เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

52. Coming to Me on Your Own

52. Coming to Me on Your Own

52. Coming to Me on Your Own


52. Coming to Me on Your Own

มันเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ตั้งแต่ที่ผมพบซีจิน

เนื่องจากไม่ได้มีการติดตามผมจึงบอกได้ว่าซีจินไม่ได้รายงาน.

ผมได้ถ่วงความน่ารำคาญที่ผมต้องจัดการแน่นอน แต่เวลาเป็นสิ่งที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของผม.

ผมไม่อาจช่วยได้ แต่รู้สึกโล่งใจ

และหากรายงานนี้ทำให้ผมเป็นที่รู้จึกทั่วโลกสมาคมฯก็จะไม่ให้ผมอยู่คนเดียว.

เวลาที่ลดลงในการฝึกฝนจะลดลง

ไม่เพียงแต่ผมเสียเวลาเท่านั้น แต่จินและกลุ่มของเขาจะยืนยันการเจริญเติบโตของผมได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเปิดฉากได้อย่างรวดเร็ว ถ้าพวกเขายังอยู่ในที่มืด.

ทั้งหมดที่ผมทำคือการหาเงินอย่างเงียบๆและขี้เกียจ…

เมื่อรู้เกี่ยวกับความสามารถของมานาไม่จำกัดของผมที่เกิดจากความผิดพลาด คนเหล่านี้จะมาล้อมรอบๆตัวผม.

ถ้ามันเป็นเหมือนแมลงวันในช่วงฤดูร้อน แน่นอนว่ามันก็จะตายขณะที่มันนอนหลับ.

ข้อบกพร่องก็คือข้อบกพร่อง

ฉีกปีกเพื่อไม่ให้เขาได้บิน

และก้าวไปข้างหน้าเพื่อฆ่าเขา.

* * * *

วันรุ่งขึ้นผมได้ทดสอบสกิลแรงค์ S Formless Sword Aura.

มันเป็นสกิลที่ไม่ซับซ้อนมากนัก

มันถูกใช้ทุกครั้งเมื่อผมเหวี่ยงแบนวอนจินชอน.

แน่นอนว่าผมไม่สามารถสลับเปิดปิดได้ตามต้องการ

แต่ทำไมผมต้องสลับมันในเมื่อมานาผมไม่มีวันหมด

ผมไม่รู้ว่าควงดาบเป็นอย่างไร

อย่างไรก็ตามหากว่าผมได้รับสกิลของพวกมันผมก็สามารถกวัดแกว่งมันได้

ผมเคลือบออร่าลงบนดาบเมื่อพบเซอเบอรัสในดันเจี้ยน 21 ที่ซึ่งเวทย์มนตร์ไม่ส่งผล.

“กรอออ…”

ตามที่คิดไว้มอนเตอร์ที่มีแรงค์สูงๆสามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีด้วยการอ่านเจตนาในการฆ่าของผม.

ผมมุ่งเป้าไปที่ลำคอ แต่มันได้รับการโจมตีที่หลังของมัน.

มีเลือกออกมามากมายจากแผลลึกแต่ก็ไม่สะทกสะท้านมันมากนัก.

อย่างไรก็ตามมันไม่สามารถต้านทานหรือตอบสนองการโจมตีที่เกิดขึ้นได้.

“คู.. ค่าาา…”

ตรงตามที่มันอธิบายในสกิล หลังจากเป้าหมายแรกแล้วมันจะไม่สามารถอ่านหรือหลบออร่าได้หลังจากการโจมตีครั้งแต่ไป.

มันไม่ใช่เวลาที่จะการโจมตีกำลังเข้ามาและหลีกเลี่ยงมันเช่นกัน.

ผมต้องถูกโจมตีโดยที่ถูกปิดประสาทสัมผัสทั้งหมดของผม.

