เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 - คลับคนรักรถและกลุ่มสังคมใหม่

บทที่ 151 - คลับคนรักรถและกลุ่มสังคมใหม่

บทที่ 151 - คลับคนรักรถและกลุ่มสังคมใหม่


บทที่ 151 - คลับคนรักรถและกลุ่มสังคมใหม่

หลังจากถ่ายรูปและอัปโหลดเสร็จ งานก็ถือเป็นอันจบ

จางหยางไม่ได้มีความสนใจที่จะมานั่งกดรีเฟรชหน้าจอดูตลอดเวลา เพราะเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเรื่องการตบหน้าคนอื่นนักหรอก การอธิบายไปก็เพื่อรักษาภาพลักษณ์และเพื่อความสะดวกในการดำเนินการขั้นต่อไปเท่านั้นเอง

เขานอนเอนกายบนเก้าอี้หวายที่ระเบียงอย่างสบายอารมณ์ ปล่อยให้ลมจากริมแม่น้ำหวงผู่พัดผ่านไป

ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาถึงนึกขึ้นได้แล้วเปิดแอปพลิเคชันเจ่อเย่ขึ้นมาดูอีกครั้ง

[กราบเลยครับ ท่านพี่คนรวยของจริงนี่นา !]

[มุมกล้องแบบนี้ นี่มันบ้านในโครงการจงเหลียงไห่จิ่งชัดๆ พี่ชายที่อยู่บ้านราคานับร้อยล้านครับ ผมขอถอนคำพูดที่เคยล่วงเกินไปเมื่อกี้ทั้งหมดเลยครับ]

[เหอะ ก็แค่พวกเศรษฐีใหม่ มีดีอะไรให้เชิดหน้าชูตาล่ะ ?]

[ไม่ใช่สิ เจ้าของกระทู้เขาก็ดูนิสัยดีออกนะ เขาก็ยอมรับตามตรงว่าตัวเองมีแค่เงินแต่ยังรู้สึกสับสนกับก้าวต่อไป ทำไมคุณต้องไปคอยเหน็บแนมเขาด้วยล่ะ ? พวกเกรียนคีย์บอร์ดนี่มันจริงๆ เลย]

อารมณ์ของจางหยางยังคงสงบนิ่ง คำตอบที่ไร้แก่นสารพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ

เขาเชื่อมั่นว่า ในเจ่อเย่ที่กว้างขวางแห่งนี้ นอกจากพวกที่มาป่วนแล้ว ยังต้องมีคนที่สามารถให้คำแนะนำที่สมเหตุสมผลอยู่แน่นอน

[แนะนำว่าเจ้าของคำตอบควรจะไปลงเรียนคอร์สสำหรับผู้บริหารนะคะ ถ้าเป็นของมหาวิทยาลัยชิงหัวหรือปักกิ่งจะดีที่สุด เพราะนอกจากจะได้พัฒนาความรู้และเติมเต็มศักยภาพให้ตัวเองแล้ว ยังได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมรุ่นที่เป็นคนระดับสูงและผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายสังคมที่มีคุณภาพอย่างยิ่งค่ะ]

[เรื่องรูปลักษณ์และบุคลิกภาพ แนะนำให้หาบริษัทดูแลภาพลักษณ์มืออาชีพ หรือไม่ก็ฝึกเรื่องการจัดระเบียบร่างกายและท่วงท่า ส่วนเรื่องฟิตเนสซื้อคอร์สส่วนตัวนี่ไม่จำเป็นเลยค่ะ พวกเทรนเนอร์สาวๆ นั่นอาจจะจ้องแต่จะสูบเงินคุณจนหมดตัวก็ได้ และที่สำคัญที่สุด จำไว้ให้ดีนะคะ อย่าพยายามประโคมของแบรนด์เนมอย่างอามานี่หรือกุชชี่ทั้งตัวแบบมั่วซั่ว มันดูเหมือนพวกเศรษฐีใหม่เกินไป แนะนำให้สั่งตัดชุดแบบส่วนตัวจะดีกว่า คนรวยจริงๆ น่ะมองปราดแรกอาจจะดูไม่มีอะไร แต่ถ้าสังเกตให้ดี ตั้งแต่นาฬิกาไปจนถึงแหวนหรือกระดุมข้อมือล้วนมีราคาแพงจนน่าตกใจทั้งนั้นแหละค่ะ]

คำตอบที่ดูตั้งใจตอบ จางหยางย่อมเข้าไปอ่านและโต้ตอบด้วยตัวเอง

ในด้านรูปลักษณ์ เรื่องนี้คงไม่จำเป็นแล้ว

รูปร่างหน้าตาของเขาในตอนนี้ รวมถึงบุคลิกภาพและการแต่งกายถือได้ว่าอยู่ในระดับเพดานบินแล้ว เรื่องการประโคมของแบรนด์เนมทั้งตัวน่ะเขาเคยทำตอนที่มีเงินใหม่ๆ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นอีกแล้ว

อย่างที่บางคนบอกไว้

แทนที่จะประโคมของแบรนด์เนมทั้งตัว สู้ใส่นาฬิกาดีๆ สักเรือน พกไฟแช็กหรู หรือแม้แต่กระดุมข้อมือที่เรียบหรูเพียงชิ้นเดียวก็เพียงพอแล้ว

ส่วนเรื่องการเรียน ...

เอาเถอะ นั่นเป็นไอเดียที่ดีจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ระบบไม่มีการตอบสนองใดๆ เลย เป็นเพราะระบบคิดว่าเขาไม่มีความแน่วแน่พอเหรอ ? หรือไม่มีความอดทนพอที่จะตั้งใจเรียนได้เป็นเดือนๆ หรือเป็นเทอม หรือเป็นเพราะเหตุผลอื่นกันแน่ เรื่องนี้เขาก็ไม่อาจรู้ได้

[ความจริงผมรู้สึกว่าเจ้าของกระทู้อายุยังไม่มากนะครับ ผมว่าวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดคือการหาแพลตฟอร์มหรือกลุ่มสังคมดีๆ ที่คนสไตล์เดียวกันมารวมตัวกัน กลุ่มสังคมคนรักรถหรู เจ้าของกระทู้น่าจะเข้าร่วมได้นี่นา ? คลับเบนท์ลีย์หรือแม้แต่โรลส์-รอยซ์เนี่ย คุณกล้าบอกเหรอว่าในนั้นมีแต่คนธรรมดา ? ถ้าคุณบริหารความสัมพันธ์ได้ดี กลุ่มสังคมนี้ก็ถือว่าสูงพอแล้ว และโอกาสรวมถึงทรัพยากรต่างๆ ก็ไม่มีขีดจำกัดด้วย]

จางหยางเพิ่งจะสังเกตเห็นคำตอบนี้ ทันใดนั้น ในสมองของเขาก็มีเสียงแจ้งเตือนที่ไพเราะดังขึ้นทันที

ติ๊ง !

[ระบบได้รับคำแนะนำที่สมเหตุสมผลหนึ่งรายการ]

ภารกิจ : โปรดให้โฮสต์เข้าร่วมกลุ่มสังคมคนรักรถยี่ห้อเบนท์ลีย์หรือโรลส์-รอยซ์กลุ่มใดก็ได้

รางวัลภารกิจที่ 1 : คะแนนประสบการณ์ 10 แต้ม

รางวัลภารกิจที่ 2 : คูปองแลกซื้อนาฬิกาข้อมือราคา 10% (ขีดจำกัดราคาเดิมไม่เกินสามสิบล้านหยวน)

จางหยางพิจารณาโจทย์อย่างละเอียดและทำความเข้าใจในทันที

สรุปสั้นๆ คือแค่เขาไปหากลุ่มสังคมคนรักรถเบนท์ลีย์หรือโรลส์-รอยซ์สักกลุ่มแล้วเข้าร่วมให้ได้ ภารกิจก็ถือว่าสำเร็จ

ภารกิจง่าย รางวัลที่ได้ก็ย่อมดูเป็นเรื่องปกติธรรมดา

คะแนนประสบการณ์สิบแต้มถือว่าไม่เท่าไหร่ ทั่วๆ ไปมาก

คูปองแลกซื้อนาฬิกาข้อมือราคา 10% ขีดจำกัดไม่เกินสามสิบล้านหยวน จะว่ายังไงดีล่ะ ? ถ้าเป็นเมื่อก่อน รางวัลนี้อาจทำให้เขาตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืน

แต่ตอนนี้ เขามีทั้งธุรกิจ มีทั้งเงินสด แถมยังมีเงินคืนรายวันอีกด้วย

คูปองลดราคานาฬิกานี้ถึงจะมีน้ำหนักมาก แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้เขาตื่นเต้นอะไรมากมายนัก

"แต่ก็นะ นาฬิการะดับสิบล้านหยวนเหรอ ?" จางหยางก้มมองข้อมือตัวเอง

ด้วยฐานะและศักยภาพของเขาในตอนนี้ การใส่นาฬิการาคาสองล้านหยวนดูจะติดดินไปหน่อย นาฬิการะดับสิบล้านหยวนถึงจะดูหรูหราไปบ้างแต่มันก็คู่ควรกับศักยภาพของเขาในตอนนี้ดีเหมือนกัน

อีกอย่าง ผู้ชายเราก็วนเวียนอยู่กับเรื่องนาฬิกา รถ และผู้หญิงไม่ใช่เหรอ ?

พวกเครื่องบินส่วนตัวหรือเรือยอร์ชยังเข้าไม่ถึง รถซูเปอร์คาร์ก็ยังไม่รีบร้อน งั้นก็มาเล่นนาฬิกาก่อนแล้วกัน

"แล้วเรื่องกลุ่มสังคมคนรักรถล่ะ ?" จางหยางพึมพำกับตัวเองพลางลองหาช่องทางดู

การจะเข้าร่วมกลุ่มพวกนี้มันง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย

ความยากที่สุดคือคุณต้องมีรถและมีคุณสมบัติครบถ้วน เมื่อคุณผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้แล้ว กลุ่มสังคมเหล่านี้ย่อมเปิดแขนต้อนรับคุณด้วยความยินดีอย่างยิ่งแน่นอน

ไม่ว่าจะเป็นในเซี่ยวหลานซู หรือตามเว็บบอร์ดคนรักรถต่างๆ คลับเบนท์ลีย์หรือคลับโรลส์-รอยซ์ต่างก็มีให้เห็น ...

"กลุ่มสังคมคนรักโรลส์-รอยซ์ เมืองมาร เอาอันนี้แหละ" สายตาของจางหยางไปหยุดอยู่ที่คลับโรลส์-รอยซ์แห่งหนึ่งที่ลงข้อมูลติดต่อไว้ชัดเจน

นี่คือกลุ่มที่เขาหาเจอในเซี่ยวหลานซู

พอมองดูรูปกิจกรรม มีเจ้าของรถที่เป็นหญิงสาวสวยๆ อยู่ไม่น้อย แต่ละคนดูมีสง่าราศี ไม่ใช่แนวสาวไฮโซกำมะลอที่ดูไม่ออกว่าเป็นเจ้าของรถจริงหรือเปล่าพวกนั้น

เป็นที่รู้กันดีว่า ตราบใดที่เป็นหญิงสาวหน้าตาดี ต่อให้ไม่มีรถโรลส์-รอยซ์ ก็พอจะเนียนๆ เข้าไปอยู่ในกลุ่มสังคมพวกนี้ได้

ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจว่านี่ก็ถือเป็นทรัพยากรอย่างหนึ่งเหมือนกัน

