- หน้าแรก
- เป็นเทพสังหารมันเหนื่อย ขอแกล้งกากให้ภรรยาเลี้ยงดีกว่า
- บทที่ 3 - โอกาสเดียวของแกคือคุกเข่าโขกศีรษะขอโทษ
บทที่ 3 - โอกาสเดียวของแกคือคุกเข่าโขกศีรษะขอโทษ
บทที่ 3 - โอกาสเดียวของแกคือคุกเข่าโขกศีรษะขอโทษ
บทที่ 3 - โอกาสเดียวของแกคือคุกเข่าโขกศีรษะขอโทษ
"ไอ้สวะนั่นมันทำบ้าอะไร รอนหาที่ตายรึไง!?"
"คิดไม่ถึงว่าไอ้หน้าตัวเมียนี่จะพอมีกระดูกสันหลังอยู่บ้าง กล้าออกโรงปกป้องเมียด้วยเว้ย! เก่ง เก่งมาก! แต่น่าเสียดาย... ที่ดันมาเจอพวกเรา!"
"ไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัว อยากทำตัวเป็นฮีโร่ สงสัยจะอายุสั้นซะแล้ว!"
เมื่อเห็นอวิ๋นจื่อฝานออกโรง พวกนั้นก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประสานเสียงหัวเราะเยาะ สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความดูถูกและถากถาง
ราวกับเห็นภาพอวิ๋นจื่อฝานลงไปนอนตัวสั่นงันงกร้องขอชีวิตอยู่ใต้ฝ่าเท้าของต้าขุยแล้ว!
ก็แหงล่ะ ไอ้นี่มันก็แค่ไอ้สวะขี้ขลาดที่เกาะผู้หญิงกิน พอมาอยู่ต่อหน้าพวกอันธพาลหน้าเหี้ยมราวกับหมาป่าพวกนี้ มันก็ไม่ต่างอะไรกับเต้าหู้เละๆ แตะนิดเดียวก็แหลกคามือ!!
"เชี่ย ไอ้หน้าตัวเมีย แกกล้าขวางทางฉันเรอะ รอนหาที่ตายชัดๆ" ต้าขุยยืนตระหง่านค้ำหัว นัยน์ตาเบิกโพลงราวกระดึงวัวสาดประกายโหดเหี้ยมอำมหิต
"คุกเข่าโขกศีรษะขอโทษซะ" สีหน้าอวิ๋นจื่อฝานยังคงราบเรียบไร้อารมณ์ ทว่าในดวงตาที่เคยเลื่อนลอยกลับสาดประกายเย็นเยียบจนน่าใจหาย "นี่คือโอกาสสุดท้ายของแก"
สิ้นคำพูดนี้ ทั่วทั้งบริเวณก็ตกอยู่ในความเงียบงัน เงียบสงัดจนน่าขนลุก ราวกับแม้แต่เสียงลมหายใจก็ยังหยุดชะงัก!
อวดดี! อวดดีเกินไปแล้ว!
ไอ้หน้าตัวเมียนี่ฝีมือไม่เท่าไหร่ แต่ปากเก่งชะมัด!!
ดูหุ่นขี้ก้างของมันสิ จะเอาอะไรไปสู้ต้าขุยที่สูงใหญ่ล่ำบึ้กได้ แถมทักษะการต่อสู้ของพวกอันธพาลยังไงก็ต้องเหนือกว่าไอ้หนุ่มหน้ามนที่ดูอ่อนแอคนนี้อยู่แล้ว!
"ดีไม่ดี ไอ้หมอนั่นอาจจะโดนหิ้วปีกด้วยมือข้างเดียวเลยก็ได้นะนั่น!"
ผู้คนต่างหัวเราะเยาะพลางยืนดูเหตุการณ์อย่างเย็นชา รอคอยฉากที่อวิ๋นจื่อฝานถูกต้าขุยอัดจนเละ!
"ไสหัวไป" ต้าขุยก้าวฉับๆ มือกระชับไม้เบสบอลแน่นก่อนจะฟาดลงมาอย่างแรง!!
