- หน้าแรก
- เป็นเทพสังหารมันเหนื่อย ขอแกล้งกากให้ภรรยาเลี้ยงดีกว่า
- บทที่ 9 - กลับไปฝากคำพูดประโยคหนึ่งให้ฉันด้วย
บทที่ 9 - กลับไปฝากคำพูดประโยคหนึ่งให้ฉันด้วย
บทที่ 9 - กลับไปฝากคำพูดประโยคหนึ่งให้ฉันด้วย
บทที่ 9 - กลับไปฝากคำพูดประโยคหนึ่งให้ฉันด้วย
เห็นได้ชัดว่าไอ้หมอนี่ไม่ได้เรื่องยิ่งกว่าไอ้ยักษ์ทึ่มเมื่อวานซะอีก ไม่ใช่แค่ฝีมือห่วยแตกนะ แต่สมองยังกลวงโบ๋อีกต่างหาก ทำไมไม่รู้จักถามไถ่เรื่องราวเมื่อวานให้ดีก่อน วันนี้ถึงได้กล้าบุกมาหาเรื่องถึงที่ คิดว่าพกคนมาเยอะกว่าลูกพี่แล้วจะแก้แค้นสำเร็จงั้นเรอะ
อวิ๋นจื่อฝานไม่มีอารมณ์มานั่งสั่งสอนไอ้โง่นี่ หรือจะพูดให้ถูกคือเขาขี้เกียจสีซอให้ควายฟังต่างหาก
"เพียะ" เสียงตบฉาดใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานกว้าง หัวโจกยกมือขึ้นกุมแก้มที่บวมเป่งปูดโปนขึ้นมาทันตาเห็น
"ทำไมแกถึงได้โง่ดักดานเหมือนลูกพี่แกไม่มีผิดเลยฮะ ลูกพี่แกไม่ได้บอกหรือไงว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้นบ้าง" อวิ๋นจื่อฝานมองหัวโจกด้วยความนึกสนุก
"อ้อแอ้ๆๆๆ" หัวโจกยกมือกุมปาก พ่นคำรามออกมาเป็นภาษาต่างดาวไม่มีใครฟังรู้เรื่อง "ถุย พวกแกเข้าไปกระทืบไอ้หน้าจืดนี่ให้ตายคามือเลยนะ!" ในที่สุดไอ้ยักษ์ทึ่มก็ยอมคายฟันที่หักคากรามออกมา แล้วตะเบ็งเสียงสั่งลูกน้องอย่างเกรี้ยวกราด
ฝูงลูกน้องกรูกันเข้ามาล้อมกรอบอวิ๋นจื่อฝานไว้ วิธีการรับมือของเขาในวันนี้ดูซอฟต์ลงกว่าความโหดเหี้ยมเมื่อวานเยอะ เพราะเขารู้ดีว่าพวกนักเลงปลายแถวพวกนี้ก็แค่รับจ้างมาทำงานแลกเศษเงิน ไม่ได้มีเรื่องบาดหมางส่วนตัวอะไรด้วย แต่ทำผิดก็ต้องโดนลงโทษ เขาต้องใช้กำลังสั่งสอนให้พวกมันรู้สำนึกว่าดันมาแหยมกับคนที่ไม่ควรแหยมเข้าให้แล้ว
"เพียะ" "เพียะ" "เพียะ" เสียงตบหน้าดังระงมไปทั่วบริเวณ โดนตบไปคนละฉาดถ้วนหน้าไม่ขาดไม่เกิน
เพียงชั่วพริบตา ฝูงชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ต่างพากันทรุดลงไปนั่งยองๆ เอามือกุมหน้ากันถ้วนหน้า ลานกว้างเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์นั่งยองๆ เป็นพรืด มีคนเดินผ่านไปมาไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้ามายืนมุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"พวกเขากำลังทำอะไรกันน่ะ"
"นั่งยองๆ แบบนี้กำลังทำพิธีกราบไหว้อะไรอยู่หรือเปล่า"
"ดูเหมือนพวกเขากำลังปวดฟันกันนะ นั่งกุมแก้มกันทุกคนเลย"
"พ่อหนุ่มผมยาวที่ยืนอยู่ตรงกลางนั่นต้องเป็นหมอฟันแน่ๆ พวกเขากำลังอ้อนวอนขอให้หมอช่วยรักษาอยู่ชัวร์!"
"รีบไปดูเร็วเข้า ที่ลานกว้างมีหมอฟันมารักษาคนไข้ด้วย มีผู้ชายตัวโตๆ คุกเข่าอ้อนวอนขอให้หมอรักษาตั้งหลายคนแน่ะ!"
"ไป ไปดูหมอเทวดารักษาโรคที่ลานกว้างกันเถอะ เล่นเอานักเลงตัวโตๆ คุกเข่ากราบกรานได้เลยนะนั่น"
ข่าวลือแพร่สะพัดปากต่อปากไปอย่างรวดเร็ว อวิ๋นจื่อฝานลงมือสั่งสอนพวกมันไปไม่ถึงสิบนาที ลานกว้างก็มีไทยมุงล้อมวงดูกันแน่นขนัดมืดฟ้ามัวดิน
"ท่านประธานอวี่ฉิงคะ จะลงไปดูหน่อยไหมคะ ตรงลานกว้างมีหมอเทวดามาตั้งวงรักษาคนไข้ ตอนนี้กีดขวางทางเข้าออกห้างไปหมดแล้ว จะให้เชิญเขาขึ้นมาข้างบนไหมคะ" เลขาสาวเคาะประตูเดินเข้ามารายงานขณะที่ต่งอวี่ฉิงกำลังเซ็นเอกสารอยู่
"ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวฉันลงไปดูเอง ให้รปภ. ไปกันคนออกก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันตามลงไป" ต่งอวี่ฉิงคิดว่าลงไปดูสถานการณ์ด้วยตาตัวเองน่าจะดีกว่า
อวิ๋นจื่อฝานไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีคนมุงดูเยอะแยะขนาดนี้ เขาเดินแทรกแถวชายฉกรรจ์ที่นั่งยองๆ เข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหัวโจก ก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งยองๆ ประจันหน้ากัน
"เมื่อวานเป็นลูกพี่แก แล้วแกล่ะชื่ออะไร"
"ฉะ ฉันชื่อเอ้อร์ขุย" เห็นได้ชัดว่าเอ้อร์ขุยโดนอวิ๋นจื่อฝานตบจนหลาบจำ ถึงกับต้องขยับตัวถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
"ดีมาก ดูทรงแล้วแกคงเป็นน้องชายแท้ๆ ของต้าขุยสินะ วันนี้ประธานเฉินเสียงของพวกแกส่งมาป่วนอีกแล้วล่ะสิ" อวิ๋นจื่อฝานหรี่ตาลงอย่างอันตราย เพราะเมื่อวานเขาเพิ่งจะลั่นวาจาไปว่าถ้าใครกล้ามาเหยียบที่นี่อีก เขาจะทำให้มันอยู่ไม่สู้ตาย ถ้าไอ้เอ้อร์ขุยนี่กล้าพยักหน้ารับล่ะก็ พวกมันทุกคนเตรียมตัวรับชะตากรรมอันเลวร้ายได้เลย
"มะ ไม่ใช่นะ ประธานเฉินไม่พอใจมากที่พี่ชายฉันทำงานพลาด แถมฉันยังเห็นพี่ชายโดนซ้อมซะสะบักสะบอม ฉะ ฉันก็เลยอยากจะมาแก้แค้นแทนพี่" เอ้อร์ขุยเอามือกุมแก้มตอบ เสียงพูดอู้อี้แถมยังมีลมรั่วออกตามไรฟันที่หักไป
"แกนี่ก็รักพี่รักน้องดีนะ ถือว่าเป็นคนรักพวกพ้องใช้ได้ ฉันจะไม่เอาความแกก็แล้วกัน แต่แกจำเอาไว้ วันนี้ฉันสั่งสอนพวกแกไปแล้ว แกจงกลับไปฝากคำพูดประโยคหนึ่งถึงประธานเฉินของแกด้วย ถ้าเขายังกล้าคิดจะเล่นตุกติกอะไรอีกล่ะก็ จุดจบของเขาจะเหมือนกับ... เอ้อ เหมือนกับ..." ตอนแรกอวิ๋นจื่อฝานกะจะหาของแข็งๆ มาบีบโชว์ความโหดซะหน่อย แต่หน้าห้างหรูขนาดนี้จะไปหาเศษอิฐเศษปูนจากไหนล่ะเนี่ย
"เอ้อ... ก็จะเหมือนกับ... เอ้อ..." ในเมื่อหาอะไรไม่ได้ อวิ๋นจื่อฝานเลยหยิบฟันซี่ที่เพิ่งร่วงหลุดจากปากเอ้อร์ขุยขึ้นมา "ก็จะเป็นแบบนี้ไง" อวิ๋นจื่อฝานใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งบดขยี้ฟันซี่นั้นเบาๆ ฟันกรามแข็งๆ ก็แหลกละเอียดกลายเป็นผงธุลีในพริบตา
เห็นได้ชัดว่าพลังนิ้วระดับนี้คนธรรมดาทั่วไปไม่มีทางทำได้แน่นอน ถึงแม้การสื่อสารของอวิ๋นจื่อฝานอาจจะดูทุลักทุเลไปสักนิด แต่เอ้อร์ขุยก็เข้าใจความหมายแฝงนั้นอย่างถ่องแท้ มันรีบพยักหน้ารับหงึกๆ ราวกับไก่จิกข้าวสาร
พอกลุ่มไทยมุงเห็นท่าทางแบบนั้นก็พากันมโนไปกันใหญ่
"หมอเทวดาต้องกำลังจ่ายยาผงสูตรลับให้แน่ๆ เลย ถึงต้องกระซิบกระซาบกันแบบนั้น"
"ดูสิ เขาใช้นิ้วถูๆ กันแบบนั้น ต้องกำลังเรียกร้องเงินค่ารักษาอยู่แน่ๆ"
"ฉันว่าหมอเทวดากำลังบดยาสมุนไพรสูตรลับเฉพาะตัวอยู่นะ"
"หมอเทวดาบอกว่าให้พวกมันไปหาซื้อยามากินเองเดี๋ยวก็หายปวด แต่หมอขอเก็บค่าครูแพงหน่อย"
"ไอ้พวกหน้าโหดพวกนี้น่าจะเป็นพวกแก๊งต้มตุ๋นขายยาเถื่อน ยาพวกนั้นแพงจะตาย พอตอนนี้พวกมันปวดฟันก็เลยต้องมาพึ่งหมอเทวดา แต่หมอเทวดาคงจะโก่งราคาค่ารักษาน่าดู"
ข่าวลือถูกใส่สีตีไข่ไปเรื่อยเปื่อยจนหลุดโลก ทันทีที่ต่งอวี่ฉิงลงมาถึงเธอก็พบกับฝูงชนที่มุงดูกันมืดฟ้ามัวดิน ขนาดพนักงานรปภ. บางคนยังแอบไปเนียนยืนมุงดูกับเขาด้วยเลย
"พวกนายมัวทำอะไรกันอยู่ เกิดอะไรขึ้นข้างในน่ะ" ต่งอวี่ฉิงมองฝูงชนที่เบียดเสียดกันยัดเยียดพลางขมวดคิ้วถาม
"ท่านประธานอวี่ฉิงครับ คืออย่างนี้ครับ ข้างในมีหมอเทวดากำลังรักษาอาการปวดฟันให้พวกนักเลงกลุ่มนึงอยู่ครับ ดูเหมือนจะมีการซื้อขายยาสมุนไพรผิดกฎหมายกันด้วย พวกเรากำลังปรึกษากันอยู่ครับว่าจะแจ้งตำรวจดีไหม" หัวหน้ารปภ. รายงานเป็นฉากๆ ราวกับตาเห็น