และคลับนี้พอมองดูสมาชิกแล้ว มีทั้งคนรุ่นใหม่ที่เป็นทายาทเศรษฐี และเจ้าของกิจการที่เป็นคนสร้างตัวมาเอง เมื่อดูจากกิจกรรมที่จัดขึ้นก็พอจะรู้ว่าศักยภาพและคอนเนคชันของคลับนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน

เมื่อตัดสินใจได้แล้ว จางหยางก็จัดการเพิ่มช่องทางติดต่อของผู้รับสมัครทันที

ผู้รับสมัครคือประธานคลับคนรักรถ ในโลกออนไลน์เขาใช้ชื่อไอดีว่า "ซูสิบเจ็ด"

ดูเหมือนจะเป็นคนคุยเก่งทีเดียว

ซูสิบเจ็ด : น้องชาย คุณขับรุ่นไหนอยู่ครับ ?

จางหยาง : คัลลิแนน รุ่นแบล็กแบดจ์ พอได้ไหมครับ ?

จางหยางส่งรูปเล่มทะเบียนรถประกอบไปด้วยเพื่อให้เรื่องราวมันง่ายและชัดเจน

ไม่กี่วินาทีต่อมา ...

ซูสิบเจ็ด : โอ้โห ได้แน่นอนอยู่แล้วครับ ! ยินดีต้อนรับๆ เดี๋ยวผมดึงเข้ากลุ่มเลยแล้วกันนะ

ไม่นานนัก จางหยางก็ถูกดึงเข้าไปในกลุ่มแชทที่ชื่อว่า "กลุ่มรวมพลคนรักโรลส์-รอยซ์ เมืองมาร"

ในกลุ่มคนเยอะทีเดียว

แต่พอดูจากรูปโปรไฟล์ของบางคนที่ดูออกแนวเน็ตไอดอลจัดๆ จางหยางก็พอจะรู้ว่าไม่ใช่ทุกคนในกลุ่มจะเป็นเจ้าของรถโรลส์-รอยซ์ มีความเป็นไปได้สูงว่าส่วนหนึ่งอาจจะเป็นหญิงสาวที่ขับเพียงแค่รถปอร์เช่แล้วเนียนๆ เข้าร่วมมา

ซูสิบเจ็ด : ยินดีต้อนรับเจ้าของรถคัลลิแนน แบล็กแบดจ์ คุณชายจางครับ

คัลลิแนน แบล็กแบดจ์ รถยนต์หรูของจริงที่มีราคาออกห้างพุ่งไปถึงแปดเก้าล้านหยวน ย่อมมีน้ำหนักและความน่าเชื่อถือสูงลิ่วแน่นอน

ทันใดนั้น สมาชิกในกลุ่มหลายคนก็เริ่มโผล่หน้าออกมาทักทายต้อนรับการเข้าร่วมของจางหยางทันที

[ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ครับ วันหลังนัดเจอกันนะ มารู้จักกันไว้]

[มีรูปไหมคะ ? ลงรูปโชว์หน่อย ในกลุ่มเราสาวๆ เยอะนะ]

[ยินดีต้อนรับครับ !]

จางหยางมองดูรูปโปรไฟล์ที่หลากหลายสไตล์ในกลุ่มแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี

รูปโปรไฟล์ของวัยรุ่นย่อมแสดงถึงตัวตนที่ชัดเจนและมีหลากหลายรูปแบบ แต่ในกลุ่มนี้ก็ไม่ได้ขาดคนวัยกลางคนอายุสามสี่สิบปี รูปโปรไฟล์ของคนพวกนั้นมักจะเป็นสายงานที่ตัวเองทำ หรือไม่ก็นั่งเก๊กท่าถ่ายรูปบนเก้าอี้ผู้จัดการแบบเคร่งขรึม หรือบางคนก็ใช้รูปทิวทัศน์ภูเขาและแม่น้ำเป็นรูปโปรไฟล์

"ในกลุ่มที่มีคนแค่ไม่กี่สิบคนแบบนี้ คงไม่ได้แบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ อีกหรอกนะ ?" จางหยางหัวเราะเบาๆ พลางพึมพำกับตัวเอง

"หือ ?"

