เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2430 - คุณจ่ายเงิน ผมลงแรง

บทที่ 2430 - คุณจ่ายเงิน ผมลงแรง

บทที่ 2430 - คุณจ่ายเงิน ผมลงแรง


บทที่ 2430 - คุณจ่ายเงิน ผมลงแรง

ณ บ้านสี่ประสาน

หยางเสี่ยวเทาถือกะละมังเดินออกมาที่ลานบ้าน โดยมีเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามมาติดๆ

เด็กสาวมองดูผ้าอ้อมในกะละมังแล้วเอ่ยขึ้น "พ่อคะ เดี๋ยวหนูซักเองค่ะ" พูดพลางยื่นมือจะเข้ามาชวย

"ไม่ต้องหรอก มีพ่ออยู่ งานนี้ยังไม่ถึงคิวลูกหรอก"

หยางเสี่ยวเทากันมือน้อยๆ นั้นไว้ เมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของลูกสาว เขาก็หัวเราะออกมา "เอาไว้ในอนาคตตอนลูกมีลูกของตัวเองเถอะ งานพวกนี้มีให้ลูกซักจนเบื่อแน่"

เหมี่ยวเหมี่ยวฟังแล้วก็ก้มหน้าลง "หนูไม่เอาหรอกค่ะ หนูจะอยู่กับพ่อกับแม่"

"เด็กโง่ พูดจาเหลวไหลจริงๆ"

ในระหว่างที่คุยกัน เหมี่ยวเหมี่ยวก็หยิบขันน้ำตักน้ำใส่เครื่องโยกน้ำบาดาล แล้วเริ่มโยกอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานนักสายน้ำก็พุ่งออกมาจากท่อ

"เหมี่ยวเหมี่ยว เคยคิดไหมว่าโตขึ้นอยากทำอะไร?" หยางเสี่ยวเทานั่งลงเริ่มซักผ้าอ้อม

ตอนนี้เหมี่ยวเหมี่ยวอายุสิบขวบแล้ว เข้าเรียนเร็ว ตอนนี้กำลังจะขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ห้า หยางเสี่ยวเทารู้สึกว่าเขาให้ความสนใจลูกสาวคนโตคนนี้น้อยไปนิด

เมื่อได้ยินคำถาม เหมี่ยวเหมี่ยวก็ตอบทันที "พ่อคะ หนูอยากเป็นทหารค่ะ"

"เป็นทหารเหรอ?" หยางเสี่ยวเทารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ปกติถ้าถามเด็กๆ ในลานบ้านว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร ส่วนใหญ่จะตอบว่าอยากเป็นคนงาน หรือบางคนก็อยากเป็นครู แต่เรื่องอยากเป็นทหารเนี่ย เขายังไม่เคยได้ยินใครพูดมาก่อนเลย

เขายืดตัวขึ้นมองใบหน้าที่แน่วแน่ของลูกสาว แล้วพาลนึกไปถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อสองปีก่อน รวมถึงภาพการช่วยเหลือผู้คนในเมืองสือเฉิง หยางเสี่ยวเทาก็พลันเข้าใจความรู้สึกในใจของลูกสาวทันที

"ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็เป็นทหาร"

เมื่อเห็นพ่อสนับสนุนแบบนั้น เหมี่ยวเหมี่ยวก็ดีใจมาก อย่างน้อยพ่อก็อยู่ข้างเธอ

"พ่อรู้จักอยู่ที่หนึ่ง ทหารที่จบมาจากที่นั่นล้วนเป็นคนที่เก่งที่สุด ลูกอยากไปไหม?"

เหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าทันควัน "อยากค่ะ หนูอยากไป"

"ได้เลย แต่ที่นั่นเน้นเรื่องผลการเรียนสูงมากนะ"

"หนูไม่กลัวค่ะ ตอนนี้หนูสอบได้ที่หนึ่งของห้องเชียวนะ"

เหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างภาคภูมิใจ หยางเสี่ยวเทาพยักหน้ายิ้มรับ "ดีมาก ต่อไปบ้านเราคงจะได้มีนายพลหญิงเกิดขึ้นสักคนแล้วล่ะนะ"

"หนูไม่อยากเป็นนายพลหญิงเสียหน่อย"

พ่อลูกพูดคุยหยอกล้อกันอยู่ที่ริมบ่อน้ำ ภายในห้อง ตวนอู่กำลังหมอบอยู่ที่โต๊ะจ้องมองสมุดด้วยสีหน้าอมทุกข์

ข้างๆ กันนั้น หร่านชิวเย่นอนให้นมเจ้าห้าอยู่ พลางถือบทเรียนภาษาไทยขึ้นมาถาม "น้ำใส!"

