- หน้าแรก
- โดนเทหลังสอบติด เลยไปออกรายการหาคู่จนดังระเบิด
- บทที่ 150: ลูกพี่ ผมเป็นเกย์นะเว้ย (ฟรี)
บทที่ 150: ลูกพี่ ผมเป็นเกย์นะเว้ย (ฟรี)
บทที่ 150: ลูกพี่ ผมเป็นเกย์นะเว้ย (ฟรี)
หลังจากกลับมาจากกินข้าวเที่ยง เจียงจิงหมิงกำลังจะเดินขึ้นบันไดไปงีบหลับพักผ่อน จู่ๆ ก็มีโทรศัพท์โทรเข้ามาหาเขา หลังจากคุยธุระเสร็จสั้นๆ เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วบอกกับหวังเหยาว่า "ท่านผู้เฒ่าเนี่ยชวนผมไปตกปลาน่ะ ถ้าหกโมงเย็นแล้วผมยังไม่กลับ ก็ไม่ต้องรอผมกินข้าวนะ"
'ท่านผู้เฒ่าเนี่ย' ที่เจียงจิงหมิงพูดถึง น่าจะเป็น 'ผู้หลักผู้ใหญ่' ระดับบิ๊กเบิ้มแน่ๆ หวังเหยาพยักหน้ารับรู้ แล้วเอ่ยเตือน "คุณจะเอาชาผู่เอ๋อร์ที่เราเอามาจากบ้านคุณตาคราวที่แล้วติดมือไปฝากท่านด้วยไหมล่ะ?"
"ไม่ต้องหรอก ทำแบบนั้นมันจะดูประจบประแจงเกินไป"
"งั้นก็ขับรถดีๆ นะคะ"
เจียงจิงหมิงส่งเสียง "อืม" ในลำคอเป็นเชิงรับรู้ รีบสวมรองเท้าหนัง แล้วเดินออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่เจียงจิงหมิงก้าวเท้าออกจากบ้าน เฉินจือหย่วนก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันที เมื่อกี้เขายังนั่งหลังตรงแหน่วอยู่บนโซฟาอยู่เลย แต่ตอนนี้เขากลับทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาเอนกายพิงพนักโซฟาอย่างสบายใจเฉิบแบบท่าเก๋อโยว (ท่าเอนกายพิงโซฟาแบบไร้เรี่ยวแรง) ซะแล้ว
เจียงหนิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็กำลังก้มหน้าก้มตาไถติ๊กต็อกในโทรศัพท์เหมือนกัน
เนื่องจากวันนี้พวกเขาไม่ได้ออกไปเที่ยวไหน ก็เลยไม่ได้เปิดไลฟ์สดตามที่เคยสัญญาไว้ พอเธอกดเข้าไปดูในกล่องข้อความ ก็พบว่ามันเต็มไปด้วยคำ 'ทักทาย' อันแสนอบอุ่นจากแฟนคลับมากมาย
ข้อความส่วนตัวที่เจียงหนิงได้รับนั้นถือว่าค่อนข้างสุภาพและเป็นมิตรเลยทีเดียว
แต่ข้อความที่เฉินจือหย่วนได้รับน่ะสิ กลับเต็มไปด้วยถ้อยคำด่าทอสาปแช่งสารพัด
[เปิดไลฟ์สิวะ! หูหนวกหรือไงฮะ?]
[หายหัวไปไหนเนี่ย? ตายไปแล้วเหรอ?]
[ยอดฟอลมึงปาเข้าไปตั้งสิบหกล้านแล้วนะ มึงจะไม่คิดจะคืนกำไรให้แฟนคลับบ้างเลยหรือไงฮะ?]
เมื่อเห็นทั้งสองคนเอาแต่นั่งเปื่อยจับโทรศัพท์อยู่บนโซฟา หวังเหยาก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานในกรุ๊ปแชตของหมู่บ้านมีข้อความแจ้งเตือนมาว่า สระว่ายน้ำในคลับเฮาส์เพิ่งจะทำความสะอาดและฆ่าเชื้อเสร็จใหม่ๆ วันนี้อากาศก็ร้อนอบอ้าวปรอทแตกทะลุ 35 องศาเข้าไปแล้ว แทนที่จะมานั่งอุดอู้อยู่แต่ในบ้าน สู้ชวนกันไปว่ายน้ำคลายร้อนดีกว่า
คิดได้ดังนั้น หวังเหยาก็รีบเอ่ยปากชวน "เลิกเล่นโทรศัพท์กันได้แล้วลูก ไปว่ายน้ำกันดีกว่า"
"เอาสิคะ" เจียงหนิงเองก็กำลังเบื่อๆ อยากหาอะไรทำอยู่พอดี
เฉินจือหย่วนหัวเราะแห้งๆ "คุณน้าครับ ผมไม่ได้เอาเกางเกงว่ายน้ำมาด้วยสิครับ"
หวังเหยาลืมนึกถึงเรื่องนี้ไปเลย แต่เธอก็รีบฉีกยิ้มแล้วบอกว่า "ของคุณลุงเขาก็มีนะจ๊ะ รูปร่างหนูกับคุณลุงก็พอๆ กัน น่าจะใส่ด้วยกันได้พอดีแหละ หนูคงไม่รังเกียจหรอกใช่ไหมจ๊ะ?"
"ไม่เลยครับคุณน้า"
"งั้นหนูรออยู่นี่แป๊บนึงนะ เดี๋ยวน้าขึ้นไปหามาให้"
เมื่อเห็นหวังเหยาเดินขึ้นบันไดไป เจียงหนิงก็รีบวิ่งตามขึ้นไปเพื่อหาชุดว่ายน้ำของตัวเองมาเปลี่ยนบ้าง
ประมาณห้านาทีต่อมา
สองแม่ลูกก็เดินลงบันไดมาพร้อมกัน หวังเหยายื่นกางเกงว่ายน้ำให้เฉินจือหย่วนตัวหนึ่ง เขารับมาดูแล้วก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่มันไม่ใช่กางเกงว่ายน้ำรัดรูปทรงบิกินี แต่มันเป็นกางเกงขาสั้นทรงหลวมๆ คล้ายๆ กับกางเกงขาสั้นที่เขาใส่อยู่เป็นประจำ แค่ทำมาจากผ้าคนละชนิดกันเท่านั้นเอง
"พวกเราต้องขับรถไปไหมคะ?"
เจียงหนิงรีบยิ้มบอก "ไม่ต้องหรอกค่ะ สระว่ายน้ำก็อยู่ในหมู่บ้านเรานี่แหละ"
หวังเหยาพูดเสริม "น้ำในสระเพิ่งจะเปลี่ยนใหม่เมื่อวานนี้เองจ้ะ ไม่อย่างนั้นน้าคงไม่ชวนพวกหนูไปหรอก"
สมัยนี้ โครงการหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮเอนด์แทบจะทุกแห่ง ต้องมีคลับเฮาส์สุดหรูเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานอยู่แล้ว
คลับเฮาส์ของหมู่บ้านถานกงหมายเลข 1 ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางหมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางกว่า 1,500 ตารางเมตร นอกจากสระว่ายน้ำขนาดใหญ่แล้ว ชั้นล่างยังมีห้องโยคะและโซนเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ส่วนชั้นบนก็มีทั้งห้องสมุด ห้องชงชา และห้องอาหารส่วนตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
คลับเฮาส์แห่งนี้เปิดให้บริการเฉพาะลูกบ้านเท่านั้น และเนื่องจากหมู่บ้านนี้มีลูกบ้านไม่เยอะเท่าไหร่ ปกติแล้วที่นี่ก็เลยไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านนัก
ตอนที่เฉินจือหย่วนเดินตามหวังเหยาเข้าไปข้างใน ก็เห็นมีคนอยู่แค่สองคนเท่านั้น เป็นหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ที่กำลังเล่นน้ำอยู่กับลูกน้อยวัยสามสี่ขวบ
ข้างๆ สระว่ายน้ำสำหรับผู้ใหญ่ มีสระน้ำทรงกลมขนาดเล็กแยกออกมาต่างหาก ไม่เพียงแต่ขนาดจะเล็กกว่ามาก แต่น้ำก็ยังตื้นกว่าเยอะด้วย น่าจะออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ โดยเฉพาะ
"ไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำกันเถอะลูก"
เฉินจือหย่วนเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าฝั่งตรงข้ามกับห้องผู้หญิง เขาถอดเสื้อผ้าออกอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นเพราะช่วงที่ถ่ายทำรายการบนเกาะ เขาต้องทำกิจกรรมทำนู่นทำนี่ทุกบ่าย แถมยังกินอาหารเป็นเวลา กล้ามเนื้อของเขาจึงดูกระชับและเป็นสัดเป็นส่วนมากขึ้น เฉินจือหย่วนก้มลงมองหุ่นตัวเองแล้วก็แอบพอใจอยู่ลึกๆ หลังจากเปลี่ยนเป็นกางเกงว่ายน้ำเสร็จ เขาก็เดินออกมา
หญิงสาวที่กำลังเล่นน้ำอยู่กับลูกในสระ มองดูเฉินจือหย่วนที่เพิ่งเดินออกมา สายตาของเธอจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นคนหน้าใหม่ที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน หรืออาจจะเป็นเพราะเหตุผลอื่นก็เป็นได้
เฉินจือหย่วนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายรูปสระว่ายน้ำหนึ่งแชะ แล้วรีบโพสต์ลงติ๊กต็อกทันที:
【กำลังว่ายน้ำอยู่ครับ วันนี้งดไลฟ์สดนะครับ】
ทันทีที่โพสต์คลิปลงไป
แฟนคลับก็แทบจะคลุ้มคลั่งเป็นบ้าเป็นหลัง
[เฉินจือหย่วน แกนี่มันเลวบริสุทธิ์จริงๆ!]
