เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 140 - เพิ่งมานึกเสียใจในภายหลัง

บทที่ 140 - เพิ่งมานึกเสียใจในภายหลัง

บทที่ 140 - เพิ่งมานึกเสียใจในภายหลัง


บทที่ 140 - เพิ่งมานึกเสียใจในภายหลัง

จางหยางกวาดสายตามองข้อความขนาดยาวนั้นจบก็ส่ายหน้าเบาๆ พลางเอนตัวนอนลงตามเดิม

ข้างๆ กันนั้น เล่อมานที่ยังคงตกอยู่ในห้วงนิทราละเมอออกมาเบาๆ เธอขยับตัวเข้ามาซุกในอ้อมกอดของเขาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ผ่อนคลายลง

"นอนเถอะนะ เด็กดี" จางหยางโอบกอดเล่อมานไว้พลางตบหลังเธอเบาๆ เหมือนกำลังกล่อมเด็ก

ไม่นานนัก ความง่วงก็จู่โจมเขาอีกครั้งและทำให้เขาหลับสนิทไปในที่สุด

เช้าตรู่วันต่อมา จางหยางเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นท่ามกลางความมึนงง เขาสัมผัสได้ว่ามีใครบางคนกำลังขยับตัวไปมาในอ้อมกอดของเขา

เมื่อลืมตาขึ้นมา ก็เห็นใบหน้าที่สวยงามและมีเสน่ห์ดั่งสายน้ำกำลังจ้องมองมาที่เขาเขม็งโดยไม่วางตา

"คุณตื่นแล้วเหรอครับ" จางหยางลุกขึ้นนั่งด้วยความประหลาดใจ

ท่ามกลางแสงแดดยามเช้า รูปร่างที่ไร้เทียมทานของเขาส่องประกายสีทองจนดูเจิดจ้าทำเอาคนที่จ้องมองถึงกับตาพร่าไปชั่วขณะ

เล่อมานรีบยกมือขึ้นมาบังตาของตัวเองไว้เพื่อหลบแสงแดดที่สาดส่องมาจากหน้าต่างบานใหญ่ ทว่าเธอกลับแอบมองลอดช่องนิ้วมือเพื่อพิจารณารูปร่างที่สมบูรณ์แบบและชายหนุ่มที่เพอร์เฟกต์ตรงหน้า ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนเริ่มไหลเวียนกลับเข้ามาในหัวราวกับคลื่นยักษ์

"ตื่นแล้วยังจะมาบังหน้าทำไมกัน เป็นเด็กหรือไงครับ" จางหยางมองดูเล่อมานที่แอบมองเขาผ่านช่องนิ้วมือแล้วก็หลุดหัวเราะออกมา

เขาลุกออกจากเตียงไปยืนบิดขี้เกียจรับลมที่หน้าหน้าต่างบานใหญ่

ด้านหลัง เสียงขยับตัวและเสียงเสื้อผ้ากระทบกันเริ่มดังขึ้นเป็นระยะ

จางหยางหันกลับไปมอง เห็นเล่อมานกำลังกุมหน้าอกพลางก้มลงหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ เส้นผมยาวสลวยทิ้งตัวลงปรกหัวไหล่ของเธออย่างสวยงาม

"ยังจะมองอยู่อีก" สัมผัสได้ถึงสายตาของเขา เล่อมานเงยหน้าขึ้นพลางเอ่ยดุเบาๆ ด้วยท่าทางขวยเขิน

จางหยางระบายรอยยิ้มขณะพิจารณาเอวที่บางเฉียบและขาที่เรียวยาวของเล่อมาน เขาไม่ได้พูดจาแทะโลมอะไรออกไปเพียงแต่ชี้ไปที่โทรศัพท์ของเธอ

"เมื่อคืนผมบังเอิญเห็นน่ะ ดูเหมือนจะมีคนส่งข้อความมาหาคุณนะ"

"เอ๊ะ?" เล่อมานชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู

จางหยางสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเล่อมานเพียงแค่กวาดสายตามองผ่านๆ รอบเดียว เธอก็จัดการลบข้อความนั้นทิ้งทันทีและบล็อกเบอร์โทรศัพท์นั้นไปในชุดเดียว

"คุณ ... ไม่ลองอ่านให้ละเอียดหน่อยเหรอครับ" เขาถามหยั่งเชิง

"ทำไมต้องอ่านให้ละเอียดด้วยล่ะคะ" เล่อมานส่ายหน้าหัวเราะพลางเดินเข้ามาโอบกอดเขาไว้ "ในเมื่อตัดขาดกันไปแล้วก็ควรจะจบกันไป ความรู้สึกที่เพิ่งจะมาลึกซึ้งเอาในตอนที่มันสายไปแล้วเนี่ย มันไม่ได้มีค่าอะไรเลยสักนิด อีกอย่างนะคะ ... "

"อีกอย่างอะไรครับ" จางหยางถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"อีกอย่างคือ ในเมื่อฉันได้รับประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดไปแล้ว ฉันย่อมมองไม่เห็นสิ่งอื่นใดอยู่ในสายตาอีกแล้วล่ะค่ะ" เล่อมานเงยหน้าขึ้น แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอ่อนโยน "จางหยาง จูบฉันหน่อยค่ะ"

เมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนปานสายน้ำของเด็กสาวขนาดนี้ จางหยางย่อมไม่ลังเล เขาประคองหน้าเธอแล้วก้มลงมอบจุมพิตที่แสนหวานให้ทันที

เช้าวันนั้น พลังกายที่เต็มเปี่ยมทำให้เกิด "รอบที่สอง" ขึ้นมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

จนกระทั่งเวลาเจ็ดแปดโมงเช้า ทั้งสองคนจึงพากันไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างไม่รีบร้อนและพากันเดินลงจากตึกมาพร้อมกัน

จางหยางขับรถคัลลิแนนพาเล่อมานไปหาอะไรทานมื้อเช้าด้วยกัน

ที่เบาะผู้โดยสาร ใบหน้าของเล่อมานดูเปล่งปลั่งและมีราศีราวกับสาวน้อยอายุสิบแปดสิบเก้าปีไม่มีผิด

ไม่ใช่ว่าผิวพรรณเดิมของเธอไม่ดีหรอกนะ ความจริงตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอเธอก็มีผิวขาวเนียนละเอียดอยู่แล้ว ทว่าในตอนนี้ผิวของเธอกลับดูมีน้ำมีนวลและดูสุขภาพดีขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

"สรุปแล้วความสัมพันธ์ของพวกเราตอนนี้คืออะไรกันแน่คะ หรือจะพูดอีกอย่างคือ คุณตั้งใจจะให้ความสัมพันธ์ของพวกเราในอนาคตเป็นแบบไหนต่อไปคะ" เล่อมานถามยิ้มๆ "ฉันอยากฟังความจริงค่ะ"

จางหยางขับรถไปพลางนิ่งคิดครู่หนึ่ง เขาตัดสินใจที่จะพูดอย่างเปิดเผย

"คุณก็รู้ว่าพวกเรา ... "

"เอาละค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณคิดว่าฉันต้องการให้คุณมารับผิดชอบหรือไงกัน" เล่อมานหันมามองจางหยางพลางพูดต่อ "ฉันไม่ใช่สาวน้อยอายุสิบแปดสิบเก้าที่วันๆ เอาแต่คิดเรื่องความรักหรอกนะคะ ฉันรู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร คุณสบายใจได้เลยค่ะ"

จางหยางเอื้อมมือไปกุมมือเล่อมานไว้เบาๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไรต่อ

แม้จะเพิ่งเคยพบหน้ากันเพียงครั้งเดียว แต่หากจะนิยามความสัมพันธ์ครั้งนี้ว่าเป็นเพียงความสัมพันธ์ทางกายเพียงอย่างเดียว เขากลับรู้สึกว่ามันยังไม่ใช่ทั้งหมด

"มันยากจริงๆ นะคะ" จางหยางที่นั่งอยู่ที่เบาะผู้โดยสารจู่ๆ ก็โพล่งออกมาประโยคหนึ่ง

"ยากเรื่องอะไรครับ" จางหยางถามตามสัญชาตญาณ

"เรื่องการหาคู่น่ะสิคะ" เล่อมานตอบอย่างไม่ลังเล "สามีคนแรกในนามก็คือท่านประธานในสายตาคนนอก จากนั้นก็มาเจอกับคุณที่มีทั้งเงิน หน้าตา และรูปร่างที่สมบูรณ์แบบ คุณว่าฉันมีดวงชะตาแบบไหนกันคะเนี่ย ฉันนึกไม่ออกจริงๆ เลยว่าหลังจากนี้ถ้าฉันจะหาแฟนหรือหาสามีใหม่ ฉันจะยังไปถูกตาต้องใจคนแบบไหนได้อีก"

"นี่ถือว่าคุณกำลังชมผมอยู่หรือเปล่าครับ" จางหยางหัวเราะออกมา "ไม่แน่ว่าอาจจะมีคนที่ดีกว่าผมอยู่อีกก็ได้นะ"

"คนสมบูรณ์แบบอย่างคุณน่ะเหรอจะมีคนอื่นที่ยอดเยี่ยมกว่านี้อีก ถ้ามีจริงจินตนาการของฉันก็คงจะเข้าไม่ถึงแล้วล่ะคะ" เล่อมานส่ายหน้า "ต่อให้มีจริง ฉันก็ไม่ใช่ลูกรักพระเจ้าหรือเป็นนางเอกในนิยายที่ไหนหรอกค่ะ คงไม่มีวาสนาขนาดนั้นแน่ๆ"

"งั้นก็ไม่ต้องหาแล้วครับ" จางหยางหลุดปากพูดออกมาทันที

"ทำไมคะ นิสัยขี้หวงของผู้ชายมันกำเริบเหรอ ไม่ยากเห็นฉันไปอยู่ในอ้อมกอดคนอื่นหรือไง" เล่อมานส่งยิ้มหวานพลางจ้องมองจางหยาง

"ไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกครับ" จางหยางปฏิเสธทันควัน "ก็คุณพูดเองไม่ใช่เหรอ? ว่าการหาคนที่ดีกว่ามันริบหรี่ ส่วนคนที่ด้อยกว่าผมคุณก็คงจะไม่ชายตามอง สู้เอาเวลามา ... "

"สู้เอาเวลามาปรนเปรอคุณแทนเหรอคะ? ฝันไปเถอะค่ะ" เล่อมานเอ่ยดุเบาๆ

จางหยางระบายรอยยิ้ม เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเล่อมานได้อย่างชัดเจน

ในร้านอาหารเช้าธรรมดาๆ แห่งหนึ่ง ทั้งสองคนทานมื้อเช้าแบบเซี่ยงไฮ้ดั้งเดิมและเพลิดเพลินกับช่วงเวลาเช้าที่ไม่เร่งรีบ

โทรศัพท์ของทั้งสองคนวางอยู่บนโต๊ะและมีการแจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมาไม่ขาดสาย

น้องสาวตัวแสบยังไม่ตื่นเลย เมื่อคืนเธอกับเล่อเยว่สองสาวไม่รู้ว่าคุยกันจนถึงดึกดื่นแค่ไหนถึงเพิ่งจะได้นอน

"พี่คะ หนูง่วงจะตายอยู่แล้วเนี่ย ไม่รู้ว่าเล่อเยว่ไปเอาพลังมาจากไหนเยอะแยะถึงได้ดูสดชื่นขนาดนั้น"

"หมายความว่ายังไงครับ เล่อเยว่กลับไปแล้วเหรอ" จางหยางถามส่งๆ

"ใช่ค่ะ กลับไปตั้งแต่เช้าตรู่เลยล่ะ จริงด้วยสิพี่ เมื่อคืน ... " ซ่งอวี่เหมิงส่งสติกเกอร์มาเป็นพรวนเพื่อหวังจะหลอกถามข้อมูลจากจางหยาง

จางหยางรู้ทันจึงแกล้งทำเป็นไม่ตอบข้อความนั้น

เขาเงยหน้าขึ้น เห็นเล่อมานกำลังก้มหน้าอ่านข้อความในโทรศัพท์เช่นกัน

"จริงด้วยสิ น้องสาวคุณดูเหมือนจะ ... " จางหยางกำลังจะแจ้งข่าวนี้ให้เล่อมานทราบ ทว่าเขานึกไม่ถึงว่า ...

"ดูข้อความที่น้องสาวฉันส่งมาสิคะ" เล่อมานถือโทรศัพท์ขึ้นมาเขย่าไปมาตรงหน้าจางหยางเบาๆ

จางหยางเหลือบมองดูแวบหนึ่ง

ให้ตายเถอะ สติกเกอร์แสดงอาการไม่รู้ความจริงและเครื่องหมายปรัศนีถูกส่งมาเป็นชุดใหญ่

เล่อเยว่: [ พี่คะ ทำไมพี่ไม่อยู่บ้านล่ะ? ]

เล่อเยว่: [ ? ]

เล่อเยว่: [ เมื่อคืนพี่ไม่ได้กลับบ้านจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย? ]

เล่อเยว่: [ พี่เอาจริงเหรอคะพี่? ]

เล่อเยว่: [ เร็วไปไหมเนี่ย สวรรค์ช่วยด้วยเถอะ ... ]

"น้องสาวฉันถึงบ้านเรียบร้อยแล้วล่ะค่ะ คุณว่าฉันควรจะตอบเธอยังไงดีคะ" เล่อมานจ้องมองจางหยางพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ

"โธ่ เธอเป็นน้องสาวคุณ ส่วนคุณก็เป็นพี่สาวนะ คุณเป็นผู้ใหญ่ที่โตแล้วเรื่องการไม่ได้กลับบ้านค้างคืนน่ะ ต้องรายงานเธอด้วยเหรอครับ" จางหยางพูดขำๆ

ขณะที่กำลังหยอกล้อกันอยู่นั้น โทรศัพท์ของเล่อมานก็มีการแจ้งเตือนข้อความใหม่เด้งเข้ามาอีกครั้ง

เล่อมานเหลือบมองดูแวบหนึ่ง ทันใดนั้นคิ้วของเธอก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

"มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ" จางหยางเอ่ยถาม

"ดูสิคะ" เล่อมานส่งโทรศัพท์ไปวางตรงหน้าจางหยางโดยไม่ได้ปิดบังอะไรเลยสักนิด

จางหยางกวาดสายตามองดู

"พี่คะ เหมือนจะมีรถของอดีตพี่เขยจอดอยู่ที่ใต้ตึกเลยล่ะค่ะ" นี่คือประโยคสุดท้ายที่เล่อเยว่ส่งหาเล่อมาน "ดูท่าทางเขาจะรอพี่กลับมาอยู่นะคะ"

"เขานี่ช่างตื๊อจริงๆ เลยนะ" จางหยางลุกขึ้นยืนพลางใช้กระดาษทิชชู่เช็ดปาก "เดี๋ยวผมไปส่งคุณกลับเองครับ!"

เล่อมานเงยหน้ามองร่างที่ลุกขึ้นยืนกะทันหันตรงหน้า เธอเม้มริมฝีปากแน่นพลางฉายแววตาที่เต็มไปด้วยความดีใจที่ปกปิดไว้ไม่อยู่

"ที่แท้ คุณก็เป็นห่วงฉันเหมือนกันสินะคะ"

...

ที่ใต้ตึกคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้

ข้างๆ รถมายบัค S680 ราคามากกว่าสี่ล้านหยวน หลินจื่อชวนยืนพิงรถพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเป็นระยะ

ข้อความที่ส่งไป เงียบกริบราวกับโยนหินลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร

เบอร์โทรศัพท์ที่พยายามติดต่อ ก็ถูกบล็อกไปเบอร์แล้วเบอร์เล่า จนแทบจะไม่มีช่องทางในการสื่อสารเหลืออยู่เลย

"หลินจื่อชวนเอ๊ยหลินจื่อชวน ก่อนหน้านี้มัวไปทำอะไรอยู่กันแน่!"

เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางบ่นพึมพำกับตัวเอง

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่คนรักเก่าหนีไปต่างประเทศ เขาทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบที่อยากจะประชดตระกูล เขาจึงตัดสินใจเลือกเล่อมานที่เพิ่งเข้าทำงานในบริษัทมาแต่งงานตามสัญญา โดยตกลงกันว่าจะเป็นสามีภรรยากันเพียงแค่ในนามเป็นเวลาสามปี

สามปีให้หลัง เมื่อคนรักเก่ากลับมา เขารีบพุ่งตัวไปหาเธอทันที ทว่าสุดท้ายเขากลับพบว่าทุกอย่างมันเปลี่ยนไปหมดแล้ว

คนรักเก่าเป็นเพียงความฝังใจอย่างหนึ่งเท่านั้น ทว่าสิ่งที่ดีที่สุด ความจริงแล้วมันอยู่เคียงข้างเขามาโดยตลอดต่างหาก

"เป็นผมเองที่ทำคุณหลุดมือไป" หลินจื่อชวนกำหมัดแน่น ภาพเหตุการณ์ตลอดสามปีที่ผ่านมาผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด

มื้ออาหารทุกมื้อ ความห่วงใยทุกครั้ง ชุดสูทที่ถูกรีดจนเนี้ยบก่อนออกจากบ้านทุกวัน หรือแม้แต่หัวข้อสนทนาที่เธอมักจะอึกอักไม่กล้าพูดออกมา

ทว่าสิ่งที่เขาตอบแทนเธอกลับไปล่ะ มีเพียงความเฉยชา ความรำคาญใจ การมองข้าม หรือแม้แต่ท่าทางที่ทำเหมือนเป็นการติดต่อประสานงานตามหน้าที่เท่านั้น

"แกมันสมควรตายจริงๆ หลินจื่อชวน!" หลินจื่อชวนนึกรังเกียจการกระทำของตัวเองในช่วงสามปีที่ผ่านมาอย่างที่สุด

ลองนึกย้อนกลับไปสิ หากเขาเป็นเล่อมาน หัวใจของเขาคงจะเย็นชาไปนานแล้ว และนั่นยิ่งพิสูจน์ว่าเล่อมานเป็นคนที่มีจิตใจดีแค่ไหน เพราะก่อนหน้านี้เธอยังยอมรับสายโทรศัพท์ของเขาบ้าง

แต่ตอนนี้ ...

เขานึกไปถึงภาพร่างของชายหนุ่มที่เห็นเมื่อวาน รวมถึงท่าทางการโต้ตอบระหว่างเล่อมานและชายคนนั้น ในใจของเขาก็ถูกเติมเต็มไปด้วยความรู้สึกวิกฤตอย่างรุนแรง

ความรู้สึกที่ว่าเล่อมานกำลังจะเดินจากเขาไปจริงๆ และเขาจะสูญเสียเธอไปตลอดกาลจริงๆ

"คราวนี้ ผมไม่มีวันยอมปล่อยมือเด็ดขาด!"

เขายืนรออยู่ที่ใต้ตึกพลางเงยหน้ามองขึ้นไปบนคอนโดมิเนียม เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเล่อมานพักอยู่ห้องไหนกันแน่

ไม่เป็นไร ในเมื่อเธอไม่ตอบข้อความ เขาก็จะยืนรออยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อยๆ

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รถคัลลิแนนสีดำสนิทคันหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาจอดนิ่งอยู่ที่ข้างกายเขาในระยะที่ไม่ไกลนัก

หลินจื่อชวนอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองรถคันนั้นอยู่หลายครั้ง

รถโรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน รุ่นแบล็กแบดจ์ที่ราคาเกือบสิบล้านหยวน ต่อให้เป็นในเซี่ยงไฮ้ รถระดับนี้ก็หาดูไม่ได้ง่ายๆ นักหรอกนะ

เขาแอบสงสัยในใจว่าเจ้าของรถคันนี้เป็นใครกันแน่?

ยังไม่ทันที่ความคิดในหัวจะจางหายไป ร่างที่คุ้นเคยก็ก้าวลงมาจากรถคัลลิแนนตรงหน้าเขาพอดี

"เป็นแกอีกแล้วเหรอ!" ดวงตาของหลินจื่อชวนหดตัวลงทันที

"ไม่ต้องรอแล้วครับ มันไม่มีประโยชน์หรอก" จางหยางปิดประตูรถพลางพูดอย่างไม่ใส่ใจ "ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกที่อยากจะตามง้ออดีตภรรยาคืนมานะ แต่ผมว่าพอแค่นี้เถอะครับ ในเมื่อมันไม่มีโอกาสเหลืออยู่แล้ว จะมาเสียเวลาและแรงกายไปเพื่ออะไรกันล่ะ จริงไหมครับ?"

หากเขาเป็นเพียงคนจนธรรมดา เขาคงไม่มีความมั่นใจที่จะพูดประโยคแบบนี้ออกมาได้หรอกนะ

ทว่าในตอนนี้ล่ะ? ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ บุคลิก หรือแม้แต่ศักยภาพในตัวเขาเอง ล้วนเพียงพอที่จะทำให้เขาอยู่ในจุดที่ไร้พ่าย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ทรัพย์สินทั้งตระกูลของหลินจื่อชวนยังไม่เท่าเน็ตเวิร์ธของเขาเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าในฐานะลูกเศรษฐี หลินจื่อชวนจะสามารถขับเคลื่อนขุมพลังออกมาได้สักเท่าไหร่กันเชียว?

