- หน้าแรก
- ข้อมูลรายวัน เบิกทางชีวิต
- บทที่ 29 ฉลองวันเกิด
บทที่ 29 ฉลองวันเกิด
บทที่ 29 ฉลองวันเกิด
บทที่ 29 ฉลองวันเกิด
ตลอดทาง เสิ่นอวี่คุยจ้อกับหวังเชี่ยนไม่หยุดปาก
ถึงแม้เสิ่นเจ๋อจะขับรถอยู่และไม่ค่อยได้พูดอะไรมากนัก แต่เมื่อได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของเสิ่นอวี่ที่คอยเล่าเรื่องนู้นเรื่องนี้ในมหา'ลัยให้ฟัง เขาก็รู้สึกเบิกบานใจเป็นอย่างมาก
เมื่อมองดูน้องสาวผ่านกระจกมองหลัง เสิ่นเจ๋อก็รู้สึกตื้นตันใจ เด็กหญิงตัวน้อยขี้แยในวันวาน บัดนี้เติบโตเป็นหญิงสาวสะพรั่ง สอบเข้ามหาวิทยาลัยอวิ๋นได้ และอีกไม่นานก็จะต้องก้าวเข้าสู่โลกแห่งการทำงานแล้ว
อย่างไรก็ตาม เสิ่นเจ๋อคาดว่ากว่าเสิ่นอวี่จะเรียนจบในปีหน้า เขาคงจะประสบความสำเร็จและสามารถเป็นที่พึ่งพิงให้น้องสาวได้มากกว่านี้
ถึงแม้ใครๆ จะบอกว่าคนเราต้องก้าวออกไปเผชิญโลกกว้างถึงจะเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น แต่ด้วยความสามารถและกำลังทรัพย์ของเสิ่นเจ๋อในตอนนี้ เขาไม่อยากให้น้องสาวต้องมาทนลำบากตรากตรำเหมือนที่เขาเคยเจอ ต้องมาคอยเอาอกเอาใจเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกของลูกค้า หรือคอยรับใช้เป็นเบ๊ให้พวกลูกค้ารายใหญ่อีกต่อไป
ที่เขาพยายามดิ้นรนทำงานหนักมาตลอด ก็เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่สุขสบาย ยิ่งตอนนี้เขามีระบบคอยช่วยเหลือจนได้ครอบครองเงินทองมากมาย และเขาเชื่อมั่นว่าในอนาคตเขาจะหาเงินได้มากกว่านี้อีก
ในเมื่อเขามีความสามารถที่จะส่งเสริมน้องสาวให้ยืนอยู่ในจุดที่สูงขึ้น บินได้ไกลขึ้น และเดินบนเส้นทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบได้ แล้วทำไมจะต้องปล่อยให้เธอไปตกระกำลำบากโดยไม่จำเป็นด้วยล่ะ
ความลำบากน่ะ ปล่อยให้คนที่ทนไหวเขาเจอไปเถอะ ส่วนเงินทองก็ต้องไหลมาเทมาหาคนที่มีเงินอยู่แล้วสิถึงจะถูก
เสิ่นเจ๋อขับรถมาจอดตรงทางเข้าร้านอาหาร 'พริกแดง' เมื่อทั้งสามคนเดินเข้าไป ก็พบว่าชั้นหนึ่งมีลูกค้าเนืองแน่นไปหมด ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอวิ๋น สถาบันเทคโนโลยีอวิ๋น และมหาวิทยาลัยครุศาสตร์อวิ๋นที่อยู่ละแวกนั้น
เสิ่นเจ๋อพาภรรยาและน้องสาวเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง มุ่งตรงไปยังห้องส่วนตัวหมายเลข 1 ทันที
พนักงานเสิร์ฟเดินถือเมนูเข้ามาส่งให้เสิ่นเจ๋อ เสิ่นเจ๋อรับมาดูครู่หนึ่งก่อนจะยื่นต่อให้เสิ่นอวี่ "เสี่ยวอวี่ วันนี้เธอเป็นนางเอกของงาน เป็นเจ้าของวันเกิด อยากกินอะไรก็สั่งได้เลยเต็มที่"
เสิ่นอวี่รับเมนูมาแล้วขยับไปนั่งดูเมนูกับหวังเชี่ยน สองสาวเริ่มปรึกษากันสั่งอาหาร
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เสิ่นเจ๋อกดรับสาย "ครับผม ใช่ครับ ร้านพริกแดง ห้องส่วนตัวหมายเลข 1 ชั้นสองครับ เอาขึ้นมาส่งบนนี้ได้เลยครับ"
เสิ่นอวี่เงยหน้าขึ้นถาม "พี่สั่งอะไรมาเพิ่มเหรอคะ"
เสิ่นเจ๋อมองน้องสาวด้วยสายตาเอ็นดูแล้วตอบว่า "วันนี้วันเกิดเราทั้งที จะไม่มีเค้กวันเกิดได้ยังไงล่ะ"
เสิ่นอวี่ปรบมือดีใจ "หนูรู้อยู่แล้วว่าพี่ดีกับหนูที่สุดเลย"
หลังจากเสิ่นอวี่สั่งอาหารเสร็จและคืนเมนูให้พนักงาน เสิ่นเจ๋อก็เอ่ยขึ้น "มาเถอะ เรามาตัดเค้กกันก่อนดีกว่า ไม่งั้นเดี๋ยวกับข้าวมาเต็มโต๊ะแล้วจะกินเค้กไม่ลง"
เสิ่นเจ๋อแกะกล่องเค้กและยื่นมีดตัดเค้กให้เสิ่นอวี่ "เสี่ยวอวี่ วันนี้เราเป็นเจ้าของวันเกิด เธอเป็นคนตัดเค้กชิ้นแรกเลยนะ"
เสิ่นอวี่ถือมีดพลางมองหน้าพี่ชายและพี่สะใภ้ หวังเชี่ยนยิ้มพยักหน้าให้กำลังใจ เสิ่นอวี่จึงลงมือตัดแบ่งเค้กออกเป็นแปดชิ้นเท่าๆ กัน
เสิ่นอวี่ตักเค้กชิ้นแรกใส่จานเล็ก แล้วเลื่อนไปตรงหน้าเสิ่นเจ๋อ "พี่คะ เค้กชิ้นแรกนี้ให้พี่ค่ะ"
เสิ่นเจ๋อลูบผมน้องสาวแล้วพูดกลั้วหัวเราะ "เราเป็นเจ้าของวันเกิดนะ น้องสาวสุดที่รัก วันนี้เราสำคัญที่สุดจ้ะ"
เสิ่นเจ๋อหยิบจานเค้กมาจากมือน้องสาว ใช้ช้อนตักเค้กชิ้นเล็กๆ แล้วป้อนให้เสิ่นอวี่ "มา กินคำแรกก่อนเลย"
เสิ่นอวี่อ้าปากรับเค้กเข้าปาก "อืมมม พี่คะ เค้กแบล็กฟอเรสต์ร้านโฮลิแลนด์นี่อร่อยจังเลย หวานกำลังดี ไม่เลี่ยนด้วย"
เสิ่นอวี่หันไปบอกหวังเชี่ยน "พี่สะใภ้ พี่ลองชิมดูสิคะ เค้กนี่อร่อยจริงๆ นะ"
หลังจากลงมือทานกัน แต่ละคนก็จัดการเค้กไปคนละชิ้น ส่วนหวังเชี่ยนกับเสิ่นอวี่ด้วยความที่ติดใจรสชาติก็เลยเบิ้ลไปอีกคนละชิ้น ตอนนี้สองสาวหมดคราบกุลสตรีไปเป็นที่เรียบร้อย มุมปากเลอะไปด้วยเศษเค้ก
เสิ่นเจ๋อยิ้มพลางส่ายหน้า เขาหยิบทิชชู่ออกมา เช็ดมุมปากให้ภรรยา ก่อนจะหยิบทิชชู่อีกแผ่นมาเช็ดมุมปากให้น้องสาว
"เอาล่ะๆ กินแค่นี้พอก่อน เดี๋ยวต้องเผื่อท้องไว้กินข้าวอีกนะ โดยเฉพาะเราเลยนะเสี่ยวอวี่ พี่สั่งทางร้านให้ทำบะหมี่อายุยืนให้เราเป็นพิเศษเลยนะ"
ดวงตากลมโตของเสิ่นอวี่เบิกกว้างเป็นประกายวิบวับ "พี่คะ มีบะหมี่อายุยืนด้วยเหรอ"
เสิ่นเจ๋อตอบ "แน่นอนสิ เจ้าของวันเกิดจะไม่กินบะหมี่อายุยืนได้ยังไง"
ระหว่างที่กำลังคุยกัน อาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ
มีทั้งหอยปีกนกอาร์กติก ซี่โครงหมูตุ๋นดอกถั่งเช่า ปลานึ่ง ซี่โครงหมูอบผักดอง ผัดผักตามฤดูกาล ซุปไก่ตุ๋นโสม และตบท้ายด้วยผลไม้รวมอีกสองจาน
เสิ่นเจ๋อรินเครื่องดื่มให้ทุกคน ชูแก้วขึ้นแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม "มาๆ วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 21 ปีของเสี่ยวอวี่ พี่กับพี่สะใภ้ขอให้เรามีความสุขมากๆ นะ สุขสันต์วันเกิด!!!"
"ขอบคุณค่ะพี่ พี่สะใภ้"
ทั้งสามคนชนแก้วแล้วดื่มจนหมด
เสิ่นเจ๋อรีบชวน "กินข้าวกันเถอะ ปล่อยไว้เดี๋ยวเย็นหมดจะไม่อร่อย"
บะหมี่อายุยืนชามโตถูกนำมาวางตรงหน้าเสิ่นอวี่ เมื่อมองดูบะหมี่ชามนั้น เสิ่นอวี่ก็นึกย้อนไปถึงวันเกิดตอนเด็กๆ สมัยนั้นครอบครัวของพวกเขายากจนมาก แต่ทุกๆ ปีในวันเกิด พ่อแม่และพี่ชายก็มักจะหาของอร่อยๆ มากินฉลองด้วยกันเสมอ
ตั้งแต่มาเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ ถึงแม้พ่อแม่จะไม่ได้อยู่ด้วย แต่พี่ชายและพี่สะใภ้ก็มาฉลองวันเกิดเป็นเพื่อนและพาไปกินของอร่อยๆ ทุกปีไม่เคยขาด
กินข้าวไปได้ครึ่งทาง เสิ่นเจ๋อก็หันไปสบตาภรรยา ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้เสิ่นอวี่ "เสี่ยวอวี่ นอกจากเรื่องวันเกิดของเธอแล้ว วันนี้พี่ยังมีข่าวดีจะมาบอกด้วยนะ"
หวังเชี่ยนที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่นั่งอมยิ้มไม่พูดอะไร
เสิ่นอวี่วางตะเกียบลงแล้วถามด้วยความตื่นเต้น "ข่าวดีอะไรเหรอคะพี่ ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนขึ้นเหรอ หรือว่าพี่สะใภ้จะได้เป็นผู้จัดการฝ่ายการเงินของซิงอวี่แล้ว"
เสิ่นเจ๋อบีบจมูกน้องสาวด้วยความหมั่นเขี้ยว "งั้นพี่ก็ขอรับพรจากปากเจ้าของวันเกิดไว้เลยละกันนะ แต่ข่าวดีที่ว่าน่ะ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก เป็นเรื่องอื่นต่างหาก"
เสิ่นอวี่ทำหน้างง มองหน้าพี่ชายที มองหน้าหวังเชี่ยนที แล้วสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าท้องของหวังเชี่ยน
เสิ่นอวี่ผุดลุกขึ้นยืน ชี้ไปที่หน้าท้องของหวังเชี่ยน แล้วอุทานด้วยความตกใจ "พี่สะใภ้ หรือว่าพี่ท้องเหรอคะ!"
จากนั้นเธอก็รีบพุ่งตัวไปนั่งข้างหวังเชี่ยน กะพริบตาปริบๆ ถามด้วยความตื่นเต้น "พี่สะใภ้ จริงเหรอคะ นี่หนูกำลังจะได้เป็นคุณอาแล้วใช่ไหม"
หวังเชี่ยนลูบมือเสิ่นอวี่เบาๆ แล้วตอบยิ้มๆ "จ้ะ ปลายปีนี้หลานชายหรือหลานสาวตัวน้อยของเธอก็จะลืมตาดูโลกแล้วนะ เตรียมตัวห่ออั่งเปาซองโตๆ ไว้รอรับขวัญหลานได้เลย"
เสิ่นอวี่พยักหน้ารัวๆ ราวกับไก่จิกข้าวเปลือก "หนูจะเตรียมอั่งเปาซองเบ้อเริ่มไว้ให้หลานตัวน้อยแน่นอนค่ะ"
เสิ่นอวี่รู้สึกว่าวันเกิดปีนี้มีความหมายมากที่สุดในชีวิต เธอกำลังจะได้เป็นคุณอา ส่วนพ่อแม่ของเธอก็กำลังจะได้เป็นปู่ย่าแล้ว
"พี่คะ พี่บอกเรื่องที่พี่สะใภ้ท้องให้พ่อกับแม่รู้หรือยังคะ"
เสิ่นเจ๋อส่ายหน้า "ยังไม่ได้บอกน่ะ พี่กับพี่สะใภ้กะว่าจะรอไปบอกท่านด้วยตัวเองตอนกลับไปเยี่ยมบ้านช่วงวันแรงงานนี้ ท่านจะได้ดีใจทีเดียวเลย"
"เราน่ะห้ามเผลอหลุดปากไปบอกพ่อกับแม่เชียวนะ นี่เป็นเซอร์ไพรส์ที่พี่กับพี่สะใภ้ตั้งใจเตรียมไว้ให้ท่าน ขืนเราไปสปอยล์ล่วงหน้า พี่จะฟ้องพี่สะใภ้ให้งดค่าขนมเราเลยคอยดู"
เสิ่นเจ๋อปรายตามองภรรยาและน้องสาวพลางทำปากยื่น "อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะว่าพี่สะใภ้เราแอบโอนเงินค่าขนมให้เราทุกเดือนน่ะ"
เสิ่นอวี่ยกมือยอมจำนนทันที "พี่วางใจได้เลย หนูจะรูดซิปปากให้สนิท ไม่เผลอหลุดปากบอกพ่อกับแม่แน่นอน เซอร์ไพรส์นี้ต้องเป็นของพวกพี่สองคนเท่านั้น"
วันนี้เสิ่นอวี่มีความสุขมากจริงๆ พี่ชายกับพี่สะใภ้คบกันมาตั้งแต่ตอนอยู่ปีสาม ผ่านการดูใจกันมายาวนานจนในที่สุดก็ได้จูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ ตอนนี้ก็แต่งงานกันมาได้หนึ่งปีแล้ว ถึงเวลาที่ควรจะมีพยานรักตัวน้อยๆ เสียที
ถึงแม้พ่อแม่ของเธอจะไม่ได้พูดอะไรออกมาตรงๆ แต่ลึกๆ แล้วพวกท่านก็คงแอบหวังอยู่ไม่น้อย เวลาเห็นคนรุ่นราวคราวเดียวกันในหมู่บ้านได้อุ้มหลานกันแล้ว พวกท่านก็คงอดอิจฉาไม่ได้