- หน้าแรก
- นัดบอดกับตำรวจสาวทั้งที ไหงได้ผลงานจับโจรกลับมาล่ะ
- บทที่ 23 สัญชาตญาณตำรวจ!
บทที่ 23 สัญชาตญาณตำรวจ!
บทที่ 23 สัญชาตญาณตำรวจ!
บทที่ 23 สัญชาตญาณตำรวจ!
รถบรรทุกเริ่มเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ หวังเม่าเซิงให้ตำรวจจราจรเปิดด่านตรวจเพื่อปล่อยให้รถผ่านไป
ทว่าจู่ๆ ลู่เฉิงก็ตะโกนขึ้นมา "เดี๋ยวก่อน!"
สิ้นเสียงตะโกนนั้น หวังเม่าเซิง จ้าวหาน หลินเหวินปิน และตำรวจจราจรที่ประจำการอยู่ตรงด่านตรวจ ต่างก็หันขวับไปมองลู่เฉิงเป็นตาเดียว
หัวใจของจ้าวหานกระตุกวูบ ไอ้หนุ่มลู่เฉิงนี่มันบ้าบิ่นจริงๆ หรือว่าเขากำลังจะ...?
ลืมไปแล้วหรือไงว่าต้องทำตามคำสั่งทุกอย่าง?
พวกเรามาแค่ให้การสนับสนุน แถมหน่วยปราบปรามยาเสพติดก็อยู่ที่นี่ด้วย!
"ผู้กองหวัง ปล่อยไปไม่ได้นะครับ!" ลู่เฉิงรีบวิ่งเข้าไปหา เมื่อเห็นว่ารถบรรทุกเข้าเกียร์สองแล้ว เขาจึงกางแขนออกและใช้ร่างกายขวางหน้ารถเอาไว้ดื้อๆ
จ้าวหานถึงกับอุทาน "พระเจ้าช่วย!!!"
หลินเหวินปินเองก็สะดุ้งตกใจ
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?
รถบรรทุกเบรกกะทันหัน หน้ารถเกือบจะชนหน้าลู่เฉิงอยู่รอมร่อ
หวังเม่าเซิงขมวดคิ้วแล้วรีบวิ่งเข้าไปหา "คุณเจออะไรเข้าเหรอ?"
เพราะเคยได้ยินจ้าวหานเล่าวีรกรรมของตำรวจฝึกหัดคนนี้ให้ฟัง หวังเม่าเซิงจึงคิดว่าลู่เฉิงอาจจะเจอเบาะแสอะไรเข้าจริงๆ
แต่เมื่อกี้พวกเขาก็เพิ่งจะตรวจดูทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียดไปแล้วนี่นา
แน่นอนว่าลู่เฉิงไม่สามารถบอกได้ว่าเขาเปิดใช้ระบบสูตรโกงและเห็นแสงสีเขียว
เขาจึงต้องหาข้ออ้าง "ผู้กองหวัง เมื่อกี้ผมตรวจท้ายกระบะรถบรรทุกไม่ละเอียดพอครับ ผมขอตรวจดูอีกรอบ"
คนขับรถบรรทุกกระโดดลงมาจากรถโดยที่ยังไม่ได้ดับเครื่องยนต์
เขาให้ความร่วมมือในการตรวจค้นอย่างดีตลอด 10 นาทีที่ผ่านมา และกำลังจะได้ไปอยู่แล้วเชียว แต่กลับถูกตำรวจหนุ่มคนนี้ขวางไว้อีก คราวนี้ความอดทนของเขาขาดผึง
นี่ก็มืดแล้ว ยังจะมาถ่วงเวลาพวกเขากันอีกหรือไง?
"คุณตำรวจ ท้ายกระบะมันก็ว่างเปล่า ไม่มีอะไรให้ตรวจแล้วมั้งครับ!"
"พวกเรายังต้องเข้าเมืองไปกินข้าวเย็นอีก หิวจะแย่อยู่แล้ว!"
