เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

57. เพิ่มจังหวะในการเติบโต

57. เพิ่มจังหวะในการเติบโต

57. เพิ่มจังหวะในการเติบโต


57. เพิ่มจังหวะในการเติบโต

หลังจากที่คิมโฮจินและเพือนร่วมสมาคมของเขาออกไป ผมก็เข้ามาในดันเจี้ยนได้อย่างไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตามเมื่อผมพยายามที่จะเข้าไปในดันเจี้ยนใหม่โดยการใช้ใบอนุญาตเครื่องก็ตอบกลับมาว่า.

-ID ไม่ถูกต้อง-

‘ห๊ะ?’

ผมพยายามอีกครั้ง แต่ผลก็เหมือนเดิม

ID ถูกระงับ.

‘พวกเขาระงับ ID ในช่วงเวลาสั้นๆ?’

ผมได้คาดการณ์นี้เอาไว่ก่อนแล้ว.

เนื่องจากเจ้าของIDไม่มีอยู่จริงแล้วมันจะเข้ามาในดันเจี้ยนเลเวล 28 ได้อย่างไร

เห็นได้อย่างชัดเจนจากกรณีที่ ID ถูกระงับ

พวกเขายังเปลี่ยนเครื่องสแกนเช่นกัน.

เนื่องจาก ID ของผมถูกระงับผมจึงไม่อาจล่ามันได้อีกต่อไป.

ผมยังคงมี ID หลักของผม แต่ถ้าผมใช้ ID นี้ผมต้องยอมรับว่าผมเป็นคนี่ใช้ ID ปลอมเข้าดันเจี้ยน.

แม้ว่าผมจะอยู่ในระหว่างพักจากการวิ่งรอกดันเจี้ยน แต่ผมก็ใช้บัคอย่างเต็มความสามารถ.(วิ่งรอก เป็นศัพท์ที่เอาไว้ประมาณว่า วิ่งไปแบบเดิมซ้ำเพื่อทำการฟาร์มของในเกมส์ส่วนใหญ่ หรืออาจจะเรียกอีกอย่างได้ว่า สแปม)

นั่นเป็นเหตุผลที่ผมได้ส่งข้อความหลังจากที่เข้าดันเจี้ยนกับคนแคระ.

ผมวางแผนที่จะซื้อ ID มากกว่า 10 ID.

เหตุผลคือแบบนี้.

ถ้าผมยังคงเครียร์ดันเจี้ยนโดยสลับIDไปมา นั่นมันน่าจะช่วยเพิ่มความสงสัยให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนที่พวกเขาจะระงับรหัสทั้งหมดของผม.

พวกเขาจะต้องสงสัยเรื่องทั้งหมดนี้อยู่แล้ว.

การมี ID น้อยๆมันจะดีมากถ้าใช้ได้ในใบเดียว.

จากนั้นแทนที่จะใช้ทีละ ID กลับกันผมจะใช้มันเข้าเป็นปาร์ตี้.

ความคิดของผมถูกขัดจังหวะ.

มีสายจากคนแคระ.

แทนที่จะรับสายที่หน้าทางเข้าดันเจี้ยน ผมใช้สกิลบลิ้งไปในระยะไกลๆก่อนที่จะรับสาย.

ทั้งการใช้สกิลสเตลของผมก็มีเหตุผลแบบเดียวกัน.

ผมพูดอย่างเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้.

ผมใช้ สกิลตาสอดส่อง แต่มันก็เป็นไปได้ที่ว่ามีคนอื่นสังเกตเห็นผมโดนที่ผมไม่รู้ตัว

“ฮัลโหล.”

“ครับ เนื่องในโอกาสอะไร.”

“อย่างที่บอกในข้อความ.”

“ต้องการเท่าไร?”

“คุณเอามาให้ผมได้เท่าไรตอนนี้?”

“อืม... อย่างที่คุณได้รู้ ตอนนี้มันไม่ใช่แค่เงินเพียงอย่างเดียวที่จะได้รับของทั้งหมด.”

“งั้นมาให้ผม 10 ใบ.”

“10?”

“ใช่ และผมต้องได้รับใน 2 ชั่วโมง.”

“ครับ ได้ครับ เข้าใจแล้ว.”

เขาดูไม่ค่อยมีความสุขนักและมันแสดงออกมาจากคำตอบของเขา.

ก่อนที่ผมจะวางสายผมก็หยุดเขาและพูดสำทับไปอีกครั้งหนึ่ง.

“อ่า อีกเรื่องนึง!”

“ครับ มันคือ?”

“ผมต้องการIDทั้งหมดก่อนปี 2000.”

“ครับ มันไม่ยากเลย.”

“ตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่าพวกเขาอยู่ในละคลาส มันไม่ได้ยาก ใช่ไหม?”

“แน่นอน แน่นอน ผมจะไปเจอคุณที่ออฟฟิศใน 2 ชั่วโมง?”

“ครับ ผมจะไปเจอคุณที่นั่น.”

เหตุผลที่ผมต้องการหลายอาชีพรวมทั้งก่อนปี 2000 คือผมไม่ต้องการให้พวกเขาสงสัยว่ามันเป็นปาร์ตี้จริงๆหรือไม่.

ถ้ามันปีที่เป็นนานมากพอ ส่วนใหญ่จะเป็นพวกระดับสูง.

แม้ว่าพวกเขาจะเข้าดันเจี้ยนเลเวล 28 ก็ไม่น่าสงสัย.

หลังจากที่ผมวางสายแล้วผมก็มีเวลาว่างอยู่ 2 ชั่วโมง.

ผมรู้ว่าต้องทำอะไรในสองชั่วโมงนี้.

“ฮัลโหล?”

“ครับ ฮยอง ผมเอง.”

“อืม ว่าไง?”

“จากดันเจี้ยนที่ถูกเครียร์ทั้งหมด ของดันเจี้ยนเลเวล 28 คุณคิดว่าที่ไหนเป็นที่นิยมมากที่สุด?”

“ทำไม? ID ถูกระงับหรอ?”

“ใช่ มีคนจากสมาคมกว่า 40 คน โผล่ออกมา.”

“ให้เดา ความจริงพวกเขาได้สังสัญญาณให้กับนายแล้ว.”

“ผมถึงต้องพึ่งพาคุณ.”

“เอาหล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว.”

“อ่า! ฮยอง ผมจะไปเจอคุณในอีก 1 ชั่วโมง?”

“ได้ แต่ทำไม?”

“ผมบอกว่าผมจะไปเจอคุณในอีก 1 ชั่วโมง”

“ได้ โทรหาเมื่อนายมาถึง.”

“ครับ.”

* * * *

หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากผมแล้วจุงโฮก็ออกมาจากบ้านเพื่อมาเจอผม.

ไม่แน่ใจว่าเขาจะออกไปล่าด้วยกันหรือไม่ เขาสวมเสื้อผ้าที่เรียบง่ายภายใต้ชุดเกราะของเขา

เมื่อไม่นานมานี้เขากำลังล่าตั้งแต่บ่ายจนถึงรุ่งสาง.

ไม่แน่ใจว่าเขามีเหตุผลจำเพาะเจาะจงหรือไม่ แต่ดูเหมือนว่ากลุ่มที่เขาล่าจะมากับเขาด้วยเหมือนกัน.

เมื่อเห็นผม จุงโฮก็ฉีกยิ้มกว้าง.

“โย่ ไอ้น้อง.”

“สวัดดี ฮยอง.”

“อะไรที่ทำให้เธอมาหาวันนี้?”

“ของขวัญเซอร์ไพร์?”

“หะ ดูไม่มีความแปลกใจบนใบหน้าของคุณเลย?”

“ว้าว….”

‘โอ้ ชายคนนั้น ทำเป็นเด็กไปได้.’

ผมให้บันชอนจินวอนทั้งสองกับเขาด้วยมือของผม.

“ใช้มัน ฮยอง”

เมื่อได้ยินคำพูดของผมการแสดงออกของเขาก็แข็งค้างปรากฏออกมา.

และด้วยเสียงที่ไม่ค่อยอยากจะพูดกับผม.

“ทำไม?”

“ผมไปที่ดันเจี้ยนเลเวล 28 แล้วดังนั้นผมจึงไม่ต้องใช้ดาบ.”

“นายรู้ไหมว่ามันมีราคาเท่าไร? แล้วนายรู้ไหมว่ามันต้องใช้แก่นอเวคกี่อันเพื่อซื้อ?”

“ใครบอกว่าผมให้มันกับคุณ? ผมแค่ให้คุณยืม.”

“ทำไม? ทำไมไม่เก็บเอาไว้?”

“การใช้ ID ปลอมและรอยนิ้วปลอมก็มาพอแล้ว ผมไม่มีมือมากพอที่จะถือมันและพวกมันก็ยังส่งเสียงดังเป็นอย่างมาก มันน่ารำคาญดังนั้นคุณควรจะใช้มันแทน.”

เมื่อได้ยินเหตุผลของผม ก็มีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของเขา.

ให้เดาว่าเขาไม่อาจซ่อนมันเอาไว้ได้.

ผมหมายถึง แรงค์ M/N บันชอนจินวอน นั้นอยู่ในระดับสูงสุดของแรงค์ระดับนี้.

ด้วยอาวุธระดับ B ที่เขาใช้อยู่ตอนนี้ รวมทั้งอันอื่นๆที่อยู่ในระดับเดียวกัน.

หากว่าคุณได้โบนัสความแข็งแกร่งจากอาวุธ และอาวุธนี้ก็ให้มันเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่าเป็นอย่างน้อย.

พร้อมกับใบหน้าที่เปี่ยมสุขเขาก็ถาม.

“ฉันใช้มันได้จริงๆ?”

“ดูการแสดงออกของคุณ มันดูเหมือนว่าคุณจะใช้มันอยู่แล้ว?”

“นี่แก! แกควรจะแกล้งทำเป็นไม่เห็นมัน.”

“ตั้งแต่ฮยองเป็นวอริเออร์ที่ใช้มันได้ทั้งคู่ ดูเหมือนว่าพวกมันจะได้พบเจ้าของแล้ว.”

“ช่ายยย...มันเซอร์ไพร์จริงๆ…”

“คุณยอมรับแล้ว อุว่ะ?”

“ฉันยอมรับ 100%.”

“อุฟฟฟ.”

จุงโฮถืออาวุธทั้งสองข้างด้วยมือของเขา.

ผมไปข้างหลังและนวดไหล่ของเขา.

คุณโฮก็ถามอย่างแปลกใจ.

“นายกำลังทำอะไร? นายกำลังวางแผนที่จะตายในเร็วๆนรี้หรอ? ทำไมถึงทำอย่างฉับพลัน?”

“เอาน่า คุณจะต้องยืนอยู่ในที่สูงและภูมิใจต่อหน้าพวกที่กำลังตามล่า คุณต้องเตรียมตัวให้พร้อม.”

“อ่า นั่นก็จริง ฉันเดาว่าฉันต้องเตือนพวกเขาไม่ให้ลดการป้องกันลงมากเกินไป.”

“อย่างไรก็ตาม วันนี้ผมได้มาพบกับคุณเพื่อเอาสิ่งนี้มาให้ ผมจะไปแล้ว.”

“แน่นอน ขอบคุณ ถ้านายต้องการเพียงแค่บอกมัน โอเคร้?”

“ครับ.”

วันที่ผมกลับไปเอาบันชอนจินวอน คือวันที่ผมจะไปจัดการกับโจ๊กเกอร์และกลุ่มหัวรุนแรง.

* * * *

หลังจากที่เจอจุงโฮเสร็จแล้ว ผมก็มุ่งหน้าไปที่ออฟฟิศเพื่อไปรับ 10 ID.

ตามที่ผมได้ถามเอาไว้ ID ทั้ง 10 เหล่านี้เปิดอเวคก่อนปี 2000 และมีหลากหลายคลาส.

มันถูกจ่ายไปในราคาที่พวกเขาเรียกและผมก็เดินออกไป.

ในที่สุดผมก็มาถึงตลาดอเวค

มันเป็นการซื้อสกิลเพื่อให้แน่ใจว่ามันจะดีต่อการเติบโตของผมอย่างราบรื่น.

“โปรดเข้ามา.”

ผู้ช่วยร้านได้เข้ามาทักทายผม.

“คุณมีสกิลวาปไหม?”

“แน่นอน.”

และเมื่อผู้ช่วยตอบผมเสร็จแล้วก็นำไปผมที่ร้าน.

จากเหล่าหนังสือสกิลทั้งหมดผู้ช่วยได้นำพาผมเดินขึ้นไปบนไดและไปชั้นบนสุดเพื่อที่จะได้เอาสกิลวาปมา.

หลังจากที่ใส่มือถือแสกนชื่อของหนังสือสกิลแล้ว มันก็ถูกส่งมอบมาให้ผม.

“มันคือเวทย์วาป.”

“ใช่ คุณสามารถเรียกผมได้ตลอด ใช่ไหม?”

“คุณต้องการไอเทมอย่างอื่นอีกไหม?”

“ผม ได้โปรด ผมต้องการเวทย์ไซเรน.”

วาปเป็นทักษะที่คลาสส่วนใหญ่เรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งของเบสิคสกิล.

มันเป็นหลังสือสกิลที่มีคูลดาวน์กว่า 2 ชั่วโมงและจะเพิ่มยิ่งขึ้น ตามระยะทางที่วาปไป.

มันสร้างเกทและพาเราไปยังจุดหมาย.

ผมหวังว่าจะช่วยผมในเวลาเดินทางไปมา แต่มันก็เป็นการเดินทางขาเดียว.

แต่สำหรับคนที่ล่ามากกว่า 12 ชั่วโมง มันก็ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวล.

ไซเรน.

มันเป็นสกิลที่สร้างกำแพงและปิดกั้นเสียงรอบๆตัว.

มันเอาไว้ใช้ตอนใส่IDเพื่อผมพยายามแอบเข้าไป.

‘ให้เดานะ ฉันได้เตรียมตัวเสร็จแล้ว ฉันควรจะไปเลยไหม?’

จากการฟังคำแนะนำของจุงโฮที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ๆมีคนส่วนใหญ่เข้าดันเจี้ยนเลเวล 28 ผมต้องมุ่งหน้าไปฮันนัม.

ผมหวังว่าผมจะไปถึงที่นั่นทันทีโดยใช้ทักษะวาปในระยะทางไกล แต่มันกลับใช้ได้เฉพาะคนที่เคยไปที่นั่นมาก่อน.

เดาว่าฉันคงต้องใช้แท็กซี่สักครั้ง.

* * * *

ในที่สุดผมก็มาถึงดันเจี้ยนเลเวล 28 ในฮันนัม.

ผมไม่อาจเห็นฝูงชนที่เป็นปกติเหมือนกับดันเจี้ยนแมนติคอร์.

และพวกเขาทั้งหมดมาจากกิลด์ผ่านการเชื่อมต่อ.

เพราะมันเป็นดันเจี้ยนที่ยากที่จะเครียร์ได้เพียงคนเดียว.

มีอเวคมากกว่า 100 ที่อยู่นอกดันเจี้ยน กำลังรักษาอุปกรณ์ของพวกเขา.

ด้วยปาร์ตี้ที่แน่นอน 8-10 ต่อหนึ่งปาร์ตี้.

ดันเจี้ยนเลเวล 28 มีทางเดินที่ยาวไกลและมีมอนเตอร์มากมาย.

คน 10 คน ใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการเครียร์ดันเจี้ยนต่อครั้ง.

อเวคส่วนใหญ่ใช้มานาหมดไปกับการวิ่ง.

นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องใช้มานาในการเตรียมตัวสำหรับการวิ่งครั้งต่อไป.

ผมต้องซ่อนตอนที่ใช้เครื่อง.

และไม่เพียงแค่นั้นผมต้องใช้ ID ทั้ง 8 ในการแสกนพร้อมกัน.

ถ้ามันเป็นดันเจี้ยนเลเวลต่ำๆที่มีคนเข้าออกมามาย ผมไม่อาจเข้าไปได้มากนัก.

สเตลนั้นเพียงซ่อนร่างกายของผม มันไม่ได้ทำให้ผมเป็นเงาวิญญาณเหมือนผีหรืออะไรแบบนั้น

ด้านหน้าทางเข้าดันเจี้ยน ผมใช้วาป.

วาปไปที่สำนักงานของคนแคระ.

ผมไม่อาจตั้งจุดไว้ในห้องผมได้ แต่มันจะปลอดภัยกว่าถ้าผมไปวาปมาที่สำนักงาน.

มีเกทออกมามันเป็นรูปทรงเดียวกับพอร์ตทัลก่อนที่มันจะระเบิด.

แต่แทนที่มันจะเป็นสีม่วง มันกลับเป็นสีฟ้า.

เนื่องจากมันมีระยะคูลดาวน์ 12 ชั่วโมง ผมจึงรอให้มันคูลดาวน์เสร็จก่อน.

‘พอคิดว่าฉันต้องกลับบ้าน.’

จากมุมหนึ่งที่ไกลออกไป ผมได้ใช้ แมสสเตลจูสึ

จากนั้นผมก็เดินทางเข้ามาพร้อมกับมองไปรอบๆเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็นผม

เพราะผมไม่อาจทำอะไรต่อไปได้ ถ้ามีกลุ่มคนมาขวางที่ทางเข้า.

ผมใชเวลาไม่นาน แต่มันก็เป็นความดีใจอย่างแท้จริง.

นอกจเหนือจากที่พูดคุยถึงเกียร์หรือคุยเกี่ยวกัลกลยุทธ์ พวกเขาก็ไม่ได้ทำอะไรมาก.

‘เดาว่าฉันคงต้องไปแล้ว?’

ผมยืนอยู่หน้าอาคารผู้โดยสารและใช้เวทย์ไซเรน.

มันเป็นสกิลเลเวล 1 แต่มันมีระยะค่อนข้างกว้าง.

แม้ว่าจะมีเลเวลต่ำ แต่มันก็ควรจะป้องกันเสียงรบกวนจากเครื่องได้ง่ายๆ.

ผมใช้ ID และผมก็เฝ้ามองรอบตัวผม.

‘เพราะว่ามันทั้งหมดก็เหมือนกับบัค ฉันถึงต้องใช้ชีวิตแบบนี้.’

หลังจากนั้น ผมก็สแกนลายนิ้วมือ.

ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้และผมก็เข้ามาในดันเจี้ยนได้.

* * * *

“วู้! ฉันคิดว่าฉันจะขาดใจตายซะแล้ว.”

เมื่อเข้ามาในดันเจี้ยนผมก็ส่งเสียงบ่นออกมา.

ตั้งแต่ที่ผมมองอย่างอยากรู้อยากเห็น ผมก็สามารถผ่อนคลายได้สักที.

ควรจะบอกว่าเราอยู่ในอีกมิติที่เป็นเอกเทศ.

ด้วยสกิลที่มีประสิทธิภาพในมือแต่ละข้าง ผมได้หน่วงเวทย์ไว้ตลอดเวลา.

เนื่องจากวิ่งรอกนี้มันช้าไปสองชั่วโมง ผมต้องทำให้มันเร็วขึ้น

หลังจากที่ผมฆ่าดัทลิซาร์ดแมน(มนุษย์กิ้งก่าฝุ่น) ผมก็ได้มาถึงช่วงท้าย.

บอสกำลังรอผม.

ชื่อของมันคือ ยูเนียนลิซาร์ดแมน(ผู้ปกครองมนุษย์กิ้งก่า).

หลังจากที่กินซากศพทั้งหมดของลิซาร์แมนและแม้กระทั่งวิ่งออกไปเอาอาวุธและชุดเกราะเพื่อใส่ นี่คือบอสของดันเจี้ยนนี้

มันเป็นเหมือนกับหนอนแมลงที่น่าขยะแขยง มันเห็นได้ชัดโดยที่ผมไม่ต้องเดา.

พวกมันถูกสร้างจากรูปร่างมาจากลิซาร์ดแมนยักษ์ ซึ่งนี่น่าจะเป็นชื่อของมัน

ด้วยชุดเกราะและอาวุธที่พวกเขานำมา พวกเขาเหมือนกับเป็นแฟรงเกนสไตน์ของเหล่ามอนเตอร์ที่ออกมา.

ด้านในเต็มไปด้วยแมลงที่เดินไปยั้วเยี๊ยราวกับว่ามันเป็นตัวควบคุมซากร่างเหล่านั้น.

มันน่าขยะแขยง แต่ผมต้องเผชิญหน้ากับมัน

เพราะว่าเกราะที่พวกมันดรอปนั่นน่าทึ่งอย่างมาก.

“ได้โปรด คราวนี้ก็ขอให้ดรอปด้วยเถอะ!”

จบบทที่ 57. เพิ่มจังหวะในการเติบโต

คัดลอกลิงก์แล้ว