เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12: มาอ่อยเจ้านายของหมาตัวอื่น ช่างไร้ยางอายจริงๆ ฮึ่!

บทที่ 12: มาอ่อยเจ้านายของหมาตัวอื่น ช่างไร้ยางอายจริงๆ ฮึ่!

บทที่ 12: มาอ่อยเจ้านายของหมาตัวอื่น ช่างไร้ยางอายจริงๆ ฮึ่!


บทที่ 12: มาอ่อยเจ้านายของหมาตัวอื่น ช่างไร้ยางอายจริงๆ ฮึ่!

หลี่เหมียนยื่นมือออกไปลูบหัวเถียนเถียน "ไม่ต้องกลัวนะ"

เถียนเถียนรู้สึกปลาบปลื้มจนทำตัวไม่ถูก นี่คงเป็นครั้งแรกตั้งแต่กลายมาเป็นสัตว์พันธสัญญาของหลี่เหมียนที่มันได้รับความรักใคร่เอ็นดูจากเธอเช่นนี้

เถียนเถียนกระดิกหาง จากนั้นก็คลอเคลียกับฝ่ามือของหลี่เหมียน ส่งเสียงครางหงิงๆ แผ่วเบาในลำคอ

"ดูสิ ทำหน้าน้อยใจเชียว" หลี่เหมียนลดเสียงลง โน้มตัวเข้าไปใกล้หูของมันแล้วตบหัวเบาๆ "เด็กดี ไม่ต้องกลัวนะ"

เถียนเถียนยิ่งครางหงิงๆ ดังกว่าเดิม

หลี่เหมียนปลอบมันอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเห็นว่าเถียนเถียนเริ่มเล่นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ เธอก็ตบเผียะเข้าที่กลางกระหม่อมมันทันที "อย่าได้คืบจะเอาศอก นั่งลง!"

เถียนเถียน: ?

ความรักมันจืดจางหายไปได้จริงๆ สินะ?

หลี่เหมียนเมินเฉยต่อเถียนเถียนที่กำลังหดหู่ และชะเง้อคอมองเฉินเย่ที่ยืนอยู่ตรงทางเดินแทน

เฉินเย่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน "นักเรียนทุกคน ฟังทางนี้"

"เดี๋ยวครูจะให้สัตว์พันธสัญญาของครูออกมาช่วยเดินตรวจตรา หากระหว่างที่มันกำลังเดินตรวจ พวกเธอยังไม่สามารถทำให้สัตว์พันธสัญญาของตัวเองสงบลงได้ ครูคงต้องขอโทษด้วย แต่ครูคงต้องเชิญพวกเธอลงจากรถ"

"ครูพูดชัดเจนแล้วนะ มีใครจะคัดค้านอะไรไหม"

ทุกคนต่างพากันส่ายหน้า ล้อเล่นหรือไง ภายใต้แรงกดดันขนาดนี้ ใครจะกล้าคัดค้านล่ะ?

หลี่เหมียนเองก็นิ่งเงียบเช่นกัน เธอจ้องมองวงแหวนอัญเชิญที่ปรากฏขึ้นบริเวณปลายเท้าของเฉินเย่ โดยทั่วไปแล้ว ขนาดของวงแหวนอัญเชิญจะสอดคล้องกับขนาดตัวของสัตว์พันธสัญญา

วงแหวนอัญเชิญของเฉินเย่กินพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของความกว้างขบวนรถ บางส่วนถึงกับล้นจนฉายออกมาไม่หมดด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ไม่อาจหยุดยั้งแสงสว่างเจิดจ้าของวงแหวนได้

ขณะที่วงแหวนสาดแสงสว่างไปทั่วรถ สัตว์จำพวกสุนัขสีดำสนิทซึ่งมีเปลวเพลิงสีทองลุกโชนอยู่ที่เท้าก็กระโจนออกมา มันมีรอยจันทร์เสี้ยวสีทองบนหน้าผาก ปลายหูมีเปลวไฟสีทองลุกไหม้ และหางของมันก็เรียวยาวราวกับแส้

วินาทีที่เห็นสัตว์พันธสัญญาปรากฏตัว หลี่เหมียนก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที

"โคตร..."

ทว่าก่อนที่คำว่า 'เท่' จะหลุดออกจากปาก เจ้าหมาที่มีขนสีดำเงางามดุจแพรไหมก็กระแทกหัวเข้ากับเพดานรถอย่างจัง ก่อนจะร่วงตุ้บลงบนเบาะข้างๆ แล้วหน้าคะมำคว่ำลงกับพื้น

หลี่เหมียน "..."

ทุกคน "พรืด"

คนขับรถ "เฉินเย่ แกช่วยอยู่นิ่งๆ หน่อยได้ไหมวะ! ถ้ารถฉันพัง ฉันเอาเรื่องแกแน่!"