เมื่อได้ยินเสียงบ่นของคนขับรถ หวังเม่าเซิงก็ไม่ได้ใส่ใจ เขาเดินตามลู่เฉิงไปที่ท้ายรถบรรทุกแทน
กระบะรถบรรทุกเป็นแบบกึ่งเปิด พื้นปูด้วยแผ่นเหล็กหนาเตอะที่ไม่ค่อยสะอาดนัก แถมยังมีคราบโคลนเกาะติดอยู่
จ้าวหานเดินตามมาสมทบ เขามองดูกระบะท้ายที่ว่างเปล่าพลางสงสัย "ลู่เฉิง กระบะท้ายมันก็โล่งๆ แบบนี้ นายจะตรวจอะไรอีกล่ะ?"
คนขับรถบรรทุกเดินตามมาด้วย เขากอดอกมองดูพวกตำรวจด้วยสายตาจับผิด อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะหาเรื่องตรวจอะไรได้อีก
ลู่เฉิงชี้มือไป พื้นเหล็กของกระบะท้ายตรงจุดที่ดินก้อนหนึ่งถูกงัดออกเผยให้เห็นรอยเชื่อม
สำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ต้องบรรทุกและขนถ่ายสินค้าอยู่บ่อยครั้ง การที่แผ่นเหล็กจะถูกบีบอัดจนเสียรูปทรงนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก โดยเฉพาะบริเวณขอบๆ จะยิ่งเสียรูปได้ง่าย
การที่พื้นกระบะจะมีรอยเชื่อมหรือรอยปะซ่อมแซมจึงถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก
แต่ทว่า...
"รอยเชื่อมยังค่อนข้างใหม่ แถมรูปร่างมันก็น่าสงสัยด้วยครับ"
ในสายตาของลู่เฉิง บริเวณแผ่นเหล็กที่มีรอยเชื่อมนั้นกำลังเปล่งแสงสีเขียวออกมา บ่งบอกว่ามีบางอย่างซ่อนอยู่ใต้แผ่นเหล็กนี้
แต่เขาบอกไม่ได้ว่าใช้สูตรโกง เขาจึงต้องหาคำอธิบายที่ฟังดูมีเหตุผลมาอ้างแทน
คนขับรถขมวดคิ้วแล้วเหลือบมอง "รถผมวิ่งมาตั้ง 7 - 8 ปีแล้ว กระบะท้ายมีรอยเชื่อมซ่อมแซมแผ่นเหล็กมันก็เรื่องปกตินี่ครับ มีอะไรแปลกตรงไหน?"
คนขับรถบรรทุกคลับคล้ายคลับคลาว่าตรงนี้ไม่น่าจะเคยปะซ่อมมาก่อน แต่ก็ไม่แน่ อาจจะเคยปะก็ได้
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ รอยเชื่อมแค่นี้มันเป็นปัญหาตรงไหนกันล่ะ?!
หวังเม่าเซิงชะโงกหน้าเข้าไปดูรูปร่างของรอยเชื่อมอย่างละเอียด มันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอดีเป๊ะ
ถ้าแผ่นเหล็กแบบนี้เกิดการบิดเบี้ยวและแตกหัก รอยเชื่อมก็ควรจะเป็นเส้นตรง
แต่ตอนนี้มันกลับเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า นั่นหมายความว่าแผ่นเหล็กที่หนาขนาดนี้ถูกเจาะเป็นรูขนาดใหญ่
เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีแรงกระแทกมหาศาลขนาดเจาะทะลุแผ่นเหล็กหนาเกือบ 2 เซนติเมตรได้โดยตรง
ดูยังไงก็เหมือนจงใจตัดแล้วเชื่อมปิดทับชัดๆ!
เมื่อคิดได้ดังนั้น หัวใจของหวังเม่าเซิงก็เต้นระรัว หากเป็นอย่างนั้นจริง มันจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลซ่อนอยู่ข้างในแน่ๆ!
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข้อสงสัยและการคาดเดาเท่านั้น แล้วถ้าเขาเดาผิดล่ะ?
บางทีรถบรรทุกคันนี้อาจจะเคยบรรทุกของหนักจนแทงทะลุพื้นเหล็ก การปะซ่อมเป็นรูปสี่เหลี่ยมก็อาจจะปกติก็ได้
แล้วถ้าข้างในไม่มีอะไรเลยล่ะ...
หวังเม่าเซิงหันไปมองลู่เฉิง "ที่นายพูดมาเมื่อกี้ก็น่าสงสัยอยู่ แต่พอจะมีเหตุผลอื่นมารองรับอีกไหม?"
การจะตรวจสอบว่ามีอะไรอยู่ใต้รอยเชื่อมนั้น ต้องตัดแผ่นเหล็กออก ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องใช้เครื่องมือ แต่ยังกินเวลาและใช้แรงงานมากด้วย
หวังเม่าเซิงจึงรู้สึกลังเลเล็กน้อย
ถ้าเขาเดาผิด ก็เท่ากับเสียเวลาไปเปล่าๆ
"ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตรมีอู่ซ่อมรถอยู่ครับ ถ้าเราตัดมันออกแล้วเห็นว่าข้างในมีอะไร นั่นแหละครับคือเหตุผลของเรา"
ลู่เฉิงมั่นใจ 100% ว่ามีของผิดกฎหมายซ่อนอยู่ข้างใน แต่ตอนนี้เขายังไม่มีเหตุผลอะไรไปโน้มน้าวหวังเม่าเซิงได้
ถ้าหวังเม่าเซิงไม่เห็นด้วยและยอมปล่อยรถบรรทุกคันนี้ไป ลู่เฉิงก็คงทำได้แค่เอาหน้าที่การงานเป็นเดิมพัน บังคับให้พวกนั้นเปิดกล่องดูให้ได้
จ้าวหานรู้สึกว่าเหตุผลของลู่เฉิงยังไม่เพียงพอ
"รอยเชื่อมรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไรนะ อาจจะเป็นรอยซ่อมชิ้นส่วนช่วงล่างก็ได้"
ลู่เฉิงส่ายหน้า "ชิ้นส่วนช่วงล่างไม่มีทางถูกเจาะรูจากด้านบนแบบนี้หรอกครับ"
คนขับรถบรรทุกเริ่มหมดความอดทน "ผมก็บอกแล้วไงว่ารถมันวิ่งมาตั้ง 7 - 8 ปี กระบะท้ายมันก็ต้องมีสึกหรอเป็นธรรมดา ลองเอาโคลนออกให้หมดสิ มีรอยเชื่อมรอยปะแบบนี้อีกเป็นสิบจุดเลย"
"นี่พวกคุณคิดจะมาตัดกระบะท้ายรถผมจริงๆ เหรอ? ผมไม่ยอมหรอกนะ! ถ้าพังขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ? ผมยังต้องไปรับจ้างขนมันฝรั่งต่อนะ แล้วพวกผม 4 คนก็ยังไม่ได้กินข้าวเย็นกันเลยด้วย คุณตำรวจ!"
จ้าวหานขยิบตาให้ลู่เฉิง เป็นการส่งซิกว่าอย่าดันทุรังเลย นอกเสียจากว่าจะมีเหตุผลที่ฟังขึ้นจริงๆ
สายตาของลู่เฉิงแน่วแน่ "ผู้กองหวัง ของที่ซ่อนอยู่ในรถคันนี้อันตรายมากนะครับ ยอมจับผิดตัวเป็นพัน ดีกว่าปล่อยให้คนร้ายรอดไปได้แม้แต่คนเดียวนะครับ!"
หวังเม่าเซิงไม่รู้เลยว่าตำรวจฝึกหัดคนนี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน!
แล้วถ้าเขาเดาผิดล่ะ?
ก็ต้องจ่ายค่าเสียหายชดเชยให้ฝ่ายตรงข้ามอีก!
ทว่า... ถ้ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างในจริงๆ...
หวังเม่าเซิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองลู่เฉิง "ทำไมคุณถึงมั่นใจขนาดนั้น?"
"สัญชาตญาณครับ! สัญชาตญาณของตำรวจ!"
"..."
เวรเอ๊ย!
หวังเม่าเซิงสบถในใจ ตำรวจเขาคุยกันด้วยหลักฐาน แต่นี่นายดันมาอ้างสัญชาตญาณเนี่ยนะ
อย่างไรก็ตาม นี่คือการสืบสวน และไม่มีคำว่าตรวจค้นโดยไม่มีเหตุผล ต่อให้พวกเขาพารถไปตัดกระบะที่อู่ซ่อมรถจริงๆ ก็ยังถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างขยันขันแข็งและมีความรับผิดชอบ
หากพวกเขาปรักปรำคนบริสุทธิ์จริงๆ อย่างแย่ที่สุดก็แค่ควักกระเป๋าจ่ายค่าเสียหายเอง
หวังเม่าเซิงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม แต่เขาเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวตำรวจฝึกหัดที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจคนนี้
"ไปที่อู่ซ่อมรถแล้วตัดดูเลย!" หวังเม่าเซิงตัดสินใจเด็ดขาด
"คุณตำรวจ เอาจริงดิ? ถ้าเกิดไม่เจออะไร พวกคุณต้องจ่ายค่าเสียหายให้ผม 5000 หยวนนะ!"
คนขับรถบรรทุกเรียกร้องค่าเสียหายเกินจริง
"ตกลง" หวังเม่าเซิงพยักหน้ารับอย่างจริงจัง
จ้าวหานกับหลินเหวินปินสบตากัน 'ให้ตายสิ สองคนนี้เล่นใหญ่ไปหน่อยแล้วมั้ง!'
ในที่สุดจ้าวหานก็ตระหนักได้ว่า ตัวเขาในฐานะอาจารย์ คงจะควบคุมลูกศิษย์จอมหาเรื่องคนนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ไม่มีทางเลยจริงๆ
"เจ้าหน้าที่จ้าว เจ้าหน้าที่หลิน พวกคุณสองคนคอยตรวจรถอยู่ที่นี่ต่อนะ ผมกับลู่เฉิงจะพารถบรรทุกคันนี้ไปที่อู่ซ่อมรถเอง"
คนขับรถบรรทุกให้หวังเม่าเซิงกับลู่เฉิงขึ้นไปบนรถ ซึ่งก็ยังพอมีที่ว่างให้เบียดกันได้อยู่
คนขับรถบรรทุกไม่รีบร้อนอีกต่อไป ในสายตาเขา เงิน 5000 หยวนนี่คือกำไรเห็นๆ
ทำไมเขาจะไม่รู้สภาพรถของตัวเองล่ะ?
มันจะมีของผิดกฎหมายซ่อนอยู่ได้ยังไง!
พวกตำรวจก็แค่เดาสุ่มและปรักปรำคนดีๆ เท่านั้นแหละ!
พวกเขารีบขึ้นรถบรรทุกทันที แล้วรถก็มุ่งหน้าไปทางปั๊มน้ำมันทางทิศตะวันออก
ลู่เฉิงลอบสังเกตปฏิกิริยาของคนทั้ง 4 ในรถ หากความลับกำลังจะแตก พวกเขาควรจะแสดงความตื่นตระหนกและลุกลี้ลุกลนออกมา แต่สิ่งที่แสดงออกมากลับมีเพียงความหงุดหงิดรำคาญใจเท่านั้น
ดังนั้นลู่เฉิงจึงมั่นใจได้ว่าคนบนรถพวกนี้ไม่รู้เรื่องเลยว่ากำลังขนยาเสพติด
พวกเขาถูกแก๊งค้ายาเสพติดเบื้องหลังหลอกใช้เป็นมนุษย์เครื่องมือ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทักษะจากระบบอย่าง [มือปราบแมลงวัน] ถึงไม่ทำงาน
หวังเม่าเซิงผู้มากด้วยประสบการณ์ในการทำคดี ย่อมมองกลยุทธ์ 'มนุษย์เครื่องมือ' นี้ออกอย่างแน่นอน
ตอนนี้ก็แค่รอดูว่าจะมีอะไรน่าสงสัยอยู่ใต้แผ่นเหล็กนั่นหรือเปล่าตอนที่ไปถึงอู่ซ่อมรถ!
หวังเม่าเซิงก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม จู่ๆ เขาก็เกิดแรงกระตุ้นประหลาด ให้เชื่อใจตำรวจฝึกหัดจากสถานีตำรวจเล็กๆ ที่เพิ่งทำงานได้แค่สองวัน
ลู่เฉิงเชื่อมั่นจากสัญชาตญาณว่ารถบรรทุกคันนี้ขนยาเสพติด
ส่วนหวังเม่าเซิงก็เชื่อมั่นในสัญชาตญาณของลู่เฉิงจากสัญชาตญาณของเขาเองเช่นกัน
...