- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินตระกูลไร้เทียมทาน
- 30.มิติภายในเทือกเขา
30.มิติภายในเทือกเขา
30.มิติภายในเทือกเขา
เซียวจ้านเหวี่ยงอาวุธวิญญาณในมือฝุ่นหินและเศษหินจากกำแพงหินด้านหน้าพุ่งกระจายไม่ขาดช่วงที่เขายังกระตุ้นร่างกระบี่อมตะนิรันดร์ของตนเองเสียงกระบี่ดังก้องในหูยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆนี่คือการตอบสนองระหว่างวิถีกระบี่ที่สืบทอดมาพร้อมกับร่างพิเศษของเขา
“ถูกต้องแล้วต้องเป็นที่นี่แน่ๆลึกเข้าไปในเหมืองนี้ต้องซ่อนวิถีกระบี่อันทรงพลังเอาไว้แน่นอน!”
เซียวจ้านยิ่งตื่นเต้นครั้งก่อนเขาเคยได้รับมรดกนักบุญมาแล้วแต่ก็ไม่ใช่วิถีกระบี่บริสุทธิ์ทว่าในครั้งนี้เขามีลางสังหรณ์ว่านี่คือวิถีกระบี่ที่บริสุทธิ์ที่สุด
ด้วยพลังที่สามารถสังหารผู้อยู่ในขอบเขตอวตารกฎเกณฑ์ได้เซียวจ้านใช้เวลาทั้งวันครึ่งกว่าจะขุดทะลุเหมืองแห่งนี้ได้สำเร็จ!
พร้อมกับเสียงครืนใหญ่กึกก้องชั้นหินสุดท้ายแตกกระจายพร้อมแสงสว่างจางๆส่องออกมาจากส่วนลึกที่สุดของอุโมงค์ตามมาด้วยเสียงกระบี่ใสกังวานดังก้องไปทั่วทั้งเทือกเขาจิ่วจี๋รวมถึงเมืองจิ่วจี๋ด้วย
ที่โรงเตี๊ยมเฟิ่งอู๋หยวนเถ้าแก่เนี้ยที่กำลังโยนอาหารให้ปลาในทะเลสาบเงยหน้าขึ้นทันใดดวงตาที่เคยสงบนิ่งแฝงความห่วงกังวลแปรเปลี่ยนเป็นแหลมคมมองตรงไปยังทิศทางของเทือกเขาจิ่วจี๋
“เสียงกระบี่? หรือว่ามรดกจักรพรรดิที่ข้าตามหามาตลอดจะปรากฏขึ้นแล้ว?”
เสียงกระบี่นี้ไม่ธรรมดาแฝงไว้ด้วยวิถีอันลึกล้ำยากบรรยายผู้ใดได้ยินล้วนรู้สึกเหมือนมีกระบี่เซียนแหลมคมพุ่งตรงมาที่ตนทำให้ขนลุกซู่ตั้งไปทั้งร่าง
เซียวจ้านรู้สึกเหมือนก้าวเข้าไปในอีกโลกหนึ่งนี่คือมิติอันกว้างใหญ่ไพศาล ดวงอาทิตย์ จันทรา และดวงดาวลอยเด่นกลางท้องฟ้าทำให้โลกนี้สว่างไสวราวกลางวัน
เพียงก้าวแรกเข้าไปเขาก็สัมผัสได้ถึงร่องรอยวิถีกระบี่ที่กระจายอยู่ทั่วอากาศหากเผลอเพียงเล็กน้อยก็อาจถูกตัดขาดเป็นเสี่ยงๆ
โชคดีที่เขามีร่างกระบี่อมตะนิรันดร์กลิ่นอายกระบี่ที่แผ่ออกมาจากร่างกายเกิดการตอบสนองกับรอยวิถีกระบี่ในมิตินี้ ทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหวร่องรอยวิถีรอบตัวจะกระจายออกราวสายน้ำไม่ทำร้ายเขาแม้แต่น้อย
เซียวจ้านมองเห็นจุดตั้งต้นของมรดกเพียงชั่วพริบตา เพราะมันเด่นชัดเกินไป
ตรงกลางมิติมีกระบี่ยักษ์เก้าอันตั้งตระหง่านราวกับเสาหลักค้ำฟ้าดุจเป็นสิ่งที่ค้ำจุนมิติทั้งผืนนี้ไว้
เซียวจ้านตะลึงตั้งตาดูกระบี่ยักษ์ทั้งเก้าแล้วพึมพำ
“หรือว่าที่นี่จะมีมรดกวิถีกระบี่เก้าสาย?”
จากนั้นเขาก็พุ่งตัวตรงไปยังตำแหน่งของกระบี่ยักษ์ทั้งเก้า
หลังจากเขาจากไปไม่นานร่างของเถ้าแก่เนี้ยจากโรงเตี๊ยมเฟิ่งอู๋หยวนก็ปรากฏขึ้นที่ขอบมิติวันนี้หญิงผู้นี้สวมชุดแดงสด ใบหน้าอันเย้ายวน รูปกายอรชรยิ่งทำให้ดูเย้ายวนน่าหลงใหล
เมื่อเห็นภาพภายในมิติใบหน้าของเย่หรูเมิ่งเผยรอยยิ้มดีใจ “นี่ต้องเป็นมรดกของจักรพรรดิคนนั้นแน่ตามบันทึกแล้ววิชาที่ทรงพลังที่สุดของเขาคือค่ายกลกระบี่!”
“หวังว่าจะพบวิชาโจมตีที่เขาทิ้งไว้มิเช่นนั้นการรอคอยมานานขนาดนี้ก็สูญเปล่าเปล่าประโยชน์!”
นางไม่ต้องการมรดกจักรพรรดิเพียงต้องการวิชาที่ทิ้งไว้ เพราะมีเพียงวิชาเหล่านั้นเท่านั้นที่ช่วยให้นางทำสิ่งที่นางต้องการสำเร็จได้
ส่วนมรดกจักรพรรดิได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
แต่ทันทีที่นางก้าวเท้าเข้าไปในมิติความรู้สึกอันตรายก็แผ่ซ่านออกมาร่องรอยวิถีกระบี่ที่ซ่อนอยู่ในความว่างเปล่าปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันหนาทึบเต็มมิติและทุกสายล้วนทำให้รู้สึกถึงความตาย
“ข้าเข้าไปไม่ได้ ทำไมกัน?”
เย่หรูเมิ่งแทบสิ้นหวัง
เมื่อครู่เพิ่งมีคนเข้าไปไม่ใช่หรือ?
เขาทำได้ทำไมข้าถึงทำไม่ได้?
ด้วยความไม่ยอมแพ้นางก้าวเท้าเข้าไปอีกครั้งแต่เพียงก้าวข้ามเขตแดนร่องรอยวิถีกระบี่ก็ฟันขาหนึ่งข้างของนางขาดสะบั้น!
“ทำไม? ทำไม? ทำไมกัน?”
นางคำรามในลำคอ
หากไม่ได้วิชาที่จักรพรรดิทิ้งไว้นางจะเข้าไปในดินแดนต้อห้ามนั้นเพื่อช่วยบิดาได้อย่างไร?
ดวงตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
นางเดินทางไกลจากแคว้นกลางมาถึงดินแดนห่างไกลแห่งนี้เพียงเพื่อตามหามรดกจักรพรรดิที่นี่แต่ทว่าตอนนี้มรดกอยู่ตรงหน้าแต่กลับเข้าใกล้ไม่ได้?
“ไม่ ยังมีโอกาส! บางทีอาจได้วิชาจากคนที่เพิ่งเข้าไป!”