ตวนอู่กัดปลายดินสอ ใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะวาดวงกลมลงไปวงหนึ่งแล้วเขียนคำว่า น้ำ ตามหลัง

เมื่อเห็นวงกลมในสมุดเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็รู้สึกสิ้นหวังในใจ ฤดูร้อนปีนี้ช่างผ่านไปอย่างยากลำบากจริงๆ

เช้าวันรุ่งขึ้น หยางเสี่ยวเทาเดินทางมาที่กรมที่เก้าตามปกติเพื่อรายงานตัว เขาตั้งใจจะจัดการงานจิปาถะให้เสร็จแล้วจะรีบไปที่โรงแรมใหญ่ เพื่อดูว่าพวกเฟอีซาลได้ตัดสินใจอย่างไร

พอมาถึงห้องทำงาน ก็เห็นหลิวลิ่วเสวี่ยกับโหลวเสี่ยวเอ๋อกำลังกระซิบกระซาบคุยกันอยู่ พอเห็นหยางเสี่ยวเทามา ทั้งคู่ก็แค่ทักทายพอเป็นพิธีแล้วก้มหน้าคุยกันต่อ

เขาไม่ได้สนใจทั้งคู่ แล้วเริ่มตรวจสอบเอกสารต่อไป

ทางโรงงานผลิตยาได้เริ่มโปรโมตป่านหลันเกินออกไปแล้ว ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากสังคมค่อนข้างดี

นอกจากนี้ การผลิตอินซูลินจากวัวแบบสังเคราะห์ในระดับอุตสาหกรรมก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญแล้ว หากการทดสอบยาเสร็จสิ้นโดยไม่มีปัญหา ก็จะเริ่มวางจำหน่ายในตลาดทันที

ทางโรงงานเคมีก็ก้าวหน้าไปได้ด้วยดี ครั้งล่าสุดที่หยางเสี่ยวเทาไปช่วยงาน เขาได้ทดลองใช้ปากกาสัญลักษณ์ธาตุเพื่อ 'ถอดสูตร' สมการเคมีสามตัวออกมา ซึ่งในตอนนั้นทำให้พวกจูจื่อชิงตกตะลึงกันไปใหญ่

ทุกคนพากันวิ่งไล่ถามเขาจนเขาแทบจะรับมือไม่ไหว

เขาจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่า หากยังไม่มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล เขาต้องรักษาระยะห่างไว้ก่อน

ทางด้านเครื่องคิดเลขที่จินเหมิน งวดแรกจำนวนสองพันเครื่องได้ถูกบรรจุขึ้นรถเพื่อส่งไปยังสหภาพเรียบร้อยแล้ว

การผลิตในงวดต่อๆ ไปกำลังขยายขนาดขึ้น เช่นเดียวกับโรงงานผลิตซิลิคอนบริสุทธิ์สูงที่กำลังขยายตัว ตอนนี้รถบรรทุกที่ขนหินเข้ามาเพิ่มขึ้นถึงวันละยี่สิบคันแล้ว

บางช่วงเวลาถึงกับมีรถต่อคิวกันไม่ขาดสาย

หยางเสี่ยวเทาเขียนบันทึกกำกับไว้ท้ายเอกสารว่า ให้ระมัดระวังเรื่องการป้องกันความปลอดภัยส่วนบุคคลด้วย

โรงงานในพื้นที่อื่นๆ สถานการณ์โดยรวมถือว่าดีมาก ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ในส่วนของสถาบันวิจัยก็ถือว่าดีเช่นกัน

แบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์ถูกสร้างออกมาได้แล้วสามแผ่น

ในส่วนของคอมพิวเตอร์ ทีมงานภายใต้การนำของหัวหน้าเอี๋ยนก็มีความคืบหน้า โดยสามารถสร้างแผงวงจรแผ่นแรกออกมาได้สำเร็จ

นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลประชาชนแห่งที่เก้า

สถานที่ก่อสร้างได้รับการเลือกเรียบร้อยแล้ว และการก่อสร้างก็เริ่มขึ้นแล้วเช่นกัน

เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของหวังกว่านต้ง หยางเสี่ยวเทาจึงวางใจได้