เพียงครู่เดียว ก็มีหญิงสาวหลายคนเริ่มขอเพิ่มเพื่อนวีแชทของเขามาอย่างต่อเนื่อง

คุณไม่มีทางจินตนาการได้เลยว่า ผู้หญิงสวยๆ จะมีความกระตือรือร้นได้มากแค่ไหนเมื่อต้องเผชิญกับคนมีเงิน

สำหรับจางหยางในตอนนี้ ในกลุ่มเขาก็เป็นแค่เจ้าของรถคัลลิแนนคนหนึ่ง ตัวจริงหน้าตาเป็นยังไงสมาชิกในกลุ่มก็ยังไม่รู้เลย แต่กลับมีผู้หญิงที่กระตือรือร้นขนาดนี้โผล่มาแล้ว

จางหยางที่เดิมทีก็พอจะอยากทำความรู้จักกับผู้หญิงในกลุ่มบ้าง แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกเบื่อหน่ายขึ้นมาทันที

จากความกระตือรือร้นของผู้หญิงพวกนี้ ไม่แน่ว่าเมื่อเจอคนอื่นพวกเธอก็อาจจะทำแบบนี้เหมือนกัน ไม่รู้ว่าผ่านมือใครมาบ้างแล้ว คนอื่นจะเป็นยังไงเขาไม่รู้ แต่สำหรับเขาเองตอนนี้คือหมดความสนใจไปเรียบร้อยแล้ว

ติ๊ง !

[ภารกิจ : โปรดให้โฮสต์เข้าร่วมกลุ่มสังคมคนรักรถ ยี่ห้อเบนท์ลีย์หรือโรลส์-รอยซ์กลุ่มใดก็ได้ (สำเร็จแล้ว)]

รางวัลภารกิจที่ 1 : คะแนนประสบการณ์ 10 แต้ม

รางวัลภารกิจที่ 2 : คูปองแลกซื้อนาฬิกาข้อมือราคา 10% (ขีดจำกัดราคาเดิมไม่เกินสามสิบล้านหยวน)

เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนที่ไพเราะในสมอง

ภารกิจก็ถือว่าสำเร็จลุล่วงไปอย่างไม่มีอะไรน่าสงสัย

คะแนนประสบการณ์ถึงมือ และคูปองแลกซื้อนาฬิการาคา 10% ก็ถึงมือเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องจะเอาไปใช้เมื่อไหร่นั้นยังไม่รีบร้อน นาฬิการะดับสามสิบล้านหยวนต้องเป็นรุ่นลิมิเต็ดแน่นอน ไม่ใช่ว่าอยากซื้อแล้วจะหาซื้อได้ทันที ไว้ค่อยว่ากันวันหลังแล้วกัน

[กลุ่มเราไม่ได้เจอกันนานแล้วนะ ถือโอกาสรับสมาชิกใหม่ จัดนัดรวมตัวกันสักรอบดีไหม ?]

ในกลุ่มแชท มีสมาชิกคนหนึ่งเสนอไอเดียขึ้นมา

[ได้เลยครับ เรื่องเวลาและสถานที่ผมพร้อมเสมอเรียกได้ตลอด]

ในกลุ่มเริ่มมีการพูดคุยปรึกษาหารือกันอย่างคึกคัก

สุดท้าย ซูสิบเจ็ดก็เลยจัดการสำรวจจำนวนสมาชิกที่สามารถเข้าร่วมได้

รวมถึงจางหยางด้วย ก็ได้มาประมาณสามสิบคน

[ซูสิบเจ็ด : โอเค งั้นครั้งนี้พวกเรามานัดเจอกันขำๆ ก่อนนะ ส่วนเรื่องเวลาและสถานที่จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ]

จางหยางคุยเล่นในกลุ่มอยู่พักหนึ่ง โผล่หน้าออกมาทักทายบ้าง เพื่อลองประเมินสถานการณ์ของพวกตัวจี๊ดในกลุ่มดู

อืม ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ซึ่งแน่นอนว่าเป็นทายาทเศรษฐี

คนที่ขับคัลลิแนนมีไม่น้อย รุ่นแบล็กแบดจ์ถึงจะไมเยอะแต่ก็มีอยู่หลายคัน สรุปคือรถของจางหยางไม่ใช่คันเดียวในกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีพี่ใหญ่ที่ขับรุ่นแฟลนทอม อยู่ด้วยเหมือนกัน

แต่พวกพี่ใหญ่แบบนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของกิจการ อายุค่อนข้างเยอะ งานอดิเรกคือการดื่มชา เล่นกอล์ฟ หรือปีนเขา

จะมีช่องว่างระหว่างวัยไหมจางหยางก็ไม่อาจรู้ได้ แต่เรื่องความชอบย่อมไม่มีทางตรงกับพวกวัยรุ่นได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน

เขาเพิ่งจะเตรียมตัวออกจากกลุ่มแชท ทันใดนั้นเขาก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากซูสิบเจ็ดส่งมาหา

[คุณชายจางครับ พอจะมีเวลาว่างไหม ? พวกเรานัดเจอกันส่วนตัวหน่อยดีไหมครับ ?]

จางหยางรู้ดีว่าในฐานะประธานคลับ ซูสิบเจ็ดคนนี้คงอยากจะทำความรู้จักกับเขาไว้ล่วงหน้าก่อน

ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี

เพราะจุดประสงค์เดิมที่เขาเข้าร่วมคลับโรลส์-รอยซ์ ก็เพื่อที่จะทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ และเพื่อยกระดับสังคมของตัวเองอยู่แล้ว

ดังนั้น เขาจึงตอบตกลงไปในทันทีอย่างรวดเร็ว

[ซูสิบเจ็ด : ได้เลยครับ เดี๋ยวผมส่งที่อยู่ให้ นี่เป็นร้านกาแฟที่สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มเราเปิดเอง เดี๋ยวผมเลี้ยงกาแฟคุณเองครับ]

เพียงครู่เดียว จางหยางก็เห็นที่อยู่ที่ซูสิบเจ็ดส่งมาให้เพื่อความสะดวก

เขาเปิดดูที่อยู่แล้วก็พบว่ามันเป็นร้านกาแฟเน็ตไอดอลชื่อดัง มีคนเข้าไปคอมเมนต์ในนั้นมากมาย บอกว่าเจ้าของร้านเป็นหญิงสาวสวยระดับเทพธิดา เจ้าของร้านเป็นทั้งคนรวยและคนสวย อะไรประมาณนั้น

เขาไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนักและตรงดิ่งออกจากบ้านไปทันที

ภายในร้านกาแฟเน็ตไอดอลย่านผู่ตง เคาน์เตอร์บาร์และพนักงานเสิร์ฟล้วนเป็นหนุ่มหล่อสาวสวยที่สวมผ้ากันเปื้อนดูดีมีราศี

ที่ที่นั่งติดหน้าต่าง หญิงสาวผู้มีบุคลิกโดดเด่น ผิวพรรณขาวเนียนสวยสะดุดตาและมีสง่าราศี กำลังนั่งดื่มกาแฟและอ่านหนังสืออย่างผ่อนคลาย

จนกระทั่งมีเสียงฝีเท้าดังมาใกล้ๆ เธอถึงเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มออกมาบางๆ

"คุณชายซู ลมอะไรพัดคุณมาถึงที่นี่ได้ล่ะคะ ?"

"เสี่ยวเถียน มาอุดหนุนธุรกิจคุณไง ไม่ยินดีต้อนรับเหรอ ?" ซูเจียจวิ้นยิ้มพลางนั่งลงด้วยท่าทางที่เป็นกันเองอย่างยิ่ง

ซูเจียจวิ้นดูเป็นวัยรุ่นที่ผิวขาวสะอาดสะอ้านและดูเหมือนคนที่เติบโตมาในความสะดวกสบาย แต่เขายังมีอีกฐานะหนึ่งคือประธานคลับโรลส์-รอยซ์ และมีชื่อไอดีในเน็ตว่าซูสิบเจ็ด

ส่วนหญิงสาวที่นั่งตรงข้ามเขานั้น มีชื่อจริงว่าเซี่ยงเสี่ยวเถียน เป็นเจ้าของรถโรลส์-รอยซ์ เรธ และเป็นเจ้าของร้านกาแฟคนสวยแห่งนี้ด้วย

"ยินดีต้อนรับสิคะ แต่ว่าคุณชายซูอุตส่าห์ดั้นด้นมาไกลขนาดนี้ แค่จะมาดื่มกาแฟแก้วเดียวเนี่ยนะ ?" เซี่ยงเสี่ยวเถียนยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ "บอกมาเถอะค่ะ ตั้งใจจะมาพบใคร ?"

"จะใครอีกล่ะ ก็สมาชิกใหม่ในกลุ่มเราไง ผมเลยขอยืมที่ของคุณนัดเจอกันหน่อย" ซูเจียจวิ้นหัวเราะบอก

"ขอร้องล่ะค่ะ อย่ามานัดเจอที่ร้านฉันเลย" เซี่ยงเสี่ยวเถียนพนมมือขอร้องพลางทำท่าทางแบบขอเถอะ "คุณไม่รู้เหรอ สมาชิกใหม่สองสามคนก่อนหน้านี้ที่คุณนัดมาเจอที่นี่ แต่ละคนน่ะตามตื๊อตามรังควานฉันเหมือนตุ๊กแกไม่มีผิดเลย"

"เป็นที่นิยมมันไม่ดีตรงไหนล่ะครับ ?" ซูเจียจวิ้นถามต่อ

"อย่าเลยค่ะ ... เชิญพวกเขาไปนิยมคนอื่นเถอะ ฉันไม่ต้องการความนิยมแบบนี้ คุณก็รู้นี่คะว่าปู่ของฉันนัดหมายเรื่องการแต่งงานตั้งแต่วัยเด็ก (หมั้นหมาย) ไว้ให้ฉันแล้ว" เซี่ยงเสี่ยวเถียนหยิบชุดคำพูดเดิมออกมาอ้าง

"เรื่องเดิมๆ อีกแล้วนะ คุณอ้างเรื่องนี้มาตั้งแต่รู้จักกันใหม่ๆ แล้ว จนป่านนี้ยังไม่เคยเห็นเงาคู่หมั้นของคุณเลยว่าอยู่ที่ไหน" ซูเจียจวิ้นเบะปากใส่

"มีก็คือมีสิคะ ฉันจะไปหลอกคุณเพื่ออะไรกัน" รอยยิ้มของเซี่ยงเสี่ยวเถียนยังคงไม่เปลี่ยนไป

"โอเคๆ เชื่อก็ได้ เชื่อแล้วครับพอใจไหม" ซูเจียจวิ้นทำท่าจนใจ "อ้อ สมาชิกใหม่ที่จะมาเดี๋ยวนี้ คุณก็ช่วยทำความรู้จักไว้หน่อยสิ ผมรู้สึกว่าเขาดูเป็นคนมีมารยาทดีทีเดียว"

"ก็ได้ค่ะ ทราบแล้ว" เซี่ยงเสี่ยวเถียนยิ้มบางๆ พลางก้มลงเปิดหน้าหนังสือแผ่นใหม่

ซูเจียจวิ้นนั่งรออยู่ครู่เดียว ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างตัวก็ดังขึ้น

"ฮัลโหล ? คุณชายจางเหรอครับ ? มาถึงแล้วเหรอ ? มาเลยครับๆ ผมนั่งอยู่ที่ที่นั่งติดหน้าต่างเนี่ยครับ อื้มๆ ใช่ครับ"

จากนั้น เขาก็างโทรศัพท์ลง

"มาแล้วเหรอ ?" เซี่ยงเสี่ยวเถียนเงยหน้าขึ้นถาม

"ใช่ครับ มาถึงหน้าประตูร้านแล้ว" ซูเจียจวิ้นกวาดสายตามองไปรอบๆ "ไม่รู้เหมือนกันว่าสมาชิกใหม่คนนี้หน้าตาเป็นยังไง แต่ฟังจากเสียงแล้ว ท่าทางน่าจะเป็นคนหล่อนะ"

"คุณก็พูดแบบนี้ทุกครั้งแหละค่ะ" เซี่ยงเสี่ยวเถียนหลุดขำออกมา พลางหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเบาๆ

"ตื่นเถอะครับ คุณก็รู้นี่ว่าคำว่าหล่อในคำว่า 'สูง รวย หล่อ' น่ะ มาตรฐานมันไม่เหมือนกันหรอก คุณคิดจริงๆ เหรอว่าต้องมีใบหน้าหล่อระดับเทพบุตรถึงจะเรียกว่าสูง รวย หล่อ ได้น่ะ ? เอาแค่พอดูได้ก็ถือว่าผ่านแล้วล่ะ" ซูเจียจวิ้นส่ายหน้าบอก

"เครื่องหน้าครบห้าประการ รูปร่างสมส่วน แล้วบวกความสูงกับความรวยเข้าไป ก็ถือเป็นคนหล่อที่ทรงคุณค่าสมบูรณ์แบบแล้วไม่ใช่เหรอ ? ตัวอย่างก็ดูผมเป็นต้นไง"

"คุณมีเหตุผล คุณพูดถูกที่สุดเลยค่ะ" เซี่ยงเสี่ยวเถียนไม่โต้แย้ง ยอมรับคำพูดของซูเจียจวิ้นไปตามน้ำ

ในขณะที่กำลังคุยกัน ทันใดนั้นก็มีน้ำเสียงนุ่มนวลดังขึ้นจากด้านข้าง

"ไม่ทราบว่า ... ใช่ประธานซูสิบเจ็ดหรือเปล่าครับ ?"

"ใช่ครับ ผมเอง" ซูเจียจวิ้นเงยหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้น เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ด้วยความตกใจ

พระเจ้าช่วย ... นี่มันหนุ่มหล่อระดับเทพมาจากไหนเนี่ย

ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า รูปร่างสูงโปร่งและหล่อเหลาเป็นอย่างยิ่ง ทุกย่างก้าวและท่วงท่าล้วนแผ่ซ่านไปด้วยออร่าความหล่อเหลาที่พุ่งเข้าปะทะหน้าอย่างจัง

"สวัสดีครับประธานซู ผมจางหยางครับ" จางหยางยิ้มพลางยื่นมือออกมา

เขาเคยเห็นรูปของซูสิบเจ็ดมาก่อนแล้ว ย่อมมองปราดเดียวก็หาตัวจริงเจอ เขาจึงเดินตรงเข้ามาหาทันที

"คุณคือจางหยางเหรอ โห ... เชิญครับ เชิญนั่งเลย" ซูเจียจวิ้นเบิกตากว้างรีบเชื้อเชิญให้จางหยางนั่งลง "อ้อ นี่คือเซี่ยงเสี่ยวเถียนครับ สมาชิกในคลับเราเหมือนกัน ร้านกาแฟนี้เป็นของเธอเองครับ"

ซูเจียจวิ้นแนะนำเซี่ยงเสี่ยวเถียนที่นั่งอยู่ตรงข้ามให้รู้จักไปในตัว

"สวัสดีครับ" จางหยางมองดูหญิงสาวเจ้าของร้านที่ผิวขาวสวยและมีสง่าราศีซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามประธานซู ก่อนจะยื่นมือออกไปด้วยแววตาที่ใสซื่อและสงบนิ่ง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 151 - คลับคนรักรถและกลุ่มสังคมใหม่

คัดลอกลิงก์แล้ว