- หน้าแรก
- ยอดเซียนเทพทรู แอปพลิเคชันสวรรค์เปลี่ยนชีวิต
- บทที่ 30 สะกดรอยตามเจ้าซี
บทที่ 30 สะกดรอยตามเจ้าซี
บทที่ 30 สะกดรอยตามเจ้าซี
บทที่ 30 สะกดรอยตามเจ้าซี
สองวันสองคืนเต็ม ๆ ที่ขงเมิ่งหานและจางเล่อขลุกอยู่ในห้องกล้องวงจรปิดเพื่อดูภาพบันทึก
ในที่สุด วันที่สามพวกเขาก็เห็นภาพเจ้าซี พนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัท ปรากฏตัวที่บันไดหน้าห้องนิรภัย
จริง ๆ แล้วถ้าเป็นคนอื่นมาโผล่ตรงบันไดนี้ จางเล่อคงไม่สงสัยอะไร แต่นี่มันน่าแปลกมาก เพราะเจ้าซีเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ชั้นหนึ่ง แล้วทำไมเขาถึงขึ้นมาป้วนเปี้ยนตรงบันไดหน้าห้องนิรภัยได้ล่ะ
เรื่องนี้ต้องมีลับลมคมในแน่ ๆ สงสัยต้องสืบประวัติเจ้าซีคนนี้ซะหน่อยแล้ว
จางเล่ออยากจะบอกเรื่องนี้กับขงเมิ่งหานที่อยู่ข้าง ๆ แต่พอหันไปมองก็พบว่าเธอหลับไปแล้ว พวกเขาสองคนเหนื่อยกันมากจริง ๆ ในช่วงสองวันที่ผ่านมา อดหลับอดนอนดูแต่กล้องวงจรปิด ขงเมิ่งหานที่เป็นผู้หญิง
ตัวเล็ก ๆ ต้องมาทนลำบากเป็นเพื่อนเขาก็น่าสงสารจริง ๆ
จางเล่อไม่ปลุกเธอ เขาเอาเสื้อคลุมไปห่มให้เธอ แล้วแอบเดินออกจากห้องกล้องวงจรปิดไปเงียบ ๆ เขาตั้งใจจะไปสะกดรอยตามเจ้าซีคนเดียว เผื่อจะเจอเบาะแสอะไรบ้าง
เจ้าซีคนนี้เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ดูแลความเรียบร้อยบริเวณล็อบบี้ชั้นหนึ่งของบริษัท พื้นที่ทำงานของเขาอยู่ที่ชั้นหนึ่งเท่านั้น
ก็เพราะแบบนี้ไง พอจางเล่อเห็นในกล้องวงจรปิดว่าเจ้าซีขึ้นไปด้อม ๆ มอง ๆ แถวห้องนิรภัยชั้นบน ถึงได้สงสัย
จางเล่อวิ่งลงไปที่ล็อบบี้ชั้นหนึ่งเพื่อหาเจ้าซี แต่กลับพบว่าวันนี้เขาไม่มาทำงาน เลยไปถามหัวหน้างานว่าทำไมเขาถึงไม่มา
หัวหน้ารักษาความปลอดภัยชั้นหนึ่งบอกว่าช่วงนี้เจ้าซีลางาน
พอรู้แบบนี้ จางเล่อก็ยิ่งสงสัยเจ้าซีเข้าไปใหญ่
หลังจากขอเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของเจ้าซีมาจากหัวหน้างานแล้ว จางเล่อก็รีบบึ่งไปที่บ้านของเจ้าซีทันที บังเอิญเห็นเจ้าซีกำลังออกมาซื้อข้าวเช้าพอดี
ก่อนหน้านี้จางเล่อได้ยินจากหัวหน้างานว่าที่เจ้าซีลางาน เพราะเขาอ้างว่าป่วย ต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายวัน แต่ตอนนี้จางเล่อเห็นเต็มสองตาว่าเจ้าซียังเดินเหินได้ปกติ แข็งแรงดี ไม่มีท่าทีคนป่วยเลยแม้แต่น้อย เขาก็ยิ่งมั่นใจในข้อสงสัยของตัวเอง
จางเล่อแอบซุ่มอยู่ในมุมมืด ระวังไม่ให้เจ้าซีรู้ตัวว่ากำลังถูกสะกดรอยตาม
จริงอย่างที่คิด ปกติซื้อข้าวเช้าเสร็จก็ต้องกลับบ้าน แต่เจ้าซีกลับไม่ทำแบบนั้น เขาหิ้วข้าวเช้าเดินไปทางอื่น ดูทรงแล้วคงจะไปข้างนอกแน่ ๆ
เจ้าซีเดินไปโบกแท็กซี่ข้างทาง พอจางเล่อเห็นแบบนั้นก็รีบเรียกแท็กซี่อีกคันให้ขับตามไปติด ๆ
อยากจะรู้จริง ๆ ว่าไอ้เจ้าซีคนนี้มันกำลังวางแผนบ้าบออะไรอยู่ จางเล่อคิดในใจ
ขับตามรถของเจ้าซีไปเรื่อย ๆ แท็กซี่คันหน้าก็ยิ่งขับออกไปไกลจนเกือบจะออกนอกเมืองแล้ว
นี่พวกเขาจะไปไหนกันเนี่ย? ในใจจางเล่อยิ่งมั่นใจขึ้นเรื่อย ๆ ว่าเจ้าซีต้องเป็นคนขโมยสร้อยคอหินโมราไป
แน่ ๆ
รถคันหน้าเริ่มชะลอความเร็วลง จางเล่อมองไปรอบ ๆ ถึงได้รู้ว่าที่นี่คือโรงงานเคมีร้างแถบชานเมือง มันถูกทิ้งร้างมาหลายปีแล้ว แทบจะไม่มีคนผ่านมาเลยด้วยซ้ำ
แท็กซี่ไปจอดอยู่ริมถนนข้างโรงงานเคมี
เจ้าซีลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในโรงงานเคมีคนเดียว โดยไม่รู้เลยว่ามีคนแอบตามมาข้างหลัง
จางเล่อแอบย่องตามเจ้าซีไปเงียบ ๆ ไม่กล้าทำเสียงดังเลยแม้แต่นิดเดียว กลัวว่าคนข้างหน้าจะรู้ตัว
เจ้าซีเดินลัดเลาะไปมาในโรงงานเคมี จนในที่สุดก็มาโผล่ที่ห้องโถงกว้าง ๆ แห่งหนึ่ง
"ออกมาสิ!"
เสียงเรียกที่ดังขึ้นมาดื้อ ๆ ทำเอาจางเล่อสะดุ้งตกใจแทบแย่
จางเล่อคิดในใจ "หรือว่าเราจะโดนจับได้แล้ว! จะออกไปดีไหมเนี่ย"
ในขณะที่จางเล่อกำลังลังเล ก็มีเสียงอีกเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะ "ฮ่า ๆ มาตรงเวลาดีนี่"
พอจางเล่อได้ยินเสียงนี้ก็ตกใจอีกรอบ ทำไมเสียงนี้มันถึงคุ้นหูจังเลยนะ
จางเล่อแอบอยู่หลังเสาไม่กล้าขยับ แต่พอได้ยินเสียงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าออกไปดู
ไม่ดูยังดีกว่า พอเห็นหน้าคนคนนั้น จางเล่อถึงกับตกใจแทบหงายหลัง เพราะคนคนนั้นก็คือเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย จ้าวเส้าฮุยนั่นเอง
"พวกเขาสองคนมานัดเจอกันที่นี่ทำไม หรือว่า..."
จางเล่อจ้องมองสองคนนั้นไม่วางตา เขาแอบอยู่ตรงนี้ค่อนข้างมิดชิด ไม่กลัวว่าสองคนนั้นจะเห็น
ได้ยินจ้าวเส้าฮุยพูดว่า "เอาของมาหรือเปล่า?"
