เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 455: ล่านกเค้าแมวระดับ S ฉันก็มีแบ็คเหมือนกัน!

ตอนที่ 455: ล่านกเค้าแมวระดับ S ฉันก็มีแบ็คเหมือนกัน!

ตอนที่ 455: ล่านกเค้าแมวระดับ S ฉันก็มีแบ็คเหมือนกัน!


ถึงกระนั้น เฉินหยางก็ยังรู้สึกว่าหลิงไถของตนสั่นคลอนไปชั่วขณะ

สมองราวกับถูกอัดแก๊สเข้าไปจนเต็มแน่น เกือบจะระเบิดออกมา

กระบวนการทั้งหมด แม้จะเป็นเพียงชั่วพริบตาเดียว แต่ก็ทำให้เฉินหยางรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรง หน้ามืดตาลายจนเกือบจะล้มทั้งยืน

แมลงกินกระดูกที่อยู่รอบข้างก็ได้รับผลกระทบจากแรงกระแทกเช่นกัน ต่างร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย

นี่มัน วิชาบ้าบออะไรกัน?

เฉินหยางยังคงมึนงงอยู่เล็กน้อย

ฟางจวิ้นหนานกลับพุ่งเข้ามาประชิดตัวอีกครั้ง หวังจะฉวยโอกาสนี้ปลิดชีพเฉินหยาง

"เคร้ง!"

เฉินหยางรีบตวัดกระบี่ขึ้นรับมือ

"เปรี้ยะ!"

สายฟ้าแลบแปลบปลาบพุ่งออกมาจากตัวกระบี่อย่างกะทันหัน

"เปรี้ยง!"

ประกายสายฟ้าวิ่งไปตามตัวกระบี่ ฟาดใส่ร่างของฟางจวิ้นหนานในพริบตา

"อ๊าก!"

ฟางจวิ้นหนานร้องเสียงหลง ร่างทั้งร่างถูกสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวซัดจนกระเด็นออกไป

กระบี่สั้นร่วงหล่นลงพื้น เขาถอยหลังกรูดไปหลายก้าว

แขนขวาสั่นระริก เส้นผมชี้ฟูตั้งชัน

แต่ว่า เขากลับยังไม่ล้มลง

ดูเหมือนจะบาดเจ็บไม่สาหัสเท่าไหร่

สาเหตุก็เพราะจื่อเตี้ยนแบตจะหมดแล้ว

เมื่อตอนเที่ยงสู้กับนกเค้าแมวขนขาวตัวนั้น จื่อเตี้ยนที่มีแบตสามขีด ก็ใช้ไปสองขีดกว่าแล้ว เหลือแบตไม่ถึงขีด อานุภาพย่อมลดทอนลงไปมาก

เฉินหยางไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว รีบถือกระบี่พุ่งเข้าใส่ทันที ฉวยโอกาสตอนที่เขาเพลี่ยงพล้ำเอาชีวิตเขาซะ

ฟางจวิ้นหนานในเวลานี้ ร่างกายครึ่งซีกชาหนึบ โดยเฉพาะมือขวาที่ถูกช็อตจนชาไปทั้งแขน ความเจ็บปวดยังไม่ทันจะแผ่ซ่านเข้ามา

เห็นเฉินหยางพุ่งเข้ามาสังหาร ในใจเขารู้ดีว่า ขืนสู้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ไอ้หนูนี่มีลูกเล่นแพรวพราว กระบี่ในมือก็ประหลาดพิกล หากเขางัดไม้ตายออกมา อาจจะเอาชนะได้ แต่ว่า ภารกิจที่มาหลินเจียงในครั้งนี้คงต้องล่มไม่เป็นท่า

"ไป๋เหล่า หนี!"

เขาตะโกนลั่น หยิบลูกแก้วสองลูกออกมา ขว้างลงพื้น

"ปัง..."

ทันใดนั้น ควันขาวก็พวยพุ่งขึ้นมา

ไอพิษห้ากู่สลายวิญญาณ!