สกิลนี้ทำลายมอนเตอร์เลเวล21ในสองครั้ง

แน่นอนว่าครั้งแรกคือเอฟเฟคจากดาบ

จริงๆแล้วมันใช้เพียงการโจมตีครั้งเดียวเท่านั้นเพื่อที่จะจัดการมันลง.

จากดาบไปยังมือของผม ผมจะรู้สึกถึงเส้นเอ็นและกระดูกที่หั่นเป็นชิ้นๆออกจากกัน รายละเอียดมันนาทีต่อนาที

มันทำให้ผมหงุดหงิดมาก.

มันเกือบจะเหมือนกับ Black Ghost ที่คุณได้สู้ตัวแรก?

อย่างไรก็ตามมอนเตอร์ในดันเจี้ยนเป็นเพียงแค่เงินของผมเท่านั้น

ไม่มากไม่น้อย.

เมเทโอและไอซ์เบิร์กทั้งสองมีเลเวลค่อนข้างมาก.

ผมอเวคทั้งสองสกิลแล้ว

หลังจากที่เลเวล 100 แล้วทั้งสองสกิลก็มีคูลดาวน์ลดลงครึ่งนึง.

จากคูลดาวน์ 10 นาที ก็กลายเป็น 5 นาที

ถ้าผมสามารถเข้าถึงเลเวล 100 ได้อีกครั้ง ผมสามารถใช้มันได้โดยไม่มีคูลดาวน์.

ไฟช๊อคและกราวิตี้เลเซอร์ก็เพิ่มไปถึงเลเวล 100 แล้ว

ตอนนี้ผมไม่มีสามารถเพิ่มเลเวลได้อีกแล้ว.

ผมเหมือนเพียงอเวคหนึ่งชิ้นเท่านั้น!

ผมวางแผนที่จะใช้ Formless Sword Aura และ ธารน้ำแข็ง ให้ได้เลเวล 100 ก่อน.

ถ้าผมสามารถควบคุมสกิลแรงค์ A+ และ S ผมก็จะเหมือนกับตัวละครที่โกงทันที.

* * * *

นั่นทำให้ผมล่าโดยใช้เวลาทั้งวัน.

ผมพยายามที่จะจัดการกลิ่นที่น่าขยะแขยงก่อนที่จะกลับบ้าน.

ผมไม่คิดว่าตอนนี้จะมีความสุขมากกว่าการได้รับหินเลือดทั้งหมดเหล่านี้.

เนื่องจากอเวคส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงดันเจี้ยนนี้ พื้นนี้เลยค่อนข้างเงียบ.

ร้านอาหารและห้องอายน้ำค่อนข้างห่างไกล.

ผมหันไปยังมุมถนนที่ไม่มีแสงไฟ.

แสงสีแดงสาดส่องเข้ามาทางด้านหน้าผม.

แสงนั่น ผมรู้จักมัน.

‘จิน…’

ผมสามารถบอกได้ว่าเป็นจินทันที.

ผมไม่สามารถมองออกได้ แต่มันเกือบจะเหมือนกับว่ารอยยิ้มที่น่าขยะแขยงนั่นสามารถมองเห็นได้.

แม้ว่ารอบๆจะมือ แต่หน้ากากเงานั่นก็ยังปกคลุมพื้นที่รอบๆ.

ผมรู้สึกดีใจมากที่เห็นเขา

ผมกำลังไปฆ่าเขาไม่วันใดก็วันนึง แต่นี่เขาเอาตัวเขาเข้ามาเอง.

ผมไปเบื้องหน้าเขา

ตั้งแต่ที่ผมออกจากดันเจี้ยน โล่จากลูวเวอร์ยังคงอยู่.

และผมยังสวมชุดเกราะของลิซคิงอีกด้วย.

ผมจะได้ความเสียหายเพียง 40% จากความเสียหายที่เขาทำได้.

ผมใช้โล่ทั้งหมดและเดินไปหาเขา.

อีกอย่างหนึ่งที่ผมเชื่อ

เขาอยู่ที่นั่นอย่างสงบ

“ไม่เจอกันนาน ไอ้หนู.”

เขาพูดด้วยเสียงเยาะเย้ยล้อเลียนผม.

ตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ.

มันเป็นเพราะผมไม่สามารถทำอะไรเขาได้หลังจากที่ผมโจมตีเขาครั้งสุดท้าย?

ไม่มีทางที่ผมจะปล่อยให้เขาเดินออกไปอย่างมีชีวิตวันนี้.

ผมกดความโกรธลง ผมพูดกับเขา.

“ฉันบอกแล้วว่ามันจะตายในครั้งต่อไปที่เจอกัน แกคิดว่าเป็นเรื่องตลก?”

“ฮี่ๆ ทุกอย่ามันก็ยังตลก ไอ้หนู.”

“….”

“ข้อเสนอให้ทำงานกับพวกเรา แกเคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม?”

“ทำงาน? ที่จะครองโลก? ไม่ตลก แกก็รู้แม้แต่คนร้ายปัจจุบันถึงไม่คิดเรื่องแบบนี้?”

“ตามกระแสไปจนจบ ที่ฉันเห็น ฉันไม่อาจจะเดาได้.”

“ห๊ะ. ฉันเดาว่าคำสั่งมาจากเบื้องบน? ฆ่าลูกแมวก่อนที่จะโตเป็นเสือ?”

“เนื่องจากแกรู้แล้วดังนั้นไม่จำเป็นต้องอธิบาย.”

“ฉันดูคล้ายลูกแมว?”

ด้วยคำถามของผม เขาดึงอาวุธออกมา.

เขาไม่เคบใช้อาวุธมาก่อน.

แทนที่จะกดดันด้วยการขว้างอาวุธของแอสซาซินก่อน.

การที่เขาใช้อาวุธมันต่องแรงมาก.

“แม้ว่าแกจะมีทาง แต่แกก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง.”

“…”

“ผู้มีอำนาจจะใช้การควบคุม คนที่ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากทำตาม...มันไม่ต่างจากตอนนี้ ไม่?”

เขาหยิบดาบสั้นขนาดเท่าต้นแขน.

เขายังคงทำให้ความตั้งใจฆ่ายังคงรุนแรง.

“คนที่แกพยายามปกป้องแม้ว่าพวกเขาจะมุดหัวและยกหางในการเข้าสู่โลกใหม่.”

“แกรู้ไหมว่าแกทำผิดพลาดใหญ่ๆสองครั้ง ฉันจะบอกให้ฟัง?”

“….”

“1.แกไม่รู้ที่อยู่ของแก แกได้ดึงอาวุธต่อหน้าต่อตาฉัน”

“555! น่าหัวเราะเหมือนเดิม.”

“2.ฉันเป็นลูกคนเดียวของแม่!”

“…”

“ORAAA!”

เมื่อจบคำพูดของผม ผมใช้โฮลและบันตรึงเขาไว้.

เท้าของเขาถูกตรึงแน่นและไม่สามารถขยับได้.

ผมแทงไปด้วยดาบเจาะ

อย่างไรก็ตาม ก่อนอื่น ควันสีดำยังคงอยู่ที่เดิม.

นี่ไม่ใช่ดันเจี้ยน มันมีพื้นๆที่ๆถูกกำหนดหรือแม้แต่กิลด์ของโนเบลซ.

ถ้าผมใช้เมเทโอหรือไปซ์เบิร์กความวุ่นวายจะเกิดขึ้นกับคนจำนวนมาก.

ในขณะที่เขากำลังซ่อนร่าง ผมก็สามารถฟังเสียงหัวเราะของเขาได้

“555! อีกแล้ว ไอ้หนู.”

‘ผมต้องฆ่าเขาอย่างเงียบๆ และเจ็บปวดมากที่สุดด้ว.’

ทันใดนั้น.

การโจมตีมายังด้านหน้าผม.

ดาบสั้นของจินได้แทงเข้าไปในโล่ของผม.

มันไม่ใช่เวลานานสำหรับรูปร่างของอาวุธที่จะหาไปเช่นเดียวกับโล่ที่ฟื้นฟู.

การโจมตีด้วอาวุธของเขายังแตกต่างจากเมื่อก่อน.

แม้ว่าจะลดไป 40% แต่เขาก็ยังทำลายโล่ของผมได้อย่างรุนแรง

‘อเวคโยนอาวุธแอสซาซิน สกิลโจมตีด้วยอาวุธของเขา มีพลังอย่างมาก.’

ไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นก็มีการโจมตีสีแดงที่เรืองแสงบินเข้ามายังด้านหน้าของผม.

ผ่านโล่ทั้งหมดด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว จนกระทั้งดาบสั้นเข้ามากระทบเกราะของผม.

เล็งมาที่หัวใจและคอ อาวุธของเขายังติดอยู่ที่เกราะไหล่ของผม.

ผมใช้มานาชิล.

มันสกิลที่มีแรงค์มากกว่า.

“คุฮ่าฮ่า! ดูเหมือนว่าแกจะสั่นนะไอ้หนู มานาซิลที่แกวางใจกลายเป็นไร้ประโยชน์?”

เสียงของเขาที่ดังออกมาจากเงาเต็มไปด้วยความมั่นใจ.

สร้างซิลด้วยมือข้างหนึ่งขณะที่อีกข้างก็ถือแบนวอน จินชอนด้วย.

ถ้ามันเป็นดาบปกติที่ทำโดยช่างตีเหล็กก็จะเป็นไปไม่ได้.

แต่แบนวอนจินชอนที่ดรอปลงมาก็เพียงพอที่จะทำแบบนี้.

อีกครั้งนึงที่การโจมตีของเขาออกมาทางดานตรงข้าม.

เขาปรากฎตัวต่อหน้าผมอีกรอบ.

“แกกำลังวางแผนที่จะจับฉันด้วยมือซ้ายหรืออะไรสักอย่าง?”

“ดูเหมือนว่าแกจะชอบเล่นซ่อนหา ฉันไม่ชอบวิ่งตามใครเท่าไรนัก.”

“คำพูดของเด็กที่กำลังจะตาย.”

“จริง?”

หวดดาบทั้งสองเล่มของผม มันเหมือนเสียงที่อากาศถูกตัดก็เกิดขึ้น.

ผมใช้ Formless Sword Aura.

ราวกับการเยาะเย้ยความพยายามที่น่าสงสารของผมเขาได้ซ่อนร่างของเขาอีกครั้ง.

ตอนนั้นเอง.

ที่เกือบจะกลายร่างเป็นควันผมได้คว้าเข้าไปทีี่คอของเขา.

“อะ-อะไร?”

“สนุก หืม? เดาว่าการเล่นซ่อนหาได้จบลงแล้ว? ตอนนี้แกถูกจับแล้ว.”

ด้วยความตกใจเขาโจมต่ีเข้ามาอย่างวุ่นวายและเตะด้วย.

การโจมตีเหมือนกับสัตว์สองเท้าที่กำลังพยายามฉีกเนื้อฝ่ายตรงข้าม เตือนไว้ก่อน ผมไม่รู้จักสัตว์ป่ามากนัก บางทีมันอาจจะเป็นแมว.

โอ้ ใช่.โดยไม่ต้องกังวล ผมกระแทกเขากับพื้น.

ด้วยความแข็งแกร่งที่ใกล้กับ 1,800 ของผมพื้นได้แตกออก.

ความช๊อคและมีความสลดปรากฎบนร่างกายของเขาราวกับว่าอาคารกำลังถูกทำลายที่ฐาน.

อย่างไรก็ตามไม่ต้องกังวล

แอสซาซินส่วนใหญ่จะใส่แต้มลงไปกับความคล่องตัวและการกู้คืน(ปฎิกิริยา)ของเขาจึงสูงมาก.

การบาดเจ็บพวกนี้อาจจะฟื้นฟูได้ไม่กี่นาที.

เขายังตายไม่ได้.

“คู-แค่กๆ!”

เลือดสีแดงพุ่งออกมาเมื่อเขาไอ.

ผมยังไม่ได้ปล่อยตัวเขา.

ดี มันอาจจะสนุกหากว่าผมปล่อยเขาไปและจับเขาอีกครั้งและทำให้เขาใกล้ตาย.

อย่างไรก็ตามผมไม่สามารถเสียเวลาได้แม้ว่าที่นี่จะเป็นพื้นที่รกร้างก็ตาม.

เหตุผลที่ผมสามารถจับตัวเขาได้ขณะที่เขากำลังซ่อนร่างของเขาคือผมมี Eye of Insight สกิลที่คนแคระให้มา.

สกิลสำหรับพรีสที่ทำให้ผู้ใช้สามารถมองเห็นวัตถุได้

มันใช้สำหรับการหามอนเตอร์ที่ซ่อนตัวและยังไว้เพื่อค้นหาบอส.

อย่างไรก็ตามเลเวลสกิลต้องสูงกว่าเลเวลสกิลของมอนเตอร์ที่ซ่อนตัว.

สิ่งหนึ่งที่น่าตลกมากก็คือผมพบว่าสกิลนี้ไม่ได้ผลกับมิมิค.

คุณสามารถหามันได้โดยการใช้สายตาเพียวๆแบบสุ่มๆจนกว่าคุณจะเจอมัน.

ผมเพิ่มเลเวลจนเป็น 100.

Shadowstepของจินมีเลเวล 100 หรือต่ำกว่านั้น

แตกต่างจาก Shadowstepที่จะเก็บเลเวลได้ด้วยการใช้ในแต่ละครั้ง แต่ Eye of Insight จะได้เลเวลต่อการพบเจอ1ตัว.

การที่หามอนเตอร์ที่ซ่อนตัว จุดอ่อนพวกนี้ก็ถูกเปิดเผย.

ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันมีประโยชน์มาก.

จะเกิดอะไรขึ้นถ้า Shadowstep ของจินเลเวล 100? ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน?

แม้ว่าแอสซาซินจะใช้แต้มของเขาเพิ่มไปที่มานาและใช้สกิลนี้เป็นเวลา40ปีทุกครั้งที่มันหมดคูลดาวน์ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะควบคุมมันได้.

ด้วยเลเวล 100 มันก็ต้องใช้ค่าประสบการณ์ 97 ล้านเหมือนกันดังนั้น?

เขาครางด้วยความเจ็บปวด.

“แค่กๆ! คาาา!”

“ไม่มีเวลาแล้ว เร็วเข้ารักษา.”

หน้าของเขาเต็มไปด้วยสีแดงและเขายังคงพูดไร้สาระ.

มันใช้เวลาไม่นาน.

ราวกับว่าคอของเขากำลังปรับเปลี่ยนอันใหม่และเริ่มฟื้นตัวขึ้น.

“แค่ก.. แกทำเพื่อ…”

“ฉันจะเริ่มถาม แกก็ไม่จำเป็นต้องตอบทุกอย่างเหมือนกับเป็นเด็กดี แกก็จะบอกฉันทุกอย่างไม่ว่าอย่างไร.”

“คุ…หืม..”

“1ซม.ต่อ1คำถาม.”

“อะไร… แกหมายถึง…?”

“ทุกครั้งที่แกหลบเลี่ยงคำถาม ร่างกายของแกจะเหลือน้อยลงเรื่อยๆ.”

“….”

ผมถอดหน้ากากออกและมองเข้าไปในตาของเขา สายตาของนักล่าที่กำลังมองเหยื่อ

“พวกเขาอยู่ที่ไหน? บอสแกอยู่ที่ไหน?”

จบบทที่ 52. Coming to Me on Your Own

คัดลอกลิงก์แล้ว