"ผมเอาของมา แล้วคุณเอาเงินมาหรือเปล่าล่ะ?" เจ้าซีตอบกลับ
จางเล่อคิดในใจว่าสองคนนี้ต้องมาซื้อขายอะไรกันแน่ ๆ ใช่แล้วล่ะ ต้องมาซื้อขายสร้อยคอหินโมราเส้นนั้น
แหง ๆ นี่มันหลักฐานชิ้นโบว์แดงเลยนะเนี่ย
คิดได้แบบนั้น จางเล่อก็รีบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดโหมดถ่ายวิดีโอ แอบถ่ายสองคนนั้นไว้จนหมด
ใช่จริง ๆ ด้วย สองคนนี้กำลังตกลงซื้อขายสร้อยคอหินโมรากันอยู่
ไม่นาน การซื้อขายก็เสร็จสิ้น ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป
จางเล่อแอบอยู่ตรงมุมมืดคนเดียว ไม่กล้าขยับตัวอยู่ตั้งนาน กลัวคนอื่นจะเห็นเข้า จนกระทั่งผ่านไปชั่วโมงกว่า แน่ใจแล้วว่าสองคนนั้นไปไกลแล้วจริง ๆ เขาถึงค่อย ๆ แอบย่องออกมา
ตอนนี้ในมือเขามีหลักฐานที่มัดตัวว่าเจ้าซีเป็นคนขโมยสร้อยคอของบริษัท เรื่องนี้ก็ถือว่าคลี่คลายแล้วล่ะ
เขาก็เลยรีบกลับไปที่โรงประมูลทันที ตอนที่จางเล่อเดินเข้าล็อบบี้ก็บังเอิญเจอจางเหม่ยเหม่ย พนักงานต้อนรับของบริษัทพอดี
จางเหม่ยเหม่ยเมาแอ๋ เดินโซเซไปมา แล้วก็ดันเดินมาชนเข้าที่อกของจางเล่อเข้าอย่างจัง ปากก็พร่ำบอกว่าฉันยังไม่เมา ฉันยังดื่มได้อีก
จางเล่อถามขึ้นว่า "เธอไปทำอะไรมาเนี่ย ทำไมถึงดื่มหนักขนาดนี้?"
จางเหม่ยเหม่ยตอบว่า "ฉันยังไม่เมาซะหน่อย ฉันยังดื่มได้อีก ปล่อยฉันนะ!"
จางเล่อพูดต่อ "เมาจนพูดไม่รู้เรื่องขนาดนี้แล้ว เธอจะกลับบ้านยังไงล่ะเนี่ย?"
จางเหม่ยเหม่ยยิ้มแหย ๆ ด้วยความเมา "ไม่ต้องมายุ่ง เดี๋ยวฉันขับรถกลับเอง"
จางเล่อพูดด้วยสีหน้าหมดหนทาง "เมาขนาดนี้ยังจะกล้าขับรถอีกนะ เชื่อเขาเลย... บ้านเธออยู่ไหนล่ะ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งแล้วกัน"
"นี่ ตื่นสิ เธอยังไม่ได้บอกเลยนะว่าบ้านอยู่ไหน?"
