เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

35 - พวกเขาคือพวกต่อต้านมนุษยชาติ

35 - พวกเขาคือพวกต่อต้านมนุษยชาติ

35 - พวกเขาคือพวกต่อต้านมนุษยชาติ


35 - พวกเขาคือพวกต่อต้านมนุษยชาติ

หลิวเหวินไม่ได้สังเกตเห็นความคิดที่เตลิดไปของหวงหมิงเซียว เขาคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "เดี๋ยวตอนทหารทำกับข้าว คุณเอาเนื้อส่วนที่เป็นสวัสดิการของผู้ว่าการไปให้พวกเขา แล้วไปหาซื้อไก่เป็ดปลาจากชาวเมืองไปสมทบด้วย ถือเป็นรางวัลก่อนเริ่มงาน"

หวงหมิงเซียวถามอย่างตกใจ "เริ่มงานอะไรครับ?"

หลิวเหวินยิ้ม "พวกเขาจะมาร่วมก่อสร้าง"

"อะไรนะ!?"

หวงหมิงเซียวตาแทบถลน เขารู้สึกว่าตั้งแต่ผู้ว่าคนนี้มาถึง ไม่มีเรื่องไหนที่เป็นปกติเลยสักเรื่องเดียว

"นี่... นี่มันกองทัพจักรวรรดินะครับ ต่อให้คุณจะมีอำนาจสั่งการ แต่ก็ห้ามไม่ได้หรอกถ้าจะมีคนเอาเรื่อง 'คำสั่งมิชอบ' ไปฟ้องกองบัญชาการทหาร เรื่องนี้มันจะจบไม่สวยนะครับ!"

"งั้นเหรอ?" หลิวเหวินไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจ "งั้นก็ฟ้องไปเถอะ ผมอยากรู้ว่าเขาจะมีกี่ชีวิตมาให้ฟ้อง"

คนที่ฟ้องเขาต้องเป็นคนชั่วแน่นอน หรือต่อให้ไม่ใช่ พอฟ้องเสร็จเดี๋ยวเขาก็ทำให้เป็นคนชั่วเอง เขามีวิธีจัดการถมไป

หวงหมิงเซียวรู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว พลางรู้สึกฮึกเหิมไปพร้อมกัน การเมืองของจักรวรรดินั้นซับซ้อนและอันตรายจนแม้แต่ขุนนางใหญ่ในราชสำนักยังไม่กล้ายุ่งเกี่ยว แต่ผู้ว่าการตัวเล็กๆ คนหนึ่งกลับกล้าเหยียบลงไปอย่างไม่แยแส

เขาไม่แน่ใจว่าผู้ว่าที่มีใจเด็ดเดี่ยวขนาดนี้จะมีจุดจบอย่างไร

อาจจะรุ่งโรจน์จนถึงขีดสุดเหมือนคนที่กล้าทำลายกฎคนก่อนๆ หรืออาจจะล้มลงเหมือนซากศพจำนวนมหาศาลที่ทับถมกันอยู่ใต้บัลลังก์ของจักรวรรดิ

แต่อย่างน้อยตอนนี้ เขาอยู่ข้างพวกเรา และกำลังทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อสร้างบ้านเมืองใหม่ให้ผู้ประสบภัย

หวงหมิงเซียวเกิดความคิดและเป้าหมายขึ้นมาในใจอย่างประหลาด นั่นคือต่อให้ต้องเสียสละทุกอย่าง เขาก็จะทำหน้าที่ฟื้นฟูเมืองให้ดีที่สุด ดีจนไม่มีใครสามารถหาข้อตำหนิหรือดูแคลนได้

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ต่อให้ในอนาคตต้องเจอกับพายุใหญ่ ผู้ว่าหลิวก็จะมีเกราะป้องกันเพิ่มขึ้นอีกชั้น และมีความปลอดภัยมากขึ้น

