- หน้าแรก
- แค่ปลูกผักก็เทพได้ด้วยระบบผูกมัด
- บทที่ 61 - มณฑาหยกรับน้ำค้าง ซื้อหาผึ้งวิญญาณและเต่าวิญญาณ
บทที่ 61 - มณฑาหยกรับน้ำค้าง ซื้อหาผึ้งวิญญาณและเต่าวิญญาณ
บทที่ 61 - มณฑาหยกรับน้ำค้าง ซื้อหาผึ้งวิญญาณและเต่าวิญญาณ
บทที่ 61 - มณฑาหยกรับน้ำค้าง ซื้อหาผึ้งวิญญาณและเต่าวิญญาณ
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ หลี่เยี่ยเข้าไปข้างในนานถึงหนึ่งชั่วยามเต็มๆ หนูขนขาวที่รออยู่ด้านนอกเริ่มกระวนกระวายใจจนต้องเดินวนไปวนมา
หากศิษย์น้องหลี่เป็นอะไรไปอยู่ข้างในนั้น มันคงต้องซวยแน่ๆ
แต่ถ้าเกิดเขาบังเอิญไปเจอของดีอะไรเข้าล่ะ?
มันรู้สึกลังเลใจอย่างยิ่ง จะตามเข้าไปดูก็ไม่กล้า จะอยู่เฉยๆ ก็ร้อนรน
จนกระทั่งเห็นหลี่เยี่ยเดินออกมา มันถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วรีบวิ่งเข้าไปหา
เมื่อเข้าใกล้จมูกของมันก็ขยับฟุดฟิด "เอ๊ะ ศิษย์น้อง ท่านหาแร่หอมชันหินเจอแล้วใช่หรือไม่"
น้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างเปี่ยมล้น
ในฐานะเผ่าพันธุ์หนูวิญญาณค้นหาแร่ การที่มันได้รับอนุญาตให้ออกมาทำงานขุดเหมืองยังโลกภายนอกได้ ฝีมือของมันย่อมไม่ธรรมดา แค่ดมกลิ่นก็รู้แล้วว่าเป็นแร่อะไร
"ใช่ขอรับ"
หลี่เยี่ยไม่ได้คิดจะปิดบัง "เมื่อครู่ตอนเดินสำรวจอยู่ข้างใน ข้าบังเอิญเจอผีชันหินสองสามตัว พอตามพวกมันไปก็เลยเจอแร่นี้เข้า ต้องขอบคุณศิษย์พี่มากเลยนะขอรับ"
เขาหยิบแร่ก้อนที่ใหญ่ที่สุดส่งให้หนูขาว
แต่อีกฝ่ายกลับโบกมือปฏิเสธพัลวัน "ของแบบนี้ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก มันเป็นวาสนาของท่านเอง วันหน้าหากมีโอกาสก็แค่หิ้วสุรามาฝากข้าสักสองขวดก็พอแล้ว"
มันเข้าใจกฎของสำนักเป็นอย่างดี การดูแลชีพจรเหมืองแร่เหล่านี้อาจทำให้ได้ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ ติดไม้ติดมือบ้าง แต่มันจะไม่มีวันแตะต้องผลกำไรหลักที่เกิดจากตัวเหมืองแร่อย่างเด็ดขาด
"ตกลงขอรับ ไว้ผ่านไปสักระยะข้าจะนำสุรามาฝากศิษย์พี่แน่นอน"
หลี่เยี่ยไม่ดึงดันที่จะมอบให้ เขาเอ่ยถามสิ่งที่สงสัยมาตลอด "เหตุใดบ้านสกุลม่อถึงต้องการทองคำยอดพุทธะมากขนาดนั้นหรือขอรับ"
"เรื่องนั้นน่ะหรือ"
"อันที่จริงก็แค่บ้านสกุลม่อต้องการรวบรวมทองคำยอดพุทธะให้มากพอเพื่อนำไปสร้างกลไกบางอย่าง ประกอบกับต้องแจกจ่ายทรัพยากรส่วนหนึ่งให้กับผู้บำเพ็ญเพียรระดับล่างด้วย"
"เหตุผลก็เหมือนกับการมีอยู่ของตลาดการค้าหุยหยานั่นแหละ พวกเขาแค่อยากมอบโอกาสในการก้าวหน้าให้กับผู้บำเพ็ญเพียรระดับล่างบ้าง ใครจะรู้ล่ะว่าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้ จะมีผู้มีพรสวรรค์ล้ำเลิศที่ถูกฝังกลบซ่อนเร้นอยู่อีกมากน้อยเพียงใด"
หลังจากกล่าวรำพึงรำพันราวกับผู้ทรงปัญญา หนูขาวก็ปรับสีหน้ากลับมาฉีกยิ้มประจบประแจงแบบพ่อค้าอีกครั้ง
มันถูอุ้งเท้าไปมา "นี่ไงล่ะ ศิษย์น้องหลี่ก็เปรียบดั่งไข่มุกเม็ดงามที่ถูกฝุ่นบดบังมาเนิ่นนาน บัดนี้ได้เปล่งประกายแล้ว นับเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งนัก!"
"ศิษย์พี่ก็ชมข้าเกินไปแล้วขอรับ"
หลี่เยี่ยยิ้มรับอย่างถ่อมตน "ตอนที่ข้าเข้าสำนักอย่างเป็นทางการ ข้าจะเชิญศิษย์พี่ไปดื่มสังสรรค์ที่บ้านพักของข้าให้ได้เลย สุราท้อมีไม่อั้นแน่นอน!"
"เยี่ยมยอด! เยี่ยมยอดไปเลย!"
"ศิษย์น้อง ท่านตามข้ามาทางนี้ ข้าจะช่วยลงทะเบียนให้ จากนั้นท่านก็สามารถนำประตูกลไกมิติกลับไปได้เลย ระยะเวลาขุดเหมืองคือสามเดือน เมื่อครบกำหนดข้าจะไปรับของคืนถึงหน้าประตูบ้านท่านเอง"
ศิษย์พี่หนูยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิง มันดึงหลี่เยี่ยให้ไปลงทะเบียนที่กระดานหยกด้านข้าง
จากนั้นมันก็ไปขยับกลไกอะไรบางอย่าง ประตูเหมืองแร่ที่หลี่เยี่ยเลือกไว้เมื่อครู่ก็พับตัวหดเล็กลงในพริบตา กลายเป็นประตูกลไกเหล็กหล่อขนาดจิ๋ว
"นี่คือของที่ท่านต้องใช้ ศิษย์น้องห้ามนำมันออกไปนอกตลาดการค้าหุยหยาเด็ดขาด มันจะใช้งานได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายในค่ายกลของตลาดการค้าหุยหยาเท่านั้น พอท่านกลับถึงบ้านก็เลือกสถานที่ที่เหมาะสม กดปุ่มนูนๆ บนนี้ มันก็จะขยายขนาดออกมาเอง"
หนูขาวส่งประตูขนาดจิ๋วให้หลี่เยี่ยอย่างสบายๆ จากนั้นมันก็เดินไปส่งเขาจนถึงหน้าทางออกเหมืองกลไกด้วยท่าทีกระตือรือร้นสุดขีด
เป็นความกระตือรือร้นที่มากเสียจนหลี่เยี่ยเริ่มตั้งรับไม่ทัน
ก่อนหน้านี้เขาก็เคยติดต่อกับผู้บำเพ็ญเพียรของสำนักสี่ฤดูมาบ้าง แต่ไม่มีใครแสดงท่าทีพินอบพิเทาขนาดนี้มาก่อนเลย
...
หลังจากเดินออกจากร้าน หลี่เยี่ยไม่ได้กลับบ้านในทันที แต่เลือกที่จะเดินเตร็ดเตร่สำรวจตลาดภายนอก เขาไม่ได้ซื้อของมาพักใหญ่แล้ว เผื่อว่าจะฟลุคเจอของดีราคาถูกบ้าง
ช่วงนี้เป็นฤดูวสันต์ อากาศอบอุ่นดอกไม้บานสะพรั่ง
ร้านค้าส่วนใหญ่ในตลาดจึงเต็มไปด้วยพืชวิญญาณจำพวกดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์
มองเผินๆ ก็มีทั้งดอกมณฑา ดอกพุดแย้มยิ้ม ดอกกุหลาบพันปี ดอกเกสรหยก... มีดอกไม้สารพัดชนิดจริงๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วทั้งอากาศ
แต่ดอกไม้เหล่านี้ส่วนใหญ่มีไว้เพื่อความสวยงาม หรือประดับตกแต่งถ้ำและที่พักอาศัยเท่านั้น ราคาของพวกมันจึงถูกแสนถูก จ่ายหินวิญญาณเพียงไม่กี่ก้อนก็ยกกลับไปได้เป็นกระถาง
สำหรับหลี่เยี่ยแล้ว การซื้อดอกไม้พวกนี้ดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็นเอาเสียเลย
สิ่งที่เขาต้องการเลือกซื้อคือพืชวิญญาณที่สามารถทำพันธสัญญาพึ่งพาอาศัยกันได้ หรือไม่ก็เป็นของดีที่คนอื่นมองข้าม
เขาจึงเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ เพียงไม่นานเขาก็สังเกตเห็นผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งกำลังวางขายต้นไม้ประหลาด กิ่งก้านของมันดูราวกับหยกสลักที่แผ่ขยายอย่างเป็นธรรมชาติ ดอกที่บานสะพรั่งบนต้นก็ใสกระจ่างราวกับถ้วยหยก
ภายในดอกไม้รูปถ้วยหยกแต่ละดอกดูเหมือนจะมีไอหมอกลอยวนอยู่บางเบา มันซึมซับแสงแดดที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า ทำให้เกิดประกายแสงสีทองอร่ามตาเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง
ต้นไม้หยกดอกไม้ทองคำ ช่างงดงามตระการตาเหลือเกิน
【ชื่อ】: ต้นมณฑาหยกรับน้ำค้าง
【อารมณ์】: อวดโฉม แผ่กิ่งก้านสาขา
【สถานะ】: ดีเยี่ยม
【เงื่อนไขการผูกพันธสัญญา】: เผ่าพันธุ์ผึ้งที่มีความงดงาม
นี่มันต้นไม้อะไรกันเนี่ย ต้นไม้บ้าอะไรถึงรู้จักอวดความงามของตัวเอง แถมยังต้องการให้ผึ้งที่สวยงามมาผูกพันธสัญญาด้วย?
หลี่เยี่ยเกิดความสนใจขึ้นมาทันที
พอเขาเดินเข้าไปใกล้ พ่อค้าคนนั้นก็ลุกขึ้นยืนประสานมือคารวะอย่างกระตือรือร้น "สหายนักพรตเป็นผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักสี่ฤดูใช่หรือไม่ ท่านถูกตาต้องใจต้นมณฑาหยกรับน้ำค้างของข้าเข้าแล้วกระมัง"
ใบหน้าของพ่อค้าแฝงไว้ด้วยความภาคภูมิใจ ราวกับว่าการที่พืชวิญญาณของตนถูกผู้บำเพ็ญเพียรจากสำนักสี่ฤดูหมายตายังเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจอย่างยิ่ง
"ใช่แล้ว" ในเมื่ออีกฝ่ายส่งยิ้มต้อนรับ หลี่เยี่ยก็ย่อมไม่วางมาดหยิ่งยโส
"ต้นมณฑาหยกรับน้ำค้างของสหายนักพรตดูมีชีวิตชีวามาก ข้าอยากจะขอซื้อสักสองสามต้น ไม่ทราบว่าท่านคิดราคายังไงหรือ"
"ฮ่าฮ่า!"
ผู้บำเพ็ญเพียรคนนั้นทำหน้าราวกับคาดเดาไว้แล้ว เขาเริ่มอธิบาย "ต้นมณฑาหยกรับน้ำค้างเหล่านี้ข้าตั้งใจเพาะปลูกขึ้นมาเป็นพิเศษ พวกมันสามารถกักเก็บหยาดน้ำค้างยามเช้าอันบริสุทธิ์ก่อนที่มันจะระเหยไปได้"
พอพูดถึงตรงนี้เขาก็ถอนหายใจออกมา
"เพียงแต่พวกมันมีปัญหาบางอย่าง ข้าคงต้องบอกความจริงแก่สหายนักพรตให้กระจ่างแจ้งเสียก่อน"
"แม้พวกมันจะเจริญงอกงามอย่างงดงามตระการตา แต่พวกมันกลับปฏิเสธผึ้งเกือบทุกชนิดที่พยายามจะเข้ามาผสมเกสรและเก็บน้ำหวาน ทำให้พวกมันทำได้เพียงเป็นพืชวิญญาณสำหรับเก็บหยาดน้ำค้างและตั้งโชว์เพื่อความสวยงามเท่านั้น"
"อันที่จริงน้ำหวานที่เกิดจากดอกไม้ชนิดนี้ก็ถือเป็นวัตถุดิบวิญญาณชั้นยอด แต่เมื่อมันปฏิเสธผึ้งวิญญาณ การจะได้น้ำหวานมาก็กลายเป็นเรื่องยากแสนยาก"
หลี่เยี่ยพยักหน้าเข้าใจ "ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ข้าแค่ตั้งใจจะซื้อกลับไปปลูกประดับเพื่อความสวยงามเท่านั้น สหายนักพรตบอกราคามาเถอะว่าหินวิญญาณเท่าไหร่"
"ต้นละหนึ่งร้อยหินวิญญาณ"