เฉินหยางตกใจ รีบถอยหลังหนี

ของแบบนี้ สูดเข้าไปนิดเดียวก็เรื่องใหญ่แล้ว

แม้แต่คางคกทัวร์มาลีน ก็เกรงว่าจะถอนพิษชนิดนี้ได้ยาก

ควันหนาทึบบดบังสายตา เฉินหยางกลั้นหายใจ ใช้เรดาร์ตรวจสอบดู

ฟางจวิ้นหนานกระโดดลงจากเนินเตี้ยที่อยู่ไม่ไกล แล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่าไม้เบญจพรรณอย่างรวดเร็ว

เฉินหยางหยิบธนูสกัดจันทร์ออกมา ยิงออกไปติดต่อกันหลายดอก

"ฟิ้ว..."

ลูกธนูพุ่งออกไป หายวับเข้าไปในป่า แต่ก็ไม่รู้ว่ายิงโดนหรือไม่

"จิว!"

เฉินหยางกำลังจะตามไป ก็ถูกปราณกระบี่พลังจิตสายหนึ่งฟันสวนกลับมา

เขาจำต้องพลิกตัวหลบหลีก

เวลานี้ นกเค้าแมวขนขาวก็เตรียมจะหนีเช่นกัน มันพุ่งตรงเข้ามาหาเฉินหยาง ดูเหมือนอยากจะสั่งสอนเฉินหยางสักหน่อยก่อนจากไป

"ฉัวะ!"

เฉินหยางไม่พูดพร่ำทำเพลง ง้างธนูยิงสวนกลับไปดอกหนึ่ง

"ฉึก!"

ปราณกระบี่พลังจิตสายหนึ่งฟันลงมา ทำลายลูกธนูจนแตกละเอียด

แต่ว่า วินาทีถัดมา ลูกธนูอีกหลายดอกก็พุ่งตามมาติดต่อกัน

นกเค้าแมวขนขาวหลบหลีกติดต่อกัน ถูกลูกธนูสกัดกั้นไว้ ความเร็วลดลงไปไม่น้อย

คางคกทัวร์มาลีนตามมาทัน พ่นไอเย็นสายหนึ่งพุ่งตรงไปที่ด้านหลังของมัน

นกเค้าแมวร้องเสียงหลง รีบหลบหลีกอย่างลนลาน

ราชาพังพอนกระโจนเข้าใส่ กรงเล็บอันแหลมคมตะปบลงบนหลังของนกเค้าแมว ดึงขนหลุดออกมาหลายเส้น

ในวินาทีนี้ นกเค้าแมวดูเหมือนจะเริ่มตื่นตระหนกแล้ว

เพราะการเข้ามาร่วมวงของเฉินหยาง ทำให้จังหวะของมันรวนไปหมด การถูกรุมล้อมจากสามด้าน ทำให้มันตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสมบูรณ์

สถานการณ์ไม่ดี หนีดีกว่า!

เดิมทีมันยังลำพองใจ คิดจะสั่งสอนเฉินหยางสักหน่อยก่อนไป แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ขืนยังไม่รีบหนี คนที่จะถูกสั่งสอนเกรงว่าจะเป็นตัวมันเองเสียมากกว่า

มันกระพือปีกเตรียมจะบินขึ้น

"จี๊ดจี๊ด!"

ราชาพังพอนกระโดดตัวลอย คว้าจับกรงเล็บของมันไว้โดยตรง พยายามจะดึงมันลงมา

"รนหาที่ตาย!"

มันก้มหัวลงเตรียมจะจิกราชาพังพอน

"ฟิ้ว!"

คางคกทัวร์มาลีนยิงไอเย็นมาสายหนึ่ง

มันหลบไม่ทัน ถูกยิงเข้าที่ไหล่

ความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูก ทำให้มันตัวสั่นสะท้าน เกือบจะร่วงหล่นลงมาจากกลางอากาศ

เวลานี้ เฉินหยางพุ่งเข้ามาถึงตัวแล้ว

"ฟึ่บ!"

ตาข่ายผืนใหญ่ครอบลงไปที่ตัวนกเค้าแมวโดยตรง

"จิว!"

นกเค้าแมวสัมผัสได้ถึงอันตราย พยายามดิ้นรนสุดชีวิต จิกราชาพังพอนอย่างบ้าคลั่ง

แต่ว่า ราชาพังพอนกอดรัดมันไว้แน่น ไม่มีความคิดจะปล่อยมือเลยแม้แต่น้อย

ฟึ่บ!

ตาข่ายครอบลงมา ครอบทั้งตัวมันและราชาพังพอนเข้าไปด้วยกัน

ร่วงหล่นลงพื้นในทันที

"เคร้ง!"

เฉินหยางหยิบกระบี่ชื่อเซียวออกมาโดยตรง ก้าวเท้าฉับฉับเดินไปที่หน้าตาข่าย

"ไอ้หนู เจ้ากล้า..."

เมื่อสัมผัสได้ถึงวิกฤตครั้งใหญ่หลวง นกเค้าแมวส่งกระแสจิต คำรามออกมาด้วยความหวาดกลัว

"ฉัวะ!"

เฉินหยางไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย แทงกระบี่ชื่อเซียวลงไป

"ฉึก!"

"อ๊าก!"

พลังจิตสั่นสะเทือน นกเค้าแมวร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวด

"ไอ้หนู เจ้ากล้าฆ่าข้าเหรอ ข้าคือ..."

มันตะโกนก้องอย่างบ้าคลั่ง พยายามใช้ภูมิหลังของตนเองเพื่อให้เฉินหยางเกิดความเกรงกลัว

แต่ว่า คำพูดเหล่านี้ เมื่ออยู่ต่อหน้าเฉินหยาง กลับดูน่าขันสิ้นดี

ในเวลาเช่นนี้ ต่อให้แกร้องขอชีวิตก็ยังไม่แน่ว่าจะรอด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการข่มขู่

นกเค้าแมวยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกราชาพังพอนกัดเข้าที่ลำคอ

เลือดสดถูกดูดดื่มลงคอดังอึกอึก

กรงเล็บของมันตะกุยไปมั่วซั่วบนตัวราชาพังพอน ข่วนจนเกิดรอยเลือดเป็นทางยาว

แต่ว่า ราชาพังพอนกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยปากเลยแม้แต่น้อย

ไม่นาน นกเค้าแมวก็หยุดดิ้นรน ร่างกายที่เกร็งเขม็งค่อยผ่อนคลายลง

แสงประกายในดวงตาอันลึกล้ำคู่หนึ่งค่อยเลือนหายไป มองไม่เห็นความมีชีวิตชีวาอีกต่อไป

มันตายแล้ว!

ตายไปทั้งอย่างนั้น!

บางที มันคงคาดไม่ถึงแม้แต่ในความฝันว่าตัวเองจะต้องมาตายในสภาพแบบนี้

มันเป็นถึงตัวตนระดับขอบเขตวาสนา กลับต้องมาตายอย่างน่าอนาถอยู่ที่นี่

ต้องรู้ก่อนว่า เมื่อครู่นี้มันมีโอกาสหนีรอดไปได้!

หรือจะบอกว่า หากฟางจวิ้นหนานไม่หนีไป พวกมันก็อาจจะไม่แพ้ก็ได้

แต่ว่า ตอนนี้ พูดอะไรไปก็สายเกินแก้แล้ว

ฟ้ามืดจัง หนาวจัง!

สติสัมปชัญญะของมันแตกซ่านอย่างรวดเร็ว ไม่หลงเหลือสัญญาณแห่งชีวิตอีกต่อไป

เฉินหยางเก็บกระบี่ยาวและตาข่ายใหญ่ นั่งลงบนพื้นด้านข้าง

ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมานาน ในที่สุดก็ได้ระบายออกไปเสียที

เหนื่อยชะมัด!

ไม่ได้ต่อสู้ได้สะใจขนาดนี้มานานแล้ว

"ติ๊ง ล่าสัตว์วิญญาณระดับ S [นกเค้าแมว] *1 ได้รับรางวัล [ยาเม็ดกระดูกหยก] *20 ค่าประสบการณ์ +10000 แต้ม!"

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของเฉินหยาง

มุมปากของเฉินหยางเผยรอยยิ้มจางที่แทบสังเกตไม่เห็น

โลกนี้มีความยุติธรรมเสมอ ความพยายามย่อมได้รับผลตอบแทน!

แค่เพื่อยาเม็ดกระดูกหยก 20 เม็ดนี้ ฉันมีเหตุผลอะไรที่จะไม่จัดการแกล่ะ?

เฉินหยางหันกลับไปมอง นกเค้าแมวตัวนั้นถูกราชาพังพอนและคางคกทัวร์มาลีนแบ่งกันกินไปเรียบร้อยแล้ว

ทั้งสองตัวเพิ่งผ่านศึกหนักมา สูญเสียพลังไปไม่น้อย บาดเจ็บก็ไม่เบา เป็นช่วงเวลาที่ต้องการพลังงานจากเลือดเนื้อมาฟื้นฟูร่างกายพอดี

โดยเฉพาะราชาพังพอน เมื่อครู่นี้แสดงความดุดันออกมาได้น่าประทับใจมาก ทำให้เฉินหยางต้องมองมันใหม่

เฉินหยางสะบัดศีรษะไล่ความมึนงง

หัวยังมึนอยู่นิดหน่อย

ฟางจวิ้นหนานโยนอะไรออกมาก็ไม่รู้ ถึงกับระเบิดคลื่นกระแทกพลังจิตที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ออกมาได้ หากไม่ใช่เพราะมีพวกต้นไทรคอยปกป้องไว้ เขาคงเสร็จมันไปแล้วแน่

ลูกศิษย์จากสำนักใหญ่เหล่านี้ ช่างแตกต่างจากคนทั่วไปจริง ลูกเล่นแพรวพราวและน่ากลัวเกินไปหน่อย

ไม่เพียงแต่จะมีเกราะป้องกันกาย ยังมีสัตว์วิญญาณระดับขอบเขตวาสนาคอยคุ้มครอง แถมในมือยังมีลูกเล่นเหล่านั้นอีก ร่ำรวยเกินไปแล้ว แตกต่างจากคู่ต่อสู้ที่เฉินหยางเคยเจอมาก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง

เขาตรวจสอบดู แมลงกินกระดูกระดับ A สิบกว่าตัว ถึงกับตายไปตั้งห้าตัว

น่าเสียดายชะมัด

นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เขาเลี้ยงแมลงกินกระดูกมาที่มีความสูญเสียมากมายขนาดนี้

แต่ยังดีที่เขาเก็บนกเค้าแมวตัวนั้นเอาไว้ได้

ก็ถือว่าไม่ขาดทุนเท่าไหร่

ส่วนฟางจวิ้นหนาน หนีไปแล้วก็ช่วยไม่ได้

เฉินหยางก็ไม่กล้าบีบคั้นเขาจนเกินไป สุนัขจนตรอกย่อมกัดไม่เลือก ใครจะไปรู้ว่าเขายังมีไม้ตายอะไรซ่อนอยู่อีกบ้าง

ต้องรู้ไว้ว่า เจ้านี่ถึงกับกล้าบุกเข้าป่ามาคนเดียว เตรียมตัวจะไปปราบมังกรเชียวนะ

จะบอกว่าเจ้านี่โง่งั้นเหรอ?

ก็ไม่น่าใช่

เขาจะไม่รู้หรือว่ามังกรวารีหมายถึงอะไรถึงได้วิ่งแจ้นมาหาที่ตาย?

เขาต้องมีการเตรียมตัวมาอย่างดีแน่นอน

……

...

เขาหวงฉี แข็งแกร่งขนาดนี้เชียวเหรอ?

สีหน้าเฉินหยางมืดครึ้ม ข้อมูลที่หวังเยวี่ยนเฉาให้มา เขาหวงฉีแห่งนี้มียอดฝีมือระดับขอบเขตวาสนาอยู่ถึง 3 คน

ในบรรดาห้าสำนัก ขอบเขตวาสนา 3 คน ยังจะนับว่าเป็นอันดับรั้งท้ายได้อีกหรือไง?

ไม่น่าใช่กระมัง?

เฉินหยางนึกถึงอารามจื่อเสียแห่งเขาเหล่าจวิน

เรื่องราวมันช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน แฟนเก่าของหลิวเหิงหู่ ฟางเสวี่ยถิง ก็แต่งงานครั้งที่สองไปที่อารามจื่อเสีย แถมยังเป็นถึงภรรยาเจ้าสำนักอารามจื่อเสียอีกด้วย

นับดูแล้ว ฟางจวิ้นหนานก็คือน้องภรรยาของเจ้าสำนักอารามจื่อเสียนั่นเอง

เรื่องนี้ จะพัวพันไปถึงอารามจื่อเสียด้วยหรือไม่?

เฉินหยางใจหายวาบ ทันใดนั้นก็นึกถึงความเป็นไปได้ข้อหนึ่งขึ้นมา

หากบอกว่า แค่ไปล่วงเกินเขาหวงฉีที่เดียวก็ยังพอทน เฉินหยางก็ไม่ได้กลัวการแก้แค้นของอีกฝ่ายนัก

แต่ว่า หากพัวพันไปถึงอารามจื่อเสีย เรื่องนี้เกรงว่าจะยุ่งยากขึ้นมาแล้ว

……

...

ละทิ้งความคิดฟุ้งซ่าน เฉินหยางหันไปดูอาการของพวกหลิวเหิงหู่ก่อนเป็นอันดับแรก

โดน [ไอพิษห้ากู่สลายวิญญาณ] เข้าไป กำลังหลับใหลไม่ได้สติ เกรงว่าคงยังไม่ตื่นขึ้นมาโดยง่ายในเร็ววันนี้

โชคดีที่ [ไอพิษห้ากู่สลายวิญญาณ] นี้ ร่างกายจะขับออกไปได้เองภายในเวลาครึ่งวัน รอจนพวกเขาตื่นขึ้นมา บางทีอาจจะแค่รู้สึกอ่อนเพลีย ร่างกายอ่อนแอ กินเยอะ บำรุงหน่อยก็น่าจะหาย

ล่อม้าก็เช่นกัน

เฉินหยางไม่ได้สนใจอีก ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วโทรออกไปสายหนึ่ง

"เสี่ยวหยาง? ทำไมโทรมาดึกป่านนี้?"

ปลายสาย มีเสียงผู้หญิงที่ไพเราะดังขึ้น

เฉินหยางนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง "น้าเสี่ยวครับ ผมเจอเรื่องเข้าแล้วล่ะครับ!"

ปลายสายคือหลี่ชุนเสี่ยวนั่นเอง

เฉินหยางเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้หลี่ชุนเสี่ยวฟังรอบหนึ่ง

ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ บางทีอาจจะตกใจกับคำพูดของเฉินหยาง

"น้าเสี่ยวครับ ฟังอยู่หรือเปล่าครับ?" เฉินหยางถาม

หลี่ชุนเสี่ยวได้สติกลับมา "ฟังอยู่..."

เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โทรศัพท์กลับถูกคนแย่งไปเสียก่อน

"เสี่ยวหยาง นี่น้ายายนะ..."

"น้ายาย!"

แม้จะคุยผ่านโทรศัพท์ แต่ร่างกายของเฉินหยางก็ยืดตรงขึ้นโดยอัตโนมัติ

ปลายสายคือกวนเหม่ยฉีนั่นเอง

กวนเหม่ยฉีกล่าว "จะบอกอะไรให้นะ ฆ่าก็คือฆ่า ไม่ต้องกลัว เรื่องอื่นเธอไม่ต้องสนใจ น้ายายจะช่วยเธอจัดการเอง..."

เฉินหยางได้ยินดังนั้น ก็รู้สึกโล่งใจ "แต่ว่า ผมกลัวว่าเรื่องนี้จะพัวพันไปถึงอารามจื่อเสีย..."

"พัวพันแล้วจะทำไม? ขนาดไม่มีเหตุผลฉันยังเถียงคอเป็นเอ็น นับประสาอะไรกับพวกเราเป็นฝ่ายถูก จะกลัวอะไร? ถ้าฉันเป็นเธอนะ ฉันจะจัดการไอ้เด็กนั่นไปพร้อมกันเลย จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลทีหลัง..."

……

คำพูดนี้ของกวนเหม่ยฉี ช่างโอหังและเผด็จการถึงที่สุด

ดูเหมือนจะไม่ได้เห็นเขาหวงฉี ไม่ได้เห็นอารามจื่อเสียอยู่ในสายตา

เขาหวงฉีก็ว่าไปอย่าง แต่อารามจื่อเสียนั่น มียอดฝีมือระดับขอบเขตเต๋าแท้อยู่นะ

หลังจากวางสายไปแล้ว เฉินหยางยังคงยืนตัวตรงอยู่อย่างนั้น

คงไม่ได้แค่ดีแต่พูดหรอกใช่ไหม?

ภูมิหลังของน้ายายดูเหมือนจะยิ่งใหญ่มาก ไม่แน่ว่า อาจจะไม่เห็นสำนักยุทธภพเหล่านี้อยู่ในสายตาจริงก็ได้

ช่างเถอะ เฉินหยางก็ไม่ได้คิดอะไรมากอีก

ฉันเองก็มีแบ็คเหมือนกันนะ

ตอนนี้ค่อยจัดการไปทีละเรื่องก่อน เรื่องด่วนที่สุดคือต้องจัดการราชามังกรดำให้เสร็จก่อนค่อยว่ากัน

……

...

เช้าวันรุ่งขึ้น

พวกหลิวเหิงหู่นอนตื่นสายมาก ตื่นมาก็ตะวันโด่ง สิบโมงกว่าแล้ว

แต่ละคนรู้สึกปวดเมื่อยไปทั้งตัว หิวโหยและอ่อนเพลีย รวมถึงหลิวเหิงหู่ด้วย ต่างก็รู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก ภายในทะเลปราณ ลมปราณเหลืออยู่เพียงน้อยนิด

เกิดอะไรขึ้น?

คืนนี้ เหมือนฝันไปยาวนานเหลือเกิน

เฉินหยางตื่นแต่เช้า ทำอาหารเช้าให้พวกเขาเรียบร้อย ใส่ยาเม็ดบำรุงปราณและโลหิตสกัดลงไปหน่อย รวมไปถึงอาหารม้าก็ใส่ลงไปบ้างเหมือนกัน

กินข้าวเสร็จมื้อหนึ่ง ก็ถือว่าฟื้นตัวขึ้นมาได้ไม่น้อย

เฉินหยางเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนให้หลิวเหิงหู่ฟัง

หลิวเหิงหู่ฟังจบ ก็ตกใจเป็นอย่างมาก

"ฟางจวิ้นหนาน?"

หลิวเหิงหู่ขมวดคิ้ว "คนคนนี้ฉันรู้จัก เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องของเสวี่ยถิง เมื่อก่อนก็เป็นแค่ลูกเศรษฐีที่ไม่เอาถ่าน พอเสวี่ยถิงแต่งงานไปที่เขาเหล่าจวิน เขาหวงฉีก็ได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากอารามจื่อเสียไม่น้อย คนคนนี้ก็พลอยได้รับอานิสงส์ไปด้วย ระดับพลังก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว อายุยี่สิบกว่าก็เข้าสู่ขอบเขตวิญญาณแล้ว กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการผู้บำเพ็ญเพียรในประเทศ แต่ว่า ชื่อเสียงของเขาในวงการไม่ค่อยดีนัก มักจะใช้วิชาแปลงโฉมทำเรื่องเสื่อมเสียศีลธรรมอยู่บ่อยครั้ง..."

หลิวเหิงหู่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับฟางจวิ้นหนานให้ฟังยืดยาว สรุปก็คือคนคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไร

"เขาหวงฉีในตอนนี้มีอารามจื่อเสียเป็นแบ็คให้ ยิ่งผยองกว่าเมื่อก่อนเยอะ คนคนนี้ใจคอคับแคบ ต้องกลับมาแก้แค้นแน่นอน..."

หลิวเหิงหู่รู้สึกกังวลอยู่บ้าง

เฉินหยางกล่าว "จะแก้แค้นก็แก้แค้นไปเถอะ ตอนนี้ผมไม่มีเวลามาสนใจเขาหรอก รอให้แก้ปัญหาตรงหน้าเสร็จก่อน แล้วค่อยไปคิดบัญชีกับเขา..."

หลิวเหิงหู่กล่าว "น้องชาย เรื่องนี้ยุ่งยากจริง แต่ว่า เท่าที่ฉันรู้ ผู้อาวุโสเฉียวหงจวินก็เป็นศิษย์ของอารามจื่อเสีย แถมยังมีตำแหน่งในอารามจื่อเสียค่อนข้างสูง ถ้านายอยากจะไกล่เกลี่ย สู้หาโอกาสให้ผู้อาวุโสเฉียวช่วยเป็นคนกลางให้ไม่ดีกว่าเหรอ..."

"เหอะ พี่หู่ พี่กำลังสอนให้ผมยอมแพ้เหรอครับ?" เฉินหยางกล่าว

หลิวเหิงหู่ส่ายหน้า "การถอยชั่วคราว ไม่นับว่ายอมแพ้ นายไม่จำเป็นต้องหาเรื่องศัตรูที่แข็งแกร่งขนาดนั้นใส่ตัว พูดถึงที่สุด เขาก็แค่ต้องการมังกรวารีตัวนั้น ถ้าเขามีปัญญาฆ่ามังกรวารีตัวนั้นได้ ก็ถือว่าช่วยลดภาระให้นายไม่ใช่เหรอ?"