[ลูกพี่ ผมเป็นเกย์นะเว้ย เปิดไลฟ์สิวะ! ผมไม่อยากดูเจียงหนิงใส่บิกินีหรอก ผมอยากดูพี่คนเดียวเว้ย]
[แกนี่มันหมาของแท้เลยว่ะ]
[ไอ้คนที่บอกว่าเป็นเกย์ข้างบนอะ: ตอแหลชัดๆ กูเห็นในรายการโปรดมึงมีแต่สาวนมโตทั้งนั้นแหละ!]
หลังจากโพสต์ติ๊กต็อกเสร็จ เฉินจือหย่วนก็วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะตัวเล็กข้างๆ เก้าอี้ผ้าใบ จากนั้นเขาก็เดินไปที่ขอบสระ แล้วพุ่งหลาวกระโจนลงน้ำด้วยท่วงท่าที่สวยงามและปราดเปรียว
เขาไม่ได้ว่ายน้ำมานานมากแล้ว ท่าทางก็เลยดูเก้ๆ กังๆ ไปบ้าง แต่ด้วยสภาพร่างกายที่ยังหนุ่มแน่นแข็งแรง หลังจากว่ายไปกลับแค่รอบเดียว เขาก็เริ่มจับจังหวะและปรับตัวได้แล้ว
ในตอนนั้นเอง หวังเหยาและเจียงหนิงก็เดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าพอดี
หวังเหยาสวมชุดว่ายน้ำสีดำแบบวันพีซที่ดูมิดชิดเรียบร้อย ดูเผินๆ เหมือนชุดเดรสเข้ารูปมากกว่าชุดว่ายน้ำซะอีก ถึงแม้จะอายุเกือบห้าสิบแล้ว แต่รูปร่างและผิวพรรณของเธอก็ยังคงได้รับการดูแลอย่างดี ราวกับหญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ไม่มีผิด
ส่วนเจียงหนิงที่ยืนอยู่ข้างๆ สวมชุดว่ายน้ำทูพีซแบบธรรมดาๆ ท่อนบนสีขาว ท่อนล่างสีดำ ดูคล้ายๆ กับชุดว่ายน้ำของนักเรียนหญิงในอนิเมะญี่ปุ่น
"ลงมาสิครับ มาแข่งกันว่าใครจะว่ายเร็วกว่ากัน!"
"ท้าทายกันนี่นา"
เจียงหนิงค่อยๆ ไต่บันไดลงสระ แล้วทั้งสองคนก็ว่ายน้ำไปตั้งหลักที่ขอบสระฝั่งเดียวกัน
"เดี๋ยวผมจะนับสาม สอง หนึ่ง แล้วเริ่มเลยนะ"
"โอเคค่ะ"
เจียงหนิงตั้งท่าเตรียมพร้อมเต็มที่
เฉินจือหย่วนหัวเราะร่วน "สาม... สอง... เริ่ม!"