จางเล่อไม่คิดเลยว่าเพิ่งจะแก้ปัญหาเรื่องนึงเสร็จ กลับมาก็ต้องมาเจอปัญหาใหม่อีก น่ารำคาญชะมัด
คิดในใจว่าช่วยไม่ได้นี่นา จะทิ้งเธอไว้ตรงนี้ก็ไม่ได้ คงต้องหาที่พักให้เธอซะแล้ว พยุงจางเหม่ยเหม่ยเตรียมจะเดินออกไป
แต่บังเอิญตอนจะออกไปดันไปจ๊ะเอ๋กับขงเมิ่งหานเข้าพอดี
ขงเมิ่งหานกำลังจะถามจางเล่ออยู่พอดีว่าเรื่องสร้อยคอจัดการเรียบร้อยหรือยัง พอเห็นจางเล่อพยุงจางเหม่ยเหม่ย เธอก็พูดเสียงเย็นชาว่า "นี่นายจัดการเรื่องสร้อยคอเสร็จแล้วหรือไง ถึงได้มีเวลามาหามสาวอยู่ตรงนี้"
พอได้ยินคำพูดนี้ จางเล่อถึงกับพูดไม่ออก น้ำท่วมปาก "ผมเพิ่งไปดูวงจรปิดแล้วตามสะกดรอยคนมาต่างหาก ใครจะไปรู้ว่าพอกลับมาก็บังเอิญมาเจอเธอเข้าพอดี"
ขงเมิ่งหานพูดอย่างอารมณ์เสีย "ฉันขี้เกียจจะยุ่งกับนายแล้ว นายจัดการเอาเองก็แล้วกัน" พูดจบก็หันหลังเดินเข้าบริษัทไปเลย
จางเล่อเห็นแบบนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจ ในใจมันขมขื่นแต่พูดไม่ออกจริง ๆ อยากจะทิ้งจางเหม่ยเหม่ยไว้ตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
แต่ยังไงก็คนบริษัทเดียวกัน อย่างน้อยก็ต้องหาที่พักให้เธอให้ได้
ตัดสินใจได้แล้วก็พยุงจางเหม่ยเหม่ยไปที่โรงแรมใกล้ ๆ บริษัท
จางเล่อหอบแฮกกว่าจะแบกจางเหม่ยเหม่ยขึ้นมาถึงห้องพักในโรงแรมได้ คิดในใจว่านี่มันหนักพอ ๆ กับแบกหมูตัวนึงเลยนะเนี่ย
พอวางจางเหม่ยเหม่ยลงบนเตียง จางเล่อก็นั่งลงตรงขอบเตียงกะจะพักสักหน่อย ใครจะไปรู้ว่าจู่ ๆ จางเหม่ยเหม่ยจะพลิกตัวลุกขึ้นมา ทำท่าเหมือนจะอ้วก
"แม่เจ้าประคุณ อย่าอ้วกใส่เตียงนะ มานี่เลย มานี่" พอจางเล่อเห็นจางเหม่ยเหม่ยทำท่าจะอ้วกจริง ๆ ก็รีบประคองเธอไปเข้าห้องน้ำ
จางเหม่ยเหม่ยเกาะชักโครกอ้วกอยู่นานสองนาน ปากก็ยังร้องตะโกนว่า "แม่ยังซดได้อีกหลายขวดเว้ย"
จางเล่อยืนจับประตูดูจางเหม่ยเหม่ยเกาะชักโครกอ้วก คิดในใจว่าสภาพนี้ขืนซดอีกสักขวดสองขวด คงได้กลายเป็นโคลนเหลว ๆ แน่
พอเห็นจางเหม่ยเหม่ยอ้วกจนหมดไส้หมดพุงแล้ว จางเล่อก็ประคองเธอไปนอนบนเตียง ห่มผ้าให้เรียบร้อย แล้วพูดว่า "เธอนอนพักอยู่นี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยไปทำงาน ฉันไปก่อนนะ"
จางเหม่ยเหม่ยคงจะอ้วกจนสร่างเมาไปเยอะแล้ว พอเห็นจางเล่อกำลังจะไป ก็ลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง ดึงมือจางเล่อไว้แล้วพูดว่า "นี่นายมาส่งฉันแล้วก็จะทิ้งฉันไปเลยเหรอ ฉันยังสร่างเมาไม่เต็มที่เลยนะ! นายจะปล่อยฉันไว้ที่นี่คนเดียวจริง ๆ เหรอ?"