ท่อนเหล็กแหวกอากาศจนเกิดภาพติดตา ขณะที่ฟาดลงมานั้นมองไม่เห็นวิถีวงสวิงเลยแม้แต่น้อย ได้ยินเพียงเสียงลมพัดวูบเดียวเท่านั้น พลังทำลายล้างของท่อนเหล็กนี้คงไม่ต้องจินตนาการเลยว่าจะเร็วและแรงแค่ไหน!!
พละกำลัง! ความแข็งแกร่ง! ความเร็ว!
อานุภาพของการโจมตีครั้งนี้มากพอที่จะทำให้ผู้ชายร่างโตๆ คนหนึ่งล้มทั้งยืนและหมดสภาพการต่อสู้ไปเลย
ท่อนเหล็กที่พุ่งแหวกอากาศกำลังจะฟาดลงบนหัวอวิ๋นจื่อฝานให้หัวแบะเลือดอาบในอีกไม่ช้า!!
"ม่ายยย" ต่งอวี่ฉิงอ้าปากค้าง ร้องเสียงหลงด้วยความตกใจสุดขีด
ส่วนคนอื่นๆ กลับเบิกตากว้าง จ้องมองเหตุการณ์นี้ด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง!
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของต้าขุยยิ่งบิดเบี้ยว ร้ายกาจและกระหายเลือดราวกับสัตว์ป่าที่ได้กลิ่นคาวเลือด!
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!!
อวิ๋นจื่อฝานยกมือข้างหนึ่งขึ้น ไม่มีใครมองทันการเคลื่อนไหวของเขา แต่กลับเห็นว่าไม้เบสบอลที่ฟาดลงมาอย่างเกรี้ยวกราดนั้นหยุดชะงักอยู่เหนือหัวเขาพอดี เขาคว้ามันไว้ได้อย่างมั่นคง!
ตะลึง! งงงัน! ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง!
ในชั่วพริบตานั้น เสียงเซ็งแซ่ทั้งหมดก็เงียบกริบลงทันที กลุ่มคนมุงต่างอ้าปากค้างตาเหลือก เงียบกริบเป็นเป่าสากจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจ!
เงียบ!
เงียบจนน่าขนลุก!!
แรงฟาดไม้เบสบอลของต้าขุยเมื่อกี้ ขีดจำกัดความอดทนของร่างกายมนุษย์ไม่มีทางรับไหวแน่นอน พลังขนาดนั้นตีคนธรรมดากระดูกหักได้สบายๆ!
นั่นหมายความว่า ต่อให้อวิ๋นจื่อฝานจะรับไว้ได้ แต่มือข้างนั้นของเขาก็ต้องแหลกละเอียด
แต่ทว่าในตอนนี้ใบหน้าของอวิ๋นจื่อฝานกลับยังคงเงียบสงบและราบเรียบราวกับน้ำนิ่ง ไม่มีแม้แต่ร่องรอยความเจ็บปวดให้เห็น
ต้าขุยอ้าปากค้าง อึกอักพูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ ผ่านไปหลายอึดใจเขาถึงได้สติกลับมาและโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ รู้สึกเหมือนโดนหยามหน้าอย่างรุนแรง!!
"เชี่ย! ไอ้หน้าตัวเมีย วันนี้ถ้าลูกพี่อย่างฉันไม่เอาแกถึงตาย ฉันจะยอมเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเดียวกับแกเลยไอ้เวร!"
เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นทะลุปรอทดันออกมาจากปากของต้าขุย วินาทีต่อมา หมัดอีกข้างก็กำแน่นและพุ่งตรงไปที่ใบหน้าของอวิ๋นจื่อฝานทันที!!
ทว่า.
หมัดยังพุ่งออกไปไม่ถึงครึ่งทาง เขากลับสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่แผ่ซ่านจากหน้าท้องไปทั่วทุกอณูขุมขน จากนั้นร่างทั้งร่างก็ลอยละลิ่วขึ้นฟ้า เสียงลมพัดตึงเข้าหู ก่อนจะร่วงลงมากระแทกทับคนข้างหลังล้มระเนระนาดเสียงดังสนั่น!!
"พรวด!"
เขากระอักเลือดคำโต ร่างกายอ่อนระทวยลงกองกับพื้น ใบหน้าซีดเซียวราวกับคนตาย ไอเป็นเลือดไม่หยุดราวกับจะขย้อนเอาเครื่องในออกมาให้หมด
อวิ๋นจื่อฝานชักเท้ากลับอย่างเนิบนาบ ลูกเตะเมื่อครู่เตะต้าขุยลอยสูงกว่าหนึ่งเมตรและกระเด็นไกลออกไปถึงห้าหกเมตร หากไม่มีคนรับอยู่ด้านหลังเกรงว่าคงจะกระเด็นไปไกลกว่านี้อีก!!
พลังอำมหิตขนาดนี้ มนุษย์ธรรมดาจะทำได้จริงๆ หรือ
น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว!!
"เอื๊อก"
วินาทีนั้น พวกที่มาหาเรื่องต่างลอบกลืนน้ำลายลงคอ แววตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดผวา
ลูกเตะเมื่อกี้ พลังระดับมนุษย์ทำได้จริงๆ เหรอ
รูปร่างอย่างต้าขุย น้ำหนักตัวเกินร้อยกิโลกรัมแน่นอน แต่ไอ้หมอนี่กลับเตะกระเด็นไปตั้งห้าหกเมตรด้วยลูกเตะสบายๆ เนี่ยนะ!!
"บัดซบ ฉันจะฆ่าแก!!"
ต้าขุยที่นอนกองอยู่บนพื้นแผดเสียงคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น พออ้าปาก เลือดก็พุ่งกระฉูดออกมาอีก
แต่เขาก็ยังฝืนยันตัวลุกขึ้นมา แล้วพุ่งพรวดเข้าใส่อวิ๋นจื่อฝานอย่างบ้าคลั่ง
"ปัง"
อวิ๋นจื่อฝานนัยน์ตาเบิกกว้าง เอื้อมมือไปแย่งไม้เบสบอลในมือของต้าขุยมา ก่อนจะหมุนตัวตวัดขาเตะออกไปทันที
ต้าขุยผู้น่าสมเพชกระเด็นลอยละลิ่วไปอีกครั้ง ชนข้าวของด้านหลังพังระเนระนาด ร่างกระแทกพื้นอย่างแรงจนแทบจะหมดสติ
อวิ๋นจื่อฝานปรายตาจ้องมองฝูงชนที่มุงดูเหตุการณ์ด้วยสายตาดูแคลน ทำเอาพวกนั้นขนหัวลุกซู่ ยืนทื่อทำอะไรไม่ถูก
"เอื๊อก"
พวกเขาลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก แววตาเผยให้เห็นความกลัวอย่างสุดซึ้ง
"ฉันไม่ได้ลงมือมาสามปีแล้ว" เสียงอวิ๋นจื่อฝานราบเรียบ "ฝีมือตกไปหน่อยแฮะ"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามือกลับหักไม้เบสบอลออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย
"นี่มัน"
"นี่ใช่คนแน่เหรอ!?"
หักไม้เบสบอลด้วยมือเปล่า!!
แถมยังเป็นไม้เบสบอลที่หนาตั้งสามสี่มิลลิเมตรอีกด้วย!!
ต้องใช้พละกำลังมหาศาลขนาดไหนถึงจะทำได้! มนุษย์ทำแบบนี้ได้จริงๆ เหรอ!
ทว่าอวิ๋นจื่อฝานกลับทำได้จริงๆ มิหนำซ้ำสีหน้ายังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ราวกับเพิ่งทำเรื่องปกติธรรมดาๆ ลงไป
วินาทีต่อมา เขาก็เอาไม้เบสบอลสองท่อนที่หักทบกันแล้วมาหักครึ่งอีกรอบ
พอมองดูไม้เบสบอลท่อนนั้น
"มีใครอยากจะหาเรื่องอีกไหม"
อวิ๋นจื่อฝานปรายตาขึ้นเล็กน้อย กวาดสายตามองไปเบื้องหน้าทีละคน
ฉับพลันนั้นพวกนักเลงรับจ้างที่แฝงตัวเตรียมหาเรื่องอยู่ในฝูงชนต่างพากันก้าวถอยหลัง รูม่านตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม
[จบแล้ว]