- หน้าแรก
- เซียนกระบี่ขับเจ็ต : ระบบเข้าใจผิด คิดว่าเครื่องบินคือกระบี่เหิน!
- บทที่ 440 ที่ปรึกษาหานท่านนี้ เป็นคนซื่อตรงจริงๆ
บทที่ 440 ที่ปรึกษาหานท่านนี้ เป็นคนซื่อตรงจริงๆ
บทที่ 440 ที่ปรึกษาหานท่านนี้ เป็นคนซื่อตรงจริงๆ
บทที่ 440 ที่ปรึกษาหานท่านนี้ เป็นคนซื่อตรงจริงๆ
เหนือเกาะเขี้ยวมังกร แสงสีเงินสายหนึ่งฉีกกระชากทะเลเมฆ พร้อมกับเสียงหวีดหวิวที่ทุ้มต่ำ ร่อนลงจอดบนลานจอดเครื่องบินของท่าเรือทหารหลักอย่างแม่นยำ
ประตูห้องนักบินเปิดออก หานเฟิงในชุดลำลองก้าวลงมาจากเครื่องทดสอบ X-01
ผู้ดูแลป้องกันหลิวเจิ้นรออยู่ที่นี่นานแล้ว เขามองดูชายหนุ่มตรงหน้า แล้วมองดูเครื่องบินรบที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายไซไฟ ในใจรู้สึกหลากหลายอารมณ์
นี่เพิ่งผ่านไปนานแค่ไหนกัน แรงกดดันจากชายท่านนี้ดูเหมือนจะแข็งแกร่งขึ้นอีกช่วงใหญ่แล้ว
"ที่ปรึกษาหาน ท่านมาแล้ว" หลิวเจิ้นรีบเข้าไปต้อนรับ พร้อมกับฝืนยิ้มอย่างนอบน้อม
"อืม นำทัพไปเถอะ" หานเฟิงพยักหน้า พูดสั้นๆ ได้ใจความ
หลิวเจิ้นไม่กล้าชักฃ้า นำทางอยู่ด้านหน้า เดินอย่างรวดเร็วไปยังอาคารกองบัญชาการที่มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาแห่งนั้น
ตลอดทาง ทหารกองพลแนวหน้าที่สวมชุดเกราะสีดำสนิทและมีกลิ่นอายดุดันเหล่านั้น เพียงแค่ปรายตามองพวกเขาด้วยสายตาเย็นเยียบครู่หนึ่ง แล้วก็เลิกสนใจ
แต่หานเฟิงแอบเปิดใช้งาน 【ดวงตาแห่งการหยั่งรู้】 และเก็บข้อมูลของทหารเหล่านี้ไว้ในสายฃตา
【ศักยภาพพรสวรรค์: สีเขียว 】
【โชคลาภ: สีแดงเข้ม (รุ่งโรจน์) 】
"ไม่เลว แม้แต่ทหารยามธรรมดายังเริ่มต้นที่ระดับสีเขียว แถมโชคลาภยังรุ่งโรจน์"
"กองพลแนวหน้าหน่วยนี้ เป็นกองกำลังชั้นยอดจริงๆ" หานเฟิงตัดสินใจในใจ
ไม่นาน ทั้งคู่ก็มาถึงหน้าประตูห้องประชุมชั้นบนสุด
หลิวเจิ้นสูดลมหายใจเข้าลึก ผลักประตูบานหนักออก
ทันทีที่ประตูถูกผลักออก สายตาที่เฉียบคมนับสิบสายในห้องประชุมก็พุ่งเป้ามาที่เขาเป็นตาเดียว
สีหน้าหานเฟิงไม่เปลี่ยน เดินเข้าไปอย่างผ่าเผย
เหล่าหัวกะทิเกราะแดงในที่นั้น สัมผัสถึงพลังบ่มเพาะวรยุทธ์ของหานเฟิงได้ในทันที
ขอบเขตเปิดทวารชั้นที่หนึ่ง
แม้จะสัมผัสได้ว่าทวารทั้ง 36 แห่งในร่างกายของเขาเชื่อมทะลุถึงกันหมด ก่อเกิดเป็นวงจรที่สมบูรณ์แบบ และรากฐานมั่นคงจนน่ากลัว
แต่ช่องว่างของระดับขอบเขตพลัง ก็ยังคงเป็นจุดอ่อนที่ชัดเจน
เปิดทวารชั้นที่หนึ่ง ต่อหน้ายอดฝีมือระดับสูงสุดกลุ่มนี้ นับว่ายังไม่เข้าขั้นจริงๆ
ในแววตาของหลายคนแฝงความดูแคลนที่ยากจะสังเกตเห็นออกมาพร้อมกัน แต่ก็ถูกปกปิดไว้อย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน 【ดวงตาแห่งการหยั่งรู้】 ของหานเฟิงก็ได้ทำการสแกนบุคคลทั้งหมดในห้องเสร็จสิ้น
นักยุทธ์เกราะแดงสิบสองคนที่นั่งอยู่สองข้าง พรสวรรค์ล้วนเป็นระดับ 【สีน้ำเงิน 】
โชคลาภล้วนเป็นสีแดงเข้ม ความแข็งแกร่งของพลังจิตโดยทั่วไปอยู่ที่ 2,500 เฮิรตซ์ขึ้นไป
ส่วนคนที่นั่งตำแหน่งหัวโต๊ะ ชายที่สวมชุดเกราะหนักสีทองเข้มคนนั้น——เย่จิงหง
【ชื่อ: เย่จิงหง】
【ศักยภาพพรสวรรค์: สีม่วง】
【โชคลาภ: สีเหลืองทอง (รุ่งโรจน์ถึงขีดสุด) 】
【โครงสร้างกระดูก: กายาเทวะขุนเขา (ตื่นขึ้นแล้ว) 】
【พลังจิต: 4,800 เฮิรตซ์】
【พลังบ่มเพาะ: เปิดทวารขั้นสูงสุด (กำลังกดระดับไว้) 】
"พลังจิตสูงกว่าฉันอีกเหรอ?!" หานเฟิงตกใจเล็กน้อยในใจ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับคนรุ่นเดียวกันที่มีพลังจิตทัดเทียมกับตนเอง
แถมพลังบ่มเพาะ, โครงสร้างกระดูก, โชคลาภ ของอีกฝ่ายล้วนอยู่ในระดับท็อปทั้งหมด
ส่วนรองผู้บัญชาการที่อยู่ข้างกายเขา กู้เจี้ยน
【ชื่อ: กู้เจี้ยน】
【ศักยภาพพรสวรรค์: สีน้ำเงิน 】
【โชคลาภ: สีแดงเข้ม (ร้อนแรง) 】
【โครงสร้างกระดูก: กายาวายุวิญญาณ (ตื่นขึ้นแล้ว) 】
【พลังจิต: 3,100 เฮิรตซ์】
หานเฟิงทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจกลับเบิกบานสุดๆ
ให้ตายสิ นี่มันไม่ใช่ห้องประชุมแล้ว นี่มันคือทุ่งต้นกุยช่ายระดับท็อปที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวชัดๆ!
เขาแอบกระตุ้นระบบ คัดลอกโมเดลข้อมูลของคนเหล่านี้ทั้งหมด แล้วโยนเข้าไปในแดนจำลองยุทธ์ของ 【พื้นที่สุสานกระบี่】
วันหน้าไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีคู่ซ้อมคุณภาพสูงแล้ว
"ฮ่าฮ่า ท่านนี้คงจะเป็นที่ปรึกษาหานเฟิงผู้โด่งดังสินะ?"
"ได้ยินชื่อเสียงมานาน วันนี้ได้พบกัน สมกับเป็นวีรบุรุษหนุ่มจริงๆ!"
ในขณะที่หานเฟิงกำลังแอบดำเนินการ กู้เจี้ยนก็ยืนขึ้นพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้า เดินเข้ามาหาหานเฟิงและยื่นมือออกมาอย่างกระตือรือร้น
เขาแสดงท่าทางสนิทสนมอย่างยิ่ง ราวกับได้พบเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันหลายปี
"รองผู้บัญชาการกู้เกรงใจไปแล้วครับ" หานเฟิงจับมือกับเขา พร้อมรอยยิ้มที่เหมาะสมบนใบหน้า
"รองผู้บัญชาการอะไรกัน พูดแบบนี้ก็คนอื่นคนไกลน่ะสิ?"