จางเล่อกดจางเหม่ยเหม่ยลงบนเตียงอีกครั้งแล้วพูดว่า "มีอะไรให้น่าเป็นห่วงล่ะ ฝั่งตรงข้ามก็บริษัทเรานี่ไง พรุ่งนี้เช้าเธอตื่นมาก็เดินไปทำงานได้เลย"
จางเหม่ยเหม่ยดึงมือจางเล่อไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทำหน้าบึ้งตึงแล้วพูดว่า "ไม่ได้ คืนนี้นายต้องอยู่เป็นเพื่อนฉัน"
ได้ยินจางเหม่ยเหม่ยพูดจาเพ้อเจ้อตอนกึ่งหลับกึ่งตื่น จางเล่อก็ตอบกลับไปอย่างหงุดหงิดว่า "อยู่เป็นเพื่อนเธอเหรอ อยู่ทำไมล่ะ? จะให้ฉันนอนเป็นเพื่อนเธอหรือไง"
จางเล่อพูดไปพยายามแกะมือที่จางเหม่ยเหม่ยจับไว้แน่นออกไป
"ใช่ คืนนี้ฉันอยากให้นายนอนเป็นเพื่อนฉัน" จางเหม่ยเหม่ยพูดอย่างภูมิใจ มือข้างนึงก็ดึงจางเล่อเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
พูดจบมืออีกข้างก็เริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเอง
จางเล่อเห็นท่าไม่ดีแล้ว ถึงตัวเองจะเป็นคนในศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดที่มีความคิดเปิดกว้าง แต่สำหรับเหม่ยเหม่ยคนนี้ เขาไม่ได้รู้สึกอะไรด้วยเลยสักนิด
พอเห็นจางเหม่ยเหม่ยเริ่มถอดเสื้อผ้าตัวเอง จางเล่อก็รีบเข้าไปห้ามทันที
"เหม่ยเหม่ย น้องเหม่ยเหม่ย เธอเมาแล้วนะ อย่ากวนสิ รีบนอนพักผ่อนเถอะ" จางเล่อพูดเสียงดุ
จางเล่อเพิ่งจะกดตัวจางเหม่ยเหม่ยให้นอนลง เธอก็ลุกขึ้นมาจากเตียงอีกครั้ง ถอดเสื้อผ้าไปพลาง พูดไปพลาง "คืนนี้ฉันจะนอนกับนาย นายจะทำไมฉันได้ล่ะ"
จางเล่อคิดในใจว่าซวยแล้วขืนมีคนรู้เรื่องนี้เข้า วันหลังจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในบริษัทล่ะเนี่ย เขารีบกระโดดขึ้นเตียงไปห้ามไม่ให้จางเหม่ยเหม่ยถอดเสื้อผ้าตัวเอง
"ปัง" จู่ ๆ ก็มีเสียงโครมครามดังมาจากข้างนอก เกิดอะไรขึ้น ประตูมันเปิดออกเองได้ไง จางเหม่ยเหม่ยหยุดถอดเสื้อผ้า
จางเล่อกำลังจะออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ก็มีคนกลุ่มใหญ่กรูเข้ามา
"ตำรวจตรวจค้น ยกมือขึ้น อย่าขยับ" สิ้นเสียงก็มีคนใส่เครื่องแบบสามสี่คนพุ่งเข้ามา
จางเล่อยังอยากจะพูดอะไรอีก แต่ยังไม่ทันอ้าปากก็โดนผู้ชายวัยกลางคนสองคนกดลงกับพื้น จับแขนไพล่หลัง จางเล่อรู้สึกเย็นวาบที่ข้อมือ ได้ยินเสียงกริ๊ก จบกัน จางเล่อคิดในใจ แบบนี้โดนใส่กุญแจมือชัวร์เลย
"ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น มีอะไรไปพูดที่โรงพัก" ตำรวจหญิงอายุยี่สิบกว่า ๆ พูดประโยคนี้ออกมา
จางเหม่ยเหม่ยนั่งอึ้งอยู่บนเตียง ฤทธิ์ความดื้อรั้นเมื่อกี้หายวับไปกับตา ทั้งสองคนถูกคุมตัวออกจากห้องพักไปขึ้นรถตำรวจ แล้วมุ่งหน้าตรงไปที่โรงพักทันที
จางเหม่ยเหม่ยเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ซะที่ไหนล่ะ เมื่อกี้ในห้องโรงแรมก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก ตอนนี้สร่างเมาเป็นปลิดทิ้งแล้ว
ตอนนี้พอได้สติก็เอาแต่นั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เบาะหลัง
จางเล่อพูดขึ้นมาว่า "แม่งเอ๊ย เรื่องนี้ต้องโทษเธอคนเดียวเลย ผีเข้าหรือไงถึงได้ไปกินเหล้าเมาหยำเปแบบนั้น"
"ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ ทำไมตำรวจถึงมาจับพวกเราได้ล่ะ" จางเหม่ยเหม่ยพูดไปร้องไห้ไป