- หน้าแรก
- ฝึกหนึ่งได้ร้อย เส้นทางสู่เทพอสูร ณ เขาบู๊ตึ๊ง!
- บทที่ 351 แล่เนื้อเถือหนังปรมาจารย์อสูร!
บทที่ 351 แล่เนื้อเถือหนังปรมาจารย์อสูร!
บทที่ 351 แล่เนื้อเถือหนังปรมาจารย์อสูร!
บทที่ 351 แล่เนื้อเถือหนังปรมาจารย์อสูร!
ในตอนนี้ทุกคนยังยากที่จะบอกเป็นคำพูดได้
ทว่าทุกคนต่างรู้ดีว่า เมื่อดวงวิญญาณแข็งแกร่งขึ้น ไม่ใช่แค่ระยะของดวงวิญญาณจะกว้างขึ้นเท่านั้น แต่อำนาจในการควบคุมพลังทั้งหมดในร่างกายก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลด้วย!
นี่คือการยกระดับพละกำลังในการต่อสู้อย่างรอบด้าน!
ม้นไม่สามารถอธิบายออกมาด้วยระดับพลังเพียงอย่างเดียวได้เลย!
หากจะฝืนอธิบายออกมา ก็คงบอกได้แค่ว่า กระบี่ของหวังหมิงจะเร็วขึ้น แรงขึ้น และคมกริบขึ้นยิ่งกว่าเดิม!
กระบี่ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงเพียงกระบี่จินหยางในมือของเขาเท่านั้น แต่ยังหมายถึงกระบี่ปราณแท้ที่เขาควบแน่นออกมาด้วย
เพียงเห็นกระบี่หยินหยางนับร้อยเล่มที่ควบแน่นจากปราณแท้สาดรัศมีกระบี่ที่คมกริบออกมา รัศมีกระบี่เหล่านั้นพุ่งกระจายไปทั่วและสามารถรวมตัวกันได้ตามใจชอบ เปลี่ยนแปลงได้นับพันรูปแบบด้วยคมเขี้ยวที่น่าหวาดหวั่น
ม้นหลบหลีกการระดมยิงปราณแท้จากปรมาจารย์อสูรฝั่งตรงข้ามได้อย่างง่ายดาย และพุ่งเข้าหาปรมาจารย์อสูรนับร้อยตนด้วยมุมองศาที่เหนือความคาดหมาย
ความเร็วของมันรวดเร็วจนน่าตกใจ จนแม้แต่ปรมาจารย์อสูรระดับสูงที่เปิดจุดดวงวิญญาณครบสามจุดและสามารถบังคับปราณด้วยวิญญาณได้เหมือนกัน ก็ยังใช้ดวงวิญญาณตามความเร็วของกระบี่ไม่ทัน!
ได้แต่ยืนจ้องมองด้วยความโง่งม!
มองดูหวังหมิงใช้ดวงวิญญาณบังคับกระบี่หยินหยางขาวดำนับร้อยเล่ม พุ่งเข้าสังหารปรมาจารย์อสูรทีละตนอย่างแม่นยำ
ฉับ!
กระบี่แต่ละเล่มพุ่งเข้าใส่ร่างอสูรด้วยมุมที่พิสดาร ทั้งเร็ว แรง และแม่นยำ คมกระบี่นั้นคมกริบอย่างไร้คู่เปรียบ
ม้นสามารถเฉือนเนื้อออกจากกายาอสูรที่แข็งแกร่งนั้นได้ในการฟันเพียงครั้งเดียว
ภายในกระบี่หยินหยางเหล่านั้น ยังแฝงไปด้วย "สภาวะกระบี่หยินหยาง" ที่เข้าจู่โจมดวงวิญญาณของปรมาจารย์อสูรโดยตรง
ฟันจนปรมาจารย์อสูรเหล่านั้นต่างพากันส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับสุกรที่ถูกเชือด
พวกมันต่างพากันกวัดแกว่งกรงเล็บที่คมกริบอย่างบ้าคลั่ง เพื่อหวังจะปัดกระบี่ปราณแท้เหล่านั้นให้กระจายไป
ทว่ากระบี่หยินหยางเหล่านั้นกลับรวดเร็วและคล่องตัวอย่างยิ่ง พวกมันเหมือนมังกรที่แหวกว่ายอย่างอิสระและลื่นไหลจนกรงเล็บไม่สามารถสัมผัสได้เลย
ในทางตรงกันข้าม พวกมันกลับบินวนรอบตัวปรมาจารย์อสูรแต่ละตน และฟันเข้าใส่อย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ
กระบี่แต่ละเล่มสามารถเฉือนเนื้อก้อนใหญ่ออกมาจากร่างกายอสูรได้เสมอ
เพียงชั่วพริบตา ปรมาจารย์อสูรนับร้อยตนก็ถูกเฉือนจนกลายเป็นอสูรสีเลือด และเริ่มมองเห็นกระดูกสีขาวโพลนน่าสยดสยอง
ภาพนี้ทำให้ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นต่างพากันตะลึงงันไปตามๆ กัน!
สายตาที่จ้องมองหวังหมิงเต็มไปด้วยความรู้สึกหนังศีรษะชา ขนลุกซู่ และหวาดผวาถึงขีดสุด!
นี่น่ะรึคือการบังคับกระบี่ด้วยดวงวิญญาณ!?
วิชาบังคับกระบี่ด้วยวิญญาณในมือของหวังหมิง มันกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!?
ม้นทำให้หวังหมิงมีพละกำลังพอที่จะต่อสู้กับปรมาจารย์อสูรนับร้อยตนได้ด้วยตัวคนเดียวในเวลาเดียวกัน!
แถมยังเป็นการบดขยี้ฝ่ายเดียวอีกต่างหาก!
"ซี๊ดดด... ปรมาจารย์อสูรพวกนั้นสมองเสื่อมไปแล้วรึไง? ทำไมแต่ละตนถึงได้ดูเงอะงะขนาดนั้น กระทั่งกระบี่ปราณแท้เล่มเดียวยังจับไม่ได้เลย!?"
"ที่สำคัญกว่านั้น พวกมันเป็นบ้าไปแล้วรึไง ทำไมถึงไม่มีใครเปิดเกราะปราณแท้ขึ้นมาป้องกันเลยสักคนเดียว!?"
"แค่เปิดเกราะปราณแท้ขึ้นมา ก็สามารถต้านทานกระบี่ปราณแท้ของศิษย์พี่หวังได้แล้วไม่ใช่รึไงกัน!? ทำไมถึงยอมปล่อยให้ถูกเฉือนเนื้อเถือหนัง และถูกหวังหมิง 'แล่เนื้อ' อย่างน่าอนาถขนาดนี้ล่ะ!?"
ศิษย์สายตรงจากสำนักคุนหลุนคนหนึ่ง เมื่อเห็นภาพนี้ก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความสงสัย
เขารู้สึกมึนตึ๊บจริงๆ ทำไมปรมาจารย์อสูรพวกนั้นถึงได้โง่ขนาดนี้!?
ยอมให้ถูกเฉือนเนื้อนับพันครั้งโดยไม่ขัดขืนเลยรึไงกัน!?
ส่วนศิษย์สายตรงจากสำนักศักดิ์สิทธิ์คนอื่นที่อยู่รอบๆ ต่างพากันมองเขาเหมือนมองคนโง่คนหนึ่ง
"อะไรกัน? ข้าพูดอะไรผิดไปงั้นรึ!?"
ศิษย์สำนักคุนหลุนคนนั้นถูกจ้องจนรู้สึกขนลุก เขาพยายามทบทวนดูแล้วเขาก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนี่นา ทำไมทุกคนถึงมองเขาแบบนั้นกันหมด?
ถ้าคนสำนักอื่นมองก็ยังพอว่า แต่นี่แม้แต่ศิษย์คุนหลุนคนอื่นยังมองเขาแบบนั้นด้วยเลย
เรื่องนี้ทำให้เขาสับสนและไม่เข้าใจอย่างยิ่ง
"ศิษย์น้อง เจ้าไม่รู้รึไงว่าศิษย์พี่หวังบรรลุเจตจำนงกระบี่แล้ว กระบี่ปราณแท้ของเขาเมื่อฟันออกไป ไม่ใช่แค่สามารถทำลายสภาวะปรมาจารย์ได้เท่านั้น แต่มันยังสามารถตัดขาดการรับรู้ทางวิญญาณได้ด้วย!"
"สภาวะปรมาจารย์ภายในเกราะปราณแท้เมื่อถูกทำลายลง มันก็เป็นเพียงแค่ฟองสบู่ที่ไม่มีประโยชน์อะไรนอกจากจะสิ้นเปลืองปราณแท้เท่านั้นเอง"
"ส่วนการตัดขาดดวงวิญญาณน่ะน่ากลัวยิ่งกว่า ปรมาจารย์อสูรพวกนั้นไม่สามารถใช้ดวงวิญญาณตรวจจับตำแหน่งกระบี่ปราณแท้ของศิษย์พี่หวังได้เลย!"
"เมื่อไม่สามารถล็อกเป้าหมายด้วยวิญญาณได้ พวกมันก็ต้องพึ่งพาเพียงสัญชาตญาณของร่างกายและดวงตาในการป้องกันเท่านั้น แล้วจะไปต้านทานการโจมตีจากวิชาบังคับกระบี่ด้วยวิญญาณได้อย่างไรกันล่ะ?"
"สภาวะปรมาจารย์และดวงวิญญาณต่างก็ไร้ประโยชน์ ศิษย์พี่หวังจัดการพวกมันได้ง่ายเหมือนที่ปรมาจารย์ระดับสูงจัดการกับนักบู๊ระดับเซียนเทียนนั่นแหละ!"
"ปรมาจารย์อสูรพวกนั้นต่อให้จะมีร่างกายที่เป็นอมตะก็ตาม แต่นั่นแหละคือสาเหตุที่พวกมันต้องถูกทรมานจากการถูกแล่เนื้อนับพันครั้งอย่างน่าสยดสยอง..."
"ประกอบกับการที่ดวงวิญญาณของศิษย์พี่หวังทำลายขีดจำกัดไปแล้ว ระยะดวงวิญญาณของเขาขยายไปไกลกว่าหกสิบหลี ด้วยระยะทางขนาดนี้ ปรมาจารย์อสูรพวกนั้นไม่มีทางหนีพ้นจากการไล่ล่าด้วยวิชาบังคับกระบี่ของเขาได้ในเวลาอันสั้นแน่นอน..."
ศิษย์สายตรงสำนักคุนหลุนอีกคนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา และอธิบายถึงความพิสดารที่ซ่อนอยู่ในกระบี่เหล่านั้นให้ฟัง
ทันทีที่ได้ยินคำอธิบายนี้ ทุกคนต่างพากันลอบสูดลมหายใจด้วยความหนาวเหน็บ
สายตาที่จ้องมองหวังหมิงต่างก็รู้สึกหนังศีรษะชาไปตามๆ กัน!
เดิมทีนึกว่าหวังหมิงในการต่อสู้ระยะประชิดที่ระเบิดพลังสาร ปราณ และวิญญาณออกมานั้นก็น่าหวาดกลัวพอที่จะไร้คู่ปรับในระดับปรมาจารย์แล้ว
แต่ใครจะนึก..
หวังหมิงในวิชาบังคับกระบี่ด้วยวิญญาณ ก็ยังน่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ด้วย!
แถมยังน่าหวาดกลัวอย่างผิดปกติอีกต่างหาก!
วิชาบังคับกระบี่แบบเดียวกันแท้ๆ แต่หวังหมิงกลับนำมาใช้บดขยี้อีกฝ่ายได้จนจมดิน!
ในขณะที่ศิษย์สายตรงสำนักต่างๆ ต่างพากันอุทานด้วยความทึ่งและความหวาดผวาปนความเปิดหูเปิดตานั้น
พวกปรมาจารย์อสูรฝั่งตรงข้ามต่างพากันโง่งมไปหมดแล้ว!
แต่ละตนต่างแสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ จ้องมองภาพปรมาจารย์อสูรนับร้อยตนเบื้องหน้าที่เกือบจะไร้ทางขัดขืน ถูกแล่เนื้อเถือหนังจนเหลือแต่กระดูกขาวโพลน และต้องเผชิญกับการทรมานทั้งทางร่างกายและดวงวิญญาณอย่างแสนสาหัส
ราวกับได้เห็นภูตผีมาปรากฏตัวต่อหน้า!
ตอนแรกพวกมันนึกว่าจะเมินเฉยต่อกระบี่ปราณแท้เหล่านั้นได้ แต่พวกมันกลับคาดไม่ถึงเลยว่าในมือของหวังหมิง ม้นจะกลายเป็นสิ่งที่น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้!
กายาอสูรที่พวกมันภาคภูมิใจนักหนาและได้ชื่อว่าเป็นอมตะ ในวินาทีนี้กลับกลายเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมการทรมานที่ไร้ขีดจำกัดราวกับเครื่องประหารที่น่าสยดสยอง!
ยิ่งตายยากเท่าไหร่ การทรมานที่ได้รับก็ยิ่งยาวนานและเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
"บัดซบ กระบี่ปราณแท้ของเขามีเจตจำนงกระบี่ที่น่าหวาดกลัว ม้นสามารถบดขยี้สภาวะปรมาจารย์และตัดขาดดวงวิญญาณได้ เมื่อถูกฟันเข้าใส่ ร่างกายก็จะถูกทำลายและดวงวิญญาณจะบาดเจ็บ!"
"ขอเพียงแค่ถูกฟันเข้าใส่กระบี่เดียว ดวงวิญญาณก็จะได้รับความเสียหาย และการตอบสนองก็จะช้าลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็กลายเป็นเพียงลูกแกะที่รอวันถูกเชือด และปล่อยให้เขาแล่เนื้อได้ตามใจชอบ!"
"บัดซบ เจ้าตัวประหลาดหวังหมิงนี่ ทำไมลูกเล่นของเขามันถึงได้เยอะขนาดนี้กัน?!"
ปรมาจารย์อสูรจำนวนมากเริ่มมองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ รูม่านตาหดเล็กลงด้วยความตกตะลึงและหวาดผวาอย่างถึงที่สุด และในท้ายที่สุด สายตาที่ทุกคนจ้องมองหวังหมิงก็ราวกับมองดูปีศาจร้าย
ฉึบ ฉึบ ฉึบ!
วินาทีต่อมา ปรมาจารย์อสูรนับร้อยตนที่ถูกเฉือนจนเหลือแต่กระดูก ต่างก็ถูกจุดไฟแผดเผาจนกลายเป็นลูกไฟขนาดใหญ่ลุกโชนโชติช่วง!