"ผมอายุมากกว่าไม่กี่ปี ถ้าไม่รังเกียจ เรียกว่าพี่กู้ก็ได้" กู้เจี้ยนตบไหล่หานเฟิงอย่างเป็นกันเอง
"ที่ปรึกษาหาน ผมได้ยินเรื่องราวที่น่าตกใจของท่านมานานแล้ว อาศัยเพียงกายเปิดทวาร สังหารปรมาจารย์ระดับสี่กลางถนน ทำเอาคนรุ่นเราละอายใจจริงๆ ครับ"
กู้เจี้ยนนำทางหานเฟิง แต่กลับไม่ได้เดินไปที่ที่นั่ง ทว่ากลับพูดด้วยท่าทางชื่นชมว่า
"ผมคนนี้ไม่มีงานอดิเรกอื่น นอกจากชอบประลอนวรยุทธ์กับคนอื่น"
"ไม่ทราบว่าวันนี้ จะมีเกียรติพอที่จะได้แลกเปลี่ยนกับที่ปรึกษาหานสักหน่อยไหมครับ?"
หลิวเจิ้นที่อยู่ข้างๆ ฟังจนใจสั่น นี่จะเริ่มแล้วเหรอ?
หานเฟิงยิ้มบางๆ : "รองผู้บัญชาการกู้พูดเล่นแล้วครับ ฝีมืออันน้อยนิดของผมจะไปเทียบกับยอดฝีมือของกองพลแนวหน้าอย่างท่านได้อย่างไร"
"เอ๋ พูดแบบนั้นไม่ได้นะ"
กู้เจี้ยนโบกมือพัลวัน "ผมได้ยินมาว่าที่ปรึกษาหานมีความรู้ลึกซึ้งในวิถีแห่งดวงวิญญาณ"
"มิสู้ พวกเรามาใช้ทางสายดวงวิญญาณ ประลอนเชิงบุ๋นกันสักรอบ ดีกันแค่พอหอมปากหอมคอ เป็นอย่างไร?"
พูดจบ เขาก็หยิบเหรียญวิญญาณมาตรฐานออกมาหนึ่งเหรียญ แล้วดีดเล่นที่ปลายนิ้ว
"ใช้พลังงานในเหรียญวิญญาณนี้เป็นสื่อกลาง ต่างฝ่ายต่างแสดงวิชา"
"ดูว่าใครจะควบคุมพลังงานได้เหนือกว่ากัน"
"ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ และไม่เสียมิตรภาพด้วย"
คำพูดนี้พูดได้อย่างไร้ช่องโหว่ ทั้งให้บันไดยังเฟิงลง และกำหนดลักษณะการประลองเป็นการ "แลกเปลี่ยนอย่างมิตรภาพ" ทำให้ปฏิเสธได้ยาก
เหล่าหัวกะทิเกราะแดงในที่นั้นต่างแสดงสีหน้าเหมือนกำลังรอดูเรื่องสนุก
พวกเขารู้ดีว่า ฝีมือการใช้พลังจิตของกู้เจี้ยนนั้น ติดอันดับต้นๆ ในกองพลแนวหน้าทั้งกองทัพ
การใช้วิธีนี้เพื่อทดสอบความลึกตื้นหนาบางของหานเฟิง นับว่าเหมาะสมที่สุด
หานเฟิงเองก็อยากจะเห็นว่า "ยอดอัจฉริยะ" ที่ถูกเลี้ยงด้วยทรัพยากรระดับท็อปเหล่านี้ จะมีอะไรที่โดดเด่นบ้าง
"ในเมื่อรองผู้บัญชาการกู้มีอารมณ์สุนทรีย์เช่นนี้ งั้นผมคงต้องแสดงความเขลาออกมาแล้วครับ" หานเฟิงตอบรับอย่างรวดเร็ว
ดวงตากู้เจี้ยนวาบประกายรอยยิ้ม ยื่นเหรียญวิญญาณในมือให้หานเฟิงหนึ่งเหรียญ ส่วนตนเองก็หยิบขึ้นมาหนึ่งเหรียญ
ทั้งคู่ยืนประจันหน้ากัน ห่างกันไม่กี่เมตร
"ที่ปรึกษาหาน เชิญครับ!"
สิ้นคำพูดของกู้เจี้ยน เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้ง เหรียญวิญญาณนั้นก็ลอยนิ่งอยู่ตรงหน้าอกเขา
เขาหลับตาลงเล็กน้อย พลังจิตสูงถึง 3,100 เฮิรตซ์พุ่งออกมา ห่อหุ้มเหรียญวิญญาณไว้ในพริบตา
เปรี๊ยะ!
เหรียญวิญญาณแตกออกตามเสียง พลังงานปราณวิญญาณที่บริสุทธิ์ถูกเขาพันธนาการไว้กลางอากาศอย่างแน่นหนา
จากนั้น กู้เจี้ยนประสานมุทรา พึมพำบางอย่างในปาก
กลุ่มก้อนปราณวิญญาณที่เดิมไร้รูป ภายใต้การควบคุมของเขา เริ่มม้วนตัวและเปลี่ยนรูปทรงอย่างรุนแรง
เพียงไม่กี่วินาที อินทรีวายุจำลองที่ดูราวกับมีชีวิตก็ควบแน่นเป็นรูปเป็นร่าง
อินทรีทั้งตัวประกอบขึ้นจากพลังงานสีเขียว ขอบปีกมีแสงวาววับที่แหลมคม ดวงตาเป็นประกาย แผ่ซ่านเจตจำนงที่ดุดันและโอหังออกมา
ฝีมือการปั้นรูปพลังงานที่ประณีตนี้ ทำเอาหลิวเจิ้นที่อยู่ข้างๆ ตาพร่ามัว
นี่ไม่ใช่การควบคุมพลังงานธรรมดาแล้ว แต่มันคือการหลอมรวมความตระหนักรู้ใน "เจตจำนงแห่งวายุ" ของตนเองเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
"ที่ปรึกษาหาน ระวังด้วยครับ!"
กู้เจี้ยนตะโกรต่ำ อินทรีวายุตัวนั้นส่งเสียงร้องหวีดหวิวที่ไร้เสียง ขยับปีกหนึ่งครั้ง เปลี่ยนเป็นสายฟ้าสีเขียว พุ่งเข้าใส่หานเฟิงโดยตรง!
ทุกคนในห้องประชุมต่างแสดงสีหน้าชื่นชมออกมา
ฝีมือระดับนี้ของกู้เจี้ยน เพียงพอจะทำให้ขอบเขตเปิดทวารขั้นสูงสุดส่วนใหญ่ต้องละอายใจ
ทว่า เมื่อเผชิญกับการโจมตีที่รุนแรงนี้ ท่าทางของหานเฟิงกลับเรียบง่ายจนออกจะเกินไป
เขาบี้เหรียญวิญญาณให้แตกเช่นกัน และใช้พลังจิตควบคุมพลังงานที่ฟุ้งกระจายนั้นไว้
แต่เขาไม่ได้ทำการปั้นรูปที่หวือหวาใดๆ พลังงานกลุ่มนั้นเพียงแค่ลอยอยู่นิ่งๆ ตรงหน้าเขา เหมือนก้อนสำลี
ในตอนที่อินทรีวายุจวนจะถึงตัว หานเฟิงถึงได้ค่อยๆ ยกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว จิ้มไปที่กลุ่มพลังงานนั้นเบาๆ
กระบี่และกายรวมเป็นหนึ่ง!
จากนั้น มหาเทพวิชาอาคมสายอาวุธถูกสำแดง เจตจำนงแห่ง "ความคมกริบ" ถึงขีดสุดสายหนึ่ง ถูกเขาอัดฉีดเข้าสู่พลังงานกลุ่มนั้นอย่างเงียบเชียบ
วึ่ง!
ก้อนสำลีพลังงานที่เดิมดูหลวมๆ หดตัวเข้าด้านในทันที
โครงสร้างปราณวิญญาณภายใน ภายใต้การควบคุมระดับจุลภาคที่เรียกได้ว่าน่ากลัวของหานเฟิง ถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงและจัดเรียงใหม่
สุดท้ายควบแน่นเป็นเข็มพลังงานที่ยาวเพียงนิ้วเศษ และเกือบจะโปร่งใส
ไม่มีแสงสีที่อลังการ ไม่มีกลิ่นอายที่น่าตกใจ
เข็มพลังงานนั้นลอยอยู่อย่างเงียบๆ ดูธรรมดาและไร้สีสัน
"ไป"