สำหรับจางหยางแล้ว แม้ทรัพย์สินจะยังมีไม่มากนัก แต่มันคือของที่เป็นของเขาเพียงผู้เดียวอย่างแท้จริง

จางหยางพิงรถคัลลิแนนพลางสวมนาฬิกา AP เรือนละสองล้าน ขณะที่เขาพูดประโยคเหล่านั้นออกมา ท่าทางของเขาช่างดูสง่างามและเยือกเย็นอย่างที่สุด

"แก ... " หลินจื่อชวนจ้องมองจางหยางด้วยท่าทางที่เริ่มไม่มั่นใจ เขาเพิ่งจะค้นพบว่า ความหยิ่งทะนงที่ออกมาจากส่วนลึกของจิตวิญญาณของเขานั้น ในวินาทีนี้เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าชายคนนี้ เขากลับไม่สามารถแสดงความหยิ่งจองหองนั้นออกมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

นี่แหละคือพลังที่แท้จริง!

ในที่สุดเขาก็เริ่มตระหนักได้ว่า คู่แข่งตรงหน้าเขานั้นคือคนที่มีความพร้อมในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ บุคลิก หรือแม้แต่พลังเงินตรามหาศาลที่สามารถบดขยี้เขาได้อย่างราบคาบ

"ต่อให้แกจะมีข้อได้เปรียบมากมายแค่ไหน แต่แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดประโยคแบบนี้ออกมา!" หลินจื่อชวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ "ผมกับเล่อมานรู้จักกันมาสามปี รากฐานความรู้สึกของพวกเรามันไม่ใช่สิ่งที่แกจะมาทำลายลงได้ด้วยคำพูดไม่กี่คำหรอกนะ!"

"คุณนี่ ... ช่างมีความมั่นใจเหลือเกินนะครับ" จางหยางหลุดหัวเราะออกมา เขาแอบรู้สึกกระดากอายที่จะพูดความจริงเพื่อทำลายความมั่นใจนั้นทิ้งไปเสียจริงๆ

เขาเดินไปเปิดประตูที่เบาะผู้โดยสาร

เล่อมานค่อยๆ ก้าวลงมาจากรถ ท่าทางการเดินของเธอดูจะติดขัดอยู่ไม่น้อย

"เล่อ ... เล่อมาน" หลินจื่อชวนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

เขามองดูท่าทางการเดินที่ดูกระเผลกเล็กน้อยของเล่อมาน ทันใดนั้นความคิดที่น่าเหลือเชื่อก็ผุดขึ้นมาในหัวทันที

พริบตาเดียว ใบหน้าของเขาก็ซีดเผือดลงจนเห็นได้ชัด

"หลินจื่อชวน ฉันบอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าพวกเราหย่ากันแล้ว และไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปแล้ว และฉันก็ไม่รังเกียจที่จะบอกคุณตรงๆ ว่า จางหยางคือคนที่ฉันรักในตอนนี้ เพราะฉะนั้นรบกวนคุณช่วยหยุดเพ้อฝันเสียทีเถอะค่ะ" เล่อมานส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

"คุณไม่ใช่คนที่มีคนรักเก่าที่อยากจะไปอยู่ด้วยมาตลอดหรอกเหรอคะ? ฉันว่าตอนนี้คุณควรจะเอาเวลาทั้งหมดไปทุ่มเทให้เธอคนนั้นดีกว่านะ"

"ไม่ใช่แบบนั้นนะ ... เล่อมาน ผมกับเธอคนนั้น ความจริงมันไม่มีทางไปต่อกันได้หรอกครับ" หลินจื่อชวนจ้องมองเล่อมาน "ข้อความที่ผมส่งให้คุณ คุณยังไม่ได้อ่านเหรอครับ?"

"ไม่ได้อ่านค่ะ ลบทิ้งไปแล้ว" เล่อมานตอบอย่างไม่ลังเล

"ลบทิ้งเหรอครับ" หลินจื่อชวนอึ้งไปเลย "ความจริงที่ผมอยากจะบอกคือ วนเวียนกลับมาที่เดิม ... "

"คุณคิดว่าเป็นนิยายหรือไงคะ? ที่จะมาวนเวียนกลับมาที่เดิมเนี่ย เลิกทำตัวเป็นตัวตลกเถอะค่ะ รบกวนช่วยเลิกมโนว่าตัวเองเป็นประธานบริษัทในนิยายเสียทีจะได้ไหมคะ" เล่อมานหัวเราะขบขัน เธอไม่อยากจะฟังคำพูดใดๆ อีกเลยสักนิด "จางหยางคะ ฉัน ... ฉันเดินลำบากนิดหน่อยน่ะค่ะ"

เธอหันมามองจางหยางพลางส่งสายตาออดอ้อนเหมือนคนกำลังอ้อนแฟน

ข้างๆ กันนั้น หลินจื่อชวนจ้องมองภาพนั้นด้วยความมึนงงและอึ้งไปครู่ใหญ่

แววตาแบบนั้น ... ท่าทางแบบนั้น ...

"ได้ครับ เดี๋ยวผมอุ้มเอง" จางหยางย่อมไม่พลาดโอกาสที่จะโชว์ความรักต่อหน้าคู่แข่งอย่างหลินจื่อชวนแน่นอน

เขาโน้มตัวลงอุ้มเล่อมานขึ้นในอ้อมแขนอย่างเบามือพลางเดินผ่านหน้าหลินจื่อชวนมุ่งหน้าตรงเข้าสู่โถงทางเดินของตึกทันที

หลินจื่อชวนยืนตัวแข็งทื่ออยู่ที่เดิม แว่วเสียงหัวเราะที่แสนจะมีความสุขของทั้งคู่ที่ลอยมาจากโถงทางเดิน หัวใจของเขาค่อยๆ จมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรในทันที

ภายในลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน

เล่อมานยอมให้จางหยางอุ้มไว้ในอ้อมแขนอย่างว่างง่าย เมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเธอก็ยิ่งแดงซ่านขึ้นทุกที

"จางหยางคะ ปล่อยฉันลงเถอะค่ะ ใกล้จะถึงห้องแล้วนะ" เธอกระซิบเสียงเบา

"เดินได้แล้วเหรอครับ" จางหยางก้มลงถามพร้อมรอยยิ้ม

"นี่ไม่ใช่เพื่อให้หลินจื่อชวนเขาตัดใจให้ขาดหรอกเหรอคะ? คุณเองก็คงไม่อยากเห็นผู้ชายมาเดินวนเวียนอยู่ที่ใต้ตึกของผู้หญิงที่มีคุณอยู่ในหัวใจตลอดเวลายังงั้นใช่ไหมล่ะคะ" เล่อมานซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของจางหยางพลางพูดเสียงอ่อนแรง

"นั่นสินะครับ" จางหยางค่อยๆ วางเล่อมานลงบนพื้น "คุณบอกว่าคุณมีผมอยู่ในหัวใจ แต่ความจริงแล้ว มีผู้หญิงที่มีผมอยู่ในหัวใจเยอะมากเลยล่ะครับ"

"คนเจ้าชู้ที่ทำตัวเป็นธรรมชาติขนาดนี้เนี่ย คุณยังมีเหตุผลมาอ้างอีกเหรอคะ" เล่อมานย่นจมูกพลางค้อนให้ทีหนึ่ง

"ผมก็ไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้หรอกนะ แต่มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์น่ะครับ ประเด็นคือผมดันเป็นคนที่ไม่ใจจืดใจดำพอที่จะทำให้สาวๆ ต้องเสียใจ สุดท้ายทุกอย่างมันเลยต้องมาตกอยู่ที่ผมที่ต้องเป็นคนแบกรับภาระทั้งหมดไว้คนเดียวนี่ไงล่ะครับ" จางหยางถอนหายใจยาวพลางเล่าความจริงออกมา

เขาเคยบอกตั้งนานแล้วว่าลึกๆ แล้วเขาไม่ใช่คนเจ้าชู้ที่ไม่มีความรับผิดชอบ

เรื่องประเภทที่ฟันแล้วทิ้ง หรือการหนีความรับผิดชอบ หรือการทำตัวแย่ๆ น่ะ เขาเคยทำเรื่องพวกนั้นสักครั้งไหมล่ะ?

ต่อให้จะเป็นเพียงคนรู้จักที่วูบผ่านมาในชีวิต หากคนเหล่านั้นประสบปัญหาและมาขอความช่วยเหลือจากเขา เขาก็ยินดีที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเสมอ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 140 - เพิ่งมานึกเสียใจในภายหลัง

คัดลอกลิงก์แล้ว