ความสิ้นหวังในดวงตาของเย่หรูเมิ่งจุดประกายความหวังอีกครั้ง
แม้ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเข้าได้บางทีเขาอาจถูกจักรพรรดิคนนั้นเลือกเป็นผู้สืบทอดหากเป็นเช่นนั้นจักรพรรดิต้องทิ้งวิชาป้องกันชีวิตไว้ให้ผู้สืบทอดแน่
คิดได้ดังนั้นเย่หรูเมิ่งจึงนั่งขัดสมาธิรอตรงนี้ฝ่ายนั้นเข้าได้จากทางนี้ก็น่าจะออกทางนี้เช่นกัน
ด้วยระดับการบ่มเพาะที่นางมีดวงตาจึงมองทะลุความว่างเปล่าเห็นร่างหชายนุ่มคนนั้นลึกเข้าไปในมิติ
“คนผู้นั้นเป็นใคร? หรือเป็นคนจากตระกูลเซียว?”
นางไม่เคยพบเซียวจ้านจึงไม่รู้จักเขา
หลังจากบินพักใหญ่เซียวจ้านก็มาถึงใจกลางมิติที่นี่ยิ่งทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของกระบี่ยักษ์ทั้งเก้า
“ข้าจะได้รับมรดกนี้ได้อย่างไร?”
กระบี่ยักษ์ทั้งเก้าตั้งตระหง่านราวกระบี่เปิดสวรรค์หรือต้องนำทั้งเก้าอันนี้ไป? นั่นเป็นไปไม่ได้แน่!
ทันใดนั้นเซียวจ้านสังเกตเห็นว่าบนตัวกระบี่แต่ละเล่มสลักคัมภีร์เอาไว้เมื่ออ่านคร่าวๆก็เผยรอยยิ้มดีใจทันทีคัมภีร์เหล่านี้ล้วนเป็นคัมภีร์กระบี่!
“ลึกซึ้งกว่าคัมภีร์นักบุญที่เคยได้มากนักหากไม่ใช่เพราะพรสวรรค์ของข้าพัฒนาขึ้นมากคงไม่อาจเข้าใจได้เลย!”
แต่ในสายตาของเซียวจ้านปัจจุบันคัมภีร์เหล่านี้ก็ไม่ได้ยากเย็นนัก
“เข้าใจแล้ว! เพียงบรรลุคัมภีร์กระบี่เหล่านี้ก็จะนำจิตวิญญาณกระบี่จากกระบี่ยักษ์ไปได้!”
ไม่รีรอเซียวจ้านนั่งขัดสมาธิหน้าหนึ่งในกระบี่ยักษ์เริ่มศึกษาคัมภีร์สีทองที่สลักไว้
......
ตูม!
โต๊ะข้างๆแตกกระจายชายวัยกลางคนสีหน้าเย็นชาเอ่ย
“เจ้าบอกว่าสามคนที่เราส่งไปทำลายตระกูลเบื้องหลังเซียวจ้านซึ่งอยู่ในขอบเขตตำหนักวิญญาณทั้งสามตายหมดแล้วงั้นหรือ?”
“เรียนท่านประมุขพวกเขาหายไปนานแล้วไม่ได้ส่งข่าวกลับมาเลยในอดีตเมื่อทำภารกิจแบบนี้พวกเรากำหนดให้ต้องรายงานสถานการณ์ทุกสองสามวันเพื่อความปลอดภัยแต่ครั้งนี้กลับเงียบหายเกรงว่าคงไม่รอดแล้ว”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งสีหน้าหนักอึ้งตอบ
“ครั้งสุดท้ายที่พวกเขาส่งข่าวคือที่ไหน?” ประมุขตระกูลหวังหยวนถามเสียงเย็น
“ครั้งสุดท้ายอยู่ในเทือกเขาจิ่วจี๋จากทิศทางที่เซียวจ้านมุ่งหน้าพวกเขาคาดว่าเขามาจากเมืองจิ่วจี๋ที่ห่างไกล”
“เมืองจิ่วจี๋? ที่แบบนั้นงั้นหรือ?” หวังหยวนขมวดคิ้วเมืองนั้นห่างไกลยิ่งไม่มีแม้แต่ยอดฝีมือสามคนในขอบเขตตำหนักวิญญาณของตระกูลเราคงไม่พลาดที่นั่นได้
“หรือพวกเขาถูกอสูรในเทือกเขาจิ่วจี๋โจมตีจึงตายทั้งสาม?”