นี่คือฮีโร่ตัวจริงของจักรวรรดิ จะปล่อยให้เขาล้มลงไม่ได้เด็ดขาด

หลิวเหวินไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของหวงหมิงเซียว เขากำลังพยายามคิดถึงสิ่งที่ต้องทำต่อไป ความสามารถในการบริหารที่จำกัดของเขาแทบจะแบกรับไม่ไหวจนส่งเสียงกรีดร้องออกมา แต่เขาก็ยังต้องบีบคั้นตัวเองให้ทำงานต่อไป

เพราะพลังวิญญาณหมดเกลี้ยงแล้ว และการใช้แต้มบุญร่ายเวทมนตร์มันแพงเกินไป หลิวเหวินจึงต้องเค้นศักยภาพตัวเองออกมาให้ถึงที่สุด

ผ่านไปครู่หนึ่ง หลิวเหวินถามขึ้น "ผมจำได้ว่ายังมีคนอีกกว่า 5 หมื่นคนที่ยังไม่มีที่พัก และต้องนอนกลางแจ้งใช่ไหม?"

หวงหมิงเซียวพยักหน้า

"รีบจัดตารางงานก่อสร้างซะ พรุ่งนี้ก่อนมืดต้องรับประกันว่าทุกคนจะมีเต็นท์นอน และช่วยปรับปรุงระบบการจัดการในจุดพักพิงให้ดีขึ้นด้วย ถ้ามีปัญหาติดขัดอะไรให้มาบอกผม"

"รับทราบครับ ผู้ว่าหลิว"

ผ่านไปอีกครู่ หลิวเหวินก็เพิ่งนึกขึ้นได้ "คุณทำงบประมาณการก่อสร้างเสร็จหรือยัง?"

หวงหมิงเซียวลังเลเล็กน้อย "โดยรวมเสร็จแล้วครับ"

"งบทั้งหมดเท่าไหร่?"

"ตามแผนงานก่อสร้าง ระยะแรกใช้เงิน 180 ล้านครับ ส่วนระยะที่สองและแผนระยะยาวยังไม่ต้องพิจารณาในตอนนี้"

หลิวเหวินคิดอยู่ครู่หนึ่ง "คุณลองตัดค่าแรงคนงานออกไป แล้วแจ้งตัวเลขใหม่อีกที"

หวงหมิงเซียวคำนวณในใจสักพักแล้วตอบว่า "น่าจะลดลงเหลือประมาณ 130 ล้านครับ"

ลดลงจากราคาประเมินเดิม 270 ล้านไปมากกว่าครึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นเงินก็ยังไม่พออยู่ดี

ต้องหาทางอื่นเพิ่ม

ขอแค่จบงานระยะแรกให้ได้ ความเป็นอยู่พื้นฐานของผู้ประสบภัยก็จะได้รับการประกัน ส่วนระยะถัดไปค่อยว่ากันทีหลัง

หลิวเหวินวางแผนในใจ

แผนการของ "เทพเซียน" นั้นเชื่อถือได้มาก แผนระยะแรกนอกจากจะประหยัดต้นทุนสุดๆ แล้ว ยังเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับการเชื่อมต่อกับระยะที่สองและแผนระยะยาวได้อย่างไร้รอยต่อ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขัดขวางการพัฒนาในอนาคต

งบยังขาดอีกร้อยกว่าล้าน แถมยังต้องหาเงินมาจ่ายบริษัทก่อสร้างด้วย แต่มันเลี่ยงไม่ได้

ต้องเริ่มงานไปก่อน ส่วนเรื่องเงินค่อยหาทางกันทีหลัง

หลิวเหวินตัดสินใจเด็ดขาด "ต้องเริ่มงานก่อน พอเริ่มแล้วอย่างอื่นค่อยว่ากัน เรื่องเงินเอาไว้ก่อน"

"เดี๋ยวผมจะจัดระเบียบให้ผู้ประสบภัยเข้ามามีส่วนร่วมในการก่อสร้าง และผมจะสร้างกฎระเบียบใหม่ในจุดพักพิงชั่วคราวด้วย งานมันเยอะและซับซ้อนมาก หลังจากนี้คุณต้องเตรียมตัวให้ดี"

หวงหมิงเซียวฟังแล้วรู้สึกทั้งดีใจและกังวล แน่นอนว่าด้วยบารมีของผู้ว่าในตอนนี้ เขาสามารถทำเรื่องนี้ให้สำเร็จได้ แต่การจัดระเบียบคน 3 แสนคนให้ไปทำงานก่อสร้าง โดยที่พวกเขาไม่ใช่ทหารที่ฝึกมาอย่างดีนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เขารู้สึกสับสนจนไม่ทันสังเกตเห็นว่าหลิวเหวินเดินจากไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ความมืดปกคลุมไปทั่ว และดวงจันทร์ค่อยๆ เลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า

แม้จะเป็นถิ่นทุรกันดาร แต่ก็เต็มไปด้วยร่องรอยของผู้คน ลมเย็นๆ พัดมาทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายนี้ หลิวเหวินได้ไปเยี่ยมเยียนเสี่ยวหลี่ นายกเทศมนตรีคนใหม่ของเมืองฉางเล่อ สมาชิกทีมงาน กองกำลังของฟางต้าซาน รวมถึงจุดรวมพลและตัวแทนของผู้ประสบภัย

ภายใต้ทักษะ "หัวใจเจ็ดห้อง" การพูดคุยของทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่นมาก เพียงไม่กี่ประโยคก็สามารถสร้างความเชื่อมั่น กำลังใจ ความหวัง และความคาดหวังถึงชีวิตที่ดีในอนาคตได้อย่างมหาศาล

คนที่ได้รับผลประโยชน์ชัดเจนที่สุดคือกลุ่มผู้ประสบภัยและตัวแทนของพวกเขา

เพราะพวกเขาคือคนที่ต้องการสิ่งเหล่านี้มากที่สุด

หลังจากนั้น หลิวเหวินได้เข้าพบกับประธานศาลจักรวรรดิประจำเขตฉางซานที่รีบเดินทางมาถึงในคืนนั้น

เขาชื่อ ฟางเหยาโป

ตำแหน่งดูน่าเกรงขาม แต่จริงๆ แล้วเป็นเพียงข้าราชการระดับตำบล แถมยังเป็นชายวัยกลางคนหัวล้านอีกต่างหาก

นอกจากตำแหน่งจะต่ำกว่าหลิวเหวินสามระดับแล้ว เขายังอยู่ใต้บังคับบัญชาโดยตรง พอเจอผู้ว่าเข้าไปก็มีอาการตัวสั่นเหมือนหนูเจอแมว

หลิวเหวินไม่อยากเสียเวลาไร้สาระ เขาชี้ไปที่เอกสารในมือแล้วพูดทันที "สี่คนนี้ ให้ตัดสินในข้อหาต่อต้านมนุษยชาติ บทสรุปคือ พวกเขาพยายามลอบทำร้ายผู้ว่าการเขต จึงถูกผมวิสามัญในที่เกิดเหตุ"

ฟางเหยาโปเหงื่อแตกพล่านบนหัวล้าน ผู้ช่วยข้างๆ เช็ดเหงื่อจนผ้าเช็ดหน้าหมดไปสองม้วนก็ยังไม่แห้ง

เขาพูดตะกุกตะกัก "ท่าน... ผู้ว่าครับ แต่... แต่ข้อมูลที่ผมได้รับมา สี่คนนี้แค่... แค่ทำตัวเป็นนักเลง รังแกชาวบ้าน ตามกฎหมายจักรวรรดิแล้ว มันไม่ถึงขั้นข้อหาต่อต้านมนุษยชาติ และยังไม่ถึง... ไม่ถึงขั้นต้องประหารชีวิตครับ"

เขากระซิบสองคำหลังเบามาก เพราะกลัวจะทำให้ผู้ว่าโกรธ

หลิวเหวินแค่นหัวเราะ "คุณเป็นประธานศาลแบบไหน? วิสัยทัศน์แคบแบบนี้ ไม่มีหัวคิดเรื่องส่วนรวมเลย"

ฟางเหยาโปเหงื่อไหลย้อย ไม่รู้จะตอบโต้อย่างไร

หลิวเหวินพูดต่อ "ตามหน้าที่แล้ว พวกเขาควรจะรักษาความสงบและช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่พวกเขากลับใช้อำนาจในทางที่ผิด กักตุนอาหาร ข่มเหงรังแกชาวบ้าน พวกเขาต้องการจะทำอะไร?"

ฟางเหยาโปส่ายหัวอย่างลนลาน ไม่เข้าใจความหมายของผู้ว่า

หลิวเหวินจ้องหน้าเขาแล้วตวาด "นั่นคือการยุยงให้เกิดการจลาจล! ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชน เจตนาจะให้ผู้ประสบภัยบุกศาลากลางเพื่อฆ่าผู้ว่าการเขต! และส่งผลให้การช่วยเหลือต้องหยุดชะงัก การฟื้นฟูล้มเหลว ส่งเสบียงไม่ได้ นี่มันคืออะไร? นี่คือการพยายามทำให้คน 3 แสนคนต้องตาย!"

"ตอนนี้ผมถามคุณ! การวางแผนฆ่าเจ้าเมือง! การวางแผนฆ่าประชาชน 3 แสนคน! มันเพียงพอสำหรับข้อหาต่อต้านมนุษยชาติหรือยัง!"

ฟางเหยาโปตัวสั่นเป็นลูกนก ผ่านไปพักใหญ่ถึงจะตอบได้ "ใช่... ใช่ครับ เป็นข้อหาต่อต้านมนุษยชาติ"

หลิวเหวินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เมื่อลองใช้ทักษะอ่านใจดูแล้วก็พบว่าคนคนนี้ขี้ขลาดเกินไปจนใช้งานใหญ่มไม่ได้ แต่ข้อดีคือเขาไม่มีไอสีดำแห่งความชั่วร้าย

คงต้องทนใช้ไปก่อน

หลิวเหวินคิดว่าในตอนนี้การจะไปหาคนอื่นที่เหมาะสมกว่ามันลำบาก แถมต้องเสียแต้มบุญโดยใช่เหตุ

ยังไงเสียหลังจากนี้เขาก็แค่ทำหน้าที่จัดการเรื่องจิปาถะทั่วไป ส่วนงานหลักเขาจะเป็นคนจัดการเองอยู่แล้ว

"เอาละ"

หลิวเหวินผ่อนน้ำเสียงลงและพูดเรียบๆ

"คุณไปสร้างเวทีนอกเมือง พรุ่งนี้ผมจะเปิดพิจารณาคดีพวกปลวกพวกนี้ต่อหน้าสาธารณชน และตัดสินโทษทันที ใครที่ต้องประหารก็ให้ดำเนินการทันที"

"คุณต้องเตรียมงานทั้งหมดให้เสร็จในคืนนี้ ทั้งข้อกฎหมายและข้อหาต่างๆ การพิจารณาคดีต่อหน้าประชาชนจะพลาดไม่ได้ ทุกอย่างต้องถูกต้องตามกฎหมายและมีเหตุผล"

"แล้วก็ ส่งคนไปประกาศเรื่องนี้ให้ทั่วภายในคืนนี้ด้วย"

หลิวเหวินรัวคำสั่งใส่ไม่หยุด ส่วนฟางเหยาโปก็ได้แต่พยักหน้ารับคำ โดยไม่มีโอกาสได้แทรกพูดเลยแม้แต่คำเดียว

……..

จบบทที่ 35 - พวกเขาคือพวกต่อต้านมนุษยชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว