เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 441 - มังกรบาปหกพิษปรากฏตัว แปดเปื้อนพุทธะมลทินฌาน

บทที่ 441 - มังกรบาปหกพิษปรากฏตัว แปดเปื้อนพุทธะมลทินฌาน

บทที่ 441 - มังกรบาปหกพิษปรากฏตัว แปดเปื้อนพุทธะมลทินฌาน


บทที่ 441 - มังกรบาปหกพิษปรากฏตัว แปดเปื้อนพุทธะมลทินฌาน

"ของเล่นชิ้นนี้ช่างมีชีวิตชีวาเสียจริง..."

หลิวเซิ่งแสยะยิ้มมุมปาก เมื่อได้ยินเสียงสะอื้นของจิตวิญญาณแห่งกรรไกรมังกรทอง เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังรังแกเด็กอนุบาลอย่างไรอย่างนั้น

เขาขยับความคิด ทอดสายตามองอาวุธระดับศาสตราลึกลับที่กำลังสั่นงันงกอยู่ในมือ ก่อนจะสาดพรสวรรค์ "ทะลุปรุโปร่ง" ใส่ แสงเงาเบื้องหน้าวูบไหว ปรากฏตัวอักษรน้ำหมึกไหลหยดย้อยลงมาหลายบรรทัด

[ของเลียนแบบ·กรรไกรมังกรทอง (ศาสตราลึกลับ)]:

ของทำเทียมคุณภาพต่ำที่เลียนแบบมาจากศาสตราเซียนกรรไกรมังกรทอง เป็นผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตโดยนักปรังแต่งอาวุธผู้หนึ่ง

สกัดจากแร่ทองคำบริสุทธิ์แห่งสี่ทิศ หลอมรวมเข้ากับเศษเสี้ยววิญญาณของมังกรวารีสองตน สามารถตัดภูเขาผ่าขุนเขา แยกมหาสมุทรตัดแม่น้ำ คมกริบเหนือธรรมดา ตัดขาดได้ทุกสรรพสิ่ง

...

ของทำเทียมคุณภาพต่ำที่อ้างอิงมาจากศาสตราเซียนกรรไกรมังกรทองในตำนานห้องสิน!

ผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตของนักปรุงแต่งอาวุธคนหนึ่ง

ต่อให้หลิวเซิ่งจะเตรียมใจไว้ก่อนแล้ว แต่เมื่อได้เห็นคำอธิบายนี้ หางตาก็อดไม่ได้ที่จะกระตุกอยู่หลายครั้ง

อันที่จริงตั้งแต่เห็นรูปลักษณ์ของกรรไกรมังกรทอง เขาก็พอจะเดาอะไรได้บ้างแล้ว

ท้ายที่สุดกรรไกรมังกรทองซึ่งเป็นศาสตราเซียนในตำนานห้องสินชิ้นนี้ ก็มีชื่อเสียงโด่งดังและได้รับความนิยมไม่น้อยในชาติก่อนของเขา

มันเป็นของวิเศษของตัวละครยอดฮิตอย่างเทพธิดาสามเซียว เฉกเช่นเดียวกับโถทองคำฮุ่นหยวน

ยิ่งไปกว่านั้น ของที่ปรากฏอยู่ในโลกใบนี้ ย่อมไม่มีทางเป็นของแท้ได้อย่างแน่นอน

โดยเฉพาะเมื่อเขามี "ของเลียนแบบ·แจกันหยกกิ่งหลิววิสุทธิ์" อยู่ก่อนแล้ว เขาก็ยิ่งยอมรับการมีอยู่ของศาสตราเซียน "ของปลอมทำเหมือน" เหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

ขอแค่มันใช้งานได้ดี ใช้งานได้จริง จะเป็นของแท้หรือไม่ก็ช่างปะไร

อีกอย่างด้วยระดับการบำเพ็ญเพียรของเขาในตอนนี้ ต่อให้เอาของแท้มาวางตรงหน้า เขาก็ใช้งานมันไม่ได้อยู่ดี ระดับพลังของเขาต่ำเกินไป ขืนฝืนใช้งานล่ะก็ อาจจะต้องเอาชีวิตเข้าแลกเลยก็ได้

สำหรับคนที่รักตัวกลัวตายอย่างเขา ของทำเทียมที่ระดับไม่สูงมากและพอดีกับการใช้งานแบบนี้ กลับเข้าทางเขาสะดวกเสียมากกว่า

เพียงแต่ไม่นึกเลยว่า นักปรุงแต่งอาวุธที่สามารถสร้างศาสตราลึกลับขึ้นมาได้ จะถึงขั้น...

ไม่คู่ควรแม้แต่จะเอ่ยนาม!

เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับตอนที่ใช้ "ทะลุปรุโปร่ง" ตรวจสอบ "ของเลียนแบบ·แจกันหยกกิ่งหลิววิสุทธิ์" ซึ่งมีการระบุชื่อ "ชิงหยวนเมี่ยวเต้าเจินจวิน" ไว้อย่างชัดเจน หลิวเซิ่งก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้

ต้องเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเรียงนามปรากฏอยู่ในเรื่องราวเทพปกรณัมหรือตำนานมหัศจรรย์อย่างแท้จริงเท่านั้น จึงจะสามารถฝากฝังชื่อเอาไว้ได้...

"พรสวรรค์ทะลุปรุโปร่งของเรานี่ก็ตาถึงไม่เบาเหมือนกันนะ..."

เขาหัวเราะเยาะตัวเอง พลางกระจ่างแจ้งแก่ใจ ไม่ใช่ว่าพรสวรรค์ทะลุปรุโปร่งนั้นตาถึงหรอก แต่เป็นผลมรรคคา "เจ็ดสิบสองแปลงกาย" ต่างหากที่มีวิสัยทัศน์สูงส่ง

ท่ามกลางสรรพสัตว์ในสามภพ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะคู่ควรมีชื่อปรากฏอยู่ในสายตาของมัน

"คืนของวิเศษข้ามา!"

ในตอนนั้นเอง เสียงกรีดร้องแหลมปรี๊ดก็ดังขึ้น

เป็นจิ้งตวนที่เพิ่งได้สติกลับมา เมื่อเห็นกรรไกรมังกรทองยอมจำนนอยู่ในมือของหลิวเซิ่งอย่างว่าง่าย เธอก็ร้อนรนขึ้นมาทันที

ต้องรู้ก่อนว่าของวิเศษชิ้นนี้ เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยกว่าจะ "ขอยืม" มาจากไช่ตงเหอผู้เป็นสามีและผู้นำตระกูลไช่ได้

หากสูญหายไป วันคืนอันแสนสุขสบายของเธอในตระกูลไช่แห่งเหอตง ก็เป็นอันจบสิ้นลงแน่!

ต่อให้ตอนนี้เธอจะกลายเป็นปรมาจารย์ขอบเขตทะลวงสัจธรรมแล้วก็ตาม

แต่เห็นได้ชัดว่าตอนที่ของวิเศษชิ้นนี้อยู่ในมือของไช่ตงเหอ มันช่างคมกริบและทรงพลัง ตัดสิ่งใดก็ขาดสะบั้น ไม่ว่าจะเป็นอะไรเมื่ออยู่ใต้กรรไกรนี้ก็ต้องแยกออกเป็นสองส่วน ไม่เคยมีเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว

แต่ไหงวันนี้กลับ...

"ของวิเศษของเจ้าอะไรกัน นี่มันของข้าชัดๆ!"

หลิวเซิ่งหัวเราะเบาๆ ร่างกายวูบไหว ทันใดนั้นก็มีแขนอีกสองข้างงอกออกมาจากใต้รักแร้ เรียวยาวและทรงพลัง ก่อนจะซัดจิ้งตวนจนกระอักเลือดกระเด็นถอยกลับไปคาที่

พรสวรรค์ สามหัวหกแขน!

"ไม่เชื่อเจ้าก็ลองถามมันดูสิ ว่าตกลงมันเป็นของใครกันแน่?"

เขาแสยะยิ้ม แขนข้างหนึ่งดึงแส้ต้อนขุนเขาออกมาจากในร่างแล้วชูขึ้นสูง ส่วนมืออีกข้างก็คีบกรรไกรมังกรทองเอาไว้ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

"เด็กดี บอกมาสิว่าเจ้าเป็นของใคร?"

กรรไกรมังกรทองสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ก่อนจะส่งกระแสจิตอันแสนน้อยเนื้อต่ำใจออกมา

"...เป็นของเจ้า เป็นของเจ้าแล้ว!"

"ว่านอนสอนง่ายดีนี่!"

หลิวเซิ่งยื่นแขนออกมาอีกข้าง ลูบไล้กรรไกรมังกรทองราวกับกำลังลูบหัวสุนัข เขาขยับความคิดแล้วเก็บมันเข้าไปหล่อเลี้ยงไว้ภายในร่างกาย...

พร้อมกับตัดเส้นสายพลังงานลึกลับที่เชื่อมต่ออยู่บนกรรไกรทิ้งไปอย่างแนบเนียน!

หึหึ!

"ข้าจะสู้ตายกับเจ้า"

เมื่อจิ้งตวนเห็นดังนั้นก็แผดเสียงคำรามลั่น ท่าทางบ้าคลั่งราวกับเสียสติ ลมปราณแท้จริงในร่างทะลักทลายออกมาราวกับเขื่อนแตก

เพียงชั่วพริบตาเดียว ภายในสุสานใต้ดินก็สว่างไสวไปด้วยแสงแห่งพุทธะ แสงสีทองประกายแก้วหลากสีสาดซัดเข้ามาดั่งเกลียวคลื่น

ทว่าเมื่อมองดูให้ดี นั่นใช่แสงแห่งพุทธะที่ไหนกัน มันคือเงากระบี่ที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ หนาแน่นจนนับไม่ถ้วน แวบแรกที่เห็นช่างดูคล้ายกับเกลียวคลื่นน้ำและแสงพุทธะอันเจิดจรัสเสียจริง

ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงสวดมนต์คร่าวิญญาณดังแทรกขึ้นมา ทะลวงเข้าสู่สมองและกระชากวิญญาณ ทำลายสติสัมปชัญญะจนทำให้ผู้คนสับสนงงงวย

เมื่อแสงแห่งพุทธะและเสียงสวดมนต์ผสานเข้าด้วยกัน ภาพจำแลงของพระโพธิสัตว์กวนอิมก็ก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่า ทรงพลังอำนาจและมีชีวิตชีวาจนทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกอยากศิโรราบและกราบไหว้บูชา

เค้าโครงหน้าของพระโพธิสัตว์มีความคล้ายคลึงกับจิ้งตวนอยู่หลายส่วน แต่กลับดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามมากกว่าหลายเท่านัก

ในวินาทีนี้ จิ้งตวนที่ระเบิดพลังออกมาจนหมดเปลือก ได้เผยให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัวของขอบเขตทะลวงสัจธรรมขั้นที่สาม

ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล พื้นที่ทั้งหมดภายในสุสานใต้ดินล้วนตกอยู่ภายใต้รัศมีพลังของเธอ ไม่มีที่ให้หลบซ่อน ไม่มีทางให้หลบหนี

มีเพียงต้องเผชิญหน้าเข้าปะทะเท่านั้น!

เพดาน กำแพง และพื้นของสุสานใต้ดินทนรับแรงกระแทกไม่ไหว พากันปริร้าวและแตกลามออกไปทุกทิศทุกทางราวกับหยากไย่แมงมุม

ฝุ่นผงร่วงกราว ทรายปลิวว่อนก้อนหินกลิ้งหล่น ช่างดูคล้ายกับวันสิ้นโลกกำลังมาเยือน

แต่กลับมีแสงแห่งพุทธะอันน่าเกรงขาม รูปลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ก่อให้เกิดความรู้สึกของการหลุดพ้นและการไถ่บาปอันยิ่งใหญ่

วันสิ้นโลกและการไถ่บาป สองสิ่งที่ขัดแย้งกันกลับหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างประหลาดล้ำ

มันทำให้จิตใจคนปั่นป่วน สติแตกซ่านจนไม่อาจรวบรวมสมาธิได้ อย่าว่าแต่จะคิดต่อต้านเลย

หากเปลี่ยนเป็นยอดฝีมือขอบเขตหวงถิงคนอื่น หรือแม้แต่ขอบเขตทะลวงสัจธรรมขั้นที่หนึ่งหรือสอง เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ ส่วนใหญ่คงได้แต่นั่งรอความตายอย่างหมดหนทาง

อดีตศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งสำนักชีสุ่ยเยวี่ยผู้นี้ มีความแข็งแกร่งล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึง พลังของเธอเทียบชั้นได้กับปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักไปตั้งนานแล้ว

น่าเสียดายที่เธอต้องมาเจอกับคนใช้โปรแกรมโกง

"โฮก!"

ทันใดนั้นเสียงมังกรคำรามก็ดังกึกก้อง พายุและห่าฝนกระหน่ำซัดสาดไปทั่วสุสานใต้ดิน!

ลมนั้นคือลมพิษ ฝนนั้นคือฝนพิษ มันกัดกร่อนวิญญาณแปดเปื้อนความคิด ทำให้พุทธะมลทินและฌานมัวหมอง

ท่ามกลางพายุฝนสีม่วงดำ เงามังกรอันปราดเปรียวทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดูใหญ่โตแต่กลับเล็กจ้อย ดูหนาเทอะทะแต่กลับเรียวบาง...

มันสามารถปรากฏและเร้นกาย ยืดหดสั้นยาว ลอยขึ้นและดำดิ่งได้ราวกับม้าสวรรค์ที่เหินเวหา พลิกแพลงยากจะคาดเดา ไร้ร่องรอยให้ตามตัวจนไม่อาจจับทิศทางได้เลย

เต็มไปด้วยความย้อนแย้งอันน่าประหลาด แต่กลับไม่รู้สึกถึงความแปลกแยกแม้แต่น้อย ซ้ำยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอีกต่างหาก

นี่ก็คือ

มังกร!

มังกรที่แท้จริง!

หลังจากเลื่อนระดับขึ้นเป็นมังกรบาปหกพิษ ร่างจำแลงมังกรของหลิวเซิ่งก็ปรากฏโฉมออกมาในที่สุด

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจจนหมดหน้าตักเพื่อดึงเอาความแข็งแกร่งของขอบเขตทะลวงสัจธรรมขั้นที่สามออกมาจนถึงขีดสุด มังกรบาปหกพิษเพียงแค่ขี่เมฆเหินลมขึ้นไป เปิดปากพ่นลมหายใจกลายเป็นสายฝน

เพียงชั่วพริบตา หยาดฝนสีม่วงดำก็ร่วงหล่นลงมาอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางหมอกควันพิษสีม่วงที่ปกคลุม มันได้แปรเปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์ของพิษทั้งหก อันได้แก่ โลภ โกรธ หลง ทิฐิ ลังเล และมิจฉาทิฐิ

แสงแห่งพุทธะที่สาดส่องราวกับสายน้ำ เมื่อสัมผัสเข้ากับ "ฝนสีม่วง" นี้ ก็พลันเกิดควันขาวพวยพุ่งขึ้นมากลุ่มใหญ่ ถูกกัดกร่อนและสลายหายไปจนหมดสิ้น

ราวกับได้พบเจอศัตรูทางธรรมชาติ เพียงแค่สัมผัสก็แตกพ่ายไม่เป็นท่า!

ภาพจำแลงพระโพธิสัตว์กวนอิมที่เคยยิ่งใหญ่อลังการและทรงพลัง ก็ดูคล้ายกับลูกโป่งที่ถูกเจาะรู มันหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว

ความน่าเกรงขาม ความศักดิ์สิทธิ์ หรือแม้แต่ความเมตตากรุณา ภายใต้น้ำบาปหกพิษนี้ ล้วนถูกหลอมละลายและพังทลายลงจนไม่เหลือชิ้นดี

มันได้แสดงคุณสมบัติ "แปดเปื้อนพุทธะมลทินฌาน" ออกมาให้เห็นอย่างหมดจด

เบื้องหลังภาพจำแลงพระโพธิสัตว์ จิ้งตวนรู้สึกยินดีในตอนแรก จากนั้นก็ตกตะลึง และสุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นความสิ้นหวัง

เมื่อเห็นมังกรบาปหกพิษขี่เมฆหมอกไล่ตามมา หัวใจเธอก็กระตุกวาบ ไม่สนความทะเยอทะยานอะไรอีกต่อไป เธอขยับร่างเพื่อม้วนตัวหลบหนีไปพร้อมกับม่านแสง

ทว่ามังกรบาปหกพิษกลับอ้าปากกว้าง ลูกแก้ววิเศษสีม่วงพุ่งทะยานออกมาราวกับสายฟ้าแลบ บดขยี้ร่างของเธอจนแหลกเหลวคาที

ศาสตราลึกลับ ไข่มุกเทพสมุทร!

ในจังหวะนั้นเอง ฝ่ามือข้างหนึ่งก็ยื่นออกมาอย่างกะทันหัน คว้าไข่มุกเทพสมุทรที่ลอยอยู่กลางอากาศเอาไว้!

(ภาพร่างอีกายมโลกคุกน้ำแข็ง แบบที่ 1)

(ภาพร่างอีกายมโลกคุกน้ำแข็ง แบบที่ 2)

(ภาพร่างแรดวิญญาณหยกอสนีม่วง แบบที่ 1 ส่วนอีกแบบโควตาอัปโหลดของวันนี้เต็มแล้ว พรุ่งนี้ค่อยลง)

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 441 - มังกรบาปหกพิษปรากฏตัว แปดเปื้อนพุทธะมลทินฌาน

คัดลอกลิงก์แล้ว