- หน้าแรก
- เป็นเทพสังหารมันเหนื่อย ขอแกล้งกากให้ภรรยาเลี้ยงดีกว่า
- บทที่ 1 - ฉันต้องการหย่า
บทที่ 1 - ฉันต้องการหย่า
บทที่ 1 - ฉันต้องการหย่า
บทที่ 1 - ฉันต้องการหย่า
ประเทศ H เมืองเจียงเป่ย
แสงแดดเดือนเก้าแผดเผาราวกับเปลวเพลิงหลอมละลายผืนปฐพี
เสียงเบรกดังเสียดแก้วหู รถเบนท์ลีย์คันหรูจอดสนิทริมฟุตบาท ชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งก้าวลงจากรถ
"นั่นมัน... หนึ่งในสิบสาวงามแห่งเจียงเป่ย ต่งอวี่ฉิงไม่ใช่เหรอ"
ต่งอวี่ฉิงคือใครกัน
เธอคือสาวงามเลื่องชื่อแห่งเมืองเจียงเป่ย เพียบพร้อมด้วยวุฒิภาวะ สติปัญญา และรูปโฉม ซ้ำยังก่อตั้งบริษัทใหญ่โตด้วยสองมือ บริหารงานจนเป็นระเบียบเรียบร้อย ปัจจุบันมูลค่าบริษัททะลุร้อยล้าน เป็นแบบฉบับของสาวสวยรวยเก่งอย่างแท้จริง
แล้วอวิ๋นจื่อฝานล่ะ เป็นแค่ไอ้ขี้แพ้เกาะผู้หญิงกิน ความสามารถไม่มี ชาติตระกูลก็ต่ำต้อย จะเอาอะไรไปคู่ควรกับหญิงสาวผู้เพียบพร้อมขนาดนั้น!
ผู้คนมากมายต่างรู้สึกเสียดายแทนต่งอวี่ฉิง!!
กลุ่มคนรอบข้างที่จับเข่าคุยกันประปรายไม่ว่าชายหรือหญิง ล้วนทอดสายตามองอวิ๋นจื่อฝานด้วยความเหยียดหยาม ดูแคลน และอิจฉาริษยา
ทว่าชายหญิงที่ยืนอยู่ข้างรถเบนท์ลีย์ในเวลานี้กลับเอาแต่เงียบงัน
อวิ๋นจื่อฝานพิงตัวกับรถพลางจุดบุหรี่ เขาพ่นควันสีขาวขุ่นบดบังใบหน้าหล่อเหลาคมคายให้ดูเลือนราง
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหน้าตาของอวิ๋นจื่อฝานนั้นหล่อเหลาขั้นสุด ทว่าการแต่งกายที่ดูซอมซ่อไม่ดูแลตัวเองประกอบกับแววตาเลื่อนลอย กลับทำให้เขาดูตกอับอย่างเหลือแสน
ยิ่งต้องมายืนเคียงข้างต่งอวี่ฉิงที่เจิดจรัส เขาก็ยิ่งดูไร้ค่าและไม่คู่ควรกับเธอเลยสักนิด
"สามปี หมดเวลาแล้ว" ในที่สุดอวิ๋นจื่อฝานก็ช้อนตาขึ้น ประกายคมกริบวาบผ่านส่วนลึกของดวงตา "สัญญาระหว่างเราสิ้นสุดลงแล้ว ไปทำเรื่องหย่ากันเถอะ"
ร่างอรชรของต่งอวี่ฉิงสั่นสะท้าน ทว่าเธอก็พยักหน้ารับ "ได้ ทำเรื่องหย่าเสร็จฉันจะให้เงินคุณสองแสน ถือซะว่าเป็นค่าตอบแทน"
"ไม่ต้อง" อวิ๋นจื่อฝานแววตาราบเรียบ เอ่ยเสียงเย็นชา "ผมไม่ได้ขัดสนเงินแค่นี้ ที่แต่งงานกับคุณมาสามปีก็แค่เพื่อทำตามสัญญาในอดีตให้สำเร็จเท่านั้น"
"หึ" ต่งอวี่ฉิงอดหัวเราะเยาะไม่ได้ เธอเอ่ยเสียงหยัน "สามปีมานี้คุณใช้ชีวิตยังไงทำไมฉันจะไม่รู้ อวิ๋นจื่อฝาน อย่างน้อยเราก็ถือเป็นสามีภรรยากันในนาม เงินสองแสนนี่ถือซะว่าเห็นแก่เยื่อใยสามปีของเราก็แล้วกัน"
อวิ๋นจื่อฝานขมวดคิ้ว เอ่ยเสียงเรียบ "ต่อให้คุณยกบริษัททั้งบริษัทให้ผม ผมก็ไม่สนใจ รอทำเรื่องหย่าครั้งนี้เสร็จ เราสองคนก็ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก"
ต่งอวี่ฉิงโกรธจนร่างสั่นเทิ้ม
ใครต่อใครต่างบอกว่าต่งอวี่ฉิงคือสาวงามภูเขาน้ำแข็ง เป็นประธานบริษัทยอดสตรีผู้สูงส่ง เป็นเทพธิดาในฝันที่ชายหนุ่มนับไม่ถ้วนปรารถนา ไอ้สวะอวิ๋นจื่อฝานไม่มีวันคู่ควรกับเธอ!
แต่ในความเป็นจริง ผู้ชายตรงหน้ากลับเย็นชากับเธอยิ่งกว่าร้อยเท่า!
ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดสามปีที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ผู้ชายคนนี้แทบไม่เคยปรายตามองเธออย่างจริงจังเลยสักครั้ง!