"เหลวไหล! นายประสาทกลับไปแล้วหรือไง นี่มันลานกว้างหน้าห้างเรานะ ขืนนายแจ้งตำรวจแล้วข่าวลือออกไปห้างเราจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน! รีบสลายการชุมนุมเดี๋ยวนี้ ฉันจะเข้าไปดูสถานการณ์ข้างในเอง" ต่งอวี่ฉิงยังมีสติปัญญาเฉียบแหลม เธอจับพิรุธในคำบอกเล่าของรปภ. ได้ในทันที
"หลีกทางหน่อยครับๆ ขอทางหน่อย ไม่มีอะไรให้ดูแล้วครับ แยกย้ายกันได้แล้ว!" รปภ. รีบแหวกทางให้ต่งอวี่ฉิงเดินเข้าไปด้านในวงล้อม
"ที่ฉันพูดไปทั้งหมดเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วใช่ไหม ฟังรู้เรื่องแล้วใช่ไหม" อวิ๋นจื่อฝานเอ่ยด้วยน้ำเสียง "อ่อนโยนเป็นมิตร" พลางตบหัวเอ้อร์ขุยปุๆ
"เข้าใจแล้วครับพี่ เข้าใจแล้วครับ" เอ้อร์ขุยผงกหัวรับคำรัวๆ ยืนยันว่าเข้าใจแจ่มแจ้งทะลุปรุโปร่ง
"เข้าใจแล้วก็ไสหัวไปสิ!" สิ้นคำตวาดของอวิ๋นจื่อฝาน กลุ่มชายฉกรรจ์ก็ลุกพรวดขึ้นพร้อมใจกันหันหลังเดิน ไม่สิ ต้องเรียกว่าหันหลังวิ่งเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทางถึงจะถูก
ต่งอวี่ฉิงเบียดเสียดฝ่าฝูงชนเข้ามาจนถึงด้านในสุด สายตาของเธอมองตามหลังกลุ่มชายฉกรรจ์ที่วิ่งหนีไป ก่อนจะหันมาสะดุดตากับแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางซึ่งดูคุ้นตาพิกล จังหวะที่อวิ๋นจื่อฝานหันหน้ามาพอดี...
"คุณเองเหรอ" ต่งอวี่ฉิงหลุดปากอุทาน "คุณมาทำอะไรที่นี่ แถมยังมาก่อเรื่องวุ่นวายอะไรใหญโตเนี่ย"
อวิ๋นจื่อฝานเองก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องบ้าบอนี้ยังไงดี เลยเลือกที่จะหุบปากเงียบ
"คุณ... ตามฉันขึ้นไปบนห้องทำงานเถอะ" ต่งอวี่ฉิงปรายตามองฝูงชนรอบข้าง ขืนปล่อยให้ "หมอเทวดา" ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนี้ ฝูงชนคงไม่ยอมสลายตัวง่ายๆ แน่
ฝูงไทยมุงค่อยๆ ทยอยสลายตัวไปอย่างอ้อยอิ่ง ระหว่างเดินจากไปก็ยังไม่วายซุบซิบนินทากันสนุกปาก
"ดูท่าคุณหนูตระกูลต่งจะถูกใจใบสั่งยาของหมอเทวดาคนนี้เข้าให้แล้วสิ"
"หมอเทวดาคนนี้ใช่ลูกเขยแต่งเข้าบ้านสกุลต่งหรือเปล่านะ"
"หมอเทวดาประจำตระกูลต่งนี่ดูท่าจะมีอิทธิพลไม่เบาเลยนะเนี่ย"
"ต้องเป็นเพราะต่งอวี่ฉิงถูกใจหน้าตาของหมอเทวดาคนนี้แน่ๆ ถึงได้ชวนเขาเข้าไปข้างใน จุ๊ๆ ต่อให้เป็นหญิงเก่งระดับผู้บริหารก็หนีไม่พ้นเสน่ห์ความหล่อสินะเนี่ย!"
[จบแล้ว]