- หน้าแรก
- พ่อสั่งให้เลือกเมียคนเดียว แต่ผมขอเหมาหมด
- บทที่ 29 - ถ้างั้นก็รับลูกสาวผมไปเลยสิ
บทที่ 29 - ถ้างั้นก็รับลูกสาวผมไปเลยสิ
บทที่ 29 - ถ้างั้นก็รับลูกสาวผมไปเลยสิ
บทที่ 29 - ถ้างั้นก็รับลูกสาวผมไปเลยสิ
◉◉◉◉◉
เฟิงหลินยิ้มพลางยักไหล่ ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียงกับคนพรรค์นี้ให้มากความ
เขาล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรหาโจวเทียน
"ฮัลโหล! ผมอยู่หน้าบ้านคุณแล้วนะ แต่โดนคนของคุณขวางเอาไว้น่ะ"
เฟิงหลินกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ ยังไงซะครั้งนี้เขาก็เป็นฝ่ายมาขอร้องให้ช่วย จะให้ไปซัดพวกพนักงานรักษาความปลอดภัยจนหมอบแล้วบุกฝ่าเข้าไปมันก็คงไม่เหมาะเท่าไหร่
ภายในคฤหาสน์ โจวเทียนกำลังออกกำลังกายอยู่ที่ลานกว้าง พอรู้ว่าเฟิงหลินมารออยู่หน้าประตูบ้าน เขาก็รีบวิ่งหน้าตั้งพุ่งตรงมาทันที
พนักงานทุกคนในคฤหาสน์ต่างพากันอ้าปากค้าง
บุคคลระดับบิ๊กเนมอย่างโจวเทียน ปกติแล้วจะเคร่งครัดเรื่องการวางตัวและกิริยามารยาทเอามากๆ
ไม่นึกเลยว่าจะหลุดมาดทำท่าทางเสียกิริยาแบบนี้ได้
"เปิดประตู! รีบเปิดประตูเร็วเข้า!"
ตัวยังมาไม่ถึง แต่เสียงตะโกนสั่งการก็ดังมาก่อนแล้ว โจวเทียนตะโกนมาจากที่ไกลๆ สั่งพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ตรงประตู
เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ ทุกคนก็ต่างตกตะลึงจนพูดไม่ออก
พวกเขารีบเปิดประตูคฤหาสน์ออกกว้าง ส่วนชายร่างยักษ์ที่ยืนขวางหน้าเฟิงหลินอยู่เมื่อครู่นี้ ก็รีบก้มหน้างุดๆ ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"คุณเฟิงหลินครับ ทำไมไม่โทรบอกผมล่วงหน้าล่ะครับ ผมจะได้ส่งคนไปรับคุณ"
โจวเทียนโค้งคำนับให้เฟิงหลินอย่างนอบน้อม ก่อนจะหันไปกวาดสายตามองคนรอบๆ "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ใครที่เห็นคุณเฟิงหลิน ให้ถือซะว่าเห็นฉัน!"
"ครับนาย!"
พนักงานรักษาความปลอดภัยทุกคนต่างรีบก้มหน้ารับคำสั่ง
ส่วนคนที่ยืนขวางเฟิงหลินไว้ ในที่สุดก็ทนรับแรงกดดันไม่ไหว ขาอ่อนปวกเปียกเตรียมจะทรุดตัวลงคุกเข่า
แต่เฟิงหลินกลับเอื้อมมือไปคว้าไหล่เขาเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาคุกเข่าลงไป
"ยืนให้มั่นคง"
พูดจบ เฟิงหลินก็เดินนำเข้าไปด้านใน
คนชั้นหนึ่งมีความสามารถแต่ไม่มีอารมณ์ฉุนเฉียว คนชั้นสองมีความสามารถและมีอารมณ์ฉุนเฉียว คนชั้นสามไม่มีความสามารถแต่กลับอารมณ์ร้าย
ตั้งแต่เด็ก พ่อของเฟิงหลินมักจะพร่ำสอนเขาอยู่เสมอ ว่าอย่ามัวแต่ไปหัวเสียกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เป็นเรื่อง
ชายคนนั้นมองตามแผ่นหลังของเฟิงหลินไปด้วยความรู้สึกเคารพเลื่อมใสอย่างสุดซึ้ง
หลังจากโจวเทียนและเฟิงหลินเดินลับสายตาไปแล้ว ผู้คนรอบๆ ถึงได้กล้าถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"ชายหนุ่มคนเมื่อกี้เป็นใครกันน่ะ? ฉันติดตามคุณโจวมาตั้งเจ็ดแปดปี เพิ่งจะเคยเห็นเขาทำสีหน้าแบบนั้นเป็นครั้งแรกเลยนะเนี่ย"
"น่าจะเป็นคนใหญ่คนโตจากที่อื่นล่ะมั้ง ยังไงก็ไม่ใช่คนเมืองเจียงแน่ๆ"
"ใช่แล้วล่ะ คนที่มีอิทธิพลบารมีมากที่สุดในเมืองเจียง ก็น่าจะเป็นผู้อาวุโสหลาน แต่ขนาดตอนเจอผู้อาวุโสหลาน คุณโจวก็ยังไม่ได้แสดงความนอบน้อมถึงขนาดนี้เลยนะ"
เฟิงหลินเดินตามหลังโจวเทียนมาจนถึงมุมหนึ่งของคฤหาสน์
ที่นี่เป็นลานฝึกซ้อม มีอาวุธเย็นหลากหลายชนิดวางเรียงรายอยู่
พื้นดินเต็มไปด้วยหลุมขรุขระเป็นหย่อมๆ หญ้าที่เคยขึ้นปกคลุมถูกทำลายไปจนหมด เผยให้เห็นแต่ผืนดินสีเหลือง
"คุณเฟิงครับ อาการบาดเจ็บภายในของผมเพิ่งจะผ่านมายังไม่ถึงเจ็ดวันเลย ผมก็เลยเดาเอาว่า ที่คุณมาวันนี้ คงเป็นเพราะเรื่องของตระกูลสวีสินะครับ"
โจวเทียนผายมือเชิญให้เฟิงหลินนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ข้างๆ
"เดาเก่งนี่" เฟิงหลินพยักหน้ารับ
โจวเทียนยิ้มแล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับเฟิงหลิน "ขอเสียมารยาทถามหน่อยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเฟิงกับตระกูลสวีมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันยังไงหรือครับ?"
"จำเรื่องถอนหมั้นที่ผมเคยเล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ได้ไหมล่ะ? ผมกับสวีรั่วอิ่งมีสัญญาหมั้นหมายกันอยู่น่ะ" เฟิงหลินยิ้มพลางผายมือออก อธิบายให้ฟังว่า "คนรุ่นก่อนของทั้งสองครอบครัวเคยมีข้อตกลงกันไว้ ผมก็เลยอยากจะช่วยพวกเขาสักหน่อยน่ะ"
"อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง หมายความว่าตอนนี้คุณเฟิงก็ยังโสดอยู่งั้นสิครับ?" โจวเทียนชิงถามขึ้นมาทันที
"อืม ก็คงงั้นมั้ง"
เฟิงหลินกับสวีรั่วอิ่งเป็นแค่ความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน ส่วนหลานโหรว ตอนนี้ก็ยังไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นเป็นแฟนกันเลยด้วยซ้ำ
การแต่งงานคือเรื่องที่สำคัญที่สุดในชีวิตคนเรา เฟิงหลินจำเป็นต้องไตร่ตรองให้รอบคอบก่อนที่จะตกลงปลงใจกับใคร
อย่างน้อยก็ต้องขอเจอหน้าคู่หมั้นให้ครบทุกคนก่อนล่ะนะ
"เยี่ยมไปเลย! ไม่ปิดบังคุณเฟิงเลยนะครับ พอดีผมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง ตอนนี้ก็ยังไม่มีแฟนซะด้วยสิ"
"คุณหมายถึงโจวจื่ออิ่งใช่ไหม?"
"คุณเฟิงรู้จักแกด้วยเหรอครับ? แบบนี้ก็วิเศษไปเลย ถ้าคุณเฟิงไม่รังเกียจ ถ้างั้นก็รับลูกสาวผมไปเลยสิครับ"
โจวเทียนยิ้มกว้าง "ขอแค่คุณเฟิงสามารถเกลี้ยกล่อมลูกสาวผมให้ยอมเป็นภรรยาน้อยแบบไม่มีทะเบียนสมรสได้ ผมก็ไฟเขียวให้เลยครับ"
"หึหึ! ที่บอกว่าจะยกลูกสาวให้น่ะเป็นแค่ข้ออ้าง ส่วนเป้าหมายจริงๆ ก็คืออยากให้ผมรักษาโรคให้ลูกสาวคุณล่ะสิ ใช่มั้ย?"
เฟิงหลินนั่งไขว่ห้าง เขามองทะลุแผนการของอีกฝ่ายออกหมดแล้ว
เขาไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใคร ออเดอร์สามร้อยล้านแลกกับการรักษาอาการบาดเจ็บของโจวเทียน
ก่อนจะมาที่นี่ เขาคิดเตรียมการเอาไว้หมดแล้ว
ตระกูลโจวช่วยคุ้มครองตระกูลสวี แลกกับการที่เขารักษาอาการป่วยของโจวจื่ออิ่ง
ยุติธรรมดี ไม่ติดค้างอะไรกัน
"คุณเฟิงนี่เปรียบดั่งเทพเซียนลงมาโปรดจริงๆ ครับ!"
โจวเทียนลุกพรวดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น โค้งคำนับให้เฟิงหลินอย่างสุดซึ้ง "ขอเพียงคุณเฟิงสามารถรักษาลูกสาวของผมให้หายขาดได้ ผมยินดีจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดของตระกูลโจวให้คุณเลยครับ"
"ผมจะเอาเงินเยอะแยะขนาดนั้นไปทำไม?"
เฟิงหลินบิดขี้เกียจ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่ชั้นวางอาวุธ "ลูกสาวคุณจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานแล้วนะ"
ใบหน้าของโจวเทียนซีดเผือดราวกับกระดาษ
"ผมมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่า ตอนนี้เธอประคองชีวิตอยู่ได้ก็เพราะยาพวกนั้นเท่านั้นแหละ"
เฟิงหลินหยิบดาบยาวเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นวาง แล้วแกว่งไกวไปมาเบาๆ สองสามครั้ง
"คุณเฟิงครับ อาการบาดเจ็บภายในของผมกับบาดแผลของลูกสาว ล้วนเกิดจากน้ำมือของคนคนเดียวกัน ผมเจ็บใจนักที่ตัวเองอ่อนแอไร้ความสามารถ!"
แววตาของโจวเทียนเยือกเย็นลง เขาวางมือข้างหนึ่งลงบนโต๊ะหินตรงหน้า "ถ้าผมมีวรยุทธ์ลึกล้ำได้สักครึ่งหนึ่งของคุณเฟิง ภรรยาของผมก็คงไม่ต้องตาย"
เป๊าะ!
โต๊ะหินแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ในพริบตา
"บอกตามตรงนะ การรักษาลูกสาวคุณน่ะ ยากยิ่งกว่ารักษาคุณซะอีก ก็ในเมื่อบาดแผลมันอยู่ที่หัวใจ การรักษาย่อมต้องมีความเสี่ยงอยู่แล้ว"
เฟิงหลินตวัดดาบในมือวูบเดียว ใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมาจากเบื้องบนก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีกอย่างสวยงาม
"คราวก่อนผมไปปรึกษาหมอมาแล้ว ยาพวกนั้นมันใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไปแล้ว ถ้าขืนเพิ่มปริมาณยาให้แรงขึ้น ร่างกายของแกก็คงรับไม่ไหว แต่ถ้าไม่เพิ่ม แกก็ต้องตายอยู่ดี"
โจวเทียนเดินเข้าไปหาเฟิงหลิน "ผมรับปากคุณเฟิงเลยครับ ไม่ว่าจะรักษาหายหรือไม่หาย ผมก็ยินดีจะยกตระกูลโจวให้คุณ"
"ทำไมล่ะ? พอลูกสาวตาย ก็เลยไม่เอาตระกูลโจวแล้วงั้นเหรอ?" เฟิงหลินยิ้มถาม
"ลูกสาวคือห่วงผูกพันเพียงหนึ่งเดียวของผม ถ้าแกตาย ผมก็จะไปล้างแค้น ถึงแม้จะรู้ดีว่ามันคือการเอาไข่ไปกระทบหินก็เถอะ"
ในขณะที่โจวเทียนกำลังอธิบายอยู่นั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นโจวจื่ออิ่งกำลังลากกระเป๋าเดินทางเดินออกมาจากคฤหาสน์
พอเธอสังเกตเห็นเฟิงหลิน เธอก็รีบวิ่งเข้ามาหาด้วยความประหลาดใจ "เฟิงหลิน นายมาทำอะไรที่นี่เนี่ย?"
"อิ่งอิ่ง พ่อขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่คือคุณเฟิงหลิน คู่หมั้นของลูกไง" โจวเทียนผายมือแนะนำเฟิงหลินให้ลูกสาวรู้จัก
"หา?"
โจวจื่ออิ่งอ้าปากค้างด้วยความตกใจ นี่มันจะเป็นไปได้ยังไง?
แต่จะว่าไปแล้ว ตอนที่เฟิงหลินเอารูปถ่ายพวกนั้นมาโชว์ เธอก็ยังดูไม่ครบทุกรูปเลยนี่นา
หรือว่า... ในกองรูปพวกนั้น จะมีรูปของเธอรวมอยู่ด้วย?
โจวจื่ออิ่งส่ายหัวดิก ถ้ารูปถ่ายของเธอไปอยู่ในมือของเฟิงหลินจริงๆ มันก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าสิ่งที่เฟิงหลินพูดมาทั้งหมดไม่ใช่เรื่องโกหก
ผู้หญิงพวกนั้นคือคู่หมั้นของเขาจริงๆ สินะ
"อย่ามาพูดจาเลอะเทอะไปหน่อยเลย คุณช่วยตระกูลสวี ผมช่วยรักษาลูกสาวคุณ มันก็แฟร์ๆ ดีแล้วนี่"
เฟิงหลินกลอกตาบน คู่หมั้นที่มีอยู่ก็ยังเคลียร์ไม่จบเลย นี่กะจะหาเรื่องยัดเยียดมาให้อีกคนเหรอ
เขาไม่กล้าเล่นพิเรนทร์แบบนี้หรอกนะ
"ได้ยินคุณเฟิงพูดแบบนี้ ผมก็สบายใจแล้วครับ" โจวเทียนหันหน้ากลับไปตะโกนเข้าไปในป่าทึบที่อยู่ไกลออกไป "กัวเหวิน กัวอู่!"
เพียงไม่นาน ก็มีชายฝาแฝดคู่หนึ่งเดินออกมาจากป่า รูปร่างสูงใหญ่พอๆ กับเฟิงหลิน น่าจะประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรได้
ใบหน้าเหลี่ยมดูมีสง่าราศี เต็มเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความเป็นชายชาตรี อายุอานามน่าจะราวๆ สี่สิบปี
"คุณโจว!"
ทั้งสองคนผงกศีรษะให้โจวเทียนพร้อมกัน
"ฉันมีภารกิจให้พวกนายไปทำ ไปคุ้มครองความปลอดภัยให้คนในตระกูลสวีทั้งสามคนซะ" โจวเทียนออกคำสั่งกับทั้งคู่
"ครับ!"
ทั้งสองคนรับคำสั่งพร้อมกันอย่างแข็งขัน
"จำไว้นะ พวกนายต้องฟังคำสั่งจากสวีรั่วอิ่งเพียงคนเดียวเท่านั้น" เฟิงหลินเอ่ยปากกำชับ
"ครับ!"
เมื่อกี้ทั้งสองคนก็ยืนอยู่ไม่ไกล จึงสังเกตเห็นท่าทีที่โจวเทียนแสดงต่อเฟิงหลินมาตลอด ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าชายหนุ่มคนนี้ต้องเป็นคนใหญ่คนโตระดับวีไอพีแน่นอน
"เดี๋ยวฉันไปกับพวกนายด้วย"
โจวจื่ออิ่งมองเฟิงหลินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ หมอนี่เป็นใครมาจากไหนกันแน่เนี่ย
ขนาดคำพูดของลูกสาวแท้ๆ อย่างเธอยังไม่มีความหมาย แต่เฟิงหลินที่เป็นแค่คนนอก กลับสามารถโน้มน้าวใจพ่อของเธอได้สำเร็จ
"เธอไปไม่ได้ ฉันต้องขอตรวจดูบาดแผลของเธอก่อน ตอนนี้ชีวิตของเธอแขวนอยู่บนเส้นด้ายแล้วนะ"
เฟิงหลินล้วงกระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"นายจะดูบาดแผลฉันเหรอ? นาย..."
"เชื่อฟังที่คุณเฟิงบอกเถอะลูก" โจวเทียนพูดขัดจังหวะโจวจื่ออิ่ง
"พ่อคะ พ่อก็รู้นี่นา ว่าแผลของหนูมันอยู่ตรง..."
โจวจื่ออิ่งเบ้ปาก ยกมือขึ้นปิดหน้าอก ใบหน้าสวยแดงซ่านด้วยความเขินอาย
บาดแผลของเธออยู่ตรงบริเวณหัวใจ ถ้าเธอเป็นผู้ชายมันก็คงไม่เป็นไรหรอก แต่นี่เธอเป็นผู้หญิงนะ แถมยังเป็นจุดสงวนซะด้วย
จะปล่อยให้เฟิงหลินดูได้ยังไงกัน?
เฟิงหลินเผยรอยยิ้มบางๆ "วางใจเถอะ ไซส์ที่เล็กกว่าคัพดีน่ะ ในสายตาผมก็ไม่ต่างอะไรกับผู้ชายหรอกน่า"
[จบแล้ว]