- หน้าแรก
- ฝึกหนึ่งได้ร้อย เส้นทางสู่เทพอสูร ณ เขาบู๊ตึ๊ง!
- บทที่ 365 รีดเค้นอัจฉริยะอสูร
บทที่ 365 รีดเค้นอัจฉริยะอสูร
บทที่ 365 รีดเค้นอัจฉริยะอสูร
บทที่ 365 รีดเค้นอัจฉริยะอสูร
"เจตจำนงกระบี่!"
"บัดซบ เจ้าครอบครองเจตจำนงกระบี่จริงๆ ด้วย!"
นายน้อยลั่วเอามือกุมหน้าผาก พลางสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดรุนแรงของดวงวิญญาณ แล้วเริ่มด่าทอออกมา
ในที่สุดเขาก็ได้รับรู้ถึงความรู้สึกเดียวกับที่ราชันค้างคาวน้อยเคยเผชิญในการต่อสู้กับหวังหมิง
ความรู้สึกนี้มันช่างน่าอัปยศอดสูยิ่งนัก
ทั้งที่พลังทางกายภาพแข็งแกร่งกว่า พลังปราณระเบิดออกมาได้รุนแรงกว่า และควรจะเป็นฝ่ายได้เปรียบในการปะทะ
ทว่ากลับต้องมาพ่ายแพ้ให้กับ "เจตจำนงกระบี่" ของหวังหมิงที่ทำร้ายดวงวิญญาณได้ จนทำให้เขาไม่สามารถลงมือได้อย่างเต็มกำลัง
ยิ่งไปกว่านั้น พละกำลังทั่วร่างยังติดขัดเนื่องจากความเจ็บปวดทางวิญญาณ ส่งผลให้การต่อสู้ตกเป็นรองในทุกจังหวะ
นี่มันเป็นเรื่องที่แย่มากจริงๆ!
เพียงแค่ปะทะกันท่าเดียว ก็นทำให้นายน้อยลั่วเกิดความคิดที่ไม่อยากจะสู้กับหวังหมิงต่ออีกแล้ว
สิ่งที่แย่ยิ่งกว่าคือ แม้เขาจะควบแน่นกายาอสูรจนเกือบจะเป็นอมตะ และไม่เกรงกลัวบาดแผลจากการปะทะโดยตรง
แต่เขารู้ดีว่าหวังหมิงมีลูกไม้ที่เจ้าเล่ห์มาก นั่นคือการแอบฝัง "เจตจำนงกระบี่ขั้วหยิน" ไว้ในดวงวิญญาณ และเมื่อความเสียหายสะสมถึงจุดหนึ่ง มันก็จะระเบิดออกเพื่อทำลายวิญญาณจากภายใน!
การสู้กับหวังหมิงนั้น ห้ามสู้ยืดเยื้อเด็ดขาด!
หากสู้กันนานไป ย่อมต้องพ่ายแพ้ หรือถึงขั้นต้องตาย!
เมื่อคิดได้ดังนั้น นายน้อยลั่วก็จ้องมองหวังหมิงพลางแสยะยิ้ม แสดงสีหน้าราวกับมองทะลุปรุโปร่งทุกอย่าง
"แต่น่าเสียดายที่ลูกไม้ของเจ้าถูกเปิดเผยออกมานานแล้ว เจ้าคิดจะแอบฝังเจตจำนงกระบี่เพื่อระเบิดวิญญาณของข้าอย่างนั้นหรือ?"
"ไม่มีทางเสียหรอก!"
หวังหมิงได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่พูดไม่ออก
นี่คือนายน้อยลั่ว อัจฉริยะฝ่ายอสูรที่กล้าก้าวออกมาสู้กับเขาด้วยความมั่นใจเช่นนี้เองหรือ?!
คิดว่าเขาจะแอบฝังเจตจำนงกระบี่เพื่อรอระเบิดวิญญาณงั้นหรือ?!
ตอนนั้นเขาแค่ขี้เกียจจะอธิบาย และไม่อยากเปิดเผยไม้ตายจริงๆ จึงปล่อยให้ทุกคนเข้าใจผิดไปเองเรื่องการตายของราชันค้างคาวน้อย
ใครจะนึกว่าอัจฉริยะอสูรเหล่านี้จะเชื่อเรื่องนั้นเป็นตุเป็นตะไปได้?!
แถมดูท่าทางแล้ว ยังเชื่อสนิทใจเสียด้วย!
เรื่องนี้ทำให้หวังหมิงมีสีหน้าพิลึกพิลั่น เขาไม่คิดจะแก้ต่าง แต่ยืนดูการแสดงของนายน้อยลั่วอย่างเงียบๆ
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หลังจากนายน้อยลั่วพูดจบ เขาก็ยิ้มออกมาพลางส่งสมาธิเข้าไปตรวจสอบในดวงวิญญาณของตนเอง
เขาต้องการจะหา "เจตจำนงกระบี่ขั้วหยิน" ที่คิดว่าถูกฝังไว้ให้เจอ
ทว่าในเวลาต่อมา รอยยิ้มบนใบหน้าของนายน้อยลั่วก็พลันแข็งค้าง
"เป็นไปไม่ได้!"
"เรื่องนี้มันเป็นไปไม่ได้!"
"เหตุใดนายน้อยอย่างข้าถึงหาเจตจำนงกระบี่ที่เจ้าแอบฝังไว้ในส่วนลึกของวิญญาณไม่เจอ?!"
"บัดซบ มันเป็นไปได้อย่างไร?!"
เขาส่งจิตสำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่พบร่องรอยของเจตจำนงกระบี่แม้เพียงนิดเดียว
สิ่งที่เรียกว่า "เจตจำนงกระบี่ขั้วหยิน" นั้นไม่มีอยู่เลย ราวกับว่ามันไม่เคยมีตัวตนมาตั้งแต่ต้น
เรื่องนี้ทำให้นายน้อยลั่วเริ่มลนลาน เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี และจ้องมองหวังหมิงด้วยความรู้สึกหนังศีรษะชา
"บัดซบ เจตจำนงกระบี่ขั้วหยินของเจ้ามันซ่อนอยู่ลึกขนาดไหนกัน? แม้แต่ข้าสำรวจซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ยังหาไม่เจอแม้แต่น้อย?!"
"บอกมาเร็วเข้า เจ้าแอบซ่อนเจตจำนงกระบี่ไว้ที่ไหน?!"
"เจ้าทำมันได้อย่างไรกัน?!"
"แม้แต่ดวงวิญญาณของข้าก็ยังตรวจไม่พบร่องรอยของเจตจำนงกระบี่เลยสักนิด?!"
นายน้อยลั่วเริ่มเสียสติ เขาตะคอกถามด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ผสมปนเปไปกับความหวาดกลัว
ในใจของเขาเต็มไปด้วยความตระหนก!
หากเขาตรวจไม่พบเจตจำนงกระบี่ที่หวังหมิง "แอบฝัง" ไว้ นั่นหมายความว่าอย่างไร?!
อย่างแรกคือ เจตจำนงกระบี่ของหวังหมิงนั้นแข็งแกร่งจนเกินจินตนาการ และมีความสามารถในการซ่อนเร้นที่น่ากลัวจนดวงวิญญาณของเขาไม่อาจตรวจพบได้
อย่างที่สองคือ วิธีการที่หวังหมิงใช้ฆ่าราชันค้างคาวน้อยนั้น ไม่ใช่การฝังเจตจำนงกระบี่เพื่อรอระเบิดวิญญาณอย่างที่ทุกคนเข้าใจ!
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็น่ากลัวจนทำให้เขาอยู่ไม่เป็นสุข
สถานการณ์เริ่มหลุดพ้นจากการควบคุมของเขาไปไกลแล้ว
"บัดซบ ทำไมถึงเป็นแบบนี้?!"
"มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร?!"
"บอกข้ามา เจ้าทำได้อย่างไรกัน?!"
นายน้อยลั่วคำรามออกมา ใบหน้าที่เป็นนกเหยี่ยวนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและความไม่เข้าใจ
"อยากรู้งั้นหรือ?!"
หวังหมิงหัวเราะออกมาเบาๆ พลางกระชับกระบี่จินหยางแล้วกลายเป็นแสงกระบี่พุ่งทะยานเข้าใส่
เขาปลดปล่อยพลังสาร ปราณ และวิญญาณออกมาพร้อมกัน แล้วฟันลงไปยังนายน้อยลั่วอย่างหนักหน่วง
"แต่ข้าไม่บอกเจ้าหรอก!"
เคร้ง!
"อ๊าก!"
กรงเล็บเหยี่ยวของนายน้อยลั่วต้านทานกระบี่จินหยางไว้ได้ แต่ดวงวิญญาณกลับเจ็บปวดรุนแรงอีกครั้งจนเขาต้องร้องโหยหวน
พลังปราณในร่างปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้ แรงปะทะที่มหาศาลทำให้เขาต้องถอยหลังไปหลายสิบก้าวเพื่อสลายแรงสะท้อนกลับ
เขากุมหน้าผากพลางสัมผัสความเจ็บปวดในวิญญาณและกระแสเลือดที่พลุ่งพล่าน ในใจรู้สึกอัดอั้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
บัดซบ การต่อสู้แบบนี้มันน่าอึดอัดเกินไปแล้ว เขาตกเป็นฝ่ายรับอย่างสิ้นเชิง
แม้เขาจะมีกายาอสูรที่เป็นอมตะและไม่กลัวการแลกหมัดแลกแผล
ทว่าหากสู้ต่อไปแบบนี้ เขาต้องจบเห่เหมือนราชันค้างคาวน้อยแน่นอน!
"อ๊ากกกกก!"
"บัดซบ เจตจำนงกระบี่ขั้วหยินของเจ้ามันซ่อนอยู่ที่ไหนกันแน่?!"
นายน้อยลั่วดวงตาแดงฉ่ำ ทุกอย่างเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ เขาตะโกนออกมาด้วยความโกรธแค้น
ทว่าคำตอบที่ได้รับ มีเพียงกระบี่ของหวังหมิงที่ฟันลงมาอีกครั้ง!
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เพียงชั่วพริบตา ทั้งสองก็ปะทะกันไปหลายสิบกระบวนท่า
ผ่านไปหลายสิบกระบวนท่า นายน้อยลั่วยิ่งสู้สีหน้ายิ่งซีดเผือด เขาเริ่มหวาดระแวงและไม่กล้าเสี่ยงแลกบาดแผลกับหวังหมิงอีกต่อไป!
ท่าทางที่ขี้ขลาดและตกเป็นรองอย่างชัดเจนนี้ ตกอยู่ในสายตาของอัจฉริยะอสูรตนอื่นๆ
พวกมันต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่านายน้อยลั่วกำลังเล่นตลกอะไรอยู่
"บัดซบ นายน้อยลั่วเป็นอะไรไป? ทำไมถึงดูขี้ขลาดขนาดนั้น ทั้งที่มีกายาอสูรที่เกือบจะเป็นอมตะ เหตุใดไม่กล้าแลกแผลกับเจ้าเด็กหวังหมิงนั่น?!"
"แค่ระวังบาดแผลทางวิญญาณเพื่อไม่ให้ถูกระเบิดเจตจำนงกระบี่ก็พอแล้วไม่ใช่หรือไง ที่เหลือก็ควรจะสู้แบบเดิมพันชีวิตสิ!"
"มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? สถานการณ์การต่อสู้นี้มันดูไม่ถูกต้องเลย!"
"หากเป็นแบบนี้ต่อไป นายน้อยลั่วไม่เพียงแต่จะแพ้ แต่เขายังไม่สามารถกดดันให้หวังหมิงเผยไม้ตายจริงๆ ออกมาได้เลยด้วยซ้ำ!"
"ทำไมถึงเป็นแบบนี้?!"
"นายน้อยลั่วน่าตายนัก ก่อนเริ่มศึกก็โอ้อวดว่าจะจัดการได้แน่นอน แต่พอสู้จริงกลับขี้ขลาดไม่กล้าแลกแผล เขาทำอะไรของเขาอยู่กันแน่?!"
"หรือเขาแค่ต้องการจะถ่วงเวลาหวังหมิงเอาไว้?!"
"ถ่วงเวลางั้นหรือ? จำเป็นด้วยหรือไง?! หวังหมิงต้องการจะกวาดล้างพวกเราให้หมดในคราวเดียว หากพวกเราบุกเข้าไปพร้อมกันก็เข้าทางมันพอดี ยิ่งถ้ามีมหาปรมาจารย์วรยุทธซ่อนอยู่ในกองทัพชาวยุทธล่ะก็ พวกเราได้ตายกันหมดแน่!"
"ใช่แล้ว ตราบใดที่มหาปรมาจารย์ที่ซ่อนอยู่นั่นยังไม่ปรากฏตัว พวกเราจะวู่ว่ามไม่ได้เด็ดขาด!"
"กุญแจสำคัญของศึกนี้คือหวังหมิง ขอเพียงฆ่าหวังหมิงได้ ทุกอย่างก็จบ!"
"กองทัพชาวยุทธนับล้านอาจจะดูน่าเกรงขาม แต่เมื่อเทียบกับหวังหมิงแล้วก็ยังเป็นรอง หากพวกเรากลืนกินยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเสินโจวอย่างมันได้ พรสวรรค์ของพวกเราจะพุ่งสูงขึ้น และการบรรลุระดับมนุษย์สวรรค์ในอนาคตย่อมไม่ใช่เรื่องยาก!"
"ต่อให้มีทหารสิบล้านนาย ก็ยังไม่มีค่าเท่ากับหวังหมิงเพียงคนเดียว!"
"ฆ่าหวังหมิงซะ!"
เหล่าอัจฉริยะอสูรต่างมองดูกันอย่างสับสน พวกมันไม่เข้าใจเลยว่านายน้อยลั่วกำลังทำอะไรกันแน่?!
ทั้งที่ตกลงกันไว้แล้วว่าให้นายน้อยลั่วเป็นกองหน้า สู้แบบบ้าคลั่งเพื่อบีบให้หวังหมิงใช้ไม้ตายที่ไม่มีใครรู้ออกมา
ทว่าใครจะนึก...
ก่อนเริ่มศึกพูดไว้ดิบดี พอเริ่มจริงกลับลืมเสียสิ้น
ในฐานะอัจฉริยะอสูร กลับไม่กล้าแลกแผลกับหวังหมิง!
กระทั่งความกล้าจะเดิมพันชีวิตก็ยังไม่มี!
ไอ้ขยะนี่มันคืออะไรกันแน่?!
เหล่าอัจฉริยะอสูรต่างจ้องมองร่างครึ่งนกของนายน้อยลั่วพลางก่นด่าด้วยความโกรธแค้น
พวกมันอยากจะกระโดดลงไปสู้แทนใจจะขาด
ทว่าเมื่อนึกถึงมหาปรมาจารย์วรยุทธที่ "อาจจะ" ซ่อนอยู่ในกองทัพชาวยุทธ ก็ไม่มีอัจฉริยะอสูรตนไหนกล้าก้าวออกไปร่วมมือกับนายน้อยลั่วเพื่อรุมหวังหมิงเลยสักคน
ทุกคนต่างกลัวว่าตนเองจะเป็นเบี้ยที่ถูกกำจัดทิ้งเพื่อให้คนอื่นได้รับผลประโยชน์!
กระทั่งความกล้าที่จะโจมตีกองทัพชาวยุทธนับล้านพวกมันก็ยังไม่มี!
แต่ละคนต่างมีความคิดเล็กคิดน้อยซ่อนอยู่
ในใจของพวกมันลึกๆ ไม่คิดว่ากองทัพนับล้านนั่นจะมีค่าไปกว่าตัวหวังหมิงเลยสักนิด!
สาเหตุที่พวกมันรีบดั้นด้นมาจากทั่วสารทิศเพื่อมาที่ทะเลตะวันออก ก็เพื่อหวังหมิงเพียงคนเดียว!
ขอเพียงได้ล่าหวังหมิงและกลืนกินมันเข้าไป
พวกมันก็จะกลายเป็นยอดอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ค้ำฟ้าเหมือนหวังหมิง!
และจะมีรากฐานเพียงพอที่จะบรรลุระดับมนุษย์สวรรค์!
หรือแม้กระทั่ง... เซียนบนดิน!