เฉินเย่อับอายจนแทบอยากจะขุดหลุมฝังตัวเองหนีหายไปเสียเดี๋ยวนั้น แต่ในวินาทีนี้ กลับยังมีนักเรียนบางคนแอบหัวเราะอยู่

เขากระแอมไอ

"หัวเราะอะไรกัน"

"ถ้าขืนหัวเราะอีก ครูจะเตะลงจากรถให้หมด!"

ทุกคนหุบปากฉับทันที

ในที่สุดเจ้าหมาดำก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นมานั่งอย่างสง่าผ่าเผยอยู่ข้างเฉินเย่ ขนสั้นสีดำขลับของมันเงางามราวกับผ้าไหมชั้นดี ดวงตาสีทองเปล่งประกายเยียบเย็น แม้ว่าหูข้างหนึ่งจะพับตกลงมาครึ่งหนึ่ง แต่มันก็ยังดูเท่และสะดุดตาเป็นอย่างมาก

เท่น่ะมันก็เท่อยู่หรอก แต่หลี่เหมียนไม่อาจลบภาพตอนที่มันกระโดดออกมาหัวกระแทกเพดานแล้วหน้าคะมำลงกับพื้นออกจากหัวได้เลย

ดูเหมือนจะรับรู้ได้ถึงสายตาที่จ้องมองมา หมาดำตัวใหญ่จึงยืดอกเชิดหน้าขึ้น พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะอวดความหล่อเหลาของเส้นขนทุกตารางนิ้วบนตัวมัน

"เอาล่ะ"

เฉินเย่ปรายตามองหมาดำแล้วแค่นเสียงเย็นชา "ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของแกนะ เฮยไจ๋"

หลี่เหมียนแคะหูตัวเอง

เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?

หมาหล่อเท่ขนาดนี้ แต่ดันตั้งชื่อให้ว่าเฮยไจ๋เนี่ยนะ?

เห็นได้ชัดว่าเฮยไจ๋เองก็เกลียดชื่อนี้เหมือนกัน มันหรี่ตามองเฉินเย่ จากนั้นก็ใช้ก้นกระแทกชายหนุ่มจนกระเด็นไปด้านข้าง

"โฮ่ง!"

เฉินเย่ "..."

"พรืด"

มีคนแอบหัวเราะออกมาอีกแล้ว

แต่คราวนี้เฉินเย่ฟื้นตัวจากความอับอายแล้ว เขากลับไปนั่งที่เดิมด้วยสีหน้าเรียบเฉย ปล่อยให้สัตว์พันธสัญญาตัวสูง 2 เมตรเดินทอดน่องไปตามทางเดินอย่างช้าๆ

ขนาดตัวอันใหญ่โตของมันทำให้ทางเดินแทบจะถูกอุดจนมิด การเดินจึงเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่มันก็ยังพยายามจะก้าวเดินให้สง่างามที่สุดเท่าที่จะทำได้

ทว่าก็มีหลายครั้งที่มันเผลอเดินชนเบาะที่นั่ง และเวลาเลี้ยว มันก็ต้องส่ายก้นกระดุ๊กกระดิ๊กเพื่อขยับไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล

หลังจากเดินตรวจตราไปได้สองสามรอบ ในที่สุดก็มีคนอดใจไม่ไหว ยื่นมืออันชั่วร้ายออกไปหามัน

เฮยไจ๋ชะงักไปชั่วครู่

มันหันกลับมามองหลี่เหมียนที่กำลังฉีกยิ้มกว้างให้มัน

"ลูกพี่หมา นายหล่อเท่มากเลยนะเนี่ย!"

หูของเฮยไจ๋กระดิก "บรู๊ว?"

หลี่เหมียนฟังไม่เข้าใจ

แต่ก็ไม่เป็นไร เธอมีล่ามส่วนตัวอยู่ตรงนี้แล้ว

เธอหันไปมองเถียนเถียน

เถียนเถียนพ่นลมหายใจออกจมูก "โฮ่ง"

ข้าไม่แปลให้หรอก

"อาหารกระป๋อง 3 กระป๋อง"

เถียนเถียนกลอกตา "โฮ่ง"

ก็ยังไม่แปลอยู่ดี

"5 กระป๋อง"

ฮึ่

"เฮ้อ เดิมทีฉันกะว่าถ้าแกทำตัวดีๆ จะแถมให้อีกกระป๋องแท้ๆ แต่ตอนนี้..."

หลี่เหมียนถอนหายใจ ทำหน้าตาเจ็บปวดรวดร้าว "แกทำให้ฉันผิดหวังมากเลยนะ"

เถียนเถียนนั่งไม่ติดที่อีกต่อไป

"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง"

5 กระป๋องก็ 5 กระป๋อง ตกลง

หลี่เหมียนลูบหัวมันอย่างพึงพอใจทันที "แปลเร็วเข้า"

เถียนเถียนโดนลูบจนหนังหัวแทบจะหลุด

มันแปลด้วยท่าทางหดหู่ "บรู๊ว โฮ่ง โฮ่ง"

มันบอกว่าคำชมของเจ้าไม่มีประโยชน์หรอก และมันก็ไม่รับสินบนด้วย

หลี่เหมียนเหลือบมองเฮยไจ๋ที่นั่งยองๆ อยู่ใกล้ๆ

"ลูกพี่หมา ฉันไม่ได้จะติดสินบนนายนะ ฉันคิดว่านายหล่อจริงๆ ต่างหาก ขอฉันถ่ายรูปคู่กับนายหน่อยได้ไหม"

เฮยไจ๋กระดิกหาง

"โฮ่ง โฮ่ง"

เถียนเถียนแปล : มันบอกว่าเจ้าตาถึงดี แต่มันไม่ชอบถ่ายรูป เพราะงั้นลืมมันไปซะเถอะ

"น่าเสียดายจัง"

หลี่เหมียนถอนหายใจอย่างแสนเสียดาย "ฉันอยากจะถ่ายไปลงไทม์ไลน์อวดคนที่บ้านสักหน่อย นายหล่อทะลุปรอทจริงๆ นะ เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นหมาตัวไหนหล่อเท่ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต"

เฮยไจ๋ฉีกยิ้มกว้าง "โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง"

เถียนเถียนแปล : มันบอกว่าเจ้าถ่ายรูปได้ เอาเลยสิ

ส่วนประโยคที่ว่า 'เฮ้อ ช่วยไม่ได้ก็คนมันหล่อเกินไปนี่นา ข้าจะยอมฝืนใจตกลงก็แล้วกัน เข้ามาสิ' เถียนเถียนขี้เกียจแปล

มันเพียงแค่กลอกตาใส่เฮยไจ๋

ไร้ยางอาย

มาอ่อยเจ้านายของหมาตัวอื่น ช่างไร้ความเหมาะสมจริงๆ ฮึ่

หลี่เหมียนดึงเฮยไจ๋เข้ามาถ่ายรูปอย่างมีความสุขอยู่นานสองนาน

พอเธอเป็นฝ่ายเริ่ม นักเรียนหลายคนก็พากันเข้ามารุมล้อมเพื่อขอถ่ายรูปบ้าง หลังจากได้รับอนุญาต พวกเขาก็ต่อแถวถ่ายรูปคู่ด้วยกันทีละคน

ขบวนรถที่เคยเงียบสงบกลับมาครึกครื้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เฉินเย่ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามพวกเขา

รถบัสแล่นต่อไปอย่างมั่นคง และความวุ่นวายภายในรถก็ค่อยๆ สงบลงตามกาลเวลาที่ผ่านไป

ภายใต้ความมืดมิดของรัตติกาล รถบัสแล่นไปบนทางหลวงและในไม่ช้าก็กลมกลืนไปกับยานพาหนะคันอื่นๆ

ในขณะเดียวกัน ค้างคาวตัวหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดก็ห้อยหัวลงมาจากเสาไฟฟ้า มันเอียงคอมองดูยานพาหนะที่แล่นผ่านไปมาบนทางด่วน

เมื่อหลี่เหมียนตื่นขึ้นมา เธอก็รู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว ทั้งปวดหลังและตะคริวกินขา

เธอเหลือบมองเหยาเฉินที่เพิ่งตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงียอยู่ข้างๆ

"โอ๊ย เจ็บ..."

เหยาเฉินนวดคอตัวเอง "นั่งรถแบบนี้ทรมานชะมัด... เฮ้อ"

"อย่างน้อยพวกเราก็มีที่นั่งนะ"

เกาหยวนจื้อที่นั่งอยู่ข้างหน้าลุกขึ้นยืนแล้วหันมาทางเหยาเฉิน "ฉันได้ยินมาว่าบางทีมที่จับสลากได้สัตว์พันธสัญญาประเภทเดียวกันเยอะๆ รถบัสคันเดียวมันยัดไม่พอ พวกเขาต้องเอาเก้าอี้ตัวเล็กๆ มาให้นั่งอัดกันอยู่หลังรถ น่าสงสารชะมัด ไม่มีแม้แต่พนักพิงหลังด้วยซ้ำ"

"สัตว์พันธสัญญาประเภทไหนกันที่มีคนเยอะขนาดนั้น" เหยาเฉินอดไม่ได้ที่จะสงสัย

"ก็พวกสัตว์พันธสัญญาประเภทนกไง"

เกาหยวนจื้อพูดขึ้น "ฉันได้ยินมาว่าปีนี้มีคนไม่น้อยเลยที่เลือกสัตว์ปีกเป็นสัตว์พันธสัญญาตัวแรก"

หลี่เหมียนชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อได้ยินเช่นนั้น

จู่ๆ เธอก็นึกถึงพาดหัวข่าวที่เคยเห็นบนอินเทอร์เน็ตก่อนหน้านี้ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย—

[รอยแยกมิติแห่งใหม่กำลังจะปรากฏ สัตว์พันธสัญญาประเภทนกจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริงหรือไม่?]

จบบทที่ บทที่ 12: มาอ่อยเจ้านายของหมาตัวอื่น ช่างไร้ยางอายจริงๆ ฮึ่!

คัดลอกลิงก์แล้ว