หลังจากตรวจสอบทุกอย่างเสร็จสิ้น เวลาก็ล่วงเลยมาถึงสิบโมงเช้า หยางเสี่ยวเทาเตรียมจะโทรศัพท์ไปถามสถานการณ์ทางฝั่งท่านผู้เฒ่าฉิน

ทว่าก่อนจะทันได้ยกหูโทรศัพท์ ก็มีคนเดินเข้ามาข้างใน

"ท่านรัฐมนตรีหยางครับ"

อู๋เจ๋อเดินเข้ามาด้วยท่าทางกังวลใจ

เมื่อคืนตอนที่คุยโทรศัพท์เขาได้รับปากตามคำขอของพวกเปี้ยนเสียงไปแล้ว แต่หลังจากตื่นขึ้นมาเขาก็เริ่มรู้สึกเสียใจเล็กน้อย

เขาอยากจะมุ่งเน้นไปที่เรื่องเทคนิคเพียงอย่างเดียว ไม่ได้อยากจะเข้ามาพัวพันกับเรื่องบริหารเลย

ดังนั้นเช้านี้พอมาถึงกรมที่เก้า เขาจึงยังตัดสินใจไม่ถูก

สุดท้ายเมื่อคิดว่าได้รับปากไปแล้ว และที่โรงงานเสิ่งเจิงเองเขาก็เคยทุ่มเทแรงกายแรงใจไว้ไม่น้อย เขาจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้ามา

"หัวหน้าอู๋ เชิญนั่งก่อนครับ"

หยางเสี่ยวเทาเห็นว่าเป็นอู๋เจ๋อ จึงชี้ไปยังเก้าอี้ข้างๆ โหลวเสี่ยวเอ๋อรีบเข้ามาเทน้ำชงชาให้ทันที

"ไม่ต้องลำบากหรอกครับ ผม... มีธุระนิดหน่อย พูดจบก็ไปแล้วครับ"

อู๋เจ๋อกล่าวอย่างนอบน้อม หยางเสี่ยวเทาจึงเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม "ไม่เป็นไรครับ ยังไงก็ได้คุยกันอยู่ดี"

"ช่วงสองวันที่ผมไม่อยู่ การผลิตในโรงงานไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ?"

อู๋เจ๋อส่ายหน้า "ไม่มีปัญหาครับ"

"ตอนนี้เราเดินสายการผลิตพร้อมกันทั้งหกสาย โดยสี่สายผลิตเครื่องบินไป๋จวี และอีกสองสายผลิตเครื่องบินบลูจวีครับ"

"บลูจวีเหรอ? เรียกชื่อนี้กันเองแล้วสินะ" หยางเสี่ยวเทาหัวเราะ อู๋เจ๋อเกาหัวแก้เก้อ "ทุกคนเรียกกันจนติดปากไปแล้วครับ"

"เอาเถอะ ชื่อบลูจวีก็ไม่เลวเหมือนกัน" โหลวเสี่ยวเอ๋อวางถ้วยชาลงแล้วกลับไปทำงานของเธอต่อ

"เรื่องการผลิตบลูจวีพวกคุณต้องระวังหน่อยนะ อย่าเน้นแต่ความเร็ว" หยางเสี่ยวเทาเอ่ยเตือน เพราะบลูจวีใช้วัสดุกันความร้อนจากซิลิคอนบริสุทธิ์สูง ชิ้นส่วนภายในจึงมีการปรับเปลี่ยนไปบ้าง

"รับทราบครับ"

"แล้วก็เรื่องการรักษาความลับ ต้องดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง ผมคุยกับหัวหน้าเหลียงแล้วว่าผู้เกี่ยวข้องจะถูกจำกัดจำนวน คุณต้องระวังเรื่องนี้ด้วย อย่าให้พวกสหายรู้สึกขุ่นเคืองใจ"

"ผมเข้าใจครับ" เมื่อสั่งความเสร็จเรียบร้อย อู๋เจ๋อจึงเริ่มพูดเรื่องที่เตรียมมา

"ท่านรัฐมนตรีหยางครับ เมื่อคืนนี้สหายจากเสิ่งเจิงโทรศัพท์มาหาผมครับ"