เฉินหยางชะงักไปเล็กน้อย

ความจริงแล้ว สิ่งที่หลิวเหิงหู่พูดก็มีเหตุผล แต่ว่า นี่ดูไม่เหมือนคำพูดที่หลิวเหิงหู่จะพูดออกมาได้

หลิวเหิงหู่คนนี้ ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง จะมาสอนให้คนยอมแพ้ได้ยังไง?

เฉินหยางเปิดระบบ ตรวจสอบข้อมูลของหลิวเหิงหู่

เมื่อยืนยันว่าเป็นตัวจริง ถึงได้วางใจ

เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะตัวเอง แค่ฟางจวิ้นหนานคนเดียว ทำเอาเขาหวาดระแวงไปหมด

เฉินหยางกล่าว "พี่หู่ คงไม่ใช่เพราะแฟนเก่าพี่เป็นคนตระกูลฟาง พี่ก็เลย..."

"นายคิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย!"

หลิวเหิงหู่มองเฉินหยางอย่างจนใจ ทั้งขำทั้งสลดใจ "ฉันแค่กลัวนายไปล่วงเกินตัวตนที่แตะต้องไม่ได้ นายเป็นคนที่มีพรสวรรค์ในการฝึกฝนมากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา นายยังหนุ่มขนาดนี้ ควรจะรู้จักเก็บซ่อนคมงำประกาย ถ้าทำตัวเด่นเกินไป จะนำภัยมาสู่ตัวเองและครอบครัวได้ง่าย น่าเสียดายที่พี่หู่ของนายไม่มีความสามารถ เรื่องนี้ฉันช่วยไม่ได้จริง..."

คนตระกูลฟางแห่งเขาหวงฉี เดิมทีก็ไม่ชอบขี้หน้าหลิวเหิงหู่อยู่แล้ว เขาจะไปช่วยเฉินหยางไกล่เกลี่ยความแค้นได้ยังไง?

"พี่หู่ อย่าพูดแบบนั้นสิครับ!"

เฉินหยางส่ายหน้า "เรื่องเขาหวงฉี ผมมีวิธีรับมือของผมเอง เวลาเหลือน้อยแล้ว ทุกคนต้องลำบากกันหน่อย ก่อนฟ้ามืดวันนี้ ต้องส่งหมูพวกนี้ให้ถึงที่หมาย อีกอย่าง..."

พูดถึงตรงนี้ เฉินหยางก็กวักมือเรียกหลิวเหิงหู่ ให้เขาเอาหูเข้ามาใกล้

"ซุบซิบซุบซิบ... พี่หู่ พี่ทำแบบนี้ แบบนี้ แล้วก็แบบนี้นะ..."

เฉินหยางกระซิบข้างหูเขาอยู่นาน

"หา นี่มัน..."

ไม่รู้ว่าพูดอะไรกัน สีหน้าหลิวเหิงหู่เปลี่ยนไปเล็กน้อย มองเฉินหยางอย่างตกตะลึง

"พี่หู่ พี่คงจะไม่ปฏิเสธที่จะช่วยผมหรอกใช่ไหมครับ?" เฉินหยางกล่าว

หลิวเหิงหู่ได้สติกลับมา ส่ายหน้าอย่างตะกุกตะกัก "นี่มันจะ..."

เฉินหยางตบไหล่เขา "พี่หู่ ทำตามที่ผมบอก พวกเราจะไม่มีใครเดือดร้อนแน่นอน ถ้าพี่ลำบากใจ ก็ถือซะว่าผมไม่ได้พูดก็แล้วกัน..."

หลิวเหิงหู่ยิ้มขื่น "ก็ได้ เอาตามนี้แหละ!"

ทั้งสองคนไม่รู้ว่ากำลังเล่นลิ้นอะไรกันอยู่

หลังอาหารเช้า ทุกคนได้รับยาของเฉินหยางช่วย เรี่ยวแรงก็ฟื้นกลับมาได้ไม่น้อย หลิวเหิงหู่เรียกทุกคน จูงล่อม้า ออกเดินทางต่อ

ครั้งนี้ เฉินหยางไม่ได้เดินทางไปด้วย แต่ตามหลังกองคาราวานม้าอยู่ห่างออกไป

เมื่อคืน ถึงเฉินหยางจะเก็บนกเค้าแมวตัวนั้นไว้ได้ แต่เขาก็ไม่คิดว่าฟางจวิ้นหนานจะยอมรามือ

ฟางจวิ้นหนานวางแผนมาอย่างดี ก็เพื่อมังกรวารี จะยอมเลิกราโดยง่ายได้ยังไง?

ดังนั้น ตลอดทางนี้ ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นอีก!

เมื่อคืนเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหัน เฉินหยางไม่ได้คิดให้รอบคอบ พอมาทบทวนดูทีหลัง ก็รู้สึกว่าวิธีจัดการของตัวเองเมื่อคืน มันออกจะรุนแรงไปหน่อย

ที่จริงแล้วมีวิธีจัดการที่ดีกว่านี้

เขาคิดมาทั้งคืน คิดแผนชั่วร้ายขึ้นมาได้แผนหนึ่ง บางทีอาจจะกำจัดฟางจวิ้นหนานได้

แต่เรื่องนี้ต้องให้หลิวเหิงหู่ร่วมมือด้วย อีกอย่าง ก็ต้องดูว่าเจ้าฟางจวิ้นหนานนั่นจะกล้าโผล่หัวออกมาอีกหรือเปล่า

เจ้านี่ดั้นด้นมาไกลขนาดนี้ ต้องไม่ยอมแพ้แน่ แต่เขาก็ไม่รู้ตำแหน่งที่แน่นอนที่มังกรวารีถูกสะกดไว้ ดังนั้น ก็ต้องลงมือกับพวกเฉินหยางนี่แหละ

เวลาเหลือไม่มากแล้ว อย่างช้าที่สุดพรุ่งนี้เช้า กำลังเสริมที่เฉียวหงจวินขอมาก็จะถึงหุบเขาหมี่เซี่ยน ก่อนหน้านั้น ถ้าฟางจวิ้นหนานไม่ลงมือ เรื่องปราบมังกรก็คงไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว

ถ้าเขามีความสามารถปราบมังกรได้จริง ก็ต้องไม่จากไปไหนแน่ ต้องโผล่หัวออกมาอีกแน่นอน

เฉินหยางจงใจทิ้งห่าง ก็เพื่อเปิดโอกาสให้เขา

……

...

เฉินหยางตามไปเรื่อย ไม่ช้าไม่เร็ว ระยะห่างจากกองคาราวานม้าค่อยเพิ่มขึ้น

ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร ใกล้เที่ยง ก็มาถึงศาลพญางู

พวกหลิวเหิงหู่รีบเดินทาง ไม่ได้หยุดพักที่ศาลพญางู

ศาลพญางูตอนนี้กลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้ว ไม่เหมาะแก่การพักแรม พวกเขาเตรียมจะเดินรวดเดียวไปให้ถึงยอดเขาหมางหลงค่อยพัก จากศาลพญางูไปยอดเขาหมางหลง ตลอดทางเป็นทางลงเขา เดินค่อนข้างง่าย

ถ้าเป็นแบบนี้ บ่ายนี้พวกเขาก็สามารถส่งหมูพวกนี้ไปถึงหุบเขาหมี่เซี่ยนก่อนฟ้ามืดได้อย่างสบาย

ตอนที่เฉินหยางมาถึงศาลพญางู พวกหลิวเหิงหู่ก็จากไปพักใหญ่แล้ว!

หน้าซากปรักหักพังของศาลเจ้า เฉินหยางหยุดฝีเท้า สายตามองไปที่กำแพงผุพังที่อยู่ไกลออกไป

มุมปากเผยรอยยิ้มบาง

ระเบิด C4 ลูกหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของเฉินหยาง

ไม่นาน ก็ขว้างออกไป

"หา?"

เสียงร้องอุทานสองเสียงดังขึ้น วินาทีถัดมา เงาร่างสองสายก็กระโดดออกมาจากหลังกำแพงผุพัง

"ตู้ม!"

เสียงระเบิดดังสนั่น

เศษกระเบื้องปลิวว่อน!

พื้นดินสั่นสะเทือน

อันตรายชะมัด เกือบโดนระเบิดแล้ว

"ไอ้หนู แกทำอะไรน่ะ?"

ชายวัยกลางคนสองคนกลิ้งตัวไปบนพื้น จากนั้นลุกขึ้นยืน มองเฉินหยางด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกใจ

จบบทที่ ตอนที่ 455: ล่านกเค้าแมวระดับ S ฉันก็มีแบ็คเหมือนกัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว