ข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าข้าจะไม่มีวันปล่อยนางไป บางทีข้าอาจจะตกหลุมรักนางโดยไม่รู้ตัวจนตอนนี้จะกลับตัวก็ไม่ทันเสียแล้ว”

คำพูดของชายหนุ่มบาดลึกเข้าไปในหัวใจของฉู่หลงเยว่ แล้วดวงตาของนางก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำก่อนที่น้ำตาเม็ดโตจะไหลอาบดวงหน้ามน

“ไม่! ข้าไม่เชื่อ! ถ้าอย่างนั้นท่านบอกข้าหน่อยได้หรือไม่ว่าท่านชอบอะไรในตัวนาง?”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: ทำไมรู้สึกว่าพระเอกเราโดนคนเขียนรังแก 5555

จบบทที่ บทที่ 32: ท่านชอบอะไรในตัวนาง?

คัดลอกลิงก์แล้ว