- หน้าแรก
- เส้นทางลับสู่บัลลังก์ไททัน
- บทที่ 51 - จับตัวได้แล้ว!
บทที่ 51 - จับตัวได้แล้ว!
บทที่ 51 - จับตัวได้แล้ว!
บทที่ 51 - จับตัวได้แล้ว!
"เป็นผู้เหนือสามัญที่แข็งแกร่งจริงๆ"
น้ำเสียงชื่นชมดังก้องกังวานในบาร์ที่ว่างเปล่า เฉินเซี่ยงสัมผัสได้ถึงแรงมหาศาลที่พุ่งทะลวงขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าของเขา
ฝ่าเท้าของเขาถูกดันให้ลอยสูงขึ้นทีละนิดทีละนิด
หญิงสาวแสนสวยใช้เพียงมือเดียวก็สามารถยกฝ่าเท้าขนาดกว้างเกือบสองเมตรของเฉินเซี่ยงขึ้นมาได้
เธอแลบลิ้นเลียริมฝีปาก
"เจ้ายักษ์ ร่างกายของนายนี่ดู..."
"น่าอร่อยจังเลยนะ!"
สีหน้าของเฉินเซี่ยงเคร่งเครียดขึ้นมาทันที เขารวบรวมพลังจากกล้ามเนื้อและกระดูกทั่วร่าง พลังทุกหยาดหยดถูกบีบอัดและส่งผ่านไปยังขาขวา ก่อนจะระเบิดออกอย่างรุนแรง!!
"ตายซะ!"
พลังมหาศาลดุจภูเขาถล่มปะทุขึ้น สีหน้าของหญิงสาวเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ดูเหมือนเธอจะหลบไม่ทันเสียแล้ว
'ตู้ม!!!'
บาร์สูงเจ็ดชั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยร้าวขนาดใหญ่แผ่ขยายราวกับใยแมงมุม ลุกลามจากใจกลางฟลอร์เต้นรำไปยังกำแพงทุกด้าน!
"ไม่ถูกสิ!"
เฉินเซี่ยงหน้าถอดสี ใต้ฝ่าเท้าของเขาไม่มีสัมผัสของร่างกายนุ่มนิ่มเลยสักนิด... เขาเหยียบพลาด!
หนังหัวของเขาชาหนึบ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นไปยืนพิงระเบียงอยู่ที่ชั้นเจ็ดของบาร์ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เธอกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างเงียบๆ!
เป็นไปได้ยังไง?
เร็วขนาดนี้เลยหรอ?
"เจ้ายักษ์ นายนี่น่าสนใจดีนะ" หญิงสาวปัดฝุ่นตามตัว ในมือของเธอมีแก้วไวน์ทรงสูงปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ริมฝีปากสีแดงสดสัมผัสกับน้ำอมฤตสีแดงเข้ม เธอดื่มมันรวดเดียวจนหมดแก้ว
"ฉันจะลงไปเล่นกับนายก็แล้วกัน"
สิ้นเสียง
ร่างของหญิงสาวก็อันตรธานหายไปในอากาศ แก้วไวน์ร่วงหล่นลงสู่พื้น และในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น เธอก็ไปโผล่อยู่เหนือศีรษะของเฉินเซี่ยง!
เธอยกขาเรียวยาวขึ้นสูงเหนือไหล่แล้วตอกส้นเท้าลงมาอย่างแรงในชั่วพริบตา เฉินเซี่ยงปวดร้าวที่ศีรษะอย่างรุนแรง ด้วยความโกรธเกรี้ยวเขาจึงเอื้อมมือหมายจะคว้าตัวเธอเอาไว้
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น หญิงสาวก็หายตัวไปอีกครั้ง!!
เธอกลับไปที่ชั้นเจ็ด รับแก้วไวน์ที่ร่วงหล่นลงมาได้พอดีเป๊ะ ขวดไวน์แดงที่เคยวางอยู่บนชั้นสองก็มาอยู่ในมือของเธออย่างน่าประหลาด
เฉินเซี่ยงลูบศีรษะตัวเอง เลือดเปื้อนเต็มมือ
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาขนาดยักษ์จ้องเขม็งไปที่หญิงสาว
"เส้นทางผู้สัญจรงั้นหรอ?"
