- หน้าแรก
- มาร์เวล: มิวแทนท์คนเดียวในโลกกับระบบเช็คอินรับพลังพิเศษแบบสุ่ม
- บทที่ 35: ศาสตราจารย์ลิซาร์ด!!
บทที่ 35: ศาสตราจารย์ลิซาร์ด!!
บทที่ 35: ศาสตราจารย์ลิซาร์ด!!
หลังจากรู้ว่าร็อดดี้เป็นรุ่นพี่ของตัวเอง เกวนก็คุยกับเขาต่ออย่างออกรสออกชาติ
ทั้งสองหาที่นั่งคุยกัน เล่าเรื่องสนุก ๆ ตอนร็อดดี้ยังเป็นนักเรียน และในขณะเดียวกันก็ฟังเกวนบ่นว่าอาจารย์ที่ปรึกษาเธอเข้มงวดแค่ไหน การจะได้ใบแนะนำเข้าเรียนมหาวิทยาลัยยากเย็นยังไงบ้าง
ระหว่างคุยกัน ร็อดดี้ก็รู้ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของเกวนคือศาสตราจารย์คอนเนอร์
นั่นก็คือศาสตราจารย์ลิซาร์ดชื่อดังนั่นเอง!
แต่ศาสตราจารย์คอนเนอร์ในตอนนี้ยังไม่ได้กลายเป็นกิ้งก่ายักษ์ที่ชอบอาศัยอยู่ในท่อระบายน้ำ ตอนนี้เขายังเป็นศาสตราจารย์ระดับหัวกะทิที่แม้ร่างกายพิการแต่ก็มีความมุ่งมั่นจะพิชิตการปลูกถ่ายยีนข้ามสายพันธุ์
ยิ่งไปกว่านั้น ศาสตราจารย์คอนเนอร์ในโลกนี้ก็แตกต่างจากใน The Amazing Spider-Man เขาไม่ได้ถูกบีบให้ใช้ตัวเองทดลองก่อนที่นอร์แมน ออสบอร์นจะตาย
เพราะนอร์แมน ออสบอร์นในโลกนี้ตายกะทันหัน เดิมทีควรจะมีชีวิตได้อีกประมาณปีหนึ่ง แต่จู่ ๆ ก็จากไปเฉย ๆ
แถมปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ก็ไม่มีพ่อที่เคยทำงานให้กลุ่มออสบอร์นด้วย
ดังนั้นจึงไม่มีสูตรอัลกอริทึมการสลายตัวอะไรทั้งนั้น
ตอนนี้ศาสตราจารย์คอนเนอร์เลยยังไปได้สวย
แม้แต่โครงการวิจัยการปลูกถ่ายยีนข้ามสายพันธุ์ของเขาก็ไม่ได้หยุดเพราะการตายของนอร์แมน ออสบอร์น แต่ยังดำเนินต่อไป
ในฐานะทายาทตระกูลออสบอร์น แฮร์รี่เคยพบศาสตราจารย์คอนเนอร์เป็นการส่วนตัว และคุยกับเขาเกี่ยวกับโครงการวิจัยนี้
พูดถึงเรื่องนี้
แฮร์รี่ในโลกนี้มียีนโรคทางพันธุกรรมของตระกูลออสบอร์นด้วยหรือเปล่า?
ถ้ามี ตอนนี้เขาน่าจะรู้แล้ว
เพราะก่อนนอร์แมน ออสบอร์นจะตาย เขาต้องทิ้งพินัยกรรมไว้ให้ลูกชายแน่นอน และไม่มีทางไม่พูดถึงเรื่องใหญ่แบบโรคทางพันธุกรรมในพินัยกรรม
แต่แฮร์รี่ไม่เคยพูดเรื่องนี้กับร็อดดี้เลย
ไม่รู้ว่าไม่มีจริง ๆ
หรือแค่ไม่อยากพูดถึงเรื่องหนัก ๆ แบบนั้น
หรือว่า...
เขาหาทางแก้ได้แล้ว?
…
คุยกับเกวนอยู่นาน เพราะจริง ๆ แล้วทั้งคู่ก็รู้จักกันมาพักหนึ่งแล้ว เลยกลับมาสนิทกันเร็วมาก
ดังนั้น
ตอนนี้เกวนก็ไม่เรียกร็อดดี้ว่าคุณร็อดดี้อีกแล้ว
มันฟังดูห่างเหินเกินไป
เธอเรียกชื่อเขาตรง ๆ แทน
"โอ๊ะ! จะสี่โมงครึ่งแล้ว!"
เกวนที่คุยเพลินเหลือบมองนาฬิกา เพิ่งรู้ว่าผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
แต่เธอแทบไม่รู้สึกเลยว่าเวลาผ่านไปนานขนาดนั้น
เหมือนเพิ่งผ่านไปไม่กี่นาทีเอง
"เธอยังมีธุระอะไรอีกไหม?"
ร็อดดี้ถาม
เกวนส่ายหน้า
"สี่โมงครึ่งเป็นเวลาเลิกงานของฉันพอดี"
ร็อดดี้ยิ้ม
"งั้นก็ดีเลย ฉันก็จะกลับเหมือนกัน ในเมื่อเธอเลิกงานแล้ว ให้ฉันไปส่งไหม?"
ร็อดดี้พูด
"นายรู้ได้ยังไงว่าเราไปทางเดียวกัน?"
เกวนถามพร้อมรอยยิ้ม
"แค่เธออยู่นิวยอร์กซิตี้ สำหรับฉันมันก็ทางเดียวกันหมด"
ร็อดดี้พูด
"ไม่เชื่อหรอก!" เกวนหัวเราะ แล้วลุกขึ้นพูด "ฉันไปบอกอาจารย์ก่อนนะ แล้วเพื่อเป็นการขอบคุณที่นายช่วยหาบัตรให้ ฉันเลี้ยงข้าวเอง!"
"เกรงใจจังเลย" ร็อดดี้พูด "งั้นจะกินอะไรดีล่ะ?"
เกวนยกมือปิดปากหัวเราะ
"นายนี่ตลกจริง ๆ"
เธอพูด
หลังจากเกวนไปบอกศาสตราจารย์คอนเนอร์แล้ว ทั้งสองก็ขึ้นลิฟต์ลงมาข้างล่าง และออกจากอาคารออสบอร์น
"ขึ้นรถสิ!"
ร็อดดี้เปิดประตูฝั่งคนนั่งให้เกวนอย่างสุภาพ
"นี่รถนายเหรอ?"
เกวนจำได้ว่าครั้งก่อนที่เจอร็อดดี้บนถนน เขาไม่ได้ขับคันนี้
แต่สำหรับคนรวย มีรถหลายคันก็ดูเป็นเรื่องปกติ
คิดได้แบบนั้น เกวนก็ไม่ติดใจอะไรอีก
พอนั่งในรถ เธอกลับรู้สึกว่ารถแพงขนาดนี้ไม่ได้สบายเลย
ยังไม่สบายเท่ารถตำรวจของพ่อเธอด้วยซ้ำ!
"พูดตรง ๆ นะ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมรถคันนี้ถึงขายแพงขนาดนี้"
เธอพูดพลางคาดเข็มขัดนิรภัย
"แพงเหรอ?"
"ฉันว่าไม่เลยนะ"
ร็อดดี้หันไปยิ้มให้เธอ
เกวนกลอกตาใส่เขาอย่างสวย ๆ
อวดชัด ๆ!
อวดเหรอ?
ร็อดดี้ไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองอวดรวยเลย
ถึงจะพูดเล่นก็เถอะ
แต่ลึก ๆ แล้วเขาก็ไม่คิดว่าซูเปอร์คาร์แบบนี้แพงอะไร
พูดแบบนี้แล้วกัน ตอนนี้ทรัพย์สินรวมของร็อดดี้เกินหนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์แล้ว!
ถึงจะเอาเงินไปฝากธนาคารกินดอกแบบวิธีทำกำไรที่ต่ำที่สุด
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังได้ดอกเบี้ยปีละสี่ร้อยล้านดอลลาร์!
เฉลี่ยออกมาก็วันละประมาณหนึ่งจุดหนึ่งล้านดอลลาร์!
ส่วนซูเปอร์คาร์ระดับนี้ในอเมริกาก็ราคาแค่ประมาณหนึ่งล้านดอลลาร์
นั่นหมายความว่า
เงินที่ร็อดดี้ได้ในหนึ่งวัน ก็พอซื้อรถระดับนี้ได้หนึ่งคันแล้ว
งั้นเขาจะคิดว่ามันแพงได้ยังไง?
ของที่คุณซื้อได้ด้วยเงินหนึ่งวัน คุณจะคิดว่าแพงไหม?
ยิ่งไปกว่านั้น เงินของร็อดดี้ไม่ใช่เงินเดือนด้วย
เขาไม่ต้องทำงานก็ได้เงิน
…
ภายในร้านอาหาร
ไฟสลัว
บรรยากาศโรแมนติกเต็มไปหมด
นี่คือร้านธีมคู่รัก ร็อดดี้เป็นคนเลือกทางมา เกวนเลยไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะพาเธอมาที่ไหน
พอมาถึงถึงรู้ว่าคนที่มาที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคู่รัก
ทำเอาเกวนหน้าแดงนิด ๆ
โชคดีที่ไฟในร้านมืดมาก เลยไม่มีใครเห็นว่าเธอกำลังหน้าแดง
"อยากกินอะไร?"
ทั้งสองนั่งตรงข้ามกัน ร็อดดี้เงยหน้าถาม
"ขอดูก่อนนะ"
เกวนเปิดเมนูดู
ปรากฏว่าอาหารในนั้นแพงมาก
แค่หนึ่งจานก็เกินเงินเดือนฝึกงานของเธอทั้งสัปดาห์แล้ว!
ถึงพ่อของเกวนจะเป็นหัวหน้าตำรวจ
แต่ในฐานะหัวหน้าตำรวจที่ซื่อสัตย์สุจริต จอร์จ สเตซี่ไม่ได้มีรายได้มากมายอะไร
อย่างน้อยเมื่อเทียบกับเพื่อนร่วมงานที่มีรายได้เสริมอื่น ๆ เขาก็ถือว่ารายได้น้อย
ดังนั้น
เกวนไม่เคยมาร้านหรูแบบนี้มาก่อน เลยไม่รู้จะสั่งอะไรดี
ร็อดดี้เห็นความกังวลของเธอชัดเจน
"งั้นให้ฉันเดาว่าเธอชอบกินอะไรดีไหม?"
ร็อดดี้พูด
ได้ยินแบบนั้น เกวนมองเขาแล้วพยักหน้า
"ก็ได้ งั้นนายช่วยเลือกให้ฉันแล้วกัน"
เธอพูด
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….