ยังไม่ทันจะนับถึงเลข 'หนึ่ง' เฉินจือหย่วนก็ตะโกนคำว่า 'เริ่ม' ออกมาดื้อๆ ทำเอาเจียงหนิงตั้งตัวไม่ทัน เมื่อเห็นว่าเฉินจือหย่วนพุ่งตัวออกไปไกลแล้ว เจียงหนิงก็โวยวายเสียงหลง "ขี้โกงนี่นา!" แล้วรีบว่ายน้ำจ้วงตามไปติดๆ
เมื่อเห็นเด็กสองคนกำลังหยอกล้อเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน หวังเหยาก็รู้สึกว่าตัวเองกลายเป็น กขค. ไปซะแล้ว เธอว่ายน้ำอยู่ได้ไม่นาน ก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยหอบ จึงรีบปีนขึ้นสระไปก่อน เธอเอนกายลงนอนบนเก้าอี้ผ้าใบ นอนฟังเสียงหัวเราะและเสียงหยอกล้อของทั้งสองคนที่ดังแว่วมาจากในสระด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ
หลังจากว่ายน้ำจนเหนื่อยหอบ เฉินจือหย่วนและเจียงหนิงก็ทยอยปีนขึ้นสระตามมาติดๆ
จนถึงตอนนี้ หวังเหยาเพิ่งจะได้มีโอกาสพิจารณารูปร่างของเฉินจือหย่วนอย่างเต็มตา เขาไม่ได้อ้วนหรือผอมจนเกินไป รูปร่างสมส่วนดูดี ถึงแม้จะไม่ได้มีกล้ามปูเป็นมัดๆ เหมือนพวกที่บ้าออกกำลังกาย แต่ลายเส้นกล้ามเนื้อของเขาก็ดูเซ็กซี่และมีเสน่ห์ดึงดูดใจไม่เบา
หวังเหยาละสายตาไป พลางนึกย้อนไปถึงสมัยที่เธอกับเจียงจิงหมิงยังเป็นหนุ่มสาว
ยี่สิบปีผ่านไปไวเหมือนโกหก
เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกิน
"มีเรื่องนึงผมอยากจะบอกคุณไว้ล่วงหน้าน่ะครับ" จู่ๆ เฉินจือหย่วนก็พูดแทรกขึ้นมาในขณะที่เจียงหนิงกำลังอารมณ์ดี
"เรื่องอะไรคะ?"
"มะรืนนี้ผมต้องกลับบ้านแล้วน่ะครับ"
"ทำไมล่ะคะ?"
"พอดีที่บ้านมีธุระนิดหน่อยต้องกลับไปจัดการน่ะครับ"
"..."
เมื่อเห็นเจียงหนิงเงียบไป เฉินจือหย่วนก็รีบส่งยิ้มหวานง้อ "เดี๋ยวผมก็กลับมาหาคุณใหม่ไงครับ"
เจียงหนิงก็ยังคงเอาแต่นั่งเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรอยู่ดี
หวังเหยารีบพูดแทรกขึ้นมา เธอเอื้อมมือไปจิ้มหน้าผากลูกสาวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู "เสี่ยวเฉินก็มาอยู่ปักกิ่งจะสิบวันแล้วนะลูก เขาก็มีพ่อแม่และน้องสาวรออยู่ที่บ้านเหมือนกันนะ ลูกจะไปรั้งเขาไว้ไม่ให้กลับบ้านเลยได้ยังไงล่ะฮะ?"
"หนูไม่ได้ทำแบบนั้นซะหน่อย"
"เดี๋ยวพอบ้านเสี่ยวเฉินรีโนเวตเสร็จเมื่อไหร่ น้าจะพาหนูไปเยี่ยมเขานะ เสี่ยวเฉิน ถึงตอนนั้นหนูต้องเก็บห้องไว้ให้พวกเราด้วยนะลูก"
"แน่นอนครับคุณน้า"
เจียงหนิงหันไปมองหน้าเฉินจือหย่วน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดแกมบังคับ "ฉันจะนอนห้องบนชั้นสามนะ"
เฉินจือหย่วน: "จัดไปครับ"
หวังเหยา: "ถ้าน้าจำไม่ผิด ชั้นสามมันเป็นห้องนอนใหญ่ไม่ใช่เหรอจ๊ะ?"
เฉินจือหย่วน: "ใช่ครับ"
เจียงหนิง: "งั้นฉันก็ยิ่งต้องนอนห้องบนชั้นสามให้ได้เลยค่ะ"
ตอนแรกเฉินจือหย่วนกะจะบอกว่า เขาตั้งใจจะก๊อบปี้ห้องนอนของเธอไปไว้บนชั้นสามเป๊ะๆ เลยล่ะ แต่พอลองคิดดูอีกที เขาก็ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นเซอร์ไพรส์ให้เจียงหนิงดีกว่า
"บ้านของเรานี่ครับ คุณอยากจะนอนชั้นไหนก็เลือกเอาตามสบายเลย"
เจียงหนิงไม่ได้ตอบอะไร แต่มุมปากของเธอกลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างปิดไม่มิด
เธอไม่ได้ดีใจเพราะประโยคหลังที่บอกว่า: 'คุณอยากจะนอนชั้นไหนก็เลือกเอาตามสบายเลย' หรอกนะ
แต่เธอดีใจเพราะประโยคแรกที่บอกว่า: "บ้านของเรา..." ต่างหากล่ะ