- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพทรู แอปพลิเคชันสวรรค์เปลี่ยนชีวิต
- บทที่ 50 เหยื่อรายแรก
บทที่ 50 เหยื่อรายแรก
บทที่ 50 เหยื่อรายแรก
บทที่ 50 เหยื่อรายแรก
ดังนั้นเขาจึงพาขงเมิ่งหานกลับมาที่ห้องนิรภัยของบริษัทอีกครั้ง เขาได้กุญแจตู้กระจกมาจากซ่งอวี้ถิงแล้ว แถมขงเมิ่งหานก็รู้รหัสผ่านด้วย พวกเขาจึงสามารถเข้าไปดูไหใบนั้นได้อีกครั้ง
ความจริงแล้วการมาดูไหใบนี้ก็คงไม่ได้ช่วยให้อะไรกระจ่างขึ้นหรอก แต่ในเมื่อตอนนี้พวกเขายังมืดแปดด้าน ก็คงต้องเริ่มสืบจากไหใบนี้ก่อน ส่วนจะได้เบาะแสอะไรหรือไม่ ก็คงต้องพึ่งดวงเอาแล้วล่ะ
อันที่จริงในเวลาวิกาลแบบนี้ จางเล่อกับขงเมิ่งหานไม่ควรจะมาที่บริษัทเลย แถมบรรยากาศตอนกลางคืนก็ดูน่ากลัวจะตายไป กว่าพวกเขาจะออกมาจากโรงพยาบาลก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว เวลานี้ไม่มีใครอยู่เวรที่บริษัท พูดง่ายๆ ก็คือทั้งบริษัทมีแค่พวกเขาสองคนเท่านั้น
พอนึกถึงไหปริศนาที่น่ากลัวใบนั้น จางเล่อก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ แต่ขงเมิ่งหานกลับไม่ได้รู้สึกกลัวเลยสักนิด ที่ขงเมิ่งหานไม่กลัว ก็เพราะเธอไม่รู้ว่าข้างในไหมีอะไรซ่อนอยู่ สำหรับเธอแล้ว มันก็เป็นแค่ไหธรรมดาๆ ใบหนึ่ง ส่วนเรื่องความลึกลับที่คนอื่นพูดถึง เธอเองก็ยังไม่ได้สัมผัสด้วยตัวเอง จึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแต่อย่างใด
แต่สำหรับจางเล่อมันไม่เหมือนกัน เขาใช้เนตรทองคำมองทะลุไหใบนั้นเข้าไปแล้ว และรู้ว่าข้างในมีศพเด็กทารกถูกแช่แข็งอยู่ พอรู้ว่ามันคืออะไร ในใจก็ย่อมต้องรู้สึกหวาดกลัวเป็นธรรมดา
พูดได้เลยว่า ในบรรดาคนทั้งหมด จางเล่อคือคนที่หวาดกลัวไหใบนี้มากที่สุด เพราะคนอื่นไม่รู้ว่าไหใบนี้มันน่ากลัวอย่างไร แต่การที่เขารู้ความลับของไหใบนี้ มันก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน เพราะเขารู้ว่ามันน่ากลัว เขาจึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้มัน ในขณะที่คนอื่นๆ ไม่ได้คิดว่าไหใบนี้อันตราย ก็เลยมักจะเผลอเข้าไปใกล้มัน และนั่นก็อาจจะนำพาความซวยมาสู่ตัวเองได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้น บางครั้งความไม่รู้ก็เป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ
ภาพการเดินของพวกเขาสองคนดูแปลกประหลาดมาก ขงเมิ่งหานเดินนำหน้า ส่วนจางเล่อเดินตามหลังต้อยๆ ท่าทางเหมือนคนกำลังหวาดกลัวสุดขีด
