เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: นางคือว่าที่พระชายาหนิงอ๋อง

บทที่ 13: นางคือว่าที่พระชายาหนิงอ๋อง

บทที่ 13: นางคือว่าที่พระชายาหนิงอ๋อง


เฟิ่งมู่ชิงใช้ประโยชน์จากการหยุดพักดื่มยาฟื้นฟูร่างกายที่จวินหรูเย่มอบให้ หลังจากนั้นจึงตั้งสมาธิปรับลมหายใจอยู่ชั่วขณะ แต่เมื่อเห็นอาวุธวิญญาณป้องกันระดับสูงอีกครั้ง นางก็เลิกคิ้วขึ้น

ดูเหมือนว่าอาวุธวิญญาณป้องกันระดับ 5 ชิ้นนี้จะเป็นไพ่ตายในการรักษาชีวิตของเฟิ่งหวานหว่านสินะ

เห็นได้ชัดว่าเฟิ่งเทียนหลิงได้มอบสิ่งที่ดีที่สุดของตระกูลให้กับบุตรสาวของเขา เพราะในดินแดนที่พลังวิญญาณเบาบางเช่นนี้คงมีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่จะครอบครองอาวุธวิญญาณระดับ 5 ไว้ในมือ

ท่าทางเฟิ่งเทียนหลิงจะรักลูกสาวคนนี้มากเหลือเกิน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ตระกูลเฟิ่งมีทายาทอยู่ 2 คนก็คือเฟิ่งมู่ชิงและเฟิ่งหวานหว่าน แต่ปัจจุบันเรื่องราวในอดีตของเฟิ่งมู่ชิงได้ถูกเปิดเผยออกมาบางส่วน ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วหญิงสาวไม่ใช่บุตรของมหาเสนาบดี ดังนั้นตั้งแต่ต้นจนจบ จวนสกุลเฟิ่งจึงมีทายาทเพียงคนเดียว ซึ่งเฟิ่งเทียนหลิงได้มอบสิ่งดี ๆ ทั้งหมดให้แก่บุตรสาวที่แท้จริง

หลังจากที่มหาเสนาบดีเฒ่าเห็นว่าเฟิ่งหวานหว่านปลอดภัย เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่เขามอบกระดิ่งทองคำให้กับลูกสาวตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่เช่นนั้นวันนี้เขาอาจจะต้องเสียใจ

พอเฟิ่งเทียนหลิงนึกถึงจวินหรูเย่ที่ลงมืออย่างโจ่งแจ้งในจวนของตนเอง มันก็ทำให้เขารู้สึกโกรธมาก เขาจึงหันไปตวาดคนที่คิดจะทำร้ายบุตรสาวของตนแบบไม่เกรงกลัวใด ๆ

“ท่านผู้สำเร็จราชการฯ ! ที่นี่คือจวนมหาเสนาบดี!”

“หึ!”

จวินหรูเย่ไม่ได้ใส่ใจกับคำโวยวายของอีกฝ่าย เขาขยับมืออย่างรวดเร็ว แล้วร่องรอยของลมสีขาวก็พุ่งตรงไปยังจุดตันเถียนของเฟิ่งหวานหว่านทันที

ครั้นหญิงสาวรู้สึกถึงอันตราย นางก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แต่พอคิดว่าตนอยู่ในเขตป้องกันของกระดิ่งทองคำ นางก็ผ่อนคลายลงในทันใด

เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!

ทว่าเมื่อเผชิญการโจมตีของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพสงคราม ม่านป้องกันอันแข็งแกร่งในตอนแรกก็เริ่มแตกร้าวทีละนิด

ครืน!

และในไม่กี่อึดใจ ม่านป้องกันของกระดิ่งทองคำก็พังทลายลง ทำให้พลังธาตุลมลูกใหญ่ทะลุเข้าไปปะทะกับเฟิ่งหวานหว่านโดยตรง จนร่างกายของนางที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยล้มลงกับพื้นอีกครั้งก่อนจะกระอักเลือดแล้วหมดสติไป

“หวานหว่าน!!” เฟิ่งเทียนหลิงที่เห็นบุตรสาวถูกโจมตีต่อหน้าต่อตาก็ตะโกนสุดเสียง

“ข้าไม่รังเกียจที่จะสั่งสอนบทเรียนดี ๆ ให้กับลูกสาวไร้มารยาทแทนมหาเสนาบดีเฟิ่งหรอกนะ”

ทันทีที่จวินหรูเย่พูดจบ เขาก็เค้นพลังออกมาอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาตั้งใจที่จะปลิดชีพเฟิ่งหวานหว่านในคราวเดียว

“ในเมื่อเจ้ากล้าแตะต้องชิงชิง เจ้าก็ต้องรอรับความพิโรธจากข้าผู้นี้!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงกร้าว

มหาเสนาบดีเฟิ่งไม่เคยคาดคิดว่าจวินหรูเย่จะกล้าลงมือต่อหน้าทุกคน ทำให้เขาไม่ได้คิดหาวิธีสกัดกั้นการโจมตีของชายตรงหน้า และเมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขากำลังจะถูกสังหาร ดวงตาของเฟิ่งเทียนหลิงก็แดงก่ำทันที

นางคือสายเลือดเพียงคนเดียวของข้า ตระกูลเฟิ่งจะต้องจบลงอย่างนี้จริง ๆ หรือ?!

ปัง!

ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย จู่ ๆ ก็มีลูกบอลแสงสีน้ำเงินพุ่งเข้ามาปิดกั้นร่างของเฟิ่งหวานหว่านไว้ พอลูกบอลลูกนั้นปะทะเข้ากับพลังการโจมตีของจวินหรูเย่ พลังทั้งสองก็ระเบิดออก

“ท่านผู้สำเร็จราชการฯ โปรดระงับโทสะด้วย”

เสียงปริศนาของชายคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ทุกคนในสวนมองตามเสียงนั้นก่อนจะเห็นร่างของชายในชุดสีเหลืองสดใสเดินเข้ามา

“หนิงอ๋อง!” เมื่อเฟิ่งเทียนหลิงเห็นหน้าของผู้มาใหม่ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะโค้งทำความเคารพคนที่เพิ่งเข้ามา

เฟิ่งมู่ชิงที่นั่งดูสถานการณ์เงียบ ๆ มานานก็มองไปยังหนิงอ๋องโดยไม่มีสีหน้าหรือท่าทางประหลาดใจใด ๆ

ชายคนนี้คือ ‘ซือคงหรูหลาง’ ใช่หรือไม่?

คนคนนี้มีรูปร่างหน้าตาไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีขนาดนั้น โชคดีที่การหมั้นหมายถูกยกเลิก

“สตรีผู้นี้ไม่เคารพพระชายาของข้า การที่หนิงอ๋องมาขัดขวางการลงโทษเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”

ตอนนี้จวินหรูเย่รู้สึกหงุดหงิดใจมาก เหตุใดการจัดการกับเฟิ่งหวานหว่านถึงได้มีอุปสรรคขนาดนี้ นางสมควรตายไปเสียตั้งแต่ที่โดนเขาโจมตีในครั้งแรกแล้วด้วยซ้ำ

“หวานหว่านยังเด็กนัก นางจึงไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร หวังว่าท่านทั้งสองจะให้อภัยนาง” ซือคงหรูหลางพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางเผยรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นบนใบหน้า

“เฮอะ! นางเกิดห่างจากหม่อมฉันเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่พระองค์กลับบอกว่านางยังเด็กอยู่” เฟิ่งมู่ชิงได้ยินดังนั้นก็อดเอ่ยเสียดสีออกมาไม่ได้ ในขณะที่นางจ้องมองไปยังอีกฝ่ายด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

“แต่พระชายากับหวานหว่านเป็นพี่น้องกัน ข้าเพียงแค่หวังว่าพระชายาจะแสดงความเมตตาต่อนาง” ชายตรงหน้ายังคงพยายามที่จะไกล่เกลี่ยเรื่องราวให้จบลงด้วยดี แต่แน่นอนว่าหญิงสาวย่อมไม่เห็นด้วย

“สิ่งที่หนิงอ๋องพูดนั้นดูน่าสนใจมาก เมื่อครู่น้องสาวคนนี้ของหม่อมฉันมิได้ละความพยายามที่จะสังหารหม่อมฉันเลยสักนิด หากท่านผู้สำเร็จราชการฯ มาไม่ทัน คนที่นอนอยู่บนพื้นในตอนนี้อาจจะเป็นหม่อมฉันเอง”

“นี่…” คำตอบโต้ของอีกฝ่ายทำให้ซือคงหรูหลางพูดไม่ออกไปชั่วขณะ พอเขาแอบมองไปยังเฟิ่งมู่ชิงด้วยหางตา ในตอนนั้นเองเขาก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่แล่นเข้ามาในใจ

นี่คือคู่หมั้นเดิมของข้างั้นหรือ?

ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยเห็นนางและไม่เคยคิดจะสนใจเลยแม้แต่น้อย แต่ท่าทางที่ดูสง่าผ่าเผยของนางที่ปรากฏต่อสายตากลับดึงดูดความสนใจของเขาไปได้ทั้งหมด

แม้ว่าใบหน้าครึ่งหนึ่งของนางจะถูกบดบังด้วยหน้ากากที่สลักลวดลายอันวิจิตรงดงาม แต่มันก็ยังไม่สามารถซ่อนความงามของนางได้ ราวกับว่านางเกิดมาเพื่อเปล่งประกายโดดเด่นเหนือผู้อื่น

เขาไม่เคยคิดริเริ่มที่จะตามหาคู่หมั้นที่ใครต่อใครต่างก็เอ่ยถึงคนนี้เลย หากเขายืนหยัดที่จะตามหานาง สถานการณ์คงจะแตกต่างออกไป

เวลานี้ซือคงหรูหลางได้ลิ้มรสความเสียใจเป็นครั้งแรก แต่แน่ล่ะ เขารู้ดีว่าไม่มียารักษาความเสียใจอยู่บนโลก

ทันใดนั้นเอง เฟิ่งมู่ชิงก็บังเอิญสังเกตเห็นร่องรอยของความเสียดายในดวงตาของซือคงหรูหลางซึ่งทำให้นางรู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที

ต้องมีอะไรผิดปกติกับคนผู้นี้แน่ ๆ

ไม่ใช่ว่าข้ากับเฟิ่งหวานหว่านเพิ่งทะเลาะกันใหญ่โตหรอกหรือ?

แล้วท่าทางแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไร?

“ถ้าหนิงอ๋องตั้งใจจะปกป้องนาง ก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย”

จวินหรูเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดันเมื่อเขาสังเกตเห็นสายตาที่ซือคงหรูหลางมองไปยังเฟิ่งมู่ชิงซึ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจ้องไปที่หนิงอ๋องด้วยสายตาเย็นชาจนอีกฝ่ายสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“ท่านผู้สำเร็จราชการฯ ข้าขอให้ท่านโปรดไว้ชีวิตหวานหว่านด้วยเถิด หากเป็นเช่นนั้นข้าจะรู้สึกซาบซึ้งใจมาก” อ๋องหนุ่มที่พยายามเจรจาก็พลันรู้สึกหน่วงที่หัวใจราวกับว่าเขาถูกหินก้อนใหญ่ถ่วงเอาไว้

เขาเป็นถึงอ๋องผู้สง่างามแต่กลับต้องมาก้มหัวให้ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทว่าเมื่อนึกถึงรูปลักษณ์อันโหดเหี้ยมของชายตรงหน้าแล้ว เขาก็ทำได้เพียงแค่กัดฟันอดทนไว้

ใครใช้ให้เสด็จพ่อของเขามอบอำนาจอันยิ่งใหญ่ให้กับชายผู้นี้กัน!

ข้าไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เสด็จพ่อคิดอะไรอยู่กันแน่ เหตุใดเขาถึงไม่กลัวว่าตระกูลซือคงอาจจะตกอยู่ในมือจวินหรูเย่?

ยามนี้ซือคงหรูหลางรู้สึกมึนงงอยู่ชั่วขณะ แต่ในที่สุดเขาก็รู้สึกโล่งใจ

ไม่ว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งสักแค่ไหน แต่ปัจจุบันเขาก็เป็นเพียงคนพิการบนรถเข็น ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าคนในวังหลวงกระตือรือร้นที่จะกำจัดเขาออกไปให้พ้นทางโดยเร็วที่สุด

“ไว้หน้าท่านงั้นหรือ?” จวินหรูเย่เย้ยหยัน “ข้าเกรงว่าใบหน้าของท่านจะไม่คุ้มค่ากับอาการบาดเจ็บของชิงชิง”

“แต่… ท่านผู้สำเร็จราชการฯ นางคือว่าที่พระชายาหนิงอ๋อง”

ทันทีที่ซือคงหรูหลางพูดจบ บริเวณสวนหลังจวนก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนที่อยู่พื้นที่นั้นมีความรู้สึกที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีทั้งคนที่คาดไม่ถึง และคนที่ยินดีเมื่อได้ยินเรื่องนี้

เฟิ่งเทียนหลิงเป็นหนึ่งในคนที่รู้สึกยินดี เขาดีใจมาก เพราะหากบุตรสาวของเขาอยู่ในสถานะนี้ ชีวิตของเฟิ่งหวานหว่านจะนับได้ว่าปลอดภัย

