เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

55.แขกที่ไม่ได้รับเชิญ ออกไปให้พ้น!. (2)

55.แขกที่ไม่ได้รับเชิญ ออกไปให้พ้น!. (2)

55.แขกที่ไม่ได้รับเชิญ ออกไปให้พ้น!. (2)


 

55.แขกที่ไม่ได้รับเชิญ ออกไปให้พ้น!. (2)

ผมได้รับหนังสือทักษะและบัตรประจำตัวอันใหม่รวมทั้งนิ้วหัวแม่มือที่มาพร้อมกับมัน.

สำหรับนิ้วหัวแม่มือผมหมายถึงมันเป็นนิ้วซิลิโคลน.

แทนที่จะใช้เวลาถึง 7 วันแต่มันกลับได้มันมาถึง 4 วัน.

พวกเขาบอกว่า มันง่ายกว่าที่เขาคิดเอาไว้.

ใครจะรู้ว่าลูกน้องที่น่าเกลียดจะมีประโยชน์กับผม

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นโชคชะตาที่ได้ให้ประโยชน์มากเกินกว่าที่จินตนาการ.

จากจุงโฮ ผมก็ได้ถามเกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติมของเพรชฆาต

เนื่องจากมันเป็นคลาสแรร์ ข้อมูลเกี่ยวกับพวกมันจึงไม่อาจหาได้ตามอินเทอร์เน็ต.

การต่อสู้จะง่ายขึ้นถ้าผมได้ทำอยากน้อยก็ในระดับหนึ่งเมื่อทำการโจมตีเขา.

ทักษะส่วนใหญ่ของเพรชฆาตจะเป็นทักษะที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการต่อสู้กับเป้าหมายเดียว.

ถ้าจะให้พูดตามตัวตนของมัน อาวุธมนุษย์.

 

นอกเหนือจากทักษะที่อยู่นอกเหนือการจัดอันดับแล้ว ผมยังสามารถเข้าใจประเด็นที่สำคัญเหล่านี้ได้.

* * * *

วิ่งไปรอบๆดันเจี่ยนเลเวล 23 ผมยังคงใช้ วิชาพรางกับผู้คน(แมสสเตลท์จูซึ)กับกูล.

เลเวลสกิลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมได้กลับไปตอนปั๊มตัวของผมอีกครั้ง.

อย่างไรก็ตามยิ่งผมใช้มากเท่าไรผมก็คิดว่าสกิลนี้พังแล้ว.

สกิลที่ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งภายในรัศมีไม่อาจรับรู้ได้.

ยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับสกิลมันไม่อาจโจมตีและใช้มันได้กับมอนเตอร์ได้.

ฮีล,บัฟหรือเสริมเวทย์อื่นๆไม่อาจใช้กับพวกมันได้.

มีเพียงรูปแบบเฉพาะที่ใช้งานได้เมื่อเกิดอันตรายกับพวกมัน.

แต่มันมีความผิดปกติพอสมควร แมสสเตล ใช้กับมอนเตอร์ได้เหมือนกัน.

ภายในดันเจี้ยนมีกูลหลายร้อยตัว.

มีระลอกสั่นไหวเล็กน้อยอยู่เหนือหัวและทันใดนั้นมันก็หายไปจากมุมมองของพวกมัน.

ผมยังสามารถมองเห็นมันได้ผ่านตาสอดส่อง.

ต้องขอบคุณช่างเหล่านี้ที่ทำให้ผมเลเวลอัพไปถึง 105 ใน 4 วัน.

มันทำได้เพียงแค่ยอมแพ้และเพิ่มเลเวลให้กับทักษะนี้.

ผมใช้แก่นอเวคที่เหลืออยู่กับสกิลนี้.

อเวคแมสสเตลท์ไม่อาจใช้ได้กับตาสอดส่องได้.

มันเป็นทักษะเรียกใช้ แต่เนื่องจากความสามารถของสเตลท์สูงขึ้น ผมจึงไม่อาจเห็นได้อีก.

 

ต้องขอบคุณที่เป้าหมายที่จะถูกซ่อนไว้จะเปิดเผยหากพยายามโจมตีผม.

กูลปราฏตัวขึ้นอีกครั้งเมื่อพยายามที่จะโจมตีผม.

ตาสอดส่องเป็นสกิลวงกว้างดังนั้นมันอาจเป็นไปได้ที่จะเลเวล 100 ด้วย

ราคาของแก่นอเวคก็แพงไม่เท่ามัน.

ไม่มีคูลดาวน์หรือหน่วงเวทย์ แต่ใช้มานาถึง 1,500 ต่อครั้ง.

แมสสเตลท์อาจกล่าวได้ว่ามันสกิลที่เกิดมาเพื่อผม.

“หนังสือสกิล,IDและข้อมูลเกี่ยวกับทักษะ เดาได้เพียงสิ่งเดียวที่เหลือคือการล่า?”

สิ่งที่ฉันต้องการมากที่สุดตอนนี้คือการป้องกันของฉัน.

ถ้าเขาอยู่ในคลาสสูงๆเขาจะทักษะที่เหนือกว่าอย่างแน่นอน.

มานาชิลที่ผมคิดว่าเป็นโล่ที่ดีที่สุดจะไร้ประโยชน์ก็เป็นได้.

ความสามารถที่น่ารักเกียจของผมในทางกลับกัน ผมมีเพียงเมเทโอและไอเบิกร์ที่เลเวล 200.

อ่า! เกือบลืมไปผมมีออร่าดาบไร้รูป.

มีบางสกิลและไอเทมป้องกันที่ผมกำลังหาอยู่.

เมื่อผมต้องหาพวกมัน ผมมุ่งหน้าไปยังดันเจี้ยนชั้น 28.

ทุกคนจำได้ดี คนเกาหลีชื่อ ชอยซอฮยอน เป็นคนแรกที่เครียร์ดันเจี้ยนเลเวล 28ด้วยตัวคนเดียว.

อย่าไงก็ตาม มนุษย์สามารถสู้ได้แม้กระทั่งดันเจี้ยนเลเวล 30 ได้หากว่าไปกันเป็นปาร์ตี้.

ไม่มีข้อมูลของดันเจี้ยนปรากฏออกมา.

ตามข้อมูลที่ผมได้รับมา นี่เป็นเหตุผลให้ดันเจี้ยนถึงยากมาก เห็นได้ชัดจากดันเจี้ยนเลเวล 28.

นั่นเป็นเพราะขนาดของดันเจี้ยน!

และจำนวนของมอนเตอร์ที่เข้ากันอย่างดี.

แน่นอน ความหนาแน่นของมอนเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไม.

ไม่มีอเวคคนไหนที่แข็งแกร่งได้อย่างไม่มีขีดจำกัดของมานา.

 

แล้ววอร์ริเออร์ที่ไม่ต้องใช้มานาในการโจมตีหล่ะ?

ไม่ ภายในดันเจี้ยนเลเวล 28 มันจะไม่เวิร์ค.

มอนเตอร์ที่ให้ค่าExpมากอย่างหาไม่ได้.

และมันเป็นโอกาสที่หาได้ยากี่จะลูทไอเทมที่ดรอปออกมา.

ไม่มีเหตุผลที่จะลังเล.

ผมสแกนบัตรของผม.

หลังจากนั้นผมก็ใช้รอยนิ้วมือซิลิโคนเพื่อกระตุ้น.

-ดันเจี้ยนถูกเปิดใช้งาน.-

* * * *

“รายงาน.”

เสียงของโจ๊กเกอร์ที่เต็มไปด้วยความโกรธที่อยู่ในห้องมืดๆราวกับเป็นคนบ้า.

นี่เป็นเรื่องที่คาดไว้เนื่องจากจินเป็น 1/10 ของลูกน้องของเขา.

 

เขาให้ความสำคัญกับเค้าอย่างเห็นได้ชัดและความสามารถของเขาก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก.

แต่จินที่เขาเชื่อใจก็หายไปนานกว่า 3 วันแล้ว.

นั่นคือหลังากที่เขาออกไปจัดการมินชอย.

กลิ่นอายของโจ๊กเกอร์เริ่มมาคุขณะที่เขาดูรายงานต่อ.

“ใช่! โจ๊กเกอร์. เราไม่อาจหาร่องรอยของจินได้”

“ฮ้าาาา!”

หินเลือกแรงค์ S ที่โจ๊กเกอร์ถืออยู่ในมือ.

มันเป็นหินที่แบล็คสมิธส่วนใหญ่มีปัญหาในการดำเนินการ.

อย่างไรก็ตามหินที่อยู่ในมือของโจ๊กเกอร์ก็แหลกเป็นผง.

หินเรืองแสงที่ส่องสว่างอีกด้านของห้องและลูกน้องของเขาก็กำลังหมอบลงพร้อมกับสั่นด้วยความกลัว.

“ผมขอโทษ! ผมจะบอกสมาชิกเพิ่มเพื่อหาเขาจาก ซู..”

“ไปให้พ้น.”

“…..”

“เหมือนกับที่แกคิด จินตายแล้ว คิดไม่ถึงว่าเสือตัวนี้จะมีพลังมากกว่าที่คิด.”

“คุณหมายถึง…”

ใบหน้าของโจ๊กเกอร์เต็มไปด้วยความโกรธขณะที่พูดกับเขา.

แต่มันมีรอยยิ้มที่ไม่อาจเข้าใจได้.

และเขาก็พูดต่อ.

“หาคนใหม่เข้ามาในกลุ่มที่จินเป็นผู้นำ.”

“ครับ! โจ๊กเกอร์!”

“เร็วๆนี้ จะมีบางอย่างเคลื่อนไหวในเร็วๆนี้ ฉันจะตัดสินคนที่ฆ่าจินที่หลัง.”

“รับทราบ! โจ๊กเกอร์!”

หลังจากนั้น ผู้ส่งข่าวก็วิ่งออกจากห้อง.

จากนั้น.

“ฮ่า.. ฮ่าาา..หึหึฮ่าฮ่า!”

โจ๊กเกอร์หัวเราะราวกับเป็นโรตจิต.

ความโกรธของเขาอันแน่นและไม่มีที่ให้ระบายได้.

เขาพูดขณะที่เขามองไปที่ผงที่เคยเห็นหินเลือด.

“ใช่...ขึ้นอีก! มัวเมาไปกับความแข็งแกร่งของแก! เมื่อวันที่ได้สู้กัน ข้าจะได้บูชาเจ้าด้วยตัวเอง!”

* * * *

ในกลุ่มการปกครองพิเศษอเวคก็มีความวุ่นวาย.

มันเป็นเพราะมีข้อมูลว่ามีคนเข้าดันเจี้ยนเลเวล 28.

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้จึงมีความตื่นตระหนกอย่างมาก.

มันอาจเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดหรือมีบางอย่างที่ผิดปกติเกิดกับเครื่องแสกน.

หลังจากนั้น 40 นาทีต่อมาก็มีคนตะโกนเข้ามาในห้อง.

เป็นอเวคคนเดิมที่ได้เข้าดันเจี้ยนอีกครั้ง.

“อ้าว เชี่ย! นี่คือ?”

“มันเป็นเพราะเครื่องแสกนพัง?”

จากนั้น ก็มีคนหนึ่งยืนขึ้นหน้าคอมพิวเตอร์และตะโกน.

“ข้อมูลไม่ตรงกับ ชอบซอฮยอน.”

พวกเขาได้เปรียบเทียบกับข้อมูลสำหรับคนที่โซโล่เครียร์ดันเจี้ยนเลเวล 28.

อีกคนตอบหลังจากได้ยิน.

“คนบ้าที่ไหนที่เครียร์ดันเจี้ยนเลเวล 28 ได้ใน 40 นาที?”

“ไม่มีทาง มีฝนตกในสัปดาห์นี้งั้นหรือ ฉันจะไปติดต่อช่างบำรุงที่นั่น.”

ในช่วงของความสับสนวุ่นวายหัวหน้าแผนก คิมโฮจิน ได้สังเกตการณ์และพูดจากปลายโต๊ะของเขาอย่างเงียบๆ.

เพียงแค่คิดสักพัก จากนั้นเขาก็พูด.

“ติดต่อนักล่าของสมาคม”

“หืม? มันไม่ดีกว่าหรอที่จะตรวจสอบว่าเป็นข้อผิดพลาดหรือไม่ หัวหน้า…”

“นั่นอาจเกิดขึ้นได้สำหรับข้อมูลที่ยังไม่เข้ามา บางทีคนที่ต้องการตายอาจจะเข้าไปในดันเจี้ยนครั้งสุดท้ายของเขา.”

“ก่อนอื่นเราจะติดต่อกับสมาชิกที่อยู่ใกล้ๆบริเวณนั้น.”

“นักล่าก่อน!ฉันจะไปที่นั่นด้วยเหมือนกัน”

“ครับ!”

“และ เฮ้ย! คิมเซจิน มาที่ห้องของฉัน!.”

มุ่งเน้นไปที่งานที่อยู่ในมือของเขาและโบกมือ คิมเซจินยืนขึ้นพร้อมกับรับคำสั่งของหัวหน้า.

“ครับ! ทราบแล้ว.”

หลังจากที่เข้าไปในห้อง เซจินกำลังวุ่นอยู่กับการอ่านอารมณ์ภายในห้อง.

เลือดใหม่ที่พึ่งเข้ามาไม่กี่ครั้งเพื่อคุยกับหัวหน้าแผนก…

หัวหน้าโฮจินทำลายความเงียบ.

“คุณจะรีบทำได้หรือยัง?”

“ครับ ผมจะเริ่มใช้มันอย่างรวดเร็ว.”

“ดี ตอนนี้ันอาจจะทำให้คุณเกิดความสับสน ผมดีใจที่เห็นว่าคุณทำได้ดีที่สุด.”

“โอ้ 555 ขอบคุณ.”

“แต่ผมได้ยินมาว่าคุณได้รับเคสมินชอยมา?”

“ครับ ถูกต้องแล้ว ผมดูแลเรื่องนี้เอง.”

“ไม่มีอะไรแปลกๆที่น่าจดจำหรือ?”

โฮจินถามด้วยสายตาที่แตกต่างออกไป.

มันไม่ใช่ท่าทางของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่กำลังมองมาที่งานของพวกเขา.

มันเป็นท่าทางของพนักงานอัยการที่กำลังสอบสวนคนร้าย.

คำถามของเขา เซจินตอบด้วยรอยยิ้มที่น่าอึดอัดใจ.

“ครับ สำหรับตอนนี้...ผมเพียงสังเกตว่าเขาเข้าดันเจี้ยนและไม่มีอะไรพิเศษที่น่าจดจำ.”

“จริง? สำหรับคุณมันดูเหมือนอย่างไร? คุณคิดว่าเขามีบัตรปลอมไหม?”

“จากที่ผมเห็น นอกเหนือจากความเร็วที่ผิดปกติของการเติบโตแล้วก็ไม่มีอะไรที่น่าจดจำ…”

“คุณรู้ไหมว่าคนภายนอกปวดหัวแค่ไหน?”

“ครับ เกี่ยวกับดันเจี้ยนเลเวล 28?”

“ช่าย แต่คุณรู้ ผมรู้สึกว่าคนทั้งสองเหมือนกับคนๆเดียวกัน.”

“หืม? คิมมินชอยและคนที่เขาดันเจี้ยนเลเวล 28?”

“แน่นอน เราสามารถไปที่นั่นเพื่อยืนยัน.”

“….”

“คุณก็ทำต่อไปให้ดีที่สุด แม้ว่าชาวบ้านพวกนี้จะสาบานและละเลยต่อเราหากมีการเปลี่ยนแปลงสมาคม เราจะต้องได้รับการต้อนรับสักวัน.”

“ครับ ผมจะทำให้ดีที่สุด.”

“โอเค ตอนนี้คุณออกไปได้แล้ว.”

หลังจากออกมาจากห้อง คิมเซจินบอกได้เลยว่า.

หัวหน้าโฮจินรู้อยู๋แล้วว่าเซจินรู้อะไรเกี่ยวกับมินชอย

เขาไม่ได้ถามตรงๆ แต่เซจินสามารถรู้สึกได้.

จะให้พูดสั้นๆนี่ไม่ใช่การให้กำลังใจระหว่างเพือนร่วมงาน แต่เป็นการเตือน.

* * * *

“เราเกือบไปถึงแล้ว.”

“โอเค.”

เมื่อเลเวลของดันเจี้ยนเพิ่มขึ้น จำนวนของมันก็ลดลง.

ดันเจี้ยนเลเวล 28 มันไม่เคยถูกพบมาก่อนเลยมาเป็นเวลา 28 ปีในสถานที่นี้.

คิมโฮจินและผู้ดูแลองเขาได้พบกับเหล่านักล่าที่อยู่หน้าทางเข้าดันเจี้ยนเลเวล 28.

ข้อมูลยังคงใช้งานอยู่.

 

“ผมขอประมาณ 20 นาทีหรือมากกว่านั้น?”

“ได้ พวกเขากำลังเดินทางไป.”

“เขาอาจจะสเตลท์ หรือไม่ก็เป็นนักอัญเชิญของนักบวชระดับสูง?”

“เลดี้ฮวางหยุนฮีมาร่วมด้วย.”

“ดี มันเป็นดันเจี้ยนที่มีอัตราการเข้าต่ำมาก ห่างไกลจากสมาคม และเขามีฝีมือที่น่าทึ่ง มุ่งเน้นไปที่การรักษาชีวิตของตัวเองดท่านั้น.”

“ครับ.”

พวกเขารับรถขึ้นไปบนเส้นทางภูเขาสักพักหนึ่ง.

ในที่สุดรถก็มาถึงหน้าดันเจี้ยน.

ขณะที่คาบซิการ์ไว้ในปาก โฮจินก็พูด.

“นานแค่ไหนที่เขาเข้าไปอีกครั้ง?”

“เข้าไปเมื่อเวลา 14:21. ผ่านมา 30 นาที.”

“โอเค อีก 10 นาทีเราควรจะได้เห็นเขา.”

เมื่อโฮจินพูดเสร็จกลุ่มนักล่าพร้อมกับนักบวชระดับสูงฮวางหยุนฮีก็มาถึง.

“เลดี้ ขอบคุณสำหรับการมา.”

“โฮะๆๆ คุณโฮจิน นานมากแล้วที่ไม่ได้เจอกัน”

“หวังว่าคุณจะสบายดี?”

“หญิงแก่อย่างฉันได้ผ่านมากนานมากจนลืมเรื่องเวลาไปแล้ว.”

ฮวางหยุนฮีเป็นนักบวชระดับสูงที่มีเลเวลถึง 520 เป็นอเวคที่อยู่อันดับ 3 จากทั้งหมด.

ไม่เหมือนกับยายข้างบ้านเธอดูเหมือนกับว่ามีสกิลระดับมาสเตอร์ทั้งหมด 7 สกิล.

สาเหตุที่เธอถูกเรียกมาคือ ตาสอดส่อง.

หนึ่งในยุคแรกเริ่มของเหล่าอเวค อีกไม่นานที่เธอจะแก่นอเวคกับมัน.

เหนือจากการที่มันอเวตไปเป็นชาติ มันอาจกล่าวได้ว่าสกิลสเตลท์ไม่อาจหลุดพ้นไปได้.

ตอนนั้นเอง.

“หัวหน้า! เวลา 14.30 เขากำลังจะออกมา”

“โอเค เลดี้ เราต้องการความช่วยเหลือจากคุณ.”

“โฮ๊ะๆ แน่นอน.”

หลังจากที่พูดงั้นการตอบสนองของเธอทำให้เธอเป็นเพียงเคร่งขรึมขณะใช้สกิล.

‘ตาสอดส่อง.’

จบบทที่ 55.แขกที่ไม่ได้รับเชิญ ออกไปให้พ้น!. (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว