- หน้าแรก
- มาร์เวล: เริ่มต้นด้วยการก่อตั้งองค์กรไฮดรา
- บทที่ 185: สายลับสองหน้า (ฟรี)
บทที่ 185: สายลับสองหน้า (ฟรี)
บทที่ 185: สายลับสองหน้า (ฟรี)
นาตาชาขึ้นเครื่องบินพิเศษของชีลด์ บินข้ามระยะทางกว่า 4,000 กิโลเมตร ใช้เวลากว่าชั่วโมงก็มาถึงซานฟรานซิสโก
ถ้าเป็นเครื่องบินโดยสารธรรมดา...
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรอไฟลต์ แค่เวลาบินอย่างเดียวก็กินไปอย่างน้อยหกถึงเจ็ดชั่วโมงแล้ว
แต่ด้วยเวลาในระหว่างการเดินทางนี้ นาตาชาก็สามารถสืบรายละเอียดแผนปล่อยจรวดของไลฟ์ฟาวเดชั่นสำหรับวันพรุ่งนี้ได้อย่างเต็มที่ ส่วนเวลาที่เหลือ เธอยังพอมีเวลาเดินเล่นชมเมืองซานฟรานฯ ได้อีกหน่อยด้วยซ้ำ.........
เที่ยงตรง
นาตาชาลอบเข้าไปในไลฟ์ฟาวเดชั่นได้สำเร็จ
สำหรับสายลับระดับท็อป แค่บริษัทไลฟ์ฟาวเดชั่นมันก็ไม่ต่างจากสวนหลังบ้านเท่าไหร่
ก็ในเมื่อแม้แต่นักข่าวตกงานอย่างเอ็ดดี้ยังสามารถแอบเข้าไปได้ด้วยการพาเข้าจากคนวงใน แล้วจะเหลืออะไรกับนาตาชา ที่ผ่านการฝึกจาก Red Room ตั้งแต่เด็ก และผ่านภารกิจมาไม่ต่ำกว่าพันครั้ง?
แต่ว่าการเจาะเข้ามาในไลฟ์ฟาวเดชั่นก็ยังเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น
และในตอนที่นาตาชาแทรกซึมเข้าไปสำเร็จนั้นเอง เธอไม่รู้เลยว่า...
เธอถูก “สกายเน็ต” จับตาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ใช่แล้ว ตอนนี้สกายเน็ตควบคุมเครือข่ายภายในของไลฟ์ฟาวเดชั่นทั้งหมดอยู่
แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นบริษัทของเดรค แต่พูดให้ถูกก็คือ ที่นี่เป็นของ “ไฮดรา” มากกว่า
ทันทีที่ตรวจพบการแทรกซึม สกายเน็ตก็แจ้งข่าวไปยังคลาร์กทันที ซึ่งตอนนั้นเขาอยู่ที่นิวยอร์ก กำลังวางแผนจะไปอาบแดดกับเจสสิก้าอยู่เลย
แต่เอาจริง ๆ คลาร์กก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับแผนปล่อยจรวดพรุ่งนี้เท่าไหร่นัก
จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ...
เขาไม่ได้แคร์เลยด้วยซ้ำ เพราะเอาจริง ๆ คลาร์กไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้หรอก
เขาส่งคนไปที่นั่นเยอะมาก ถึงไรออตกับเวน่อมจะจับมือกันก็เถอะ แต่ให้ตายเถอะ คลาร์กไม่เชื่อหรอกว่า แค่ซิมบิโอตสองตัวจะสามารถรับมือกับกองทัพแอนดรอยด์ร้อยนายที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยได้?
ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่ใช่ว่าทุกซิมบิโอตจะเก่งกาจเหมือน “ฟิวรี่” ที่ผ่านมา
แล้วทำไมฟิวรี่ถึงแข็งแกร่งขนาดนั้นล่ะ?
