- หน้าแรก
- ระบบจำลอง ข้าเกิดเป็นผู้หญิง
- บทที่ 166 ตำนานสีทอง! [ตอนฟรี]
บทที่ 166 ตำนานสีทอง! [ตอนฟรี]
บทที่ 166 ตำนานสีทอง! [ตอนฟรี]
บทที่ 166 ตำนานสีทอง!
เมื่อมองดูวงล้อที่หมุนอย่างรวดเร็ว อารมณ์ของซูชิงกลับไม่ได้เต็มไปด้วยความคาดหวังเหมือนเช่นปกติ
ไม่รู้เพราะเหตุใด ในสมองของนางมักจะปรากฏคำว่า "สายเลือดจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง" สีทองเจิดจ้าที่ขึ้นมาตอนจบการจำลองวนเวียนไปมาซ้ำๆ
ความคิดอันบ้าบอที่ทำให้หัวใจสั่นสะท้อนสายหนึ่ง ผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
เดี๋ยวก่อน...
เครื่องจำลองเฮงซวยนี่ คงจะไม่... สุ่มเอาสิ่งนั้นออกมาให้ข้าจริงๆ หรอกนะ?
เมื่อความคิดนี้ปรากฏขึ้นมา มันก็ไม่อาจกดข่มลงไปได้อีก
หัวใจของนางพลันเต้นรัวมาจุกอยู่ที่ลำคอทันที
นางไม่กลัวว่าจะสุ่มได้ของไร้ประโยชน์ แต่กลัวว่าจะสุ่มได้บางอย่างที่... นางไม่ต้องการ
โดยเฉพาะสิ่งประเภทที่จะทำให้นางสูญเสียความเป็นตัวเองไป
ความเร็วของวงล้อค่อยๆ ช้าลง
เข็มชี้เลื่อนผ่านพื้นที่สีน้ำเงินและสีม่วงไปอย่างช้าๆ หัวใจของซูชิงเต้นรัวไปตามจังหวะของเข็มนั้น เร่งเร้าขึ้นทีละนิด
อย่าเป็นสิ่งนั้นเลย... ขออย่าให้เป็นสิ่งนั้นเลย...
ทว่า ดูเหมือนโชคชะตาจะชอบเล่นตลกกับนางเสมอ
ในที่สุดเข็มชี้ก็ส่ายไปมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะหยุดลงตรงช่องสีทองอร่ามที่นางไม่อยากเห็นที่สุดอย่างแม่นยำ
วินาทีต่อมา แสงสีทองระดับตำนานที่เจิดจ้าเสียจนแทบจะทำให้ตาบอด ก็ระเบิดออกในห้วงสำนึกของนาง!
ตัวอักษรสีทองคำเปลวแถวหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้น
"ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับคุณสมบัติ: สายเลือดจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง!"
ซูชิง: "..."
โลกทั้งใบราวกับตกอยู่ในความเงียบงัน
นางมองดูตัวอักษรแถวนั้น ใบหน้าไม่มีการแสดงความรู้สึกใดๆ ในใจไม่มีแม้แต่แรงกระเพื่อมเพียงนิด หรือแม้แต่แรงจะโมโหก็ยังไม่มีเหลือ
มีเพียงความรู้สึกเหนื่อยล้าและหมดแรงอย่างลึกซึ้งเท่านั้น
เป็นอย่างที่คิดจริงๆ
นางรู้อยู่แล้ว
นางรู้อยู่แล้วว่าเจ้าเครื่องจำลองบ้านี่จะต้องมอบสิ่งนี้ให้นางอย่างแน่นอน
ซูชิงค่อยๆ หลับตาลง ในใจทอดถอนหายใจยาวเหยียดที่เต็มไปด้วยการยอมจำนนต่อโชคชะตาและความจนใจ
นางถึงกับสัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมแปลกประหลาดสายหนึ่ง กำลังไหลจากหัวใจไปยังทั่วร่างอย่างช้าๆ เลือดของนางดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงที่มหัศจรรย์และไม่อาจย้อนกลับได้บางอย่าง
ข้าขอบใจเจ้าจริงๆ นะ มีของดีอะไรก็ประเคนมาให้ข้าหมด เจ้าช่างเกรงใจเกินไปแล้ว!
ซูชิงยอมรับความจริงอย่างจนใจ
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง กระแสความอบอุ่นที่แฝงไปด้วยกลิ่นหอมประหลาดนั้นก็ไหลเวียนไปทั่วร่างของซูชิงรวดเร็วยิ่งขึ้น
ร่างกายของนางเริ่มร้อนผ่าวอย่างควบคุมไม่ได้
ความร้อนรุ่มและความรู้สึกว่างเปล่าที่ยากจะอธิบาย ซึ่งมาจากส่วนลึกที่สุดของสายเลือด ประดังเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ ทำให้หัวใจที่เคยสงบนิ่งดั่งบ่อน้ำโบราณเริ่มเกิดแรงสั่นสะเทือน
ไม่ถูกต้อง!
ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง!
ซูชิงลืมตาขึ้นทันควัน แววตาฉายชัดถึงความตื่นตระหนก
นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของนางกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงและควบคุมไม่ได้
เลือดภายใต้ผิวหนังราวกับกำลังลุกไหม้ กระดูกส่งเสียงครางเครือแผ่วเบาที่มีเพียงตัวนางเท่านั้นที่ได้ยิน
ทำให้นางใจหายยิ่งกว่าคือความปรารถนาอันแรงกล้าที่นางไม่คุ้นเคยอย่างที่สุดผุดขึ้นจากใจ ทำให้นางอยากจะพิงเข้าหา "เตาหลอม" ที่ร้อนระอุและเต็มไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศที่อยู่ด้านหลังให้แนบชิดและลึกซึ้งยิ่งขึ้นโดยสัญชาตญาณ
ความคิดนี้ประดุจสายฟ้าฟาดที่ปลุกให้นางได้สติทันที!
ไม่ได้!
จะอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้เด็ดขาด!
นางเหลือบมองไปด้านหลัง
มู่หยุนยังคงหลับตาพริ้ม ลมหายใจสม่ำเสมอ เห็นได้ชัดว่าเข้าสู่สภาวะการบำเพ็ญขั้นลึกซึ้งที่สุดแล้ว จึงไม่รับรู้ถึงสิ่งใดภายนอกเลย
ประสบการณ์ในเครื่องจำลองกำลังกลายเป็นความฝันที่แปลกประหลาดโลดโผนในห้วงสำนึกของเขา
เมื่อเห็นว่ามู่หยุนไม่รับรู้ถึงความผิดปกติของตน ซูชิงก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันที
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุด!
ซูชิงไม่กล้าลังเลอีกต่อไป
นางฝืนทนต่อความรู้สึกผิดปกติในร่างกายที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ใช้พลังใจทั้งหมดค่อยๆ ดิ้นรนออกจากอ้อมกอดของมู่หยุนอย่างระมัดระวังทีละนิด
กระบวนการนี้สำหรับนางแล้ว มันคือการทรมานอย่างที่สุด
ทุกครั้งที่ขยับกายเพียงเล็กน้อย ทุกครั้งที่เสียดสีกับร่างกายของเขา ยิ่งทำให้ความร้อนรุ่มนั้นทวีความรุนแรงขึ้น
ในที่สุด นางก็หลุดออกมาจากอ้อมกอดของเขาได้ราวกับปลาตัวหนึ่ง แล้วค่อยๆ ก้าวลงพื้นอย่างแผ่วเบา
นางไม่กล้าหันกลับไปมองมู่หยุน เพราะกลัวว่าหากมองอีกเพียงแวบเดียว ความเด็ดเดี่ยวที่สร้างมาอย่างยากลำบากจะพังทลายลงทันที
นางหยิบหยกเปล่าออกมาจากถุงเก็บของ แล้วสลักข้อความแถวหนึ่งลงไปด้วยความเร็วสูงสุด:
"ข้าเกิดความหยั่งรู้ จำต้องหาสถานที่ปิดด่านบำเพ็ญ ไม่ต้องตามหา"
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น นางก็วางแผ่นหยกไว้บนโต๊ะในห้องอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็เปิดหน้าต่างออกโดยไม่ลังเล ร่างทั้งร่างกลายเป็นเงาที่เลือนลางยิ่งนัก สลายหายไปในความมืดมิดนอกหน้าต่างอย่างไร้ซุ่มเสียง
หลังจากออกจากโรงเตี๊ยม ซูชิงไม่ได้หยุดพักแม้แต่น้อย นางเร่งเร้าพลังวิญญาณในร่างที่เริ่มจะไม่ฟังคำสั่ง มุ่งหน้าไปยังป่าลึกที่ห่างไกลและไร้ผู้คนนอกเมืองอย่างสุดกำลัง
นางต้องรีบหาสถานที่ที่ปลอดภัยอย่างยิ่งและไม่มีใครมารบกวนให้เร็วที่สุด
นางมีลางสังหรณ์อย่างรุนแรงว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับนางต่อจากนี้จะต้องสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างแน่นอน
และที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด โดยเฉพาะมู่หยุน!
ลมยามค่ำคืนเย็นเยียบพัดผ่านแก้มที่ร้อนผ่าวของนาง แต่มันกลับไม่ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มภายในร่างได้เลย
สายตาของนางเริ่มพร่ามัว
ที่ด้านหลังของนางราวกับมีเงามายาสีขาวนวลขนฟู ปรากฏขึ้นสลับกับเลือนหายไปอย่างควบคุมไม่ได้...
นางกัดฟันแน่น ใช้สติสัมปชัญญะที่เหลือเพียงน้อยนิดในการแยกแยะทิศทาง เร่งความเร็วขึ้นอีกหลายส่วน หายลับไปในม่านราตรีและพงไพรอันกว้างใหญ่
ความร้อนรุ่มในร่างของซูชิงยิ่งมายยิ่งรุนแรง ราวกับมีมดนับไม่ถ้วนกำลังกัดแทะกระดูกของนาง ทำให้นางแทบจะคลุ้มคลั่ง
สติเริ่มพล่าเลือนเป็นพักๆ ภาพตรงหน้าถึงกับปรากฏเงาซ้อน
นางรู้ดีว่าตนเองใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว
ในตอนที่นางรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียการควบคุมร่างกาย นางก็ค้นพบถ้ำที่หลบซ่อนอยู่แห่งหนึ่งด้านหน้า
ถ้ำนั้นถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และพุ่มไม้หนาทึบ ปากถ้ำแผ่ซ่านกลิ่นอายเย็นเยียบและชื้นแฉะ ดูเหมือนจะไม่มีใครย่างกรายมานานมากแล้ว
ที่นี่แหละ!
ซูชิงใช้แรงเฮือกสุดท้ายพุ่งเข้าไปในถ้ำ และรีบหยิบจานค่ายกลออกมาจากถุงเก็บของ วางค่ายกลมายาและค่ายกลป้องกันอย่างง่ายไว้ที่ปากถ้ำด้วยความเร็วสูงสุด
เมื่อทำเสร็จสิ้น นางก็ไม่อาจประคองร่างได้อีกต่อไป ร่างกายอ่อนระทวยล้มฟุบลงบนพื้นดินที่เย็นเฉียบ
"อ๊า..."
เสียงครางเครือที่ไม่อาจกดข่มได้ ซึ่งเจือไปด้วยความเจ็บปวดและเสน่ห์เย้ายวนที่แปลกประหลาด หลุดรอดออกมาจากลำคอ
นางขดตัวเป็นก้อน ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง
เหงื่อที่ร้อนระอุซึมออกมาจนเสื้อผ้าเปียกชุ่มแนบไปกับกาย เผยให้เห็นเส้นโค้งเว้าที่เริ่มได้รูปและบอบบาง
นางรู้สึกว่าร่างกายของตนราวกับลูกโป่งที่กำลังจะระเบิดออก
พลังอันแข็งแกร่งและดุดันซึ่งมาจากสายเลือดจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง กำลังปฏิรูปทุกอณูเนื้อและทุกซี่กระดูกของนางอย่างบ้าคลั่ง
(จบตอน)