"สหายนักพรต ตามกฎแล้วดอกไม้พวกนี้ไม่สามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้นะ"
ในฐานะพืชวิญญาณระดับสองแถมยังมีสรรพคุณพิเศษ ราคานี้ถือว่าไม่แพงเลย
ถ้าไม่ใช่เพราะมันผลิตน้ำหวานไม่ได้ คาดว่าราคาคงจะสูงกว่านี้อีกหน่อย อย่างไรเสียพืชวิญญาณก็มีอายุขัยยืนยาวกว่าสัตว์วิญญาณอยู่แล้ว
ส่วนเรื่องที่ขยายพันธุ์ไม่ได้นั้น ถือเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในพืชวิญญาณ ตระกูลที่เพาะปลูกพืชวิญญาณขายมักจะมีเคล็ดลับในการยับยั้งไม่ให้พืชวิญญาณขยายพันธุ์ได้ ซื้อไปหนึ่งต้นก็คือมีแค่ต้นเดียว
หลี่เยี่ยไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้ เขาหยิบหินวิญญาณออกมาห้าร้อยก้อนและซื้อไปห้าต้นรวด
ต้นมณฑาหยกรับน้ำค้างแต่ละต้นมีความสูงประมาณหนึ่งช่วงตัวคน ซื้อกลับไปห้าต้นก็เพียงพอที่จะประดับตกแต่งสวนชั้นในของเขาให้สวยงามแล้ว
เมื่อได้ต้นมณฑาหยกรับน้ำค้างมา เป้าหมายของเขาก็ชัดเจนขึ้น ตอนนี้เขาต้องการเพียงสัตว์วิญญาณจำพวกเต่าสำหรับน้ำเต้าวิญญาณขม และผึ้งที่สวยงามตามเงื่อนไข ลองหาตามสองอย่างนี้ก็แล้วกัน
โชคดีที่ช่วงนี้เป็นฤดูวสันต์ แมลงวิญญาณจำพวกผึ้งจึงมีออกมาให้เห็นมากมาย เขาใช้เวลาหาเพียงไม่นานก็เจอผึ้งชนิดหนึ่งที่เรียกว่า "ผึ้งวิญญาณประกายผลึก"
ผึ้งชนิดนี้มีลำตัวโปร่งแสงงดงามวิจิตร ยามที่พวกมันบินว่อนอยู่กลางอากาศ ปีกและขนอ่อนบนลำตัวจะสะท้อนแสงแดด เปล่งประกายสีสันงดงามราวกับสายรุ้ง
พอได้ผึ้งมา เขาก็แอบใช้ความรู้สึกเชื่อมโยงกับต้นมณฑาหยกรับน้ำค้างดู พบว่าต้นไม้ไม่ได้มีท่าทีต่อต้านแต่อย่างใด เขาจึงตกลงซื้อพวกมันมา
หลังจากได้ผึ้งมาแล้ว หลี่เยี่ยก็เดินเลือกซื้อเต่าวิญญาณระดับหนึ่งที่สามารถอาศัยอยู่ในดินได้มาอีกสองสามตัว จากนั้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังร้านของบ้านสกุลม่อ
เขาจ่ายหินวิญญาณไปหนึ่งหมื่นก้อนเพื่อซื้อกล่องมิติขุนเขาแม่น้ำที่สามารถรองรับให้พวกบีเวอร์เข้าไปอยู่อาศัยได้ และเดินหอบ "คู่มือการใช้งาน" เล่มหนาเตอะกลับมาด้วยความอิ่มอกอิ่มใจ
พอกลับถึงบ้านเขาก็ต้องมานั่งทดลองดูว่าน้ำเต้าวิญญาณขมกับเต่าวิญญาณเหล่านั้นจะผูกพันธสัญญากันได้หรือไม่ และต้นมณฑาหยกรับน้ำค้างกับผึ้งวิญญาณถ้าผูกพันธสัญญากันแล้วจะเกิดอะไรขึ้น อีกทั้งยังต้องจัดการย้ายบ้านให้พวกบีเวอร์ และเตรียมพื้นที่สำหรับประตูเหมืองแร่อีก
คิดๆ ดูแล้ว งานก็เยอะไม่เบาเลยนะเนี่ย
แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนสามารถสร้างผลกำไรที่ชัดเจนให้กับเขาได้ ทั้งยังช่วยเติมเต็มบ้านของเขาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นับว่าคุ้มค่ามากทีเดียว
[จบแล้ว]