ก็เพราะโฮสต์ที่มันสิงคือ "นักรบแอนดรอยด์รุ่นใหม่" ที่มีค่าความสามารถทางกายภาพสูงกว่ามนุษย์ทั่วไปถึง 7 เท่า มันถึงได้โชว์พลังได้เต็มที่ขนาดนั้น
แต่ลองดูไรออตกับเวน่อมสิ
คลาร์กไม่ได้ตรวจเลยว่าไรออตสิงใครอยู่
เพราะขี้เกียจเช็กด้วยซ้ำ
ส่วนเวน่อมก็แค่สิงคนว่างงานร่างกายฟิต ๆ คนหนึ่ง
จะหวังให้เก่งอะไรมากมายได้ไง?
แถมสกายเน็ตก็รู้จุดอ่อนของซิมบิโอตพวกนี้หมดแล้ว
เพราะงั้น ถ้าศัตรูมีแค่สองตัวนี้ล่ะก็...ไม่มีอะไรน่ากังวลเลยแม้แต่นิด
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ “ชีลด์” ก็เตรียมจะเข้ามาเกี่ยวด้วย
แล้วคลาร์กจะกลัวแค่เพราะมีชีลด์เข้ามาเหรอ?
อย่าตลกไปหน่อยเลย!
สิ่งเดียวที่ชีลด์พอจะพึ่งได้ก็คือ “ทีมรีเวนจ์”
แต่ในเมื่อชีลด์มีทีมรีเวนจ์ คลาร์กเองก็มี “กองทัพแอนดรอยด์”
สิ่งที่ทีมรีเวนจ์ไม่มี คลาร์กก็มีกับเขาเหมือนกัน!
แล้วชีลด์จะเอาอะไรไปสู้?
ศีลธรรมเหรอ?
เพราะงั้นคลาร์กเลยมอบอำนาจเต็มให้สกายเน็ตจัดการเรื่องไลฟ์ฟาวเดชั่นไปเลย
ส่วนตัวเขาเองก็พาเจสสิก้าไปเล่นเกมทะลึ่ง ๆ สองต่อสอง พอว่าง ๆ ก็คอยแกล้งวานด้ากับเดซี่ไปเรื่อย ใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ไม่ดีกว่าเหรอ?
ก็ในเมื่อมีลูกน้องแล้ว เขาจะต้องทำเองทุกอย่างไปทำไม?
จะเอาไว้ตั้งโต๊ะบูชาเรอะ?
ส่วนเรื่องนาตาชา คลาร์กก็ไม่ให้สกายเน็ตเปิดโปงตัวตนเธอด้วย
เพราะจริง ๆ แล้ว นาตาชา ก็ถือว่าเป็น “คนของเขา” เหมือนกัน
ถึงเธอจะถูกส่งไปเป็นสายลับในชีลด์
แต่แค่จุดเริ่มต้นแบบนี้ มันก็หมายความว่า เธอไม่มีวันออกจากวังวนนี้ได้อีกแล้ว
นิค ฟิวรี่ไม่มีวันเชื่อใจคนที่ “ทรยศสองรอบ” ได้หรอก
ถ้าการที่เธอแปรพักตร์จาก Red Room มาหาชีลด์ในตอนแรก ยังพอเรียกได้ว่าเริ่มต้นชีวิตใหม่
งั้นการที่เธอแปรพักตร์จากชีลด์ไปอยู่กับไฮดรา ก็ถือว่าสิ้นหวังสุด ๆ แล้วล่ะ
ซึ่งนาตาชาเองก็รู้ข้อนี้ดี
แต่ตั้งแต่ที่เธอรู้ว่า ชีลด์ก็ไม่ได้ต่างจากไฮดรามากนัก
เธอก็เริ่มเปิดใจมากขึ้นว่า ทำงานให้ใครก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่
ที่สำคัญ คลาร์กไม่เคยบังคับให้เธอทำอะไรที่เธอไม่อยากทำเลย
นั่นยิ่งทำให้เธอพอใจกับงานปัจจุบันมากขึ้นไปอีก
ก็ใครล่ะจะไม่ชอบ งานเดียวได้เงินสองทาง?
