เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

21.จินตนาการของหลู่จุย

21.จินตนาการของหลู่จุย

21.จินตนาการของหลู่จุย


เซียวหลางกล่าวว่า “ยิ่งกว่านั้นนอกจากหินวิญญาณบริสุทธิ์แล้วพวกเราผู้ฝึกตนขอบเขตเบิกประตูทุกคนยังได้รับ ‘โอสถพลังเทพ’ หนึ่งขวดอีกด้วยว่ากันว่าเป็นสมบัติล้ำค่าที่ท่านประมุขหามาได้จากที่ใดไม่ทราบช่วยให้พวกเราในขอบเขตเบิกประตูหลอมกายและเปิด ‘ประตู’ ภายในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ!”

“โอสถพลังเทพ?” เซียวจ้านไม่เคยได้ยินมาก่อนเขาเคยได้ยินแค่ว่าโอสถหลอมกายสามารถช่วยผู้ฝึกตนขอบเขตเบิกประตูเปิดประตูภายในร่างกายได้เร็วขึ้นเท่านั้น

“ใช่แล้ว! ตามที่ผู้อาวุโสใหญ่บอกโอสถพลังเทพมีประสิทธิภาพเหนือกว่าโอสถหลอมกายหลายเท่าแถมยังไม่ใช่แค่นี้ตราบใดที่พวกเรามีพรสวรรค์เพียงพอวิชาบ่มเพาะและวิชายุทธ์ในคลังตำราของตระกูลก็สามารถเข้าไปศึกษาฝึกฝนได้ตามใจชอบ!”

“มีโอสถและหินวิญญาณช่วยแบบนี้พวกเราน่าจะทะลวงสู่ขอบเขตทะเลแปรผันได้เร็วขึ้นมากเลยกระมัง?”

เซียวเยว่กล่าวด้วยความตื่นเต้น

ทุกคนต่างตื่นเต้นยินดีมีเพียงเซียวอี้ที่เม้มปากเบาๆไม่รู้ว่าตนเองจะทะลวงผ่านได้หรือไม่

เขาไม่เข้าใจเหมือนกันเดิมทีเขาเป็นอัจฉริยะที่บ่มเพาะเร็วที่สุดในตระกูลใกล้จะทะลวงสู่ขอบเขตทะเลแปรผันแล้วแต่จู่ๆวันหนึ่งพลังบ่มเพาะก็ลดลงเหลือขอบเขตเบิกประตูขั้นสามและไม่ว่าเขาจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถก้าวหน้าได้อีกเลย

“หวังว่าครั้งนี้จะทะลวงผ่านได้นะ!” เขากำผ้าคลุมในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว

“เซียวเฉิน? ทุกอย่างนี้เกี่ยวข้องกับเซียวเฉินงั้นหรือบนร่างกายของเขาเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ทั้งร่างเทพอีก ทั้งหินวิญญาณบริสุทธิ์ ยังมีโอสถที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

เซียวจ้านใจสั่นสะท้านจู่ๆก็รู้สึกว่าเซียวเฉินกลายเป็นคนแปลกหน้าลึกลับอย่างสิ้นเชิง

“ฮ่าๆ ไม่รู้สินะ?ข้าจะบอกเรื่องหนึ่งให้ฟังจริงๆแล้วเซียวเฉินมีคัมภีร์คู่กำเนิดติดตัวมาตั้งแต่เกิดและเขาบ่มเพาะอย่างเงียบๆจนระดับพลังถึงขั้นที่พวกเราไม่อาจจินตนาการได้แล้ว!”

เซียวเยว่หัวเราะพลางกล่าว

“อะไรนะ? คัมภีร์คู่กำเนิด?” เซียวจ้านตกใจเขาเคยได้ยินในตำนานว่ามีคนบางคนเกิดมาพร้อมอาวุธเต๋าคู่กำเนิดซึ่งถือเป็นอัจฉริยะชั้นยอด

“หึ...ถ้าเช่นนั้นเซียวเฉินก็คืออัจฉริยะชั้นยอดตัวจริงงั้นหรือ?” เซียวจ้านอึ้งไปตระกูลเซียวของพวกเขามีตัวตนระดับนี้ซ่อนอยู่ด้วยหรือ?

“พอเถอะอย่าแสดงสีหน้าตกตะลึงแบบนั้นเลยถ้าอยากรู้รายละเอียดจริงๆค่อยไปถามท่านประมุขเองตอนนี้รีบไปรับทรัพยากรตระกูลก่อนดีกว่าด้วยระดับพลังของเจ้าน่าจะได้รับหินวิญญาณหลายก้อนเลยนะ!”

เซียวหลางหัวเราะแล้วกล่าวเขารอไม่ไหวแล้วที่จะเข้าไปในคลังตำราเพื่อศึกษาวิชายุทธ์และวิชาบ่มเพาะให้ทะลวงสู่ขอบเขตทะเลแปรผันโดยเร็วที่สุด

ไม่นานเซียวจ้านก็มาถึงจุดแจกจ่ายทรัพยากรของตระกูล และพบกับผู้อาวุโสใหญ่หากทรัพยากรที่ตระกูลแจกยังเหมือนเดิมเขาคงไม่สนใจแต่ทรัพยากรที่แจกในครั้งนี้ แม้แต่เขายังใจเต้นแรง

ขณะที่ตระกูลเซียวกำลังแจกจ่ายทรัพยากร ณ เทือกเขาจิ่วจี๋นอกเมืองร่างเงาคนหนึ่งกำลังถือเข็มทิศเดินค้นหาบางสิ่ง

“หามานานหลายปีแล้วยังไม่พบตำแหน่งของ ‘แก่นดวงดาว’ เลยสักนิด ดินแดนดวงดาวไท่ชู นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่แก่นดวงดาวของมันซ่อนอยู่ที่ไหนกัน?”

ชายชราขมวดคิ้วพึมพำเพื่อสิ่งนี้ดิยแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลไปแล้วหากพบและครอบครองแก่นดวงดาวได้พวกเขาจะครอบครองดินแดนดวงดาวไท่ชูทั้งหมดได้เมื่อถึงตอนนั้นยกเว้นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แล้วสำนักศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจะไร้เทียมทานในดินแดนดวงดาวนี้

ยิ่งกว่านั้นแม้ดินแดนดวงดาวนี้จะอยู่บริเวณชายขอบจักรวาลแต่ก็ไม่ธรรมดาเป็น “ดินแดนดวงดาวระดับสูงสุด” ที่หายากและไม่มีใครรู้จักหากครอบครองแก่นดวงดาวได้ก็สามารถกลืนกินและหลอมรวมดินแดนดวงดาวอื่นๆได้ หากกลืนกินมากพอในอนาคตจะวิวัฒนาการเป็นดินแดนดวงดาวที่ไม่ธรรมดาอยู่เหนือดินแดนดวงดาวนับพันเมื่อถึงจุดนั้นการต่อสู้กับจักรพรรดิก็ไม่ใช่ความฝันอันเลื่อนลอยอีกต่อไป

แน่นอนเป้าหมายของพวกเขาไม่ได้เพื่อสู้กับจักรพรรดิ เพราะเบื้องหลังดินแดนศักดิ์สิทธิ์มีจักรพรรดิค้ำจุนอยู่แล้วสิ่งที่พวกเขาต้องการคือต่อต้านเหล่าวิญญาณหยินอันทรงพลังเพื่อหาทางรอดในอนาคต!

“เฮ้อ ไม่รู้เลยว่าผู้ที่อยู่อันดับหนึ่งบนรายชื่อทองคำแห่งวิถีสวรรค์คือใครกันแน่เขามีระดับพลังอะไรกันถึงได้รับรางวัลจากเต๋าสวรรค์เป็น ‘หัวใจจักรวาล’ สมบัติล้ำค่าสูงสุดแบบนั้นถ้าของดีชิ้นนั้นตกเป็นของข้าได้จะดีแค่ไหนกัน!”

หลู่จุยถอนหายใจมองตำราเล่มใหญ่สีทองที่ยังคงลอยเด่นกลางทองฟ้าอยู่อยู่ร่วมกับฟ้าดินครองสรรพสิ่งในจักรวาล นี่คืออำนาจอันสูงส่งเพียงใด

จากนั้นเขาก็ส่ายหัวขจัดความคิดเพ้อฝันออกจากสมอง แล้วยกเข็มทิศดาวขึ้นค้นหาต่อ

เข็มทิศดาวชิ้นนี้ไม่เพียงคนหาแก่นดวงดาวได้ในระยะใกล้ ยังช่วยค้นหาสมบัติต่างๆได้อีกด้วย

แต่ทันใดนั้นเข็มทิศในมือหลู่จุยก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเข็มทิศขนาดเท่าฝ่ามือรูปทรงแปดทิศตอนนี้ด้านบนปรากฏแผนที่ภูเขาน้ำสามมิติและเหนือแผนที่นั้นมีดวงดาวสว่างไสวหลายสิบดวงลอยอยู่

นี่คือเข็มทิศดาวสมบัติที่หลอมขึ้นเพื่อค้นหาแก่นดวงดาวโดยเฉพาะ

ขณะนี้จุดหนึ่งบนแผนที่สามมิติส่องแสงและตรงนั้นปรากฏภาพเมืองแห่งหนึ่ง!

“อืม? ในเมืองนั้นมีสมบัติ?”

หลู่จุยตกใจสิ่งที่ทำให้เข็มทิศดาวตอบสนองย่อมไม่ใช่สมบัติธรรมดาแต่เขาสงสัยว่าในเมืองเล็กห่างไกลแบบนี้ จะมีสมบัติอะไรปรากฏขึ้นได้?

“แต่เมื่อปรากฏแล้วก็ต้องไปดูสักหน่อยนอกจากค้นหาแก่นดวงดาวแล้วการตามหาสมบัติต่างๆก็เป็นงานอดิเรกของข้าเช่นกัน!”

และทันใดนั้นจุดอื่นบนเข็มทิศดาวก็สว่างขึ้นอีกจุดนั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามเมืองในเทือกเขาจิ่วจี๋

“หืม? แปลกจริงๆหรือว่าในเทือกเขานี้ก็มีสมบัติซ่อนอยู่?”

“งั้นก็ไปเมืองนั้นก่อนเอาเอาสมบัติมาแล้วค่อยไปเทือกเขาฝั่งตรงข้าม!”

กล่าวจบหลู่จุยก็ถือเข็มทิศดาวมุ่งหน้าไปยังเมืองจิ่วจี๋ขณะที่เขาเคลื่อนที่แผนที่บนเข็มทิศก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

สิ่งที่เขาไม่รู้คือจุดที่สว่างขึ้นในเทือกเขาจิ่วจี๋บนเข็มทิศดาวนั่นคือเหมืองวิญญาณที่ตระกูลเซียวเคยขุดพบอาวุธวิญญาณระดับสามมาก่อน

เซียวจ้านได้รับทรัพยากรฝึกฝนของตนเองหินวิญญาณบริสุทธิ์สี่ก้อนแถมตามที่ผู้อาวุโสใหญ่บอกต่อจากนี้สมาชิกตระกูลทุกคนจะใช้หินวิญญาณบริสุทธิ์ในการบ่มเพาะทั้งหมด

เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าตระกูลมีหินวิญญาณบริสุทธิ์มากมายขนาดไหนหรือว่ามีเหมืองหินวิญญาณระดับบริสุทธิ์จริงๆหรือ?สิทธิพิเศษนี้ดีกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในตำนานเสียอีก!

“แต่การที่ตระกูลนำหินวิญญาณบริสุทธิ์ออกมาโจ่งแจ้งขนาดนี้จะไม่มีปัญหาจริงๆหรือ?หากดึงดูดความโลภของสำนักใหญ่หรือผู้แข็งแกร่งบางคนแม้ท่านประมุขจะอยู่ขอบเขตอวตารกฎเกณฑ์ก็คงรับมือลำบาก!”

เซียวจ้านเคยเตือนผู้อาวุโสใหญ่ถึงอันตรายแต่ผู้อาวุโสใหญ่เพียงตอบอย่างมั่นใจว่า “มีท่านประมุขอยู่ทุกอย่างปลอดภัย!”

เขารู้สึกว่าผู้อาวุโสในตระกูลอาจมั่นใจในพลังของประมุขตระกูลเกินไป

แต่ตอนนี้เซียวจ้านที่กำลังกลับห้องพักไม่สามารถรอช้าได้อีกต่อไปเขาต้องการฝึกฝนทันที

เขาอยากสัมผัสให้รู้สึกดีๆว่าหลังจากหลอมรวม “ร่างกระบี่อมตะนิรันดร์” แล้วความเร็วในการบ่มเพาะของตนเองจะเร็วขนาดไหน?

ยิ่งกว่านั้นหากเขาสามารถทะลวงสู่ขอบเขตวงล้อวิญญาณได้อย่างรวดเร็วบวกกับพลังเสริมจากร่างกายพิเศษเมื่อถึงตอนนั้นพลังต่อสู้ของเขาจะเหนือกว่าขอบเขตอวตารกฎเกณฑ์แน่นอน

เมื่อถึงเวลานั้นตระกูลจะปลอดภัยอย่างแท้จริง!

จบบทที่ 21.จินตนาการของหลู่จุย

คัดลอกลิงก์แล้ว