ราวกับว่าในสายตาของเขา หนึ่งในสิบสาวงามแห่งเจียงเป่ยอย่างต่งอวี่ฉิง ไม่มีค่าพอให้เขามองด้วยซ้ำ!
ต่งอวี่ฉิงขบกรามแน่น ปรายตามองอวิ๋นจื่อฝานอย่างเย็นชาและเอ่ยอย่างเคียดแค้น "อวิ๋นจื่อฝาน คุณรีบอยากหย่ากับฉันขนาดนั้นเลยเหรอ!"
อวิ๋นจื่อฝานพยักหน้า สีหน้าไร้ระลอกคลื่นดุจบ่อน้ำนิ่ง เขาโยนก้นบุหรี่ในมือทิ้งแล้วใช้เท้าขยี้ "คุณเดาถูกแล้ว"
"ดี! ดีมาก!"
ต่งอวี่ฉิงพยักหน้าติดๆ กัน โกรธจนคันยุบยิบในใจ เธอคือหนึ่งในสิบสาวงามแห่งเจียงเป่ยผู้สูงส่ง แต่ตอนนี้กลับถูกผู้ชายตกอับรังเกียจแถมยังอยากรีบหย่าให้พ้นๆ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปมีหวังถูกคนหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่!
พูดตามตรงเธอไม่ได้อยากหย่า สำหรับเวิร์กกิ้งวูแมนที่ทุ่มเทให้หน้าที่การงานอย่างเธอ การมีสามีบังหน้าช่วยตัดปัญหาจุกจิกไปได้เยอะ
แต่ระดับไฮโซสาวอย่างเธอจำต้องมาทนรับรังสีอำมหิตแบบนี้ด้วยหรือ
อย่างมากก็แค่แยกย้าย!
ประจวบเหมาะพอดี!
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดิน เสียงโทรศัพท์ของต่งอวี่ฉิงก็ดังขัดจังหวะขึ้น
"ฮัลโหล ท่านประธาน แย่แล้วค่ะ ห้างสรรพสินค้าของเราเกิดเรื่องแล้ว!" เสียงร้อนรนดังมาจากปลายสาย "ท่านรีบกลับมาควบคุมสถานการณ์เถอะค่ะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตากลมโตของต่งอวี่ฉิงพลันหรี่แคบลง เธอรีบซักไซ้ "เกิดอะไรขึ้น"
"มีคนมีเรื่องกับร้านค้าในห้างค่ะ ตอนนี้กำลังคุมเชิงกันอยู่ ฟังมาว่าคู่แข่งทางธุรกิจไม่พอใจเลยจ้างพวกอันธพาลมาก่อกวนไม่ให้เราทำมาค้าขึ้น"
ปัจจุบันธุรกิจของต่งอวี่ฉิงคือห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่ทันสมัย อาจกล่าวได้ว่าห้างสรรพสินค้าแห่งนี้คือเส้นเลือดใหญ่เพียงเส้นเดียวของบริษัทเธอ
ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงร้อนใจสุดขีด "ท่านประธานรีบกลับมาเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นพวกเราคุมไม่อยู่ ต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่!"
ต่งอวี่ฉิงตาประกายวูบ รีบหันหลังเดินกลับไปที่รถเบนท์ลีย์
"วันหลังค่อยมาทำเรื่องหย่า บริษัทมีปัญหาปุบปับ"
เธอไม่เปิดโอกาสให้อวิ๋นจื่อฝานได้อ้าปากพูด กระชากประตูรถแล้วลงไปนั่งประจำที่คนขับทันที
นี่คือสไตล์การทำงานของต่งอวี่ฉิง เด็ดขาด รวดเร็ว และฉับไว
อวิ๋นจื่อฝานอ้าปากค้าง ทว่าสุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไร เขายอมสอดตัวเข้าไปนั่งที่เบาะหลังแต่โดยดี
เทียบกับเรื่องหย่าแล้ว ปัญหาของบริษัทในตอนนี้ถือว่าเร่งด่วนกว่าจริงๆ
เขาไม่ใช่คนไร้เหตุผลที่ไม่รู้จักแยกแยะความสำคัญ จึงพอจะเข้าใจต่งอวี่ฉิงอยู่บ้าง
เครื่องยนต์คำราม รถหรูพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากแล่ง
อวิ๋นจื่อฝานพิงพนักเบาะหลัง แหงนหน้าหลับตาพักผ่อน ทว่าในวินาทีนั้นโทรศัพท์ของเขากลับสั่นเตือน มีข้อความเข้า
เขาเปิดหน้าจอแล้วกวาดตามองผ่านๆ เป็นข้อความจากธนาคาร: เรียนท่านลูกค้า บัญชีธนาคารของท่านได้รับการปลดอายัดแล้ว ยอดเงินคงเหลือคือ...
อวิ๋นจื่อฝานยังไม่ทันได้ดูตัวเลขยอดเงิน เขาก็กดปิดหน้าจอโทรศัพท์แล้วหลับตาพักผ่อนอย่างเงียบงัน
เมื่อสามปีก่อน เขาเคยรับปากเงื่อนไขสองข้อกับอาจารย์เฒ่าผู้ลึกลับ
ข้อแรก แต่งเข้าบ้านสกุลต่ง แม้จะไม่เข้าใจจุดประสงค์ที่แท้จริงของตาเฒ่า ทว่าเขาก็ยอมตกลง
ข้อสอง ภายในสามปี ห้ามใช้ความสามารถของตนเอง และห้ามเปิดเผยตัวตนเด็ดขาด
ข้อตกลงทั้งสองข้อเขาทำสำเร็จแล้ว วันนี้ครบกำหนดสามปี ฟ้ากว้างย่อมปล่อยนกโบยบิน!!
[จบแล้ว]