พออู๋เจ๋อพูดจบ หยางเสี่ยวเทายกแก้วน้ำขึ้นจิบคำหนึ่ง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ประหลาดใจนัก "เพิ่งจะโทรมาเมื่อคืนเหรอ? พวกเขาช่างใจเย็นกันจริงๆ นะ"

อู๋เจ๋อยิ้มเจื่อนๆ "ท่านรัฐมนตรีครับ พวกเขาบอกว่าตอนนี้ที่นั่นวุ่นวายมาก หลายคนกำลังถูกสั่งย้าย ซึ่งในนั้นมี... มีคนที่มีความสามารถจริงๆ อยู่ด้วยไม่น้อยเลยครับ"

อู๋เจ๋อพูดอย่างระมัดระวัง "นอกจากนี้ พวกเขาตอนนี้เหมือนขาดที่พึ่ง จิตใจว้าวุ่นกันไปหมด โรงงานผลิตตอนนี้ก็ทำงานกันได้แค่ครึ่งเดียวครับ"

หยางเสี่ยวเทานั่งฟังเงียบๆ

เดิมทีเขาตั้งใจจะแก้ปัญหาตรงหน้าให้เสร็จก่อนค่อยไปจัดการเรื่องนั้น เพราะในทางนิตินัย การที่โรงงานเสิ่งเจิงถูกโอนมาให้กรมที่เก้าก็เพื่อรองรับโปรเจกต์เจียน-8 รุ่นปรับปรุงของเขาเอง

แต่ไม่นึกเลยว่าข่าวนี้จะส่งผลกระทบต่อทางนั้นรุนแรงขนาดนี้ หากขืนปล่อยทิ้งไว้แบบนี้ต่อไป อาจจะเกิดเรื่องยุ่งยากตามมาได้

หลังจากใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางเสี่ยวเทาก็หันไปบอกหลิวลิ่วเสวี่ยว่า "เสี่ยวเสวี่ย ไปตามเลขาธิการหลี่มาให้ผมหน่อย"

หลิวลิ่วเสวี่ยรีบเดินออกไป ไม่นานนักหลี่หงเฟิงก็เดินเข้ามาในห้อง

"เหล่าหลี่ มีเรื่องหนึ่ง..." หยางเสี่ยวเทาอธิบายสถานการณ์ให้ฟัง อู๋เจ๋อนั่งกระสับกระส่ายอยู่ข้างๆ ท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ยั้งไว้

หลี่หงเฟิงหันมามองหยางเสี่ยวเทา "การตรวจสอบประวัติบุคลากรทางฝั่งนั้นเรายังดำเนินการอยู่ครับ แต่สำหรับคุณอวี๋จื่อเม่อ ผู้จัดการโรงงานคนนั้น ไม่ว่าจะเป็นประวัติการทำงาน ประสบการณ์ หรืออุปนิสัยส่วนตัว ผมคิดว่าสามารถไว้วางใจให้ทำงานต่อได้ครับ"

หยางเสี่ยวเทาฟังแล้วก็รู้ทันทีว่า ผู้บริหารระดับสูงฝั่งนั้นคงมีแค่คนนี้คนเดียวที่จะได้อยู่ต่อ ส่วนคนอื่นๆ คงจะมีการจัดสรรที่ทางให้ใหม่

"ตกลง ถ้าอย่างนั้นก็ส่งข่าวไปที่เสิ่งเจิง ให้ผู้จัดการอวี๋จื่อเม่อคอยควบคุมสถานการณ์และสร้างความมั่นใจให้ผู้คน"

"และให้ทีมเทคนิคของพวกเขเตรียมตัวให้พร้อม ห้ามใครลาออกหรือย้ายไปไหนจนกว่าจะมีคำสั่ง"

หยางเสี่ยวเทาเสริมขึ้นอีกประโยค ทำให้หลี่หงเฟิงรู้สึกสงสัย

ทว่าเขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทายิ้มออกมา "ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พวกเรากำลังจะมีออเดอร์ใหญ่เข้ามาแล้วล่ะ"

"ครั้งนี้ พวกเราต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้นะ"

พูดมาถึงตรงนี้ หลี่หงเฟิงก็เบิกตากว้าง "จริงเหรอครับ?"

"ไม่น่าพลาดหรอก"

อู๋เจ๋อที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย เขารู้ข่าวเรื่องที่ชาวทะเลทรายมาขอซื้อเครื่องบินในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา และเขาก็รู้ดีว่าเครื่องบินลำนั้นไม่มีทางขายแน่นอน อย่างน้อยที่สุดก็ในรอบสิบปีนี้

แต่จากที่เขาได้ยินหัวหน้าหยางโย่วหนิงพูดมา เห็นว่าจะมีการช่วยวิจัยเครื่องบินรุ่นหนึ่งขึ้นมาแทน นี่แหละคือออเดอร์ยักษ์ที่ว่า การเอาเงินคนอื่นมาใช้ทำงานวิจัยของตัวเองเนี่ยนะ... ช่างเป็นความคิดที่มีแต่รัฐมนตรีหยางเท่านั้นที่คิดออกจริงๆ

(กริ๊ง กริ๊ง)

โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น โหลวเสี่ยวเอ๋อรีบเข้าไปรับสาย ก่อนจะหันมามองหยางเสี่ยวเทา "ท่านรัฐมนตรีหยางคะ สายจากท่านผู้เฒ่าฉินค่ะ"

หยางเสี่ยวเทาลุกขึ้นมารับโทรศัพท์ "ฮัลโหล ท่านผู้เฒ่าฉิน สถานการณ์เป็นยังไงบ้างครับ?"

"เสี่ยวเทา ฮ่าฮ่าฮ่า ข่าวดี ข่าวดีมากเลยล่ะ!" เสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของท่านผู้เฒ่าฉินดังผ่านมาตามสาย หยางเสี่ยวเทาก็รู้ทันทีว่าเรื่องนี้สำเร็จแล้ว

และเป็นไปตามคาด ท่านผู้เฒ่าฉินพูดต่อว่า "เฟอีซาลเพิ่งโทรมาบอกว่า หลังจากที่พวกเขาหารือกันแล้ว พวกเขาตกลงตามคำแนะนำของพวกเรา"

"ตัดสินใจจะมอบทุนให้พวกเราช่วยวิจัยเครื่องบินรบรุ่นใหม่ขึ้นมาให้ครับ"

"ดีมาก! ในที่สุดเจ้าหมอนี่ก็ตัดสินใจได้เสียที ไม่เสียแรงที่ผมอุตส่าห์คุยกับเขามาทั้งวัน"

หยางเสี่ยวเทาหัวเราะออกมา หลี่หงเฟิงและอู๋เจ๋อที่อยู่ในห้องต่างก็ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าตื่นเต้น

"แล้วพวกเขาว่ายังไงบ้างครับ?" หยางเสี่ยวเทาเอ่ยถามด้วยความสนใจ ท่านผู้เฒ่าฉินจึงเล่ารายละเอียดให้ฟังคร่าวๆ

"เฟอีซาลบอกว่า พวกเขาพร้อมจะออกทุนให้ช่วยวิจัย แต่เครื่องบินที่วิจัยออกมานั้น แม้จะเก่งไม่เท่าไป๋จวี แต่ก็ต้องไม่แย่จนเกินไปนะ"

"คำว่าไม่แย่จนเกินไปเนี่ย หมายความว่ายังไงครับ?"

"เรื่องนี้ฝ่ายนั้นยังไม่มีมาตรฐานที่ชัดเจน บอกมาแค่คร่าวๆ ว่า อย่างน้อยที่สุดก็ต้องดีกว่าเครื่องบินทั่วไป"

"อ้อ เขาบอกว่าต้องดีกว่า มิก-23 ของสหภาพครับ ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องวิจัย สู้ไปซื้อ มิก-23 มาใช้เลยไม่ดีกว่าเหรอ"

เมื่อท่านผู้เฒ่าฉินพูดจบ หยางเสี่ยวเทาก็หัวเราะเย็นเยียบ "ถ้าอย่างนั้นก็ให้พวกเขาไปซื้อสิครับ แล้วรอดูว่าถ้าซื้อมาแล้ว สหรัฐฯ จะมาตามเช็กบิลกับพวกเขาหรือเปล่า"

ท่านผู้เฒ่าฉินหัวเราะตาม แต่ก็ยังเสริมว่า "ในเมื่อฝ่ายนั้นเสนอมาตรฐานมาแบบนี้ พวกเราก็ควรจะยึดตามนั้นล่ะนะ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมควักเงินจ่ายให้เราอย่างเต็มใจหรอก"

"ผมลองให้คนไปสืบข้อมูลของ มิก-23 มาแล้ว นี่คือเครื่องบินรบรุ่นใหม่ที่สหภาพเพิ่งเปิดตัวมาไม่นาน"

"ข้อมูลอย่างเป็นทางการระบุว่าเป็นเครื่องบินรบความเร็วเหนือเสียงแบบปีกลู่ปรับระดับได้ แต่เครื่องบินรุ่นนี้มีเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว ความเร็วสูงสุดจึงอยู่ที่ 2.3 มัค และเพดานบินสูงสุดไม่ถึงสองหมื่นเมตร ผมดูแล้วก็น่าจะพอๆ กับ เอฟ-4 ของสหรัฐฯ นั่นแหละ"

"ถ้าเทียบกับเจียน-8 ของเรา แค่พยายามเพิ่มอีกนิด การจะแซงหน้าก็ไม่ใช่เรื่องยากเลย"

ท่านผู้เฒ่าฉินพูดออกมาอย่างสบายๆ แต่หยางเสี่ยวเทาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายไปเอาความมั่นใจมาจากไหน

เพราะต้องอย่าลืมว่า เจียน-8 ก็พัฒนาต่อยอดมาจากเจียน-7 ซึ่งเจียน-7 ก็คือ มิก-21 ดังนั้นถ้าพูดตามจริง เจียน-8 ก็อยู่ในระดับเดียวกับ มิก-23 ของอีกฝ่ายนั่นแหละ

ยิ่งไปกว่านั้น เจียน-8 ในตอนนี้ยังเป็นแค่โปรเจกต์ที่ยังไม่สมบูรณ์เสียด้วยซ้ำ

แถมหยางเสี่ยวเทาเองก็พอจะรู้จัก มิก-23 อยู่บ้าง เครื่องบินรุ่นนี้ถ้าพูดกันตามตรง มันเน้นไปที่การรบในระดับต่ำถึงปานกลางมากกว่า

ในความสูงระดับนั้น แม้แต่ไป๋จวีเองก็อาจจะไม่ได้เปรียบเสมอไป

แน่นอนว่าหยางเสี่ยวเทาคงไม่เอาข้อด้อยของตัวเองไปเทียบกับข้อดีของคนอื่นหรอก

"ตกลงครับ เรื่องนี้เอาไว้พวกเราค่อยมาหารือรายละเอียดกันอีกที"

"ได้เลย!" ท่านผู้เฒ่าฉินรับคำทันที ก่อนจะลดเสียงลงกระซิบว่า "เสี่ยวเทา เรื่องการออกแบบและวิจัยเครื่องบินครั้งนี้เนี่ย ทางกรมพลาธิการของพวกเราก็มีบุคลากรอยู่นะ"

"ทางฝั่งคุณต้องการคนช่วยบ้างไหมล่ะ?"

หยางเสี่ยวเทาฟังแล้วก็เข้าใจความหมายแฝงทันที แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ

เค้กก้อนนี้มันใหญ่เกินไป หากจะกินคนเดียวก็อาจจะถูกคนอื่นอิจฉาได้

"นั่นดีมากเลยครับ ยิ่งคนเยอะพลังก็ยิ่งเยอะ ไม่แน่อาจจะสร้างเสร็จเร็วขึ้นก็ได้นะครับ"

เมื่อเห็นหยางเสี่ยวเทาตกลง เสียงของท่านผู้เฒ่าฉินก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสียงหัวเราะดังลอดออกมาจากโทรศัพท์จนคนในห้องทำงานได้ยินกันทั่ว

"คุณวางใจได้เลย คนที่ผมส่งไปเนี่ย เรียกใช้งานได้เต็มที่เลยนะ ถ้าใครกล้าดื้อกับคุณบอกผมได้เลย เดี๋ยวผมจะไปจัดการสั่งสอนให้เอง!"

"ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ครับ"

"ตกลงๆ" ท่านผู้เฒ่าฉินดีใจมาก "ครั้งนี้พวกเราต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อเอาเงินจากทะเลทรายมาให้ได้"

"อ้อ จริงด้วย เขามีข้อเรียกร้องมาอย่างหนึ่ง"

ท่านผู้เฒ่าฉินพูดต่อ "ครั้งนี้เขาจะจัดส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคบางส่วนมาเข้าร่วมการเรียนรู้ด้วย ทางฝั่งคุณ..."

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 2430 - คุณจ่ายเงิน ผมลงแรง

คัดลอกลิงก์แล้ว