เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

60. เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การระเบิดของพอร์ทัล. (2)

60. เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การระเบิดของพอร์ทัล. (2)

60. เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การระเบิดของพอร์ทัล. (2)


60. เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การระเบิดของพอร์ทัล. (2)

ต้องขอบคุณเหตุการณ์ระเบิดของพอร์ทัลเลเวล 29 ทั้งสมาคมจึงอยู่ในช่วงโกลาหล

มันต้องใช้เวลาอีกนานก่อนที่ตัวแทนรัฐบาลจะมาถึงที่นี่เช่นกัน.

ก่อนที่ตัวแทนจะมาถึงพวกเขาต้องหาสาเหตุของการระเบิดและวิธีจัดการ

ไฟเริ่มที่จะลนก้น

เนื่องจากประธานสมาคมได้ยกระดับชื่อเสียงของเขามากขึ้นเรื่อยๆ

“มีบางอย่างที่คุณสงสัยไหม? มันคือ?”

“นั่น..คุณเคยได้ยินสิ่งที่เรียกว่า Portal Erasure Test ไหม?”

“นั่นไม่ใช่การทดลองที่ล้มเหลวหรอกหรอ?”

ในวันที่พอร์ทัลปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อ 3 ปีก่อน หลังจากที่อเวคคนแรกปรากฏตัว

ในขณะที่กำลังพยายามจะหาวิธีที่จะกำจัดพอร์ทัลที่ค่อยๆเพิ่มเลเวลขึ้นทุกๆปี นี่มันอาจจะเป็นบททดสอบก็เป็นไปได้

มันมีอเวคจำนวนมากที่รวบรวมมานาและส่งเข้าไปยังพอร์ทัล.

ด้วยมานาที่ควบแน่นของพวกเขา มันอาจจะทำให้พลังของพอร์ทัลเพิ่มขึ้นแทน

(TL:จากที่คิดว่าดันเจี้ยนจะหายไปกลายเป็นว่ามันระเบิดและมีมอนเตอ์ออกมานอกดันเจี้ยนแทนและมันยังแข็งแกร่งกว่าที่อยู่ด้านในดันเจี้ยนอีก)

“ใช่ ขณะที่กำลังพยายามทำลายพอร์ทัล มันก็เป็นการเร่งให้มันระเบิดออกมาแทน การทดสอบนี้จึงล้มเหลว.”

“อะไร เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับสถานการณ์ในปัจจุบันของเรา?”

“นี่คือสิ่งที่ฉันได้ยินจากผู้รอดชีวิตจากการทดลองนั้น เนื่องจากความล้มเหลวของการทดสอบ พอร์ทัลจึงระเบิดและทำให้มอนเตอร์ออกมา จากที่คาดการณ์เอาไว้และมันมีผลกระทบขนาดใหญ่ที่สูงมาก.”

“… งั้นนี่ก็ตรงกับที่ยูนจองซันรายงานมา?”

“ใช่ ถูกต้อง อย่างไรก็ตามหลังจากที่การทดสอบล้มเหลว และได้มีการกำจัดข้อมูลเหล่านี้ออกไปจนหมด ดังนั้นมันจึงไม่มีรายละเอียดอะไรที่เพียงพอจะสันนิษฐานได้ นี่เป็นเพียงการบอกเล่าจากพยานเพียงอย่างเดียว.”

“หืม…”

เมื่อได้ยินอย่างนั้น หัวหน้าแผนกสมาคม ผู้เป็นประธานได้ลูบคางพร้อมกับการแสดงออกที่จริงจังบนใบหน้า.

ถ้าสิ่งนี้ การระเบิดประสบผลสำเร็จ เนื่องจากมีคนที่มีเจตนาที่มุ่งร้าย สถาการณ์นี้ก็จะอยู่นอกเหนือการควบคุม.

คิดอยู่ชั่วครู่  เขาก็เปิดปากพูดอีกครั้ง

“ทุกท่าน ฟังทางนี้ สิ่งที่หัวหน้าการวิจัยพูด ไม่นับเป็นการพูดอะไรได้ เจ้าหน้าที่รัฐจะมาในไม่ช้า ไม่นานเราจะรู้เรื่องเหล่านี้ได้.”

“….”

ตอนนั้นเองคิมโฮจินจากหน่วยควบคุมพิเศษอเวคก็ได้ลุกขึ้นยืน.

ถึงแม้ว่าคนอื่นๆกำลังยุ่งอยู่กับการนวดคอตัวเองและพยายามที่จะเอาความดีความชอบจากประธานเป็นให้ตัวเอง เขาก็ยืนขึ้น

คิมโฮจินพูดตรงๆ.

“เหตุผลของมันมีสำคัญอะไร? ในสถานการณ์นี้มันเลวร้ายตลอดเวลา.”

ด้วยประโยคเดียวของเขา เขาก็ดึงความสนใจจากผู้คน.

เขาได้ถามคำถามที่เป็นข้อห้ามที่ไม่มีใครอยากถาม.

สังเกตจากท่าทีของประธานที่กำลังโกรธ พวกเขาก็เงียบ

“อ่า หัวหน้าแผนกคิมโฮจิน นี่เป็นคำถามที่ดี.”

“….”

“สมมุติว่าพอร์ทัลถูกระเบิดขึ้นอย่างจงใจ คุณคิดว่าใครอยู่เบื้องหลัง?”

“ดีมันต้องอย่างนั้น…”

“มันไม่เหมือนกับพวกอันพาลทั่วๆไปและรวบรวมมานาของพวกเขาใส่เข้าไปยังพอร์ทัล! สถานการณ์เช่นนี้มันไม่ได้ทำให้เกิดเรื่องที่ใหญ่กว่าที่เคยเป็นและแค่หาข้อแก้ตัวที่เหมาะสม! หากคุณไม่อาจหาข้อแก้ตัวที่เหมาะสมใดๆ เพียงแค่ทำอย่างเดียว! ทุกคนเข้าใจไหม? แค่ปกปิดและพูดออกไปว่าเรามีทีมพิเศษสำหรับการสอบสวนเรื่องนี้!”

“ครับ.”

“ครับ ประธาน.”

หลังจากที่พูดจบ ชอยมันโซก็กระทืบเท้าของเขาเดินออกจากห้อง.

กลุ่มหัวรุนแรง ทุกคนมีความคิดแบบเดียวกัน.

แต่ทุกคนที่อยู่ในกลุ่มหัวรุนแรงเป็นอเวคทุกคน

หากจะโทษ ก็สามารถโทษสมาคมก็ได้ เนื่องจากมันอยู่ในอำนาจของพวกเขา.

นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขาพยายามที่จะปกปิดของการระเบิดของพอร์ทัลแบบง่ายๆ.

เพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่พวกเขาควรจะเป็นคนทำ

หลังจากที่ประธานเดินออกไป คิมโฮจินก็อดไม่ได้ที่จะโกรธ

“แม่ง...แกก็แค่ชอบเอาความดีเข้าตัวเองเท่านั้น นายคิดเหมือนกันไหม?”

“55 ความเครียดทำให้นายพูดอย่างนี้ มันช่วยไม่ได้นะ”

คนที่เหลืออยู่ในห้องประชุมได้ทำตามคำสั่งและเริ่มอภิปรายเกี่ยวกับวิธีที่พอร์ทัลระเบิด

มันจะพูดให้ถูกต้องที่ว่า พวกเขากำลังสร้างเหตุผลเหมือนที่ผ่านๆมา

พวกเขาเพียงแค่สร้างข้ออ้างขึ้นและก็วนเวียนอยู่กับนักล่าของสมาคมที่พวกเขาถ่ายทอดสด

****

-ครึ่น.

“KWAAAAA!”

การ์กอยล์ที่อยู่ท่างกลางเกลียวคลึ่นที่โถมเข้ามา.

อย่างไรก็ตามเมจการ์กอยล์ที่อยู่ด้านหลังได้หยุดลง

เป็นเพราะพวกมันถูกแช่แข็งจากการโจมตีเวทย์น้ำแข็งของอเวคกว่า 100 คนที่ร่ายออกมา.

ปีกและร่างกายของพวกมันถูกแช่แข็ง แต่ละตัวก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

การโจมตีทางเวทย์นับไม่ถ้วนที่ปล่อยออกมาแม้กระทั่งจากตัวยูนจองซันก็ปล่อยออกมาในเวลานี้

การ์กอยล์ที่ถูกโจมตีได้ใช้การโจมตีกายภาพจนถึงจุดที่แผ่นดินถล่มทลาย

“โอร่าาาา!”

ยูนจองซันผู้ซึ่งมีเวทย์ชิลเพียงคนเดียวก็เริ่มร่านเวทย์ออกมา

และมีลูกแก้วเวทย์อยู่ในมือข้างหนึ่ง ขณะที่อีกข้างถือไม้เท้า

อักขระคาถาของเวทย์ของเขาได้ปรากฏออกมาและพุ่งไปด้านหน้าเพื่อแช่แข็งการ์กอยล์

“KU..KWUA.”

“KWUH!”

ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและกลายมาเป็นสีฟ้าในเวลาสั้นๆ.

มันเหมือนกับพายุฝน มีศรน้ำแข็งนำไม่ถ้วนพรุ่งไปหาพวกมัน

สกิลนี้ถูกเรียกว่า ‘Frozen Shower(โฟรเซ่นชาวเวอร์-อาบแท่งน้ำแข็ง)’.

มีการใช้มานาถึง 2500 หน่วย แต่เขาก็ยังคงร่ายเวทย์ด้วยมืออีกข้าง.

ที่มันเป็นไปได้ เพราะสเตตัสมานาของเขาและเกรียร์ที่เขาถืออยู่ในมือแต่ละข้าง

อาวุธทั้งสองเพิ่มสเตตัสมานาเป็นจำนวนมาก

ร่างกายของพวกมันเริ่มแข็งตัวและไม่อาจเคลื่อนไหวได้ในเวลาต่อมา พวกเขามันทำได้เพียงรับการโจมตีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

มันจำเป็นต้องถูกทุบด้วยค้อนหรือสิ่วเพื่อทำให้ร่างของการ์กอยล์แตกสลาย

เสียงกรีดร้องครั้งสุดท้ายของพวกมันดังจอแจ เนื่องจากมีมอนเตอร์มากมายมารวมกันที่นี่ จนกระทั่งมันเหมือนกับแนวประการังตลอดทั้งทาง

หากเจอมอนเตอร์การ์กอยล์เหล่านี้ได้ในชั้น 29 ตามปกติ อย่างน้อยพวกมันจะทำให้พวกเขาครึ่งนึงตายลง

เนื่องมอนเตอร์ระดับ A+ ต้องถูกร่ายเวทย์ถึงสองครั้ง พวกมันถึงจะตาย

อย่างไรก็ตามพวกมันต้องมีความต้านทานเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.5 เท่าของปกติ

พวกมันได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่มีเพียงไม่กี่ตัวที่เสียชีวิต

จากการตรวจสอบสภาพของมอนเตอร์ เขาพึมพำกับตัวเอง

“อย่างที่ฉันคิด พวกมันมีความแข็งแกร่งจำนวนมาก พวกมันไม่ใช่แค่มีขนาดใหญ่เพียงเท่านั้น.”

เขาเป็นยูนจองซันที่เคยเครีบร์ดันเจี้ยนเลเวล 29 มานับไม่ถ้วน

ขณะที่พวกเขาไม่หวังว่าต้องทำลายทั้งหมดในคราวเดียวกัน แต่พวกเขาต้องทำให้มันตายให้มากที่สุด.

อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ที่ได้มันดี

หลังจากที่ใช้มานาไปกว่า 5000 แล้วพวกมันก็ยังไม่ได้รับความเสียหายขนาดใหญ่

หลังจากที่เขาโจมตีเสร็จสิ้นแล้ว ฮีลเลอร์ที่อยู่ข้างๆเขาก็พูด

“นายพล การ์กอยล์ส่วนใหญ่ที่มาที่นี่เป็นเพียงแนวหน้า”

“คุณฟื้นฟูได้เท่าไร? สำหรับมานาของผม.”

“แม้ว่าพวกเราจะใช้มานาทั้งหมดของเราออกไปก็ฟื้นฟูมานาได้แค่ 2000 เท่านั้น”

“หืม..พวกเราไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะใช้ชิลด์ได้”

“เราควรทำอย่างไร?”

“ด้วยความเร็วนี้ ขณะที่เราถอยออกไป ที่แห่งนี้จะกลายเป็นแดนรกร้าง.”

“นั่น…”

“เราจะต้องยื้อไว้ก่อน กำลังเสริมจะมาถึงในเร็วๆนี้ พวกเราต้องยื้อไว้เท่านั้น.”

“ครับ ผมเข้าใจแล้ว.”

ยูนจองซันหันหน้าไปหาอเวคที่อยู่ด้านหลังของเขา.

“ดูเหมือนว่าจะเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก.”

การโจมตีทางด้านเวทย์มนต์ของอเวคมากกว่าร้อยคน

แม้ว่าจะมีการโจมตีจากแรงค์เกอร์อย่างยูนจองซัน พวกมอนเตอร์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะถอยกลับ

จิตวิญญาณต่อสู้ที่เผาไหม้อยู่ในดวงตาของเขา กลายเป็นความกลัวและสิ้นหวัง

“พวกเรา...พวกเรากำลังจะตายแล้วตอนนี้?”

“นี่มันบ้าไปแล้ว ถ้าฉันไม่ได้จับไม้สั้น...ใครจะรู้ว่ามอนเตอร์จากดันเจี้ยนเลเวล 29 จะแข็งแกร่งขนาดนี้.”

พวกเขาแต่ละคนพูดอย่างไม่เชื่อภายในใจ

ดันเจี้ยนเลเวล 29 สามารถเครียร์ได้โดยใช้อเวคไม่กี่คนที่ผ่านมา หรือที่พวกเขารู้จักและเรียกว่า แรงค์เกอร์

พวกเขาไม่อาจรู้ได้เลยว่ามอนเตอร์ที่พวกเขาเจอตอนนี้มีทั้งขนาดและความแข็งแกร่งที่มากยิ่งกว่าปกติของการ์กอยล์ทั่วๆไป.

พวกเขาทำได้เพียงหวาดกลัวเพียงอย่างเดียวกับพลังที่แท้จริงของเหล่ามอนเตอร์

จากการร่ายสกิลประเภท AOE(บริเวณกว้าง) มานาที่พวกอเวคใช้นั้นสูงมาก

แม้ว่าจะเป็นอเวคระดับสูงที่สูงกว่าทุกคนในกิลของเขา มันก็ยังยากที่จะร่ายมันออกมาได้ถึง 4 ครั้ง

ยูนจองซันแบ่งกลุ่มออกมาครึ่งหนึ่ง

เขาพูดกับด้านซ้ายก่อน

“ด้านนี้ ได้โปรดร่ายเวทย์ชิลด์ให้กับผม ใช้เวทย์ที่มีค่าร่ายน้อยที่สุด.”

“รับทราบ.”

“ครับ.”

“ด้านนี้ เมื่อเมจการ์กอยล์เริ่มหลุดจากการแช่แข็ง เราจะโจมตีด้วยเวทย์มนต์อีกครั้ง ใช้ทั้งระยะประชิดและระยะไกล เราต้องฆ่ามันให้ได้มากที่สุด ทุกคนใช้มานาเกือบทั้งหมดร่ายออกไป ได้โปรดรอผมร่ายเวทย์ชิลด์ก่อน.”

“ครับ.”

เพื่อให้แน่ใจว่ามานาจะถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพ.

เป้าหมายนี้คือการยื้อเอาไว้จนกว่านักเวทย์จากสมาคมจะมาถึง.

แม้ว่าตอนนี้เขาเริ่มให้คำสั่งกับผู้คน นักเวทย์จำนวนมากก็จะมาช่วย

ผู้ที่ไม่อาจเข้ามาร่วมด้วยได้ เนื่องจากสกิลอย่างวาป ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงโดยยานพาหนะ

ทันทีที่พวกเขาได้รับคำอธิบายเสร็จ กองหน้าการ์กอยล์ก็เริ่มเข้ามาจู่โจม

กรงเล็บของพวกมันฉีกชิลด์ออกได้อย่างง่ายๆ มันเกือบจะเป็นเรื่องน่าหัวเราะที่ชิลด์ถูกฉีกอย่างง่ายดาย

ถ้าเมจการ์กอยล์โจมตีเข้ามาในเวลานี้ด้วย ทั้งยูนจองซันและอเวคทั้งหมดจะถูกกวาดล้างทันที

“อ้ากก…. ไอ้พวกสารเลว.”

“KWUAAAA!”

เพื่อเพิ่มสถานการณ์แห่งหายนะให้มากขึ้น พวกเขาได้ใช้สกิลทั้งหมดของเขาและวิ่งออกไป เพื่อให้สกิลดึงดูดโครวคราวน์ใช้งานได้อย่างเต็มที่

ถ้าการดึงดูดของเขาหมดไป นั่นเท่ากับว่าพวกเขากลายเป็นเศษเนื้อ.

จากการเหลือมานาอีกครึ่งจาก2000 เขาจึงร่ายเวทย์ดึงดูดอีกครั้ง

ฮีลเลอร์ทั้งสองคนี่อยู่ข้างๆเขากำลังวุ่นอยู่กับการถ่ายโอนมานาทั้งหมดที่พวกเขามี เพื่อสร้างสถานการณ์ให้เอนเอียงมาฝั่งพวกเขา.

หลังจากที่มันผ่านไปประมาณ 10 นาที

จำนวนอเวคที่ด้านขวา ได้ทำลายเมจการ์กอยล์ลดลงเป็นจำนวนมากในเวลานี้

นั่นหมายความว่ามานาใหญ่ของพวกเขาถูกนำไปใช้ในจุดๆนี้

ในระดับนี้ การโจมตีระยะไกลในระยะยาวก็ไม่ได้ผลดีเสมอไป

ร่างกายของยูนจองซันเต็มไปด้วยเลือด.

ถ้าเขายังสามารถร่ายเวทย์ชิลด์ของเขาได้ เขาจะไม่ได้รับความเสียหายมากนัก

อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีมานาเหลืออยู่ เขาจึงสามารถโจมตีต่อไปได้

ลมหายใจเริ่มติดขัด

เขาไม่มีมานาเหลืออยู่แล้วในตอนนี้.

“ฮู่~… ฟู่~…..”

“นายพล! คุณควรจะหนีไปตอนนี้…”

“ผมสบายดี พวกคุณกำลังทำอะไร? เรายังมีมานาเพียงพอ ใช่ไหม?”

เพื่อเพิ่มขวัญและกำลังใจ เขาตะโกนและทำให้อเวคตอบสนองเพื่อให้พวกเขาร่ายเวทย์ของเขาต่อไป

มันเกิดขึ้นในแว่บเดียว! การ์กอยล์ที่ถูกแช่ก็กลายเป็นชิ้นๆ

“KWUAAAA!”

และจากนั้น….

ในท้องฟ้าที่มืดครึ้มของสุดกองกำลังมอนเตอร์ มีเสียงเพียงเสียงเดียวดังออกมาอย่างยินดี.

“โอ้เด็กน้อย ไอ้พวกลูกเจี๊ยบอย่างนี้นี่นะที่จะมาแบกภาระ.”

“ตาเฒ่านี่ยังแข็งแรงอยู่อีก.”

“นายพล!”

“หู่~…. ฟู่~, แกมาสาย?”

ในที่สุดสมาชิคทั้ง 40 คนจากสมาคมที่เป็นกำลังเสริมก็มาถึง.

ราวกับมันเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้าย เขาถอนหายใจและยินดีต้อนรับพวกเขา

จากอเวคทั้ง 40 คนมีเพียง สามคนที่เป็นผู้นำ.

พวกเขาเป็นนักเวทย์แรงค์เกอร์ที่อยู่ถัดจากยูนจองซัน.

“ปล่อยให้ชายชราคนนี้ดึงดูดต่อไปเอง คุณมีสถานที่ที่เหมาะสมที่คุณจะใช้มันหลังความตายไหม?”

“อ่า....5555!”

คนที่พูดตลกไร้สาระที่อยู่ข้างๆยูนจองซันเป็นชายวัย 40 ปี.

ยูนจองซันที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือดก็ยังคงหัวเราะด้วยความอารมณ์ดี

เมื่อมองคนที่มาใหม่ที่มีฮีลเลอร์ตามมาด้วย

มันเป็นเหมือนคำสั่งเงียบๆที่ให้คนที่บาดเจ็บออกจากสนามรบ

ฮีลเลอร์ทั้งสองก็พยักหน้าและขณะที่คอยช่วยประคองยูนจองซันก็เริ่มที่จะถอยกลับ

“ย่ามาด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้รับการดูแลที่เหมาะสม.”

“ซังโฮ ฉันนับถือแกเลย.”

พร้อมกับการพยักหน้า เขาก็ร่ายเวทย์ดึงดูดเหมือนกับที่ยูนจองซันร่ายมาก่อนหน้านี้

ในเวลาเดียวกันฮีลเลอร์ทั้งสองที่อยู่ข้างๆเขาก็ทำแบบเดียวกัน

“เมจการ์กอยล์.”

“ฉันจะดูแลพวกแกเอง.”

“ดี.”

“งั้นคุณเฮวอนอา คุณและผมจะดูแลพวกมันเอง.”

“ครับ เข้าใจแล้ว.”

“งั้นเราจะเริ่มได้หรือยัง?”

จบบทที่ 60. เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด การระเบิดของพอร์ทัล. (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว