เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ผมสุ่มบวกแต้มให้ทุกสรรพสิ่ง ตอนที่ 10

ผมสุ่มบวกแต้มให้ทุกสรรพสิ่ง ตอนที่ 10

ผมสุ่มบวกแต้มให้ทุกสรรพสิ่ง ตอนที่ 10


ผมสุ่มบวกแต้มให้ทุกสรรพสิ่ง ตอนที่ 10

ตอนที่ 10: ไอเทมพิเศษ: ก้อนอิฐเสียโฉมผู้นำโชค

ก้อนอิฐก้อนนี้เขาเก็บได้ตอนที่ย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้านใหม่ๆ ตอนที่เห็นมันครั้งแรก ซูหยางรู้สึกว่าเขากับมันมี "พรหมลิขิต" ต่อกัน (คิดไปเอง) เขาก็เลยเก็บมันกลับมาบ้านด้วย

หลังจากนั้นไม่ว่าจะไปออกศึกที่ไหน ซูหยางก็มักจะมีมันอยู่ข้างกายเสมอ

ทั้งช่วยเขาทำภารกิจให้สำเร็จ เป็นฮีโร่ช่วยสาวงาม หรือกำจัดคนพาล อิฐก้อนนี้ล้วนสร้างผลงานไว้อย่างโชกโชน

...โอเคครับ มโนต่อไม่ไหวแล้ว ความจริงก็คือมันคืออิฐเน่าๆ ก้อนหนึ่งที่ซูหยางสุ่มหยิบมาจากเขตก่อสร้างแถวนี้แหละ...

แต่ใครจะบอกได้ล่ะว่าอิฐเน่าๆ จะบวกแต้มให้มีชีวิตไม่ได้! ดูอย่างเจ้าปีศาจกุรุกุรุสิ ต้นกำเนิดมันก็แค่กิ่งไม้แห้งเองไม่ใช่เหรอ

คิดได้ดังนั้น ซูหยางก็ตัดสินใจเด็ดขาด: เอา [แต้มสุ่ม] ที่เพิ่งได้มาเนี่ยแหละ บวกให้เจ้าก้อนอิฐนี่แหละ!

จากประสบการณ์คราวก่อน ซูหยางเดินเข้าห้องน้ำไปล้างมืออีกรอบ แถมฟอกสบู่จนสะอาดกริบเพื่อให้แน่ใจว่ามือเขาน่ะหอมฟุ้งจนดวงต้องวิ่งเข้าหา จากนั้นเขาก็กลับมาที่โต๊ะทำงานและหยิบก้อนอิฐขึ้นมาไว้ในมือ

เขาเปิดระบบบวกแต้ม ทันใดนั้นเครื่องหมาย [+] โปร่งใสก็ปรากฏขึ้นเหนือหน้าก้อนอิฐ

ซูหยางสวดภาวนาในใจนิดหน่อย แล้วกดจิ้มไปที่เครื่องหมายนั้นเบาๆ

เหมือนเดิมครับ แสงสลัววาบขึ้นหนึ่งครั้ง การบวกแต้มเสร็จสมบูรณ์

พอมองดูก้อนอิฐตรงหน้าที่แทบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ซูหยางก็เริ่มลังเล หรือว่าบวกแต้มพลาดวะ?

แต่ต่อให้พลาด มันก็น่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้างสิ อย่างน้อยก็น่าจะมีคำอธิบายขึ้นมาหน่อย...

ในขณะที่เขากำลังคิดอยู่นั้น หน้าต่างโปร่งใสก็เด้งขึ้นมาเหนือหน้าก้อนอิฐ: [ก้อนอิฐ +1: ได้รับความสามารถพิเศษ ต้องการประเมินหรือไม่?]

ความสามารถพิเศษ? ได้ความสามารถพิเศษอีกแล้วเหรอ!?

ซูหยางรีบกด [ตกลง] ทันที

ครู่หนึ่ง คำอธิบายข้างก้อนอิฐก็เปลี่ยนไป:

----------------------------------------------

[ก้อนอิฐเสียโฉมผู้นำโชค]

ความสามารถ: ใช้ก้อนอิฐนี้ฟาดเข้าที่หน้าตัวเองอย่างแรง ยิ่งฟาดแรงเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งโชคดีมากขึ้นเท่านั้น

ข้อจำกัด: ความสามารถนี้ใช้ได้เพียงเดือนละ 1 ครั้ง และหลังจากฟาดแล้ว ช่วงเวลาแห่งโชคลาภจะคงอยู่เพียง 30 นาที

หมายเหตุ: มาเลยไอ้หนู! เลือดอาบหัวไปพร้อมรับโชคกันเถอะ!

----------------------------------------------

ซูหยาง: ".........."

นี่มัน... ไอ้ความสามารถเฮงซวยนี่มันกะจะให้เขาฟาดตัวเองตายชัดๆ!

แถมต่อให้ยอมตายก็โชคดีได้แค่ 30 นาที แถมเดือนหนึ่งใช้ได้แค่ครั้งเดียวอีก ไอ้ความสามารถแบบนี้มันคือไม้ตายก้นหีบชัดๆ เอามาใช้บ่อยๆ ไม่ได้หรอก!

คิดได้ดังนั้น ซูหยางตัดสินใจเก็บก้อนอิฐนี้ไว้ก่อน รอจนกว่าจะถึงคราวจำเป็นจริงๆ ค่อยว่ากัน

แน่นอนว่าเขาหวังว่าชาตินี้คงไม่ต้องใช้มันหรอก เพราะหน้าหล่อๆ ของเขามันมีค่าเกินกว่าจะเอาอิฐมาฟาดเล่น...

..........

พอเก็บก้อนอิฐเสร็จ ซูหยางก็หันไปมองเจ้ากุรุกุรุที่ยังคงเต้นตามจังหวะเพลงอยู่ พอมองดูแล้วเขาก็รู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กนี่โชคดีจริงๆ

เขาเคยบวกแต้มมาเป็นสิบๆ ครั้ง แต่มีแค่ครั้งเดียวที่ได้ [วิวัฒนาการระดับชีวิต] เพราะฉะนั้นการที่มันเกิดมาในโลกนี้ได้เนี่ย ถือว่าเป็นลูกรักของโลกใบนี้จริงๆ

หลังจากซาบซึ้งกับชีวิตได้พักหนึ่ง ซูหยางก็บิดขี้เกียจเตรียมตัวไปอาบน้ำ แต่พอเขาลุกขึ้น สายตาก็ไปปะทะกับกระเป๋าเป้ที่วางอยู่บนพื้น

ทันใดนั้น หน้าเขาก็หงิกงอลงทันที

เกือบลืมเรื่องคัดโน้ตไปเลยแฮะ...

เขาเปิดกระเป๋า หยิบสมุดโน้ตของเสือซุ่มออกมาวางตรงหน้า พอลองเปิดดู... โอ๊ยย ง่วงชะมัด อยากนอนจัง

เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคัดดีไหมนะ... ยังไงฉู่เซี่ยก็ช่วยกล่อมอาจารย์โจวให้แล้ว ขยายเวลาไปได้ตั้งหนึ่งสัปดาห์แน่ะ

แต่ก็นะ ต่อให้ขยายไปกี่วัน สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นคนคัดเองอยู่ดี ขี้เกียจเขียนชะมัด... ถ้ามีใครมาช่วยเขียนให้ก็คงดี...

ในขณะที่ซูหยางกำลังเพ้อฝัน สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นเจ้ากุรุกุรุที่กำลังโยกเยกอยู่

ตาเขาเป็นประกายทันที เหย... เจ้านี่เป็นปีศาจนี่นา น่าจะช่วยเราคัดโน้ตได้นะ...

คิดได้ดังนั้น ซูหยางก็เอาสมุดโน้ตไปวางข้างๆ กุรุกุรุ แล้วชี้ไปที่ตัวอักษรพลางถามว่า “กุรุกุรุ นายช่วยคัดข้อความพวกนี้หน่อยได้ไหม?”

กิ่งไม้แห้งที่กำลังเต้นอยู่หยุดชะงัก กิ่งสีเหลืองค่อยๆ ยืดออกมาช้าๆ แล้วเกา "หัว" ตัวเองแบบงงๆ “กุรุ กุรุ?”

ท่าทางของมันเหมือนจะไม่เข้าใจว่าซูหยางพูดเรื่องอะไร

แต่ซูหยางกลับสังเกตเห็นอาการลังเลเพียงชั่วพริบตาของมัน สมองเขาหมุนเร็วปรี๊ดแล้วรีบยื่นข้อเสนอทันที “ถ้านายช่วยฉันคัดโน้ตล่ะก็ ฉันจะให้กินนมหนึ่งถุงเลย!”

“กุรุ!” เจ้ากุรุกุรุรีบยืดกิ่งมาแตะที่ "หัว" ทำท่าตะเบ๊ะรับคำสั่งทันที

นั่นไง... เมื่อกี้มันแกล้งโง่จริงๆ ด้วย

สมกับที่เป็น [สติปัญญาขั้นพื้นฐาน] ตามหมายเหตุของระบบจริงๆ นะจ๊ะ เหะๆ

เมื่อดีลสำเร็จ ซูหยางก็ไปหยิบนมกล่องมาจากลังใต้เตียง ตัดมุมกล่องแล้วเทนมราดลงบนหัวเจ้ากุรุกุรุ

“กุรุ กุรุ!” กุรุกุรุเริงร่าไปมา สองกิ่งเล็กๆ โบกสะบัดด้วยความดีใจพลางดูดซับน้ำนมเข้าสู่ตัวอย่างรวดเร็ว

นี่คือรสนิยมที่ซูหยางเพิ่งค้นพบ: เจ้านี่ชอบอาบน้ำนมมาก กิ่งไม้แห้งสีดำขลับแท้ๆ แต่ดันใช้ชีวิตหรูหราประณีตยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก...

หลังจากอาบน้ำนมเสร็จ กุรุกุรุก็คว้าปากกาของซูหยางขึ้นมา เปิดสมุดโน้ตของเสือซุ่มและสมุดของซูหยางออก แล้วเริ่มลงมือตวัดปากกาคัดโน้ตทันที

พอลองมองดู ลายมือที่เขียนออกมาดันเหมือนกับลายมือของซูหยางเป๊ะอย่างกับก๊อปปี้วาง!

เจ้านี่มันซ่อนคมชัดๆ...

เมื่อจัดการเรื่องโน้ตเสร็จ ซูหยางก็ไปอาบน้ำแปรงฟันอย่างสบายใจ เขาล้มตัวลงนอนบนเตียง ฟังเสียง "แกรกๆ" ของปลายปากกาที่กระทบกับกระดาษอย่างเพลิดเพลิน และหลับไปอย่างมีความสุข

.................

เช้าวันรุ่งขึ้น พอซูหยางตื่นขึ้นมา เขาก็พบสมุดโน้ตที่คัดไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยวางอยู่บนโต๊ะ

ส่วนเจ้ากุรุกุรุก็นอนแผ่อยู่ข้างๆ สลบเหมือดไปเรียบร้อย

ที่เขารู้ว่ามันหลับ ก็เพราะมันจะส่งเสียง “กุรุ กุรุ” เบาๆ ออกมาเหมือนเสียงปลาพ่นฟองอากาศ

ซูหยางหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเปิดดู เดิมทีเขาตั้งใจจะให้คัดแค่โน้ตของช่วงที่เขาโดดเรียนไปไม่กี่วัน แต่เขาดันลืมกำชับกุรุกุรุไว้ ผลก็คือเจ้านี่มันเล่นคัดมาให้ทั้งเล่มเลยจ้า!

ค่านมถุงนี้โคตรคุ้ม!

ในเมื่อกุรุกุรุจัดเต็มขนาดนี้ ซูหยางก็ไม่คิดจะดึงเช็งต่อ วันนี้เขาจะเอาโน้ตไปให้อาจารย์โจวเช็กทันที! ถึงฉู่เซี่ยจะช่วยคุยให้แล้ว แต่ถ้าทำงานเสร็จตามกำหนดเดิม (หรือเร็วกว่า) มันก็น่าจะดีกว่า โดยเฉพาะตอนที่เขาทำออกมาได้เป๊ะขนาดนี้... ซูหยาง รู้สึกดีใจจนเนื้อเต้น เมื่อคิดถึงคำชมที่อาจจะได้รับ

พอกินข้าวเช้าเสร็จ เขาก็เช็กตารางสอน วันนี้ช่วงเช้ามีวิชาภาษาอังกฤษของอาจารย์ผู้โชคร้ายอย่างชวีเสี่ยวเหมิง เมื่อวานฉู่เซี่ยบอกว่ายัยบ๊องนั่นถามหาเขาตั้งหลายรอบ ทางที่ดีเขาควรจะโผล่หน้าไปเข้าเรียนให้เรียบร้อยดีกว่า

แต่คาบนั้นเริ่มตอน 10 โมง ยังพอมีเวลาเหลือเฟือ เขาเลยกะว่าจะไปหาอาจารย์โจวที่ห้องพักครูเพื่อส่งงานก่อน

ซูหยางเก็บของเข้ากระเป๋า แล้วมุ่งหน้าไปหาอาจารย์โจวที่ตึกคณะอักษรศาสตร์

ปกติอาจารย์โจวจะประจำอยู่ที่ตึกทำงานของคณะ ต่างจากอาจารย์คนอื่น ตรงที่ต่อให้ไม่มีคาบสอน เขาก็จะมาทำงานแต่เช้าตรู่ และสิงสถิตอยู่ในห้องทำงานทั้งวัน

ตามข่าวเม้าท์มอยของสาวๆ ในห้อง เขาว่ากันว่าอาจารย์โจวกับภรรยาแต่งงานกันเพราะผู้ใหญ่จัดให้ ความสัมพันธ์เลยไม่ค่อยดีและทะเลาะกันบ่อย

เพราะงั้นถ้าไม่มีเหตุจำเป็นจริงๆ อาจารย์โจวจะเลือกนั่งจิบชาอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงานที่มหาวิทยาลัยดีกว่ากลับบ้าน

ข่าวลือนี้น่าจะมีมูลความจริงอยู่ไม่น้อย เพราะมีเพื่อนหลายคนเห็นอาจารย์โจวก่อนจะเข้าบ้าน มักจะยืนขมวดคิ้วสูบบุหรี่ที่ใต้ตึกหนึ่งมวนก่อน แล้วค่อยเดินขึ้นบันไดไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ท่าทางแบบนั้น ดูแล้วให้บรรยากาศเหมือนนักรบที่กำลังจะออกไปพลีชีพในสมรภูมิยังไงยังงั้น...

...................

พอถึงหน้าห้องทำงานอาจารย์โจว ซูหยางก็เคาะประตู เสียงของอาจารย์โจวดังออกมาด้วยน้ำเสียงทรงพลังทันที “เข้ามา”

ซูหยางเปิดประตูเข้าไป พบอาจารย์โจวกำลังสวมแว่นสายตาอ่านหนังสือพิมพ์เช้าของเซี่ยงไฮ้อยู่ เขาจึงทักทายอย่างนอบน้อม “สวัสดีครับอาจารย์โจว”

อาจารย์โจวก้มหน้าลงเล็กน้อย มองข้ามขอบแว่นมาที่ซูหยาง “อ้อ ซูหยางเองเรอะ เข้ามาสิ”

ซูหยางเดินเข้าไป เปิดกระเป๋าเตรียมจะหยิบสมุดโน้ตออกมา

แต่อาจารย์โจกลับยกมือห้ามไว้ก่อน และชิงเปิดประเด็นขึ้นมาด้วยตัวเอง “เรื่องของเธอเนี่ย ฉันน่ะรู้หมดแล้วนะ”

ซูหยางชะงักมือที่ค้างอยู่ในกระเป๋า ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม: เรื่องอะไรของผมเหรอครับอาจารย์!?

จบบทที่ ผมสุ่มบวกแต้มให้ทุกสรรพสิ่ง ตอนที่ 10

คัดลอกลิงก์แล้ว