- หน้าแรก
- ข้อมูลรายวัน เบิกทางชีวิต
- บทที่ 12 การซื้อขายสำเร็จ จับได้คาหนังคาเขาบนเตียง
บทที่ 12 การซื้อขายสำเร็จ จับได้คาหนังคาเขาบนเตียง
บทที่ 12 การซื้อขายสำเร็จ จับได้คาหนังคาเขาบนเตียง
บทที่ 12 การซื้อขายสำเร็จ จับได้คาหนังคาเขาบนเตียง
เสิ่นเจ๋อหน้าแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้นในขณะนี้ เขารีบตอบตกลงทันที "ไม่มีปัญหาครับ ตกลงตามนี้เลย"
เสิ่นเจ๋อมองดูพระพุทธรูปปิดทองบนโต๊ะแล้วยิ่งรู้สึกรักมันมากขึ้นไปอีก
นี่มันอะไรกันเนี่ย! นี่ไม่ใช่แค่พระพุทธรูปปิดทองธรรมดาๆ แล้ว แต่มันคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภของเขาชัดๆ
ห้าล้านหยวนเชียวนะ!
คนธรรมดาๆ ต้องใช้เวลาหาเงินกี่ปีถึงจะได้เงินก้อนนี้มา นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจิปาถะต่างๆ อีกนะ
พ่อแม่ของเขาทำงานหนักสายตัวแทบขาดอยู่ในชนบท ทำนาแค่ไม่กี่หมู่ อาบเหงื่อต่างน้ำตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แถมพอหมดหน้านาก็ต้องไปรับจ้างทำงานจิปาถะ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเก็บเงินไม่ได้เป็นกอบเป็นกำสักเท่าไหร่เลยในแต่ละปี
ของที่มีค่าที่สุดในบ้านของพวกเขา ก็น่าจะเป็นแกะสิบกว่าตัวกับหมูอีกห้าหกตัวนั่นแหละ
แต่โบราณว่าไว้ 'ทรัพย์สินหมื่นแสน หากมีขนย่อมไม่นับเป็นทรัพย์' แกะกับหมูพวกนั้นจะกลายเป็นเงินก็ต่อเมื่อขายมันไปแล้วเท่านั้น
จี้ซิงเหยาเองก็พอใจกับคำตอบของเสิ่นเจ๋อมาก ในที่สุดเธอก็หาของขวัญวันเกิดครบรอบ 70 ปีให้คุณปู่ได้เสียที
เสิ่นเจ๋อแอดวีแชทจี้ซิงเหยาเป็นเพื่อน แล้วส่งเลขที่บัญชีธนาคารไปให้เธอ
ห้านาทีต่อมา ยอดเงิน 5 ล้านหยวนก็โอนเข้าบัญชีของเสิ่นเจ๋อเรียบร้อย
เมื่อมองดูเลขศูนย์ยาวเหยียดที่ต่อท้ายเลข 5 เสิ่นเจ๋อก็รู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ ราวกับว่านี่ไม่ใช่เรื่องจริง
"เฮ้ พี่เจ๋อ ดีใจจนสติหลุดไปแล้วเหรอ"
โม่หมิงที่ยืนอยู่ข้างๆ โบกมือไปมาตรงหน้าเขา
เสิ่นเจ๋อกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้คุณหนูจี้แล้วเอ่ย "คนจนเพิ่งจะเคยรวยก็แบบนี้แหละครับ ไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน คุณหนูจี้คงหัวเราะเยาะผมแย่เลย"
โม่หมิงและจี้ซิงเหยาหัวเราะออกมาพร้อมกัน
"เป็นเรื่องปกติค่ะ คนธรรมดาๆ จู่ๆ ก็มีเงินก้อนโตหล่นทับ ย่อมต้องรู้สึกเครียดหรือสับสนเป็นธรรมดา ก็มันไม่เคยเจอนี่นา"
"เอาจริงๆ ฉันว่าคุณเสิ่นตอนนี้น่ารักและดูจริงใจดีออกนะคะ"
จากนั้นเธอก็ปรายตามองโม่หมิงที่กำลังยืนดูเหตุการณ์อยู่ "ไม่เหมือนบางคนหรอกค่ะ หาความจริงใจไม่ได้เลยสักนิด แถมยังกล้าอ้างตัวว่าเป็นคนรักเดียวใจเดียวอีก"
โม่หมิงมองจี้ซิงเหยาแล้วทำหน้าขึงขัง "ผมเป็นคนรักเดียวใจเดียวโดยสายเลือดอยู่แล้วครับ ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามพี่เจ๋อดูสิ"
พร้อมกับขยิบตาส่งซิกให้เสิ่นเจ๋ออย่างแนบเนียน
เสิ่นเจ๋อจำต้องรับบทเพื่อนที่แสนดี "ใช่ครับ เฒ่าโม่น่ะไว้ใจได้ แถมยังรักเดียวใจเดียวสุดๆ สมัยก่อนพวกเราในหอพักยังยกย่องมันเลยนะ ทั้งรวยทั้งรักเดียวใจเดียว หายากนะครับ"
แต่ในใจเขากลับแอบเติมประโยคต่อท้ายว่า "รักเดