เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

29. My Way

29. My Way

29. My Way


29. My Way

หลังจากการเป็นอเวคมาสามเดือนผมรู้สึกว่าผมต้องทำอะไรสักอย่าง

ผมสงสัยว่าผมเคยกลับบ้านที่เต็มไปด้วยความมั่นใจขนาดนี้มาก่อนไหม

หลังจากที่เสียงกระดิ่งหน้าบ้านดังแม่ของผมก็รีบมาเปิดให้อย่างรวดเร็ว.

ผมคิดว่าเธอเป็นห่วงลูกชายคนเดียวของเธอ.

“ผมกลับมาแล้ว.”

“…ลูกชาย สบายดีไหม?”

ด้วยความกังวลเธอรีบตรวจสอบอาการบาดเจ็บ

คุณไม่หรือว่าผมประทับใจมากจากความกังวลของเธอ

ผมตั้งใจที่จะพูดอย่างหนักแน่นในน้ำเสียงของผมและตอบ

“นางพัค คุณลืมสัญญาที่โรงพยาบาลแล้วหรอ? ว่าผมจะไม่บาดเจ็บหรือตาย.”

“ขอบคุณ ขอบคุณ.”

“มันจบแล้ว ว่าการปวดหัวจากหนี้จะหายไปนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ก่อนหน้านี้เมื่อคุณรับมือกับสามคนนั้นมันก็น่าทึ่ง ดึงแขนเสื้อ! และจ้องตรงไปที่พวกมัน.”

“เธอกำลังพูดอะไร ฉันทำแบบนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่.”

“มันเป็นด้านที่สวยที่สุดที่ผมได้เห็น ทุกอย่างวเริ่มต้นจากที่นี่ ผมจะรับเงินทั้งหมดในโลก! ลองใช้เงินให้มากๆ! เราต้องเปลี่ยนความคิดของครอบครัวของเรา 'ช๊อปปิ้งและการใช้ชีวิต' คุณต้องการเปลี่ยนไหม?”

ด้วยการแสดงออกและน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน แม่ของผมก็ยิ้มสดใสออกมา

ตาของเธอไม่ได้เต็มไปด้วยน้ำตาและความเศร้าเหมือนกับที่ผ่านมา แต่มันเต็มไปด้วยความสุขและความตื้นตัน

‘ใช่.นี่คือสิ่งที๋ฉัยต้องการที่สุดหลังจากที่ได้เป็นอเวค’

เด็กอายุ18ปี.

สถานะของผมคืออเวค และความสามารถอันน่าเหลือเชื่อคือการมีมานาไม่มีวันหมด.

ถ้าผมยังตั้งใจอีกหน่อยไม่มีใครสามารถสู้กับผมได้

หากมีใครกล้าที่จะปิดกั้นเส้นทางของผม

ผมจะทำให้เขาได้รู้ว่าชีวิตหลังความตายมีจริงหรือไม่

* * *

เหลือเพียงหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะได้เริ่มไปโรงเรียน หลังจากที่ทานอาหารเช้าแล้วแม่ก็รีบไปที่ห้องของผม.

มันเป็นเพราะว่าผมกำลังมองหาหนังสือสกิลในกระเป๋า.(ผู้แต่งใช้คำเรียกว่ากระเป๋าคาดเอว) 1

แคนวาคอร์ได้ดรอปสกิลน้ำตาพายุในครั้งที่ผ่านมา

เพื่อการตอบสนองความคาดหวังของผม ผมพยายามที่จะค้นหาหนังสือสกิลของผม

ส่วนตัวผมก็หวังว่ามันจะมีการโจมตีที่รุนแรงและอยู่ในระดับสูง

หลังจากที่ค้นหาเสร็จสิ้นข้อมูลสกิลก็ปรากฎอยู่ในโทรศัพท์ของผม

-โล่สะท้อน-

อาชีพที่สามารถใช้ได้: นักรบบากิ. พาลาดิน. (หากถูกใช้จากอาชีพอื่นจะให้มานาเพิ่มขึ้น10เท่า.)

ใช้มานา: 200 (ทุกๆ10เลเวลของสกิลจะใช้มานาเพิ่ม10%.)

การแนะนำสกิล:

* หลังจากใช้แล้วคุณจะได้รับการปกป้องจากโล่ที่มองไม่เห็น

* ดูดซับการโจมตีทางกายภาพทำให้การโจมตีแฉลบออก.

* มีโอกาส10%ที่จะสะท้อนความเสียหาย50%. (ทุกๆ10เลเวลของสกิลจะมีโอกาศสะท้อนเพิ่มขึ้น2%และสะท้อนความเสียหายเพิ่มเติมอีก1%.)

คูลดาว์: 30 นาที.

ระยะเวลา: 5 นาที. (ทุกๆ10เลเวลของสกิลระยะเวลาจะเพิ่มขึ้น10%.)

คำอธิบายเพิ่มเติม: สามารถใช้งานกับโล่อย่างอื่นได้.

ราคาหนังสือสกิล: 3.5 ล้าน.

ผมคิดว่ามันเป็นสกิลที่ไม่ใช่ไม่ดีนัก

ด้วยวิธีนี้ผมก็มีโล่ป้องกันสามอย่าง.

มันไม่เหมือนกับโล่อื่นๆ โล่สะท้อนมีโอกาศที่จะทำให้การโจมตีแฉลบออกไปและสะท้อนความเสยหายให้กับคนที่เข้ามาโจมตี

สกิลพวกนี้ผมเรียกมันว่า สกิลของอาชีพ แท้ง.

สำหรับสายอาชีพที่ต้องเป็นแท้งแล้วคือพวกเขามรการโจมตีที่ต่ำและสกิลก็มีโอกาศที่จะสะท้อนความเสียหายในอัตราที่คงที่ไปยังมอนเตอร์.

ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอเวคก็สามารถเรียนโล่ป้องกันได้ทั้งหมด แต่ผมไม่รู้ว่าเลเวลสกิลมีโอกาศที่จะสะท้อนออกมาเท่าไรและจำนวนความเสียหายที่สะท้อนออกมา.

ถ้าผมสามารถควบคุมมันได้จากพวกอเวคแล้วโอกาศที่จะสะท้อนมีถึง50% มันเป็นการสะท้อนการโจมตีทางกายภาพเท่านั้น แต่สิ่งที่ผมคิดได้ค่อผมต้องมีโล่ที่ป้องกันเวทย์มนตร์

ถ้าไม่ใช่อะไรที่จะมาเพิ่มสถานะมานาไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์หรือสกิลผมคิดว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อให้ได้มันมา

เมื่อความชำนาญผมมากขึ้น ความรู้สึกของการผิดหวังก็มากขึ้นตามไปด้วย.

ทุกคนที่มีเลเวลที่สูงๆจะสนุกกับมัน.

ด้วยการเลเวลของผมอัพอย่างรวดเร็วและการเติบโตทางกายภาพพื้นฐานของผม ผมคิดว่ามผมสามารถเครียร์ดันเจี้ยนเลเวล28ด้วยตัวคนเดียวได้เหมือนกับ ‘ชอย โซฮยอน’, ซึ่งแท๊กซังไม่สามารถที่จะหยุดเป็นแฟนบอยของเขาได้.

ราวกับจะหัวเราะทุกอย่างที่เขาพยายามอย่างหนักในหลายๆปีที่เขาแสดงให้เห็น(คนอื่นต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเครียร์ดันเจี้ยนชั้นๆหนึ่งได้แต่พระเอกใช้เวลา3เดือนก็มีความสามารถในการเครียร์ชั้น28ด้วยตัวคนเดียวเหมือนกับ ชอย-โซฮยอน ที่ฝึกอย่างหนักหลายปี/ไรต์)

ผมให้ความสนใจหนังสือสกิลแค่เวลาสั้นๆ

ผมรู้สึกท้อแท้กับของความของปาร์คฮยอนของกิลโนเบลส.

วันนี้เป็นวันที่6สงครามระหว่างกิลดิ์รอบสองกับกิลด์เอ็มไพน์

ผมวางแผนที่จะไปอาคารของกิลดิ์โนเบลสในวันนี้.

* * *

ในอาคารของกิลด์โนเบลส ชั้นที่60 ห้องทำงานของปาร์คฮยอน ผมอยู่ที่นั่น.

5โมงเย็น ก่อนที่จะเหลืออีก1ชั่วโมงจะเกิดสงครามกิลด์

ด้วยคำแนะนำจากเลขาฯฝึกหัดผมเข้าไปในห้องและวางดาบทมิฬลงบนโต๊ะประชุม.

เธอสงสัยกับการกระทำของผมว่ามันหมายถึงอะไร ผมพยักหน้าเล็กน้อยให้ปาร์คฮยอน เธอก็ไล่เลขาฯของเธอทั้งหมดออกไป.

“คุณมินชอย มันคืออะไร? ฉันกำลังเคลือนไหวเนื่องจากสงครามกิลด์กำลังจะเริ่ม.”

“ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะคืนดาบเล่มนี้.”

เมื่อได้ยินคำพูดของผม เธอไม่สามารถซ่อนความสงสัยและสับสนออกมาได้และเธอก็พูด.

“คุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร...?คุณไม่ชอบมันหรอ?”

“ไม่.”

ผมถอนหายใจออกสักพักและพูดต่อ.

“ผมจะออกจากกิลด์”

“…..”

ขณะที่ผมพูดเสร็จใบหน้าของปาร์คฮยอนเย็นเฉียบในสองวินาที

แต่เธอก็กลับมาเปลี่ยนท่าทางของเธออีกครั้งและมันก็หายไปอย่างเงียบๆ

หลังจากที่เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งเธอก็เปิดปากของเธอ.

“หืมม....มันคืออะไร? มันเป็นเพราะต้องเข้าร่วมสงครามกิลด์ใช่มั๊ย?”

“ไม่มีเหตุผล ผมเสียเวลาของผมเอง.”

“ถ้าอย่างนั้นแทนที่จะเป็นการด่วนตัดสินใจเราสามารถแก้ปัญหาด้วยการพูดคุยได้…”

ในขะณที่เธอยังพูดอยู่ผมขัดจังหวะของเธอ

และหลังจากโค้งหัวอย่างสุภาพผมพูด

“ผมรู้สึกขอบคุณมากที่คุณช่วยผม ผมรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากและไม่มีวันลืมตลอดไปในชีวิตของผม อย่างไรก็ตามกิลด์โนเบลสไม่ใช่ที่ๆผมควรอยู่.”

“คุณจะไม่บอกเหตุผลหรอ?”

“…..”

เธอจ้องมองตรงมาที่ผมซึ่งยังคงเงียบหลังจากที่ถาม.

“มีข้อเสนอจากหน่วยสอดแนมของกิลด์อื่นหรอ? พวกเขาเสนออะไร?”

“ไม่ ผมไม่ชอบสถานการณ์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคนอื่น”

ปาร์คฮยอน เธอเป็นหัวหน้ากิลด์ และสามารถสั่งอเวคคนอื่นๆขอกิลด์ได้.

มันเป็นการแสดงหน้าที่ว่างเปล่าอย่างน่าเหลือเชื่อ.

เธอเป็นผู้หญิงที่น่ากล้วเมื่อคุณยิ่งรู้จักเธอมากเท่าไร.

จากการคาดเดาของผมเธอต้องการที่จะยึดจับผมไว้จนจบ

แต่มันไม่สามารถช่วยได้ แต่ก็ต้องแปลกใจจากคำถัดไปของเธอ.

“ดี..โอเค แน่นอน มองไปที่การแสดงออกของคุณฉันไม่คิดว่าฉันจะสามารถรั้งคุณเอาไว้ได้ไม่ว่าฉันจะพูดอะไร หากมันเป็นกรณีแบบนี้ก็ไม่สามารถช่วยได้ สัญญาเป็นสัญญา ตามสัญญาที่เราได้ร่างเอาไว้ก่อนหน้านี้คุณมีอิสระที่จะออกไปได้ทุกเมื่อ และไม่มีบทลงโทษอะไร.”

จากคำพูดของเธอ มันช่วยไม่ได้ที่จะสับสน.

“…ใช่ ผมรู้ตั้งแต่ผมอ่านรายละเอียดของสัญญา.”

“ถ้าคุณไม่ต้องการกิลด์แล้วทำตามที่คุณต้องการ แต่คุณไม่รู้ว่าจะมีชีวิตออกมาอีกเมื่อไหร่ ถ้าเราเจอกันอีกครั้งและคุณกลับมาเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะอยู่ด้วยกันอีกครั้ง.”

คำพูดที่คลุมเครือของเธอสิ้นสุดลงและผมก็ถูกทิ้งไว้กับความโล่งใจที่ยังไม่แน่นอน

เป็นเพราะว่าอาวุธของผมจากไปแล้ว?  ไม่.

มันต้องเป็นข้อสงสัยที่ผมรู้สึกต่อปาร์คฮยอน

รู้สึดสับสนในช่วงเวลาสั้นๆด้วยเหตุนี้ผมจึงออกจากกิลด์โนเบลส.

“ฉันต้องยกมีดกุหลาบของฉันอีกครั้ง?”(ครั้งหนึ่งเยอรมันได้ทำมีดที่ตกแต่งไว้ด้วยกุหลาบ แต่ความบังเอฺญของมันทำให้มันสามารถตัดอะไรก็เลย ทุกคนเลยเรียกมันว่ามีดกุหลาบ เป็นการเปรียบเทียบในการตัดความสัมพันธุ์) 2


Looking for the next chapter?

Current schedule: Monday and Wednesday

Not soon enough? Consider contributing to our supported chapters.

Previous Chapter|Index|Next Chapter

1. Author calls it hip sack.
2. So I’ve been informed by a friend that this is actually a meme. Germany once made a knife that had rose decorations on it, and accidentally made it so effective that it could cut through just about anything. Many copycats with the saying that this product is a rose knife, a knife famous for cutting through just about anything became a huge ad sensation, and a meme was born that all rose knives can cut through everything. So basically, he’s saying do I need to get serious and raise a figurative op weapon.

จบบทที่ 29. My Way

คัดลอกลิงก์แล้ว