“ท่านบอกว่านางคือว่าที่พระชายาหนิงอ๋อง แต่ตอนนี้นางเป็นแค่เพียงบุตรสาวของจวนมหาเสนาบดีซึ่งเป็นเพียงสามัญชน หากนางต้องการทำร้ายพระชายาของข้า นางก็ควรจะตระหนักถึงผลที่ตามมาอยู่แล้วมิใช่หรือ?” จวินหรูเย่ยังคงไม่ยอมปล่อยมือจากเรื่องดังกล่าวจึงเอ่ยแย้งขึ้น

ทางด้านหนิงอ๋องรู้สึกหนักใจที่เจรจาเท่าไหร่ก็ดูเหมือนจะไม่เห็นผล จากนั้นมือของเขาที่ห้อยอยู่ข้าง ๆ ตัวก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

ดูเหมือนว่าสองคนนี้จะไม่เต็มใจปล่อยเฟิ่งหวานหว่านไป แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องช่วยนางจากเงื้อมมือของคนทั้งคู่ให้ได้

“ในเมื่อหนิงอ๋องปล่อยมือจากสตรีผู้นี้ไม่ได้ เช่นนั้นข้าจะเป็นคนส่งท่านให้ไปอยู่กับนางด้วยตัวเอง เพื่อสนองความรักของท่านที่มีต่อนาง” จวินหรูเย่พูดอย่างไร้ความรู้สึกราวกับว่าเขาไม่ไว้หน้าซือคงหรูหลางเลยแม้แต่น้อย

เมื่อหนิงอ๋องได้ยินเช่นนั้น หัวใจของเขาก็เต้นแรง ยิ่งพอเห็นว่าชายตรงหน้ากำลังจะลงมือเขาก็รู้สึกเสียศูนย์ไปชั่วขณะหนึ่ง เป็นเพราะเขารู้ดีว่าจวินหรูเย่เป็นคนที่พูดจริงทำจริง และในสายตาของชายคนนี้ สถานะหนิงอ๋องของเขาไม่สำคัญเลยสักนิด

จวินหรูเย่ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่ก่อนที่เขาจะโจมตีฝ่ายตรงข้าม ทันใดนั้นความอบอุ่นก็ปกคลุมที่หลังมือของเขา

ชายหนุ่มมองไปยังหลังมือก่อนจะเห็นว่าเฟิ่งมู่ชิงยื่นมือออกมาเพื่อห้ามเขาไว้

“ท่านผู้สำเร็จราชการฯ ในเมื่อหนิงอ๋องออกตัวปกป้องเฟิ่งหวานหว่านเช่นนี้ เหตุใดพวกเราไม่เมตตาปล่อยนางไปสักครั้ง?”

หญิงสาวเอ่ยขึ้นพลางจับมือของจวินหรูเย่ไว้ซึ่งคนที่ถูกห้ามขมวดคิ้วมองนางด้วยความสงสัย

เฟิ่งมู่ชิงที่เห็นว่าชายหนุ่มอยู่ในอาการงงงวยก็ส่งสายตามองเขาอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเหลือบมองไปยังเฟิ่งหวานหว่านที่อยู่ด้านหลังซือคงหรูหลาง พร้อมกับเผยรอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้า

เฟิ่งหวานหว่าน หนทางของพวกเรายังอีกยาวไกล

เมื่ออ๋องหนุ่มเห็นว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ามีท่าทีผ่อนคลาย เขาก็รีบเรียกบ่าวรับใช้ให้พาเฟิ่งหวานหว่านที่หมดสติออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายลงมือได้อีก

แต่ในขณะที่บ่าวรับใช้กำลังจะก้าวไปพาคนไม่ได้สติออกมา จู่ ๆ จวินหรูเย่ก็พูดขึ้นว่า

“ช้าก่อน! ถึงแม้นางจะสามารถหลีกเลี่ยงโทษตายได้ แต่โทษเป็นยังคงอยู่ และโทษของนางก็คือการโบย 30 ไม้”

--------------------------------------------------

พูดคุยท้ายตอนกับเสี่ยวเถียว: อย่าคิดว่ามาทำร้ายพระชายาแล้วจะโดนปล่อยไปง่าย ๆ พี่หรูเย่ไม่ยอม!!

จบบทที่ บทที่ 13: นางคือว่าที่พระชายาหนิงอ๋อง

คัดลอกลิงก์แล้ว