- หน้าแรก
- เมื่อเกมบุกโลก ฉันแย่งชิงวาสนาพระนางจนติดหนึบ
- บทที่ 535 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 50
บทที่ 535 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 50
บทที่ 535 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 50
บทที่ 535 เกมเทพเจ้า: ร้านอาหารอลวน 50
ต่อให้จับกระต่ายมาเป็นโล่ ภายใต้การโจมตีอันหนาแน่น พลังชีวิตของอวี๋สวินเกอก็ยังลดลงเหลือเพียง 0.456%
เพียงไม่กี่นาที เธอถูกโจมตีไปแล้วเกือบร้อยครั้ง
เธอพยายามอย่างเต็มที่แล้ว ทักษะการต่อสู้ของกระต่ายเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอในตอนนี้จะเทียบเคียงได้เลย
อวี๋สวินเกอพยายามที่จะเข้าไปในร้านอาหารนับครั้งไม่ถ้วน แต่กระต่ายก็มักจะคาดเดาเส้นทางของเธอได้เสมอ พวกมันสกัดกั้นเธอไว้จนมุม แถมยังเตะเธอให้ถอยห่างออกจากร้านอาหารไปเรื่อยๆ
อวี๋สวินเกอในตอนนี้ราวกับเข้าตาจนตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวัง
เธอจะตายไม่ได้ หากเธอตาย ผลของสกิล [พลังลึกลับ] ก็จะหายไป สิ่งที่รอคอยเธออยู่ก็คือการถูกสังหารอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
นี่คือการแก้แค้นจากกระต่ายหมายเลข 3
อวี๋สวินเกอมองลงไปที่ร้านอาหารด้านล่าง สายตากวาดมองผู้เล่นที่ออกมาดูเรื่องสนุกทีละคนๆ นึกถึงฉายาของพวกเขา และครุ่นคิดถึงสกิลที่พวกเขาอาจจะสวมใส่อยู่
คนอย่างเธอเวลาเจอเรื่องใหญ่ๆ ไม่ชอบพึ่งพาโชคชะตาที่สุด แต่พอถึงช่วงเวลาความเป็นความตายแบบนี้ กลับต้องฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับโชคชะตางั้นเหรอ?
B8017913: "โชคร้ายขนาดนี้ เคยเสียใจที่พาฉันออกมาจากภูเขาขยะบ้างไหม?"
รอบด้านล้วนมีแต่กระต่าย อวี๋สวินเกอไม่รู้ว่ากระอักเลือดออกมามากแค่ไหนแล้ว ก่อนหน้านี้เธอมีอาการย้ำคิดย้ำทำที่ต้องจัดการกับหยดเลือดทุกหยดที่เธอทิ้งไว้ แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องพวกนั้นแล้ว เธอเดินไปทางไหน เลือดของเธอก็สาดกระเซ็นไปทางนั้น อย่างน้อยครึ่งถนนก็เต็มไปด้วยรอยเลือดของเธอแล้ว
แต่ในช่วงเวลาแบบนี้ อวี๋สวินเกอกลับยังมีแก่ใจมาตอบคำถามของ B8017913: "เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับนาย"
B8017913: "ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เธอไม่มีทางได้เจอกับยอดฝีมือมากมายขนาดนี้ก่อนเวลาอันควรหรอก เธอคงจะได้ร่วมทีมกับผู้เล่นระดับ 6 หรือ 7 แล้วก็อาจจะได้เจอกับพวกมือใหม่หน้าโง่ด้วย"
อวี๋สวินเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ: "การที่เดินมาจนถึงตอนนี้ ทุกย่างก้าวล้วนเป็นทางเลือกที่ฉันตัดสินใจด้วยตัวเอง!"
คำพูดนี้เธอไม่ได้พูดในใจ แต่พูดมันออกมา สติของเธอเริ่มเลือนรางนิดหน่อยแล้ว เธอจำเป็นต้องพูดอะไรสักอย่างเพื่อรักษาความเข้มข้นในการคิดของตัวเองเอาไว้ เพื่อไม่ให้ตัวเองหลับไป
ต่อให้ร่างกายจะกลายเป็นข้อมูลดิจิทัลแล้ว แต่โครงสร้างทางสรีรวิทยาของเธอก็เป็นตัวกำหนดว่าเธอจะมีจุดอ่อน
เธอถูกโจมตีไปกว่าร้อยครั้ง อวัยวะภายในและกระดูกแหลกสลาย บนร่างกายแทบจะไม่มีส่วนไหนที่สมบูรณ์ดีเลย เธอกลายเป็นเป้าหมายของดีบัฟนับสิบๆ อย่างมาตั้งนานแล้ว
จุกผมเล็กๆ ที่มัดไว้ด้านหลังของอวี๋สวินเกอถูกตีจนหลุดลุ่ยไปนานแล้ว ยางมัดผมหายไปไหนก็ไม่รู้ ผมยาวประบ่าทิ้งตัวลงมาอย่างยุ่งเหยิง ปลายผมย้อมไปด้วยเลือดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
เธอตะโกนเสียงต่ำ: "ความสำเร็จและเกียรติยศทั้งหมดที่ฉันได้รับล้วนมาจากตัวฉันเอง และความยากลำบากที่ฉันเผชิญก็เช่นกัน! เพราะงั้นนายก็เลิกเอาหน้าให้ตัวเองได้แล้ว!!!"
พูดจบประโยคนี้ เธอก็ชูกระต่ายโล่นั้นขึ้นสูงแล้วพุ่งตัวลงด้านล่าง เมินเฉยต่อการโจมตีที่ตกลงมาดุจห่าฝนบนแผ่นหลัง พยายามดันกำแพงกระต่ายไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง พยายามอย่างเต็มที่เพื่อเข้าใกล้ร้านอาหารหมายเลข 1 เข้าใกล้ผู้เล่นคนนั้น——ตงไห่ชาร์ค
ขอโทษด้วยนะ แกอีกแล้ว!
[ตงไห่ชาร์ค] ผู้ที่เคยมีฉายาว่า [เผชิญความตายอย่างสงบ]!
ปลายนิ้วของเธอคีบขนกระต่ายเอาไว้ เธอมองทะลุผ่านกระต่ายขนปุยเหล่านั้นไปสบตากับตงไห่ชาร์ค
ตงไห่ชาร์คที่กำลังดูเรื่องสนุกมาตลอด: "?"
ตงไห่ชาร์คที่เห็นสภาพน่าอนาถของไจ้จิ่วสวินเกอแล้วยิ้มจนเห็นฟันครบแปดซี่: "!!"
ในวินาทีที่สบตากัน ในวินาทีที่เห็นรอยยิ้มมุมปากของไจ้จิ่วสวินเกอ ตงไห่ชาร์ค: "..." คงไม่ได้หรอกมั้ง?
ขโมยไอคอนสกิลของเป้าหมายคนนี้!
อัตราความสำเร็จ 100%!
อวี๋สวินเกอสัมผัสได้ถึงไอคอนสกิลในฝ่ามือ เธอจึงกดมันลงบนท่อนแขนขวาอย่างรวดเร็ว หมุนตัวใช้โล่กระต่ายรับการโจมตีแทนตัวเอง ท่ามกลางเสียงคำรามและเสียงด่าทอของตงไห่ชาร์ค เธอได้เห็นสกิลใหม่ที่เธอได้รับมา
[วสันต์และมวลบุปผา] (ระดับ SSS): หลังจากใช้สกิลนี้ ทุกย่างก้าวของคุณจะสุ่มบานเป็นดอกไม้หนึ่งชนิด ดอกไม้แต่ละชนิดจะมอบบัฟเสริมพลังที่แตกต่างกันให้กับคุณ ตราบใดที่คุณยังมีชีวิตอยู่ ดอกไม้ก็จะไม่เหี่ยวเฉา ตราบใดที่คุณยังไม่ออกจากโลกปัจจุบัน พรจากเทพธิดาแห่งดอกไม้ก็จะไม่เสื่อมคลาย; สกิลนี้มีระยะเวลาคงอยู่ 60 นาที; สามารถมีดอกไม้บานพร้อมกันได้สูงสุด 100 ชนิด; การใช้แต่ละครั้งต้องสูญเสียมานา 10 หน่วย; เวลาคูลดาวน์ 2 ชั่วโมง
เห็นได้ชัดว่านี่คือสกิลที่ถูกตงไห่ชาร์คอัปเกรดมาแล้ว
แต่นี่ก็เป็นสกิลที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ปัจจุบันของอวี๋สวินเกอได้เช่นกัน
——"ฮะ!"
อวี๋สวินเกออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ที่แท้ความหวังพังทลายมันรสชาติแบบนี้นี่เอง
ก็บอกแล้วไงว่าอย่าพึ่งพาโชค!!
B8017913: "พวกเราสามารถเริ่มต้นใหม่ได้นะ ไจ้จิ่วสวินเกอ"
อวี๋สวินเกอ: "นายคำนวณอัตราความล้มเหลวของฉันออกมาแล้วเหรอ? 100%?"
B8017913: "เหมือนกับอัตราความล้มเหลวตอนที่ฉันเจอเธอครั้งแรกนั่นแหละ 99.99%"
"ดี" อวี๋สวินเกอยิ้มพลางออกแรงโยนกระต่ายโล่ตัวนั้นออกไป ทุบเข้าใส่กระต่ายอีกตัว
"ยังมีอีก 0.01%! ดี!!"
อวี๋สวินเกอหลบสกิลของกระต่ายตัวหนึ่ง อาศัยแรงจากเอวและหน้าท้องดึงไหล่และท่อนแขนที่บิดเบี้ยวไปนานแล้ว แกว่งหมัดชกเข้าใส่กระต่ายตัวนั้น
——"เพราะงั้นฉันถึงได้บอกไง เวลาที่เธอควรจะมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเธอกลับไม่มี เวลาที่ควรถอยเธอกลับดันหุนหันพลันแล่นซะอย่างนั้น"
อวี๋สวินเกอกะพริบตาแรงๆ เพื่อบีบเลือดที่ไหลเข้าตาออกไป มองตามเสียงไป ก็เห็นกระต่ายหมายเลข 3 ที่บินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
กระต่ายที่ล้อมรอบเธอถอยกลับไปครึ่งหนึ่งแล้ว ล้วนถอยไปดูเรื่องสนุกอยู่ที่ด้านล่างถนนสายอาหาร พวกมันโจมตีไจ้จิ่วสวินเกอไปแล้ว ตีอีกก็ไร้ผลแล้ว
พวกมันก็เหมือนกับผู้เล่นสองฝั่งถนนสายอาหาร บ้างก็หัวเราะ บ้างก็คุยกับเพื่อนข้างๆ บ้างก็เงียบงัน แต่ล้วนไม่จากไปไหน พวกเขาพวกเธอพวกมันล้วนไม่จากไปไหน ล้วนกำลังดูเรื่องสนุกฉากนี้อยู่
อวี๋สวินเกอไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่าตัวเองในตอนนี้มีสภาพน่าอนาถแค่ไหน
เส้นผม ปลายคาง ปลายนิ้ว ปลายเท้าที่ห้อยต่องแต่ง ล้วนมีเลือดหยดลงมา
แขนบิดเบี้ยว แถมฟันยังหักไปสองซี่ด้วย
แต่เธอราวกับไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดอีกต่อไป เธอเพียงแค่รู้สึกว่าปลายหัวใจหรือบางทีอาจจะเป็นจิตวิญญาณกำลังร้อนผ่าว
เธอกล่าวว่า: "ฉันไม่ผิด"
เธอแกว่งหมัดชกเข้าที่หัวของกระต่ายตัวหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็ถูกกระต่ายอีกตัวเตะเข้าที่ท้องจนกระอักเลือดออกมาอีกคำ
"แต่เธอเดิมพันแพ้แล้ว" กระต่ายหมายเลข 3 กล่าว
อวี๋สวินเกอตะโกนเสียงดังลั่น: "ฉันไม่ผิด!"
พวกคุณเอาแต่บอกว่าฉันผิด
——"เธอหวาดกลัวความผิดพลาด หวาดกลัวความเสี่ยง หวาดกลัวความล้มเหลว! ความระมัดระวังของเธอ นั่นแหละคือโซ่ตรวนของเธอ!"
——"เธอคิดว่าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงเหล่านั้นล้วนเติบโตมาจากการหลบซ่อนตัวอยู่ในท่อระบายน้ำงั้นเหรอ? ไม่หรอก มันคือเลือดสดๆ คือการพุ่งไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต คือการทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้าพวกเขาต่างหาก ไม่ใช่เตรียมการให้พร้อมไปซะทุกอย่าง ต้องให้ไร้ความเสี่ยงแล้วถึงจะลงมือ"
เหลียงพั่วโจวบอกว่าเธอผิด
——"เธอไม่คิดว่าการทำแบบนี้มันดูไม่มีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเลยหรือไง? เธอกำลังแสร้งทำเป็นเก่งกาจ ข่มขู่คุกคามศัตรูของเธอ เพื่อให้พวกเขาไม่กล้าลงมือกับเธอเพราะกลัวที่จะสูญเสีย"
——"เวลาที่ควรจะมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยวเธอกลับไม่มี เวลาที่ไม่ควรมีเธอก็ดันมีขึ้นมาซะอย่างนั้น"
เทพเจ้าที่ไม่เห็นด้วยกับเธอบอกว่าเธอผิด
หลบเลี่ยงความเฉียบคมคือผิด โต้กลับก็ยังผิด!
——"การที่เธอรั้งอยู่ต่อไป ก็เป็นเพียงแค่การยืดลมหายใจเฮือกสุดท้ายเท่านั้น"
——"ฉันกำลังช่วยเธออยู่นะ"
——"ดิ้นรนต่อไปอีกสักหน่อยก็แล้วกัน หวังว่าเธอจะไม่เสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองนะ"
แม้กระทั่งเทพเจ้าที่ดูเหมือนจะชื่นชมเธอก็ยังดูเหมือนจะบอกว่าเธอตัดสินใจผิดเลย
เสียงมันสับสนวุ่นวายเกินไปแล้ว เสียงมันสับสนวุ่นวายเกินไปแล้ว!! น่ารำคาญชะมัด!
เธอมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าตัวเองกำลังอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ารกร้าง ไม่มีป้ายบอกทาง ไม่มีสิ่งใดที่จะคอยนำทางให้เธอเลย
เธอก้าวเดินไปทีละก้าวอย่างระมัดระวังราวกับเดินบนแผ่นน้ำแข็งบางๆ แต่เมื่อมีผลประโยชน์มากพอล่อใจ ความโลภของเธอก็จะเข้ามาแทนที่ความยับยั้งชั่งใจ……บางครั้งก็ใจอ่อนและบางครั้งก็หุนหันพลันแล่น
ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเคยสอนเธอว่าควรจะทำอย่างไร และเมื่อเธอได้พบกับผู้อาวุโสที่ยอดเยี่ยมคนแล้วคนเล่า เธอก็กลายเป็นเหมือนภูเขาแม่น้ำทะเลสาบที่ยากจะเปลี่ยนแปลงไปเสียแล้ว พายุฝนหรือพายุลูกใหญ่ก็ทำได้เพียงแค่ทำให้เธอเกิดความเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
เมื่อลมสงบฝนหยุด เธอก็ยังคงเป็นตัวของเธอเอง
เป็นวัชพืชกลางป่าเขา เป็นประกายไฟชั่วพริบตาที่เกิดขึ้นเมื่อสายฟ้าฟาดลงบนต้นไม้ เติบโตอย่างป่าเถื่อน
เธอเหลือเพียงตัวเธอเองแล้ว
เธอเหลือเพียงความหยิ่งยโสและศักดิ์ศรีเพียงน้อยนิดนี้แล้ว
จะทะนงตัวก็ดี จะหยิ่งยโสก็ช่าง ดื้อรั้น หัวรั้น ดันทุรัง……ใช้คำไหนก็ได้ทั้งนั้น!
เธอเหลือเพียงความหยิ่งยโสนี้เท่านั้น
ทุกการตัดสินใจที่เธอทำลงไป ล้วนเป็นการตัดสินใจที่เธอคิดว่าถูกต้องที่สุดในตอนนั้น!
——ฉันจะไม่มีวันเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเองอย่างเด็ดขาด!
เธอตะโกนเสียงดังลั่นแล้วพุ่งเข้าหากระต่ายหมายเลข 3: "ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ผิด!!"
[ขอแสดงความยินดี ผู้เล่นไจ้จิ่วสวินเกอ เข้าใจสกิลระดับ SSS——กลุ่มดาวฟีนิกซ์!]