"เป็นอะไรไป ทำไมถึงทำท่าทางกลัวขนาดนั้นล่ะ" ขงเมิ่งหานหันกลับมาถามจางเล่อ
"เธอรู้ไหมว่าในไหใบนั้นมีอะไรอยู่" จางเล่อถามกลับ
"ไม่รู้สิ คนในบริษัทก็ไม่มีใครรู้เหมือนกันนี่นา ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้างในมันใส่อะไรเอาไว้" ขงเมิ่งหานตอบหน้าตาเฉย
"ไม่รู้แล้วยังจะเดินนำหน้าอีก ถ้าเกิดมีปีศาจกระโดดออกมาจากไหแล้วกินเธอเข้าไป จะทำยังไงฮะ" จางเล่อพูดล้อเล่นกับขงเมิ่งหาน บางทีในสถานการณ์แบบนี้ การพูดเล่นนิดๆ หน่อยๆ ก็อาจจะช่วยลดความตึงเครียดลงได้บ้าง
"ฉันว่านะ ต่อให้มีปีศาจกระโดดออกมาจริงๆ มันก็ต้องกินนายก่อนแน่ๆ"
"ทำไมมันต้องกินฉันก่อนล่ะ ฉันไม่ได้มีความแค้นอะไรกับมันสักหน่อย ทำไมมันต้องเจาะจงเล่นงานฉันด้วย อีกอย่าง เธอก็เป็นผู้หญิง ผิวพรรณนุ่มนิ่ม น่าจะอร่อยกว่าฉันตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ" จางเล่อตอบกลับ
"ไอ้คนหน้าด้าน นายรู้ได้ยังไงว่าปีศาจชอบกินของนุ่มๆ นิ่มๆ เผลอๆ ปีศาจอาจจะชอบกินเนื้อเหนียวๆ เคี้ยวเพลินๆ แบบนายก็ได้" ขงเมิ่งหานเถียงกลับ
ทั้งสองคนคุยเล่นกันไปพลาง เดินเข้าไปใกล้ไหใบนั้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว พอเดินเข้าไปใกล้ไหใบนั้น ขงเมิ่งหานก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติในอากาศ
"นี่จางเล่อ นายรู้สึกไหมว่าอากาศมันเย็นลงเรื่อยๆ แถมยังให้ความรู้สึกหลอนๆ ยังไงก็ไม่รู้สิ" ขงเมิ่งหานหันไปมองหน้าจางเล่อแล้วพูดขึ้น พูดไปพลางเธอก็จับแขนจางเล่อเอาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าเขาจะแอบวิ่งหนีไป
ตอนที่จางเล่อมาดูไหใบนี้กับซ่งอวี้ถิง เขาก็สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นเหมือนกัน แต่ตอนนั้นไม่มีใครบอกเขาว่าความรู้สึกหนาวเย็นแบบนี้มันคือความรู้สึกหลอนๆ พอขงเมิ่งหานพูดแบบนั้น จางเล่อก็แอบสะดุ้งขึ้นมาเหมือนกัน
"ที่เธอบอกว่ามันรู้สึกหลอนๆ เนี่ย หรือว่าเธอคิดว่าในห้องนิรภัยนี่มีผีสิงอยู่งั้นเหรอ" จางเล่อตบศีรษะขงเมิ่งหานเบาๆ แล้วพูดขึ้น " ผี "
พอขงเมิ่งหานได้ยินคำว่า ผี เธอก็เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ ท่าทางการเคลื่อนไหวของเธอเริ่มช้าลง สีหน้าก็ดูหวาดระแวงไปหมด
พูดตามตรงเลยนะ สถานการณ์ของพวกเขาสองคนตอนนี้มันก็น่ากลัวจริงๆ นั่นแหละ ในห้องนิรภัยแห่งนี้มีตู้กระจกใบเล็กๆ ตั้งเรียงรายอยู่เต็มไปหมด และเนื่องจากพวกเขามากันตอนกลางคืน จึงไม่ได้เปิดไฟ ใช้แค่ไฟฉายกระบอกเล็กๆ ส่องทางเท่านั้น
แสงจากไฟฉายส่องกระทบตู้กระจก ทำให้เกิดแสงสะท้อนและหักเหไปมาจนดูน่าเวียนหัว แถมของที่อยู่ในตู้กระจกก็เป็นพวกโบราณวัตถุเก่าแก่ทั้งนั้น พูดง่ายๆ ก็คือของพวกนี้ส่วนใหญ่ขุดขึ้นมาจากหลุมศพใต้ดินทั้งสิ้น แถมตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้วด้วย บรรยากาศแบบนี้ เวลาแบบนี้ มันชวนให้ขนหัวลุกจริงๆ
ทั้งสองคนเดินเบียดเสียดกันไปจนถึงหน้าตู้กระจกที่เก็บไหใบนั้นไว้ จางเล่อเพ่งมองไหใบนั้นอย่างละเอียด แต่เขาก็ยังมองไม่เห็นเบาะแสอะไรเลย เขาไม่กล้าใช้เนตรทองคำมองทะลุเข้าไปในไหใบนั้นอีกแล้ว เพราะคราวก่อนเขาดูไปแล้ว และเห็นว่าข้างในมีศพเด็กทารกอยู่ ถ้าดูอีกครั้ง ผลลัพธ์มันก็คงเหมือนเดิม
แต่ถ้าเขาต้องเห็นภาพนั้นซ้ำอีก เขาคงต้องช็อกจนขวัญผวาอีกรอบแน่ๆ คราวนี้พอกลับไปคงจะนอนไม่หลับไปอีกหลายวันเลยล่ะ ความจริงตั้งแต่แรกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าการกลับมาดูไหใบนี้ คงไม่ช่วยให้เจอเบาะแสอะไรหรอก
สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำก็คือ สังเกตลวดลายและสัญลักษณ์แปลกๆ บนไหใบนี้ให้ละเอียดอีกครั้ง และเขาก็แอบใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปโบราณวัตถุชิ้นนี้เก็บไว้ด้วย เขาตั้งใจว่าเดี๋ยวจะลองเอาไปให้คนอื่นช่วยวิเคราะห์ดูว่าลวดลายบนไหใบนี้มันหมายความว่าอย่างไร บางทีพวกเขาอาจจะไม่รู้ว่าไหใบนี้คืออะไร แต่โลกนี้มันกว้างใหญ่ ต้องมีใครสักคนแหละที่รู้ว่าของสิ่งนี้คืออะไร จางเล่อคิดในใจ
ส่วนขงเมิ่งหานที่ยืนอยู่ข้างๆ พอเข้าใกล้ไหใบนี้ เธอก็ตัวสั่นเทิ้มขึ้นมาทันที ความจริงก่อนหน้านี้เธอก็เคยเห็นไหใบนี้มาแล้ว แต่ก็เหมือนกับจางเล่อในตอนแรก คือได้แต่มองอยู่ไกลๆ ไม่เคยเข้ามาดูใกล้ๆ แบบนี้มาก่อน เธอไม่คิดเลยว่าการเข้ามาใกล้ไหใบนี้จะทำให้รู้สึกหนาวเย็นยะเยือกขนาดนี้ ถ้ารู้ว่ามันจะหนาวขนาดนี้ เธอคงไม่ยอมมาดูไหเก่าๆ ใบนี้เด็ดขาด
เพราะเธอรู้ตัวดีว่าต่อให้เธอดูไหใบนี้ เธอก็คงดูไม่ออกหรอกว่ามันคืออะไร แต่พอเห็นจางเล่อกำลังจ้องมองไหใบนั้นอย่างตั้งใจ เธอก็ไม่อยากจะเข้าไปขัดจังหวะ ยังไงเสียพวกเขาก็มาด้วยกันเพื่อหาเบาะแส ถึงแม้เธอจะดูไม่ออก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจางเล่อจะดูไม่ออกนี่นา เธอจึงปล่อยให้จางเล่อสำรวจไหใบนั้นไป ส่วนตัวเองก็ยืนรออยู่เงียบๆ อยู่ข้างๆ
เธอเห็นจางเล่อใช้โทรศัพท์มือถือแอบถ่ายรูปโบราณวัตถุเอาไว้ ความจริงแล้วบริษัทมีกฎห้ามแอบถ่ายรูปโบราณวัตถุพวกนี้เด็ดขาด แต่พอเห็นจางเล่อถ่ายรูปไหใบนั้น เธอก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไร
พอเห็นจางเล่อเดินวนรอบไหใบนั้นไปมา ซ้ายทีขวาที ทำท่าทางจริงจังสุดๆ ขงเมิ่งหานก็อดรนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากถามขึ้นมา
"นายดูมาตั้งนานแล้ว ตกลงนายดูออกไหมว่ามันคืออะไร เล่าให้ฉันฟังบ้างสิ"
"นายเดินวนไปวนมาแบบนั้น ไม่เวียนหัวบ้างหรือไง อ้อ แล้วตอนที่นายเข้าใกล้ไหใบนั้น นายรู้สึกหนาวๆ บ้างไหม"
"นี่นาย นายเป็นบ้าไปแล้วเหรอ หรือว่าโดนผีสิงไปแล้วฮะ"
"เธอถามคำถามรัวเป็นปืนกลแบบนี้ จะให้ฉันตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะฮะ อีกอย่าง ถึงฉันจะยังไม่ตอบคำถามเธอ เธอก็ไม่ต้องใจร้อนขนาดนั้นก็ได้ ฉันก็แค่กำลังคิดอยู่ว่าข้างในไหใบนี้มันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่" จางเล่อตอบกลับ
"แล้วนายดูมาตั้งนาน ตกลงนายดูออกหรือยังล่ะว่ามันคืออะไร" ขงเมิ่งหานได้ยินน้ำเสียงของจางเล่อ ก็รู้เลยว่าเขาเริ่มหงุดหงิดแล้ว แต่เธอก็ยังคงคาดคั้นถามต่อ
จางเล่อหยุดเดินวนรอบไห แล้วหันมาจ้องหน้าขงเมิ่งหานด้วยสีหน้าจริงจัง "เธออยากรู้จริงๆ เหรอว่าข้างในไหใบนี้มีอะไร"
"ก็แหงสิ ที่ฉันมาถึงนี่ก็เพื่อจะมาดูให้รู้ว่าในไหใบนี้มันมีอะไรซ่อนอยู่ไม่ใช่หรือไง" ขงเมิ่งหานตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
"ฉันขอเตือนเธอด้วยความหวังดีเลยนะ ของที่อยู่ในไหนี้มันไม่ใช่ของดีแน่ๆ ฉันว่าเธอไม่รู้จะดีกว่านะ" จางเล่อมองขงเมิ่งหานแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ความจริงในใจจางเล่อก็คิดอยู่ว่า เขาอยากจะบอกขงเมิ่งหานว่าในไหใบนี้มีศพเด็กทารกซ่อนอยู่ แต่เขาก็กลัวว่าถ้าบอกไป ขงเมิ่งหานอาจจะโกรธเขาได้ เขาจึงแกล้งดึงเช็งเอาไว้ก่อน เพื่อให้ขงเมิ่งหานเป็นฝ่ายอ้อนวอนขอให้เขาบอกเองว่าในไหมีอะไร และเขาก็อยากให้ขงเมิ่งหานรับปากว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครด้วย เขาเลยพูดจาโยกโย้ไปมาเพื่อถ่วงเวลา
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด พอขงเมิ่งหานได้ยินจางเล่อพูดจายืดยื้อแบบนั้น เธอก็ยิ่งอยากรู้หนักกว่าเดิม เธอรีบถามกลับทันที "นายก็รีบๆ พูดมาสิ ตกลงข้างในมันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่"
พอจางเล่อเห็นขงเมิ่งหานเริ่มร้อนรน เขาก็ยังคงแกล้งทำใจเย็นต่อไป "เธออยากรู้จริงๆ เหรอ"
วินาทีนั้น ขงเมิ่งหานรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะสติแตก เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงต้องมาเจอคนน่ารำคาญแบบนี้ด้วย คนบ้าอะไรชอบพูดจาอมพะนำดึงเช็งชาวบ้านเขาอยู่ได้
"ฉันจะบอกเธอก็ได้ แต่เธอต้องรับปากฉันก่อนนะว่าจะไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใคร ตกลงไหม"
"ได้ๆๆ ฉันสาบานเลยว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาด นายรีบพูดมาเร็วๆ เข้าเถอะ ขืนนายยังไม่พูดอีก ฉันคงได้เอาหัวโขกตู้กระจกตายตรงนี้แน่ๆ"
ตอนนี้ฉันแทบอยากจะพุ่งเข้าไปบีบคอจางเล่อให้ตายคามือเลย ขงเมิ่งหานบ่นในใจด้วยความโมโห
"ข้างในไหใบนี้... มีศพเด็กทารกซ่อนอยู่"
สามนาทีต่อมา
"ขงเมิ่งหาน เธอไม่เป็นไรใช่ไหม คงไม่ได้ช็อกตายไปแล้วหรอกนะ"
จางเล่อเขย่าตัวขงเมิ่งหานไปพลาง พูดเรียกสติเธอไปพลาง แต่ขงเมิ่งหานก็ยังคงยืนนิ่งแข็งทื่อเป็นหิน
วินาทีนั้น ในใจขงเมิ่งหานเหมือนมีฝูงอัลปาก้าวิ่งพล่านอยู่เป็นหมื่นตัว เธอไม่คิดเลยว่าที่จางเล่อแกล้งดึงเช็งเธอมาตั้งนาน ก็เพื่อจะบอกประโยคที่ว่า ข้างในไหมีศพเด็กทารก ประโยคเดียวเนี่ยนะ
ถึงเธอจะยังไม่เห็นศพเด็กทารกคนนั้นด้วยตาตัวเอง แต่เธอก็ไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าในไหใบนี้จะมีศพเด็กทารกซ่อนอยู่ แค่คิดภาพตามว่ามีศพเด็กทารกถูกยัดอยู่ในไหแบบนั้น มันจะสยดสยองขนาดไหน
ขณะเดียวกัน เธอก็อยากจะพุ่งเข้าไปซัดจางเล่อให้หมอบ แต่เธอก็ไม่มีเหตุผลอะไรไปทำร้ายเขาได้ เพราะเธอเป็นคนคะยั้นคะยอให้เขาบอกออกมาเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ ความโกรธทำให้ขงเมิ่งหานจุกอกจนพูดไม่ออกไปพักใหญ่
จางเล่อที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ตกใจไม่แพ้กัน พูดตามตรงนะ เขาก็พอจะเดาได้แหละว่าถ้าขงเมิ่งหานรู้ว่าในไหมีศพเด็กทารกซ่อนอยู่ เธอต้องตกใจมากแน่ๆ แต่เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะช็อกจนพูดไม่ออกแบบนี้
ความจริงเขาไม่รู้หรอกว่า ขงเมิ่งหานไม่ได้ช็อกเพราะความกลัวเพียงอย่างเดียว แต่เธอช็อกเพราะความโกรธที่โดนเขาแกล้งปั่นหัวต่างหาก
"ถ้าไม่เป็นอะไรก็กลับกันเถอะ ถ้าเธอไม่กลับ งั้นฉันกลับก่อนล่ะนะ" จางเล่อพูดกับขงเมิ่งหานจบ ก็หันหลังเตรียมตัวจะเดินออกจากห้องนิรภัยไป ขงเมิ่งหานยังคงยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น พอเห็นจางเล่อกำลังจะเดินออกไป เธอก็รีบวิ่งตามเขาไปทันที