สำหรับคลาร์ก การดึงสมาชิกอนาคตของอเวนเจอร์มาเป็นพวก แถมขอให้ช่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แลกกับเงินเดือนที่เขาแทบไม่รู้สึกว่าเสีย มันคุ้มแบบสุด ๆ
ใครจะไม่เอาล่ะ?
ถ้าคนอื่นสนใจ...
อย่างเช่น ฮอว์คอาย บาร์ตัน คลาร์กก็ยินดีจะจ่ายให้เหมือนกัน
แต่ก็น่าเสียดาย ตอนนี้บาร์ตันดูเหมือนจะยังจงรักภักดีต่อชีลด์แบบสุด ๆ
แถมสำหรับคลาร์กแล้ว ระหว่างนาตาชากับบาร์ตัน แค่คนเดียวก็พอแล้ว.........
เพราะสกายเน็ตยังไม่เปิดโปงตัวตนของนาตาชา มันก็แน่นอนว่า ระบบรักษาความปลอดภัยของไลฟ์ฟาวเดชั่นเองก็ไม่มีทางจับได้อยู่แล้ว
แค่สามชั่วโมงเท่านั้น
นาตาชาก็ได้ข้อมูลที่เธอต้องการมาเรียบร้อย
สุดท้าย พอเธอสืบเรื่องอื่น ๆ เพื่อความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองจนพอใจแล้ว เธอก็เดินออกจากอาคารของไลฟ์ฟาวเดชั่นแบบชิว ๆ
ตั้งแต่ต้นจนจบ กองรักษาความปลอดภัยของไลฟ์ฟาวเดชั่นก็ไม่มีใครรู้เลยว่ามีคนแอบเข้ามา
ห่วยชะมัด!
แต่ก็โทษพวกเขาไม่ได้หรอก
เพราะฝ่ายที่ต้องเผชิญหน้าด้วยคือนาตาชา สุดยอดสายลับที่ถนัดการแอบเข้าโดยเฉพาะ
เว้นแค่ที่อย่างสตาร์กกรุ๊ป ที่ระบบรักษาความปลอดภัยถูกควบคุมด้วย AI อย่างแน่นหนา
ถ้าไม่ใช่แบบนั้น...นาตาชาเข้าได้ทุกที่แหละ!
แล้วไลฟ์ฟาวเดชั่นที่ไร้ระบบ AI ป้องกัน จะไปเทียบอะไรได้?
ขนาดองค์กรยังเทียบกันไม่ได้เลย!
หลังจากออกมาจากไลฟ์ฟาวเดชั่นแล้ว นาตาชาก็ไม่ได้ติดต่อชีลด์โดยตรง แต่ติดต่อกับ “สกายเน็ต” ผ่านมือถือเข้ารหัสอีกเครื่อง
แน่นอนว่านาตาชาไม่รู้เลยว่า คนที่เธอกำลังติดต่ออยู่นั้น...ไม่ใช่ “คน” แต่คือ “ปัญญาประดิษฐ์”
ก่อนหน้านี้ ตอนที่เธอสืบภายในไลฟ์ฟาวเดชั่น เธอพบว่าบริษัทนี้จริง ๆ แล้วถูกควบคุมโดย “ไฮดรา”
และไฮดรากลุ่มที่ควบคุมไลฟ์ฟาวเดชั่นนี้ ก็บังเอิญเป็นไฮดรากลุ่มเดียวกับที่เธอทำงานให้พอดี
เพราะแบบนั้น...
นาตาชาเลยติดต่อ “เจ้านาย” ของเธอทันที เพื่อถามว่า
เธอควรจะรายงานข้อมูลที่พบให้ชีลด์รู้หรือไม่?
FB Page: Rubybibi นิยายแปล [ฝากกดติดตามเพจด้วยนะคะ อัพเดททุกวัน อ่านตอนใหม่ก่อนใคร จิ้มที่นี่เลยค่ะ]
……….