เฉินเซี่ยงเคยอ่านเจอในตำราเรียนว่า สายพลังของเทพแท้จริงทั้งเก้าเส้นทาง เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับผู้เหนือสามัญ จะได้รับพลังอันลี้ลับของเส้นทางนั้นๆ ซึ่งเป็นพรจากเทพเจ้า เป็นพลังพื้นฐานที่เทพเจ้ามอบให้หยิบยืมมาใช้งาน
สายพลังผู้ว่างเปล่าสามารถใช้สภาวะความว่างเปล่าได้ ส่วนเส้นทางผู้สัญจรก็คือ การเคลื่อนย้ายพริบตา
แต่ว่า...
พลังระดับนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะนำมาใช้ได้อย่างพร่ำเพรื่อหรอกนะ จากที่เฉินเซี่ยงศึกษามาตลอดช่วงเวลานี้
ผู้เหนือสามัญสายความว่างเปล่าทำได้แค่เปลี่ยนบางส่วนของร่างกายให้อยู่ในสภาวะความว่างเปล่าได้เพียงชั่วครู่ ส่วนเส้นทางผู้สัญจร การเคลื่อนย้ายพริบตาแต่ละครั้งต้องสูญเสียพละกำลังและพลังจิตไปอย่างมหาศาล และไม่สามารถใช้ติดต่อกันได้...
แต่เมื่อกี้ หญิงสาวคนนี้กลับไม่ได้ถูกจำกัดด้วยกฎเกณฑ์ทั่วไปเลย!!
หรือว่าจะเป็นเพราะ...
แก่นแท้วิญญาณ?
สายตาของเฉินเซี่ยงหรี่ลงเล็กน้อย
หญิงสาวหาวหวอด
"นายกำลังสงสัย นายกำลังตกใจ เจ้ายักษ์ ร่างกายของนายดูแข็งแรงดีนี่นา มาอยู่เป็นเพื่อนพี่สาวสักหลายๆ คืนสิ แล้วฉันจะไว้ชีวิตนายให้ เอาไหมล่ะ?"
เฉินเซี่ยงจ้องมองหญิงสาวหน้าตาสะสวยคนนี้แล้วยิ้ม
"เธอมัน..."
"ตัวเล็กเกินไป"
หญิงสาวรินไวน์ใส่แก้วแล้วถอนหายใจแผ่วเบา
"น่าเบื่อจัง"
พริบตาต่อมา
กระดูกสันหลังของเฉินเซี่ยงโค้งงอราวกับคันธนูที่ง้างจนสุด เขาใช้เคล็ดลับวิชาจากเคล็ดวิชาเทวรูปยักษ์ กระทืบเท้าลงพื้นยี่สิบสามครั้งภายในเวลาครึ่งวินาที พลังหมุนเวียนทับซ้อนกันราวกับเกลียวคลื่น และปะทุออกในเสี้ยววินาที!!
"ไร้ประโยชน์..." หญิงสาวใช้การเคลื่อนย้ายพริบตาหายตัวไปจากชั้นเจ็ด และไปโผล่ที่เท้าของเฉินเซี่ยงในทันที ก่อนจะตวัดกรงเล็บตะปบเบาๆ
'ฉัวะ!!'
ก้อนเนื้อบริเวณข้อเท้าของเฉินเซี่ยงถูกกระชากหลุดออกมาชิ้นใหญ่
แต่แค่นั้นยังทำอะไรเขาไม่ได้หรอก
สำหรับยักษ์สูงสิบเมตร แม้แต่ข้อเท้าก็ยังมีเส้นผ่านศูนย์กลางเกินกว่าครึ่งเมตร ก้อนเนื้อชิ้นใหญ่ที่หลุดออกไปสำหรับเขาก็เหมือนกับแค่ผิวหนังถลอกเท่านั้น!
"พวกที่เดินบนเส้นทางบรรพกาลนี่รับมือยากจริงๆ"
หญิงสาวแลบลิ้นเลียเลือดที่กระเด็นมาเปื้อนใบหน้า เธอเคลื่อนย้ายพริบตาไปลอยอยู่กลางอากาศ ปากพึมพำร่ายคาถา อนุภาคเทพแท้จริงหลั่งไหลมารวมกันที่ฝ่ามือของเธออย่างบ้าคลั่ง!
"ฉันจะหักคอแกซะ"
เธอเคลื่อนย้ายพริบตาไปยืนอยู่บนกระดูกไหปลาร้าอันกว้างใหญ่ของเฉินเซี่ยง ฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยอนุภาคเทพแท้จริงพุ่งตรงเข้าขย้ำลำคอของเขา
เฉินเซี่ยงตัวใหญ่เกินไปจนหลบไม่พ้น ลำคอของเขาอาบชุ่มไปด้วยเลือด
เขาเบ่งพลังกล้ามเนื้อผสานกับพลังจิตอันมหาศาล กระแทกหญิงสาวจนกระเด็นหลุดจากร่าง จากนั้นก็ก้มหน้าลงอย่างรวดเร็ว แม้เลือดจะอาบลำคอ แต่ดวงตาของเขากลับทอประกายสีทองอร่าม ราวกับมียักษ์สีทองซ่อนอยู่ภายใน!
เพ่งจิต ภาพนิมิตไททันสนธยา
ดึงพลังมหาศาลดุจภูเขาถล่ม
'ตู้ม!'
เขากดฝ่ามือลงมา พลังจิตล็อกเป้าหมายหญิงสาวเอาไว้แน่นหนา!
หญิงสาวหน้าถอดสี เมื่อการเคลื่อนย้ายพริบตาล้มเหลว เธอจึงไม่ลังเลที่จะดึงพลังจากร่างกายของผู้เหนือสามัญออกมาใช้ ปากพร่ำเอ่ยพระนามของผู้สัญจร สองมือวาดลวดลายลี้ลับกลางอากาศอย่างรวดเร็ว อนุภาคเทพแท้จริงคำรามกึกก้อง!
"การต่อสู้ด้วยพละกำลัง คือวิธีการต่อสู้ที่ป่าเถื่อนที่สุด" เธอเอ่ยเสียงเรียบ
ฝ่ามือยักษ์ฟาดลงมา เธอก็โต้กลับ!
"โฮก!!"
เฉินเซี่ยงทุบหญิงสาวจมมิดลงไปในดิน เธอถึงกับกระอักเลือด อวัยวะภายในบอบช้ำจากแรงกระแทกที่รุนแรงเกินกว่าผู้เหนือสามัญทั่วไปจะรับไหว
เธอโกรธจัด เคลื่อนย้ายพริบตาหายตัวไปและไปโผล่ที่ด้านซ้ายของเฉินเซี่ยง
เฉินเซี่ยงเปลี่ยนหมัดเป็นกรงเล็บตวัดกวาดไปมาจนเกิดคลื่นอากาศม้วนตัว แต่ก็คว้าน้ำ!
หญิงสาวหายตัวไปอีกครั้ง และไปโผล่ที่ด้านขวาของเขา
เขาโจมตีอีกครั้ง แต่ก็พลาดอีก!
หญิงสาวใช้การเคลื่อนย้ายพริบตาหลบหลีกไปมาราวกับแมลงวันที่น่ารำคาญ โจมตียังไงก็ไม่โดน โจมตียังไงก็ไม่ถูก!
"ไอ้ยักษ์ทึ่ม" เธอยิ้มเยาะ "แกแตะต้องตัวฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำได้แค่โกรธเกรี้ยวไร้สติเหมือนสัตว์ป่าเท่านั้นแหละ..."
พูดจบ เธอก็เคลื่อนย้ายพริบตาไปลอยอยู่กลางอากาศอีกครั้ง!
ในเวลานี้ ลวดลายลี้ลับในมือของหญิงสาวถูกวาดจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดระหว่างผู้เหนือธรรมชาติและผู้เหนือสามัญในเส้นทางของเทพต่างมิติก็คือ หลังจากได้รับพรจากเทพเจ้าแล้ว พวกเขาจะสามารถควบคุมอนุภาคเทพแท้จริงให้แปรสภาพเป็นธาตุทั้งสี่เพื่อจำลองพลังแห่งธรรมชาติได้!
"ไฟ"
หญิงสาวแบมือทั้งสองข้างออก ดึงดูดอนุภาคเทพแท้จริงมารวมกันจนกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่พุ่งเข้าแผดเผา
"ลม!"
เธอเรียกพายุพัดกระหน่ำ กลายเป็นโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นสี่เส้น พันธนาการแขนสองข้างและลำตัวของเฉินเซี่ยงไว้อย่างแน่นหนา
"ดิน! น้ำ!"
พื้นดินพลิกตลบกลืนกินหน้าแข้งทั้งสองข้างของเฉินเซี่ยงจนขยับไม่ได้ อนุภาคเทพแท้จริงจำนวนมหาศาลก่อตัวเป็นไอน้ำพุ่งทะลักเข้าไปในจมูกและปากของเขา ทำให้เขาสำลักอย่างรุนแรง!
สายลมพันธนาการ ผืนดินกักขัง กระแสน้ำพุ่งอุดจมูก เปลวไฟแผดเผาดวงตา!
ความรู้สึกขาดอากาศหายใจถาโถมเข้ามา ปอดของเฉินเซี่ยงเต็มไปด้วยไอน้ำ ดวงตาทั้งสองข้างปวดแสบปวดร้อนจากการถูกไฟความร้อนสูงแผดเผา การมองเห็นเริ่มพร่ามัว...
หญิงสาวเคลื่อนย้ายพริบตาอีกครั้ง สายลมพัดพยุงร่างของเธอให้ลอยอยู่กลางอากาศ
เธอจ้องมองยักษ์ตรงหน้าอย่างเงียบๆ
"เจ้ายักษ์ พลังของนายมาจากไหนกันนะ? ฉันอยากรู้จริงๆ พลังระดับนี้..."
ระหว่างที่พูด หญิงสาวก็กำหมัดเบาๆ เปลวไฟลุกโชนรุนแรงขึ้น ไอน้ำก็ถาโถมเข้าใส่อย่างบ้าคลั่ง!
ศาสตราจารย์ซูหลัวที่แอบซุ่มดูอยู่เงียบๆ ส่ายหน้า เจ้าหนูเฉินเก่งมากก็จริง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้เหนือธรรมชาติที่แท้จริง โดยเฉพาะผู้เหนือธรรมชาติที่มีแก่นแท้วิญญาณแข็งแกร่งจนสามารถใช้การเคลื่อนย้ายพริบตาได้ตามใจชอบแบบนี้ มันยังห่างชั้นกันเกินไป...
ขณะที่เขากำลังจะลงมือช่วย จู่ๆ เขาก็ชะงักไป
"นี่มัน?"
พริบตาต่อมา
เฉินเซี่ยงที่ถูกพันธนาการด้วยสายลมและถูกกักขังด้วยผืนดิน ก็ค่อยๆ เลือนรางหายไป
สภาวะความว่างเปล่า
เฉินเซี่ยงไม่ได้กังวลเลยสักนิดว่าจะความแตกเรื่องที่เขา 'ได้รับความโปรดปรานจากเทพเจ้า' ต่อหน้าตาเฒ่าซู เขาไม่ใช่สาวกของเทพองค์ไหนทั้งนั้น และนั่นก็ไม่ใช่ไพ่ตายที่แท้จริงของเขาด้วย
ชั่วอึดใจต่อมา
เฉินเซี่ยงก็ไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหญิงสาว เธอตกใจสุดขีดและเตรียมจะดึงพลังอันยิ่งใหญ่ของผู้สัญจรมาใช้เพื่อทะลวงมิติและใช้การเคลื่อนย้ายพริบตาหลบหนี
แต่ในเวลานี้เอง!
อวัยวะภายในทั้งห้าและศีรษะของเธอกลับรู้สึกร้อนผ่าวราวกับถูกไฟเผา พร้อมกับเสียงพึมพำจากหุบเหวลึกที่ดังก้องกังวานซ้อนทับกันไปมา กระแทกเข้าใส่จิตวิญญาณของเธออย่างจัง!!
"ไฟทมิฬ..."
ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอย่างรุนแรงนี้ทำให้เธอชะงักไปหนึ่งวินาที
และในวินาทีนั้นเอง
เฉินเซี่ยงใช้สองมือคว้าเรือนร่างอันบอบบางของหญิงสาวไว้แน่น เลือดไหลรินออกจากดวงตาของเขา เขาแสยะยิ้มอย่างดุร้าย
"ยัยแมลงวันตัวน้อย"
"ฉันจับเธอได้แล้ว!"
[จบแล้ว]