- หน้าแรก
- พลิกวิกฤตวัยกลางคน ด้วยระบบข่าวกรองรายวัน!
- บทที่ 400 ยอมจำนน
บทที่ 400 ยอมจำนน
บทที่ 400 ยอมจำนน
บทที่ 400 ยอมจำนน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางลานบ้าน สร้างความตกตะลึงให้แก่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงกลุ่มของพี่เฉวียนเองด้วย สายตาที่พวกเขามองเสี่ยวอู่ในตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
มือที่ฉีอวิ๋นถือบุหรี่ค้างอยู่กลางอากาศ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
เขาคิดไว้แล้วว่าเสี่ยวอู่ต้องเก่งมาก แต่ไม่นึกว่าจะเก่งกาจถึงระดับนี้!
"ตึก ตึก ตึก"
เสียงเกี๊ยะไม้กระทบพื้นดังขึ้น ฉีอวิ๋นเงยหน้ามองไป เห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากสวนหลังบ้านที่ปลายระเบียงทางเดิน ซึ่งในกลุ่มนั้นมีฮาโตยามะ อาริโมโตะ และยามาโมโตะ อิจิโร่อยู่ด้วย!
ฮาโตยามะ อาริโมโตะถูกนินจาหลายคนห้อมล้อมเดินเข้ามาใกล้ เมื่อเขาเห็นลูกน้องนอนระเนระนาดอยู่บนพื้น และนินจาที่อยู่ในสภาพสะบักสะบอม สีหน้าของเขาก็มืดมนจนแทบจะมีน้ำหยดออกมา แววตาฉายประกายอำมหิต
"ขะ... เขาคือฉีอวิ๋นครับ" ยามาโมโตะ อิจิโร่ที่หลบอยู่ข้างหลังพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
นับตั้งแต่เห็นหน้าฉีอวิ๋น เขาก็สำนึกได้ทันทีว่าตนเองได้หาเรื่องใส่ตัวครั้งใหญ่หลวงเพียงใด
"บาก้า!" ฮาโตยามะ อาริโมโตะกำหมัดแน่น ชักปืนพกออกมาจากเอวด้านหลง เล็งไปที่กลุ่มของฉีอวิ๋นเตรียมจะลั่นไก: "ฆ่าพวกมันให้หมด!"
ทว่า ทันทีที่เขาสิ้นเสียงพูด แขนที่ถือปืนยังยกขึ้นไม่ทันพ้นระดับอก ก็มีเสียงปืนดังขึ้น "ปัง!" สนั่นลานบ้าน
ความเหี้ยมเกรียมบนหน้าฮาโตยามะ อาริโมโตะยังไม่ทันจางหาย เขาก็รู้สึกเจ็บปวดเสียดแทงที่ข้อมือ ปืนพกร่วงหล่นลงพื้นดัง "เคร้ง" เลือดไหลหยดจากฝ่ามือลงสู่พื้น
เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความตระหนก จึงพบว่าพี่เฉวียนชักปืนออกมาตอนไหนไม่รู้ และกระสุนนัดเมื่อครู่ก็เป็นฝีมือของพี่เฉวียนที่ยิงเข้าใส่ข้อมือของเขาอย่างแม่นยำ
"บาก้า!"
นินจาหลายคนที่อยู่รอบๆ ตะโกนลั่น ชักดาบเตรียมจะพุ่งเข้าใส่
"ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ!"
ลูกทีมที่เหลือข้างกายฉีอวิ๋นพร้อมใจกันยกปืนขึ้น เล็งไปที่กลุ่มนินจาเตรียมลั่นไกได้ทุกเมื่อ
ปากกระบอกปืนสีดำสนิทเล็งตรงไปที่เหล่านินจา ทำให้คนที่กำลังจะพุ่งตัวเข้ามาต้องชะงักนิ่งค้างอยู่ที่เดิม
วิชาตัวเบาของนินจาอาจจะดูลึกลับและรวดเร็ว จนสามารถหลบกระสุนได้บ้างในบางกรณี แต่นั่นก็มีขีดจำกัด
ถ้าเป็นปืนกระบอกเดียว อาจจะพยายามหลบหลีกได้ แต่ตอนนี้มีปืนถึงเก้ากระบอก!
นอกจากพี่เฉวียนแล้ว ลูกทีมอีกสี่คนถือปืนคนละสองกระบอกด้วยมือทั้งสองข้าง ซึ่งเพียงพอที่จะสร้างม่านกระสุนครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งหมด ไม่มีทางหลบพ้นแน่นอน
บรรยากาศพลันเข้าสู่ภาวะคุมเชิงกันจนอากาศดูหนักอึ้ง
ฉีอวิ๋นทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้นแล้วเหยียบให้ดับ จากนั้นจึงหันไปมองฮาโตยามะ อาริโมโตะ แล้วพูดอย่างเนิบนาบว่า: "ส่งของของผมคืนมาเถอะ คุณน่าจะรู้ดีว่าผมหมายถึงอะไร"
ฮาโตยามะ อาริโมโตะใช้มืออีกข้างกุมข้อมือที่ถูกยิงไว้ จ้องมองฉีอวิ๋นด้วยใบหน้าเขียวคล้ำ: "แกรรู้ไหมว่าแกกำลังทำอะไรอยู่!"
ฉีอวิ๋นเมินเฉยต่อสายตานั้น ตอบกลับเรียบๆ : "คุณไม่ต้องมาขู่ผมหรอก ถ้าผมกลัวคำขู่ของคุณ ผมคงไม่มาที่นี่"
ฮาโตยามะ อาริโมโตะถูกตอกกลับจนสีหน้ายิ่งดูแย่ลงไปอีก แววตาฉายความอำมหิตออกมาอย่างเปิดเผย
ในฐานะผู้รับผิดชอบตระกูลฮาโตยามะในเขตเกียวโต จะบอกว่าเขาคือจักรพรรดิใต้ดินของเกียวโตก็ไม่เกินจริงนัก เขาไม่เคยถูกใครลบหลู่ดูหมิ่นขนาดนี้มาก่อน
"ดี! ดีมากที่ไม่กลัวคำขู่! แกคิดว่าพาคนมาไม่กี่คน ถือปืนไม่กี่กระบอก แล้วจะมาล่วงละเมิดตระกูลฮาโตยามะได้งั้นเหรอ?"
"แกจะต้องชดใช้ให้กับความโง่เขลาของแก!" ฮาโตยามะ อาริโมโตะแสยะยิ้มเย้ยหยัน ท่าทางยังคงโอหัง แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็ยังไม่เชื่อว่าฉีอวิ๋นจะกล้าฆ่าเขา
ฉีอวิ๋นรำคาญคนประเภทที่อวดดีเกินขีดจำกัดแบบนี้ที่สุด เขาจึงส่งสายตาให้พี่เฉวียน
พี่เฉวียนเหนี่ยวไกปืนลั่นกระสุนออกไปอีกครั้ง
"ปัง ปัง!" เสียงปืนดังติดกันสองนัด
ในเสี้ยววินาทีที่กระสุนพุ่งออกไป นินจาคนหนึ่งกระโดดเข้ามาขวางหน้าฮาโตยามะ อาริโมโตะไว้ กระสุนกรีดผ่านอากาศพุ่งเข้าใส่ที่น่องของนินจาคนนั้น
เดิมทีพี่เฉวียนตั้งใจจะยิงเข้าที่เข่าของฮาโตยามะ อาริโมโตะ แต่นึกไม่ถึงว่าจะถูกนินจาเข้ามาบังไว้ได้ทัน
ต้องยอมรับว่านินจาพวกนี้จงรักภักดีจริงๆ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์ที่อาจถึงแก่ชีวิตได้ทุกเมื่อ แต่กลับไม่มีใครถอยหนีเลยสักคนเดียว
นินจาที่ถูกยิงที่น่องส่งเสียงครางเบาๆ ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น เลือดไหลทะลักออกมาตามขากางเกง
ฮาโตยามะ อาริโมโตะดวงตาแดงก่ำราวกับจะฆ่าฉีอวิ๋นด้วยสายตา เขาคาดไม่ถึงว่ากลุ่มของฉีอวิ๋นจะลงมืออย่างอุกอาจไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมขนาดนี้
"ถึงคุณจะเป็นคนในตระกูลฮาโตยามะ แต่คุณก็เป็นตัวแทนของตระกูลฮาโตยามะไม่ได้"
ฉีอวิ๋นพูดด้วยน้ำเสียงสงบ ก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือ แล้วพูดต่อว่า "ผมให้เวลาคุณสองนาทีในการตัดสินใจ จะส่งของของผมคืนมา หรือจะให้ผมสั่งให้คนเท 'แป้ง' สองตันที่คุณเก็บไว้ในโกดังที่ท่าเรือทิ้งลงทะเลให้หมด"
"ถ้าคุณไม่เชื่อ ผมอนุญาตให้คุณโทรศัพท์ไปตรวจสอบกับลูกน้องได้เลย"
แป้ง (ยาเสพติด) !?
เมื่อฮาโตยามะ อาริโมโตะได้ยินคำนี้ รูม่านตาก็หดเล็กลงทันที แววตาที่ดุดันเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก
ฉีอวิ๋นรู้ได้อย่างไรว่าเขาซ่อนของไว้ที่ไหน!?
เมื่อเห็นท่าทีที่ดูเหมือนคุมสถานการณ์ไว้ได้หมดของฉีอวิ๋น ฮาโตยามะ อาริโมโตะก็เริ่มใจคอไม่ดี เขารีบหยิบโทรศัพท์กดเบอร์ลูกน้องทันที ทว่าคนที่รับสายที่ปลายทางกลับเป็นคนจีนคนหนึ่ง......
นั่นทำให้หัวใจของเขาดิ่งวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที
แป้งสองตันนั่นคือแหล่งรายได้หลักของเขาในเดือนหน้า หากถูกฉีอวิ๋นเทลงทะเลจริงๆ ไม่เพียงแต่เงินทุนหลายร้อยล้านเยนจะมลายหายไปเท่านั้น แต่หากเขาขาดส่งของขึ้นมา เขาจะสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในเกียวโตไปทันที
เพราะธุรกิจค้ายาเสพติดคือกำไรมหาศาล คนที่ทำธุรกิจนี้ไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว กลุ่มอิทธิพลใหญ่ๆ ที่มีเบื้องหลังแข็งแกร่งต่างก็จ้องจะตะครุบตลาดนี้อยู่
แม้ชื่อชั้นของตระกูลฮาโตยามะจะยิ่งใหญ่ แต่ต่อหน้าผลประโยชน์มหาศาล พลังข่มขู่ย่อมมีขีดจำกัด
และหากตลาดสูญเสียไปแล้ว ย่อมเป็นการยากที่จะแย่งชิงกลับคืนมาได้ ผลที่ตามมาคือความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้
ในขณะที่เขากำลังสับสนวุ่นวายใจ เสียงของฉีอวิ๋นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"เหลือเวลาอีกหนึ่งนาที"
ฮาโตยามะ อาริโมโตะเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ท่าทีโอหังหายไปสิ้น เขาถามด้วยเสียงหนักพร่าว่า: "คุณแน่ใจนะว่าต้องการจะเป็นศัตรูกับตระกูลฮาโตยามะ?"
ฉีอวิ๋นแสยะยิ้ม: "ผมบอกคุณไปแล้วไง ว่าคุณเป็นตัวแทนตระกูลฮาโตยามะไม่ได้ ถ้าไม่เชื่อคุณลองโทรศัพท์ไปที่กรมตำรวจดูสิ ว่าจะมีใครออกมาช่วยคุณไหม"
พูดพลางก้มมองนาฬิกาอีกครั้ง "แต่คุณต้องรีบหน่อยนะ เหลือเวลาแค่ครึ่งนาทีแล้ว"
ฮาโตยามะ อาริโมโตะมึนงงไปหมดกับคำพูดของฉีอวิ๋น เขาไม่เข้าใจว่าฉีอวิ๋นหมายความว่าอย่างไร กรมตำรวจเกียวโตเดิมทีก็เป็นคนของตระกูลฮาโตยามะ แล้วจะมีทางที่จะไม่ยื่นมือมาช่วยเขาได้อย่างไร?
"3"
"2"
"1"
สิ้นเสียงนับถอยหลังของฉีอวิ๋น พี่เฉวียนก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดปุ่มโทรออก
"บอกคำตอบของคุณมา" ฉีอวิ๋นจ้องตาฮาโตยามะ อาริโมโตะแล้วถาม
ฮาโตยามะ อาริโมโตะจ้องมองแววตาของฉีอวิ๋น แล้วชำเลืองมองโทรศัพท์ในมือพี่เฉวียนที่กำลังโทรออก เขาเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่: "ของที่คุณต้องการไม่ได้อยู่ที่นี่ ผมส่งคนนำไปมอบให้ฮาโตยามะ คิอิจิที่โตเกียวแล้ว"
แววตาฉีอวิ๋นฉายรังสีอำมหิตออกมาทันที ไม่ได้อยู่ที่นี่งั้นเหรอ!?
เพื่อตรวจสอบว่าอีกฝ่ายโกหกหรือไม่ เขาถึงขั้นใช้ระบบตรวจสอบข่าวกรอง (แต่ระบบบอกว่าข้อมูลบุคคลนี้ไม่สามารถเข้าถึงได้)
หลังจากนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ฉีอวิ๋นจึงเปิดปากพูด: "โทรศัพท์หาเขาเดี๋ยวนี้ สั่งให้เอาของของผมกลับคืนมาทันที"