เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

64. ศัตรู? พันธมิตร?

64. ศัตรู? พันธมิตร?

64. ศัตรู? พันธมิตร?


64. ศัตรู? พันธมิตร?

ลมร้อนที่พัดเข้ามานี่มันเข้ากับธีมทะเลทรายจริงๆ.

เมเทโอคอร์และไอซ์เบริก์ก็ไม่ได้มีคูลดาวอีกต่อไป.

พื้นของดันเจี้ยนต่างก็ถูกปกคลุมด้วยเปลวไฟ.

หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกผิดหวัง มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อผมใช้สกิลทั้งสองพร้อมกัน.

เมื่อสกิลทั้งสองปะทะกันมันกลายเป็นการยกเลิกผลของสกิลไป.

มันไม่มีการสร้างความเสียหายใดๆ.

แต่นั่นยังไม่สำคัญ.

ตราบใดที่ผมยังใช้สกิลหนึ่งในสองนี้ซ้ำๆอย่าต่อเนื่อง มอนเตอร์ทุกตัวก็จะถูกจัดการโดยไม่เหลือร่องรอยใดๆ.

เวลาที่ผมเครียร์ดันเจี้ยนก่อนหน้านี้ก็เร็วมากแล้ว แต่ตอนนี้มันเร็วจนครั้งก่อนๆไม่อาจเทียบได้.

เวลาที่ผมเครียร์ดันเจี้ยนเสร็จนั้นก็เป็นเวลาเดียวกับที่ผมวิ่งจนสุดดันเจี้ยนพอดี.

ความเร็วนี้แม้ว่าจะมีปาร์ตี้สัก 10 ทีมก็ไม่อาจเทียบได้กับผม.

ผมชอบความเร็วที่เพิ่มขึ้นนี้ แต่มันก็ทำให้ผมกังวลว่าสมาคมจะกลับมาอีกครั้ง.

มันไม่มีเวลาบอกว่าพวกเขาจะมาตรวจสอบตอนไหนกับปาร์ตี้นี้.

วิธีที่ผมใช้แก้ปัญหาคือ ผมคิดว่าจะซื้อIDจำนวนมาก.

ผมแบ่งแต่ละIDตามระดับโดยแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม.

ทุกครั้งที่ผมเข้าดันเจี้ยนผมจะสลับวนกันไปใน 4 กลุ่มนี้.

ด้วยวิธีนี้พวกเขาจะไม่สงสัยโดยดูจากข้อมูลเพียงอย่างเดียว.

‘ฉันเดาว่าฉันต้องเรียนมาอย่างลำบากถึงได้สร้างโครงร่างที่ยอดเยี่ยมอย่างนี้.’

2 วันก่อน.

ผมไปที่ดันเจี้ยน เลเวล 13 เพื่อพบกับจุงโฮ.

นี่เป็นสถานที่ที่ผมได้พบเขาเป็นครั้งแรก.

พอร์ทัลที่เกิดจาการที่ดันเจี้ยเลเวล 13  สมบัติที่เข้ามาเติมเต็มให้กับเหล่าอเวค

(จากนี้จะเรียกเหตุการณ์พอร์ทัลระเบิดเป็นดันเจี้ยนแตกแต่ยังคงคำว่าพอร์ทัลไว้เพราะว่ามันเป็นประตูเชื่อมดันเจี้ยนจากโลกภายนอก).

จากนั้นก็ขอยืมรถจุงโฮมาและใช้เวลากว่า 30 นาทีจากร้านอาหารมาที่นี่

ก่อนหน้านี้เส้นทางพวกนี้เต็มไปด้วยป่า.

อย่างไรก็ตามตอนนี้มันเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านค้ามากมาย.

มันมีที่จอดรถและพวกเขาก็มีที่จอดแบ่งเป็นโซนให้กับพวกที่เขาประตูวาร์ป.

“ว้าว มันเคยเป็นแค่เส้นทางที่เต็มไปด้วยต้มไม้แท้ๆ...ตอนนี้มันได้พัฒนามาขนาดนี้แล้ว.”

พื้นที่โดยรอบเปลี่ยนไปจนแม้กระทั่งผมก็แทบจะจำไม่ได้อีกแล้ว.

จุงโฮและปาร์ตี้ของเขากำลังเดินออกมาหลังจากที่เครียร์ดันเจี้ยนแล้ว.

รวมจุงโฮเข้าไปด้วยปาร์ตี้นี้มี 6 คน.

จากพวกเขาทั้งหมด มันก็ไม่อาจไม่สังเกตเห็นจุงโฮได้เนื่องจากอาวุธและชุดเกราะของเขานั้นเหมือนกับเล็บของสัตว์.

มือแต่ละข้างถือบันวอนจินชอย(*) พร้อมทั้งยังสวมกันเล็ตลิซาร์ดแมน(*)ที่ส่องแสงสีเขียวมรกต

(*อันเก่าเป็นบันชอยจินวอน

*Lizardman’s Gauntlet อันเก่าน่าจะเป็นถุงมือลิซาร์ดแมนแต่ตอนนี้จะเรียกทับศัพท์ไปเลย.)

อ่า กันเล็ตนั่นเป็นของขวัญให้กับเขาที่เขาช่วยขายถุงมืออื่นๆของผมในสัปดาห์ที่แล้ว.

ตอนนี้ผมได้กันเล็ตที่มีการต้านทานเวทย์ 20% แล้ว.

นั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไม ผมถึงให้กันเล็ตที่กันเวทย์ได้ถึง 18% ที่ผมใส่ก่อนหน้านี้ให้กับเขา.

จริงๆแล้วด้วยนิสัยของเขามันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะใส่มันถ้าผมไม่บอกกับเขาว่าผม"ให้ยืม".

มองจากข้างนอกเขาดูเหมือนกับตัวแท้งค์ที่วิ่งนำหน้าคนอื่นในดันเจี้ยนเฉินและให้คนในปาร์ตี้เลเวลอัพ.

ผมโทนหาจุงโฮผู้ซึ่งกำลังยุ่งอยู่กับการขายของที่ได้มาจากการลงดันเจี้ยน.

“ฮยอง!”

“ไง! ไอ้น้อง.”

“เกราะที่คุณใส่นี่ก็ไม่ได้แตกต่างจากเสื้อผ้าที่คุณใส่ตามปกติ.”

“นายยังกล้าหัวเราะอยู่ได้แม้ว่านายจะพูดอย่างนี้?”

“ผมไม่คิดว่าผมต้องร้องไห้นะ คุณจะมากินมื้อเย็นทั้งๆที่สวมอย่างนี้หรือเปล่า?”

“แค่ไม่หัวเราะก็ขอบคุณมากแล้ว.”

ผมไปหาจุงโฮและทักทายสมาชิกของเขา.

“สวัดดีผมเป็นน้องจุงโฮ.”

“ยินดีที่รู้จัก.”

“ฉันได้ยินหลายอย่างเกี่ยวกับเธอมากเลย ฉัน ฮีพาร์ค.”

ในขณะที่ผมกำลังทักทายอยู่ ผมก็เห็นชายที่คุ้นหน้า.

เขาดูอายุ 40 กลางๆ.

เขามองมาที่ผมพร้อมกับรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าของเขา.

ชายคนนี้ดูเหมือนว่าจะแก่กว่าที่จะเข้าดันเจี้ยนเลเวล 13.

คนส่วนใหญ่จะเป็นอเวคก่อนที่พวกเขาจะอายุ 20 ปี.

คนที่อายุ 20 ส่วนใหญ่มารวมกันที่นี่จนถึงอายุ 20 กลางๆเลย.

‘งั้นเขาก็อเวคช้าสินะ?’

มันก็มีหลายกรณี อย่างฮยองที่ทำงานด้านบริหารนั้นก็เป็นอเวคช้ากว่าคนอื่น.

นี่มันไม่ได้เกี่ยวกับตอนที่เขาเป็นอเวค หรือว่าเพราะอัตลักษณ์ของเขาหรอกนะ.

มันเป็นเพราะว่าผมรู้สึกว่าผมเคยเห็นเขาจากที่ไหนมาก่อน.

‘ฉันเคยเห็นเขาที่ไหน….?’

จุงโฮได้แบ่งของเสร็จแล้วและพร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว.

บอกลาและออกมาจากกลุ่ม.

‘ไซเรน’

ผมไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นผมจึงใช้เวทย์มนต์ที่ทำให้คนอื่นไม่ได้ยินเรา.

“ฮยอง ชายที่ดูอายุ 40 นั่นเป็นใคร?”

“อ๋อ เขาคือคนที่มาเข้าดันเจี้ยนด้วยกันกว่าสัปดาห์นึงแล้ว ทำไม?”

“ผมรู้สึกว่าผมเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน…”

“เขาบอกว่าเขาเคยทำงานให้กับสมาคม นายแน่ใจหร่อเปล่าว่านายไม่ได้จำผิดกับคนที่มีท่าทางอย่างนั้น?”

“ไม่! ผมรู้จักแน่ๆ ผมแน่ใจ.”

“ไม่มีทาง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้จักนาย.”

“…..”

เดี๋ยว โฮจิน?

นั่นคือชื่อและใบหน้าของเขาที่ผมนึกออก.

หัวหน้าแผนกของหน่วยควบคุมอเวคพิเศษ คิมโฮจิน.

ผมมั่นใจมาก.

เขาเป็นหนึ่งในคนที่มาจากสมาคมและยังเป็นหัวหน้าที่มารอผมหน้าดันเจี้ยนนั่น.

ไม่ เขาพยายามที่จะจับผม.

‘มันอะไรกัน พวกเขาซ่อนอยู่แถวนี้งั้นหรอ?’

หัวของผมเต็มไปด้วยความคิดที่อาจจะเป็นไปได้เต็มไปหมด.

สมาชิกของสมาคมมาเข้าดันเจี้ยน.

และเนื่องจากเขาสามารถเข้าออกดันเจี้ยนได้ แสดงว่าเขาเป็นหนึ่งในอเวค.

‘อ่า อเวคที่ทำงานให้กับสมาคมงั้นหรอ? นั่นอาจจะเป็นสิ่งที่คุณแม่มักคุยโม้เกี่ยวกับเรื่องของลูกชายเธอ.’

มันเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้.

“คุณบอกว่าเขาเคยทำงานที่สมาคม?”

“ใช่ เขาไม่ได้บอกละเอียดนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เขาบอกว่าเขาลาออกเพราะว่าเขาทะเลาะกับเจ้านาย.”

“ฮยอง จำได้ไหมว่าคุณได้บอกกับว่าผมคุณไม่อาจเข้าดันเจี้ยนได้เป็นบางครั้งและยังต้องไปแสดงตัวที่สมาคมอีก?”

“ใช่ นั่นก็เพราะ iD ปลอมของนางถูกระงับใช่ไหม?”

“ใช่ คนที่รับผิดชอบนั้นก็คือคิมโฮจิน.”

“ห๊ะ?”

“ผมไม่แน่ใจว่าทำไมเขาอยู่ที่นี่ อาจเป็นไปได้ว่าเขาเข้ามาหาคุณเพราะว่าคุณมีความสัมพันธุ์กับผมหรือมันเป็นเรื่องบังเอิญขณะที่เขาพยายามจะใช้ชีวิตอย่างที่พวกอเวคทำหลังจากที่ลาออกมาจากสมาคม.”

“ห๊ะ นั่นก็เป็นเรื่องที่จริงจัง แล้วมันจะเกิดอะไรขึ้น?”

“ผมคิดว่าเขาจะจำหน้าของผมได้เหมือนกัน.”

“แน่นอน เพียงแค่หาเลขIDของนาย หน้าของนายก็จะปรากฏขึ้นมา.”

“ใช่ แต่ก่อนหน้านั้นผมแอบอยู่ ดังนั้นจึงไม่มีทางที่เขาจะจำผมได้ ผมคิดว่าผมอาจจะกลัวไปเองว่าเขาจำผมได้.”

“งั้นเราควรจะทำอย่างไรดี? เปลี่ยนปาร์ตี้ใหม่?”

“ไม่ต้อง หากว่าเขาลาออกจากสมาคมแล้ว เขาก็ไม่ควรจะทำอะไรผม แต่ถ้าเขาไม่ได้ทำอย่างนั้น การทำแบบนี้มีแต่จะทำให้เขาสงสัยมากขึ้น เพียงแค่เข้าดันเจี้ยนตามปกติอย่างที่คุณทำ.”

“หลังจากนั้นหล่ะ?”

“ก็แค่ล่าตามปกติ คุณทำได้นิ.”

“ห๊ะ?”

“จนกว่าเราจะรู้ตัวจริงของเขา แค่ทำตามที่คุณเคยทำเป็นประจำ.”

“นายจะรู้ได้อย่างไร? นายเปิดเผยเขาได้งั้นรึ?”

“ผมสามารถใช้สเตลท์ได้ แม้ว่ามันจะทำให้การล่าของผมช้าลงแต่ผมก็จะยังหามันเจอ.”

“เอาหล่ะ สำหรับตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว โชคชะตาเป็นอะไรที่แน่จริงๆ.”

“ถ้าเขาออกจากสมาคมจริงๆ…..”

****

(รูทนี้ย้อนกลับมาในห้องประชุมที่คิมโฮจินถูกไล่จากตอนก่อนๆ)

หลังจากที่ออกมาจากห้องประชุม คิมโฮจิตก็สถบคำหยาบทุกอย่างออกมาและมุ่งหน้าไปยังสำนักงานของเขา.

มีการเกิดคอรัปชั่นกับหัวหน้าเขาต่อหน้าต่อตาเขา.

เขายืนอยู่ตรงนั้นและดูประธานาธิบดีนำประเทศไปสู่เส้นทางพินาศ.

คนที่ทำงานกับเขาจ้องมาที่โฮจิน.

อย่างไรก็ตามเขาเก็บข้าวของของเขาอย่างเงียบๆ.

“โลภกับภาษีของประเทศ แต่ถ้าคุณมัวแต่ยุ่งกับเรื่องของตัวเอง ประเทศชาตินี้จะดำเนินต่อไปได้อย่างไร!”

27ปีก่อน เขาได้กลายมาเป็นอเวคเหมือนกับมินชอย.

อย่างไรก็ตาม แทนที่เขาจะมีชีวิตอย่างสะดวกสบาย เขาตัดสินใจที่จะเข้ามาอยู่ในสมาคม.

นี่เป็นเวลาที่ก่อนที่ฝ่ายหัวรุนแรงจะแสดงออกมาและเวลานี้ก็เป็นเวลาที่ช่วยกันฟื้นฟูที่ดันเจี้ยนระเบิดออกมาทั่วทุกจุด.

คุณสามารถพูดได้ว่า ในที่สุดมนุษยชาติก็ยังคงต้องการสันติภาพหลังจากเหตุการณ์โจมตีของมอนเตอร์หยุดชั่วคราว.

อีกด้านแม้ว่าเขาจะได้เหรียญตรา เหล่าอเสคก็เริ่มก่อปัญหาไปทั่วจนเกินกว่าที่พวกเขาจะจัดการกับพวกมันได้.

มันเป็นเพราะไม่มีกฏหมายกำหนดไว้เฉพาะกับเหล่าอเวค รวมถึงข้อบังคับต่างๆจากกฏหมาย.

นี่คือสาเหตุที่เขาต้องมาเข้าร่วมกับสมาคม.

มันไม่ได้ใช้เวลานานก่อนที่เขาจะเก็บของเสร็จ มันราวกับเป็นการยืนยันว่า 20 ปีที่ผ่านมาของเขานั้นไม่มีค่าอะไรเลย.

ครึ่งนึงของชีวิตของเขาถูกใช้ไปกับสมาคม.

แต่เขาก็ทิ้งชื่อเสียงของเขาอย่างไม่ลังเล.

สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือต้องแข็งแกร่งโดยเร็ว.

มันสายเกินไป เกิดกว่าที่เขาจะแข็งแกร่งได้และพอสู้กับพวกหัวรุนแรง.

แต่เขาก็ไม่อาจยืนอยู่เฉยๆได้.

เขาไม่อาจทนมองประเทศและมนุษยชาติของเขาล่มจมอย่างช้าๆจากวงนอก.

ก่อนที่เขาจะออกไปล่าในดันเจี้ยนวันแรก ความคิดมากมายเป็นร้อยๆอย่างก็เข้ามาอีกครั้ง.

เล่าถึงเรื่องราวของจระเข้ที่อยู่ในบึงกับสื่อ.

เขาต้องการบอกความจริง.

ให้ทั่วทั้งโลกรู้.

แต่สำหรับคนที่อยู่ในสมาคมกว่า 20 ปี ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้ถึงงานที่สกปรกทั้งหมดที่พวกเขาทำอยู่เบื้องหลัง.

เขารู้ว่าอะไรก็ตามที่เขาอ้างอิงโดยไม่ระวัง เขาจะถูกกำจัดทันทีแม้ว่าจะเป็นเรื่องนิดๆก็ตาม.

ถ้าเขาเป็นคนเดียวที่ได้รับเคราะห์มันก็ไม่เป็นไร.

หากเป็นเช่นนั้นเขาก็จะยอมรับถึงผลที่ตามมา.

อย่างไรก็ตามเมื่อคิดถึงภรรยาและลูกสาวของเขา เขาไม่อาจทำตัวอย่างนั้นได้.

“ฉันก็แค่พวกหลักลอยที่กำลังมองหาจุดหมายในชีวิต...ฉันนี่มันน่าสมเพชจริงๆ…..”

และหลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ก็ผ่านไปพร้อมกับการล่าในดันเจี้ยน.

ในระหว่างที่ทำงานให้กับสมาคม เขาก็เพิ่มเลเวลมาถึง 85 แล้ว.

สำหรับคนที่เป็นอเวคมากกว่า 27 ปี ตัวเขาถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำมาก.

เขากำลังล่าในดันเจี้ยนเฉินเลเวล 13 ที่เหมาะสมกับเลเวลของเขากับปาร์ตี้.

การล่าในดันเจี้ยนกำลังจะเสร็จสิ้นและสิ่งนั้นก็เกิดขึ้น.

“ฮยอง!”

“ไง!. ไอ้น้อง.”

เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง.

นั่นคือคิมมินชอย.

บุคคลที่เป็นอเวคเมื่อสองเดือนก่อนและคนที่เข้าดันเจี้ยนที่ยากลำบากเพื่ออัพเลเวลของเขา ตัวตนเช่นนี้ปรากฏต่อหน้าของเขา.

ดูเหมือนว่าเขาจะสนิทกับจุงโฮคนที่ชวนเขา(โฮจิน)เข้าปาร์ตี้ครั้งแรกด้วยกัน.

เขาไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากยิ้ม.

‘คนที่มีความสามารถแบบนั้น....เขาอาจจะเปลี่ยนแปลงโลกได้.’

แน่นอนว่าตัวเขาเองก็ไม่รู้เกี่ยวกับเด็กหนุ่มนั่นมากนัก.

เขาอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของพวกหัวรุนแรง.

แต่มันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นความหวังเดียวที่เหลืออยู่ของเขาที่เขาพอจะเดิมพันได้.

‘เธอเป็นใครกันแน่ คิมมินชอย.’

****

‘แมสสเตลท์จูซึ

’ (Mass Stealth Jutsu=พรางตัวกลางฝูงชนหรืออาจจะแค่สั้นๆ สเตลท์)

หยุดการเข้าดันเจี้ยนตามปกติของผม ผมเริ่มสอดแนมคิมโฮจิน.

ผมรู้แล้วว่าเขาอยู่ที่ไหน โดยการกลับไปที่ดันเจี้ยนเลเวล 13 และติดตามเขา.

ถ้าผมใช้ไซเรนและสเตลท์ผมก็น่าจะได้ข้อมูลที่ผมต้องการโดยที่ไม่ต้องถูกเจอตัว.

“ทางเข้าออนเซ็นผู้หญิงอยู่ที่ไหน...ล้อเล่นน่า ผมคิดว่ามันเป็นชั้น 3 ของอพาร์ทเม้นนี้.”

-ชิ

ในที่สุดผมก็จับเขาได้ เขากำลังจะออกไปทำงาน.

ผมเฝ้ามองเขาอยู่พักหนึ่ง แต่ถ้าตอนนี้เขาเดินไปที่สมาคมเลยนั่นหมายความว่าเขาเข้าหาจึงโฮอย่างมีเป้าหมาย.

ขณะที่เขากำลังสวมรองเท้า ภรรยาของเขาก็พูด.

“นี่ คุณแก่แล้วนะ คุณควรจะพักผ่อนอยู่ที่บ้าน.”

“ผมกระสับกระส่ายนิดหน่อย คุณก็รู้.”

“แม้ว่าหลังจากแต่งานแล้ว ฉันก็ไม่เห็นว่าคุณจะอยู่บ้านแม้แต่ครั้งเดียว ดูแลตัวเองด้วย สัญญาแล้วนะว่าคุณจะอยู่ที่นี่น้อยๆก็ในวันหยุดสุดสัปดาห์นี้! จียอน ลูกต้องบอกลาป๊ะป๋าด้วย ถูกไม๊?”

“บายค่ะ ป๊ะป๋า.”

“ฮ่าฮ่า แน่นอนพ่อจะออกไปข้างนอกแล้วนะลูกรัก.”

‘ฮืม...เขาออกจากสมาคมแล้วจริงๆหรอ?’

เหตุผลที่ผมสนใจเขาก็เพราะข้อมูลที่เขามี

.

จุงโฮมีความรู้มากมายเกี่ยวกับมอนเตอร์และการไอเทมที่ดรอปลงมา.

คิมโฮจินไม่เหมือนกับเขา เขาอยู่ที่สมาคมเป็นเวลานาน.

ถ้าผมสามารถได้รับข้อมูลเกี่ยวกับพวกหัวรุนแรงและรัฐบาล มันก็เหมือนกับได้รับหน่วยสนับสนุนนับพันคน.

นั่นเป็นเหตุผลที่ดีที่เราควรเฝ้าระวังเขาให้นานขึ้นกว่านี้อีกนิด.

‘คิมโฮจินคุณเป็นใคร?’

จบบทที่ 64. ศัตรู? พันธมิตร?

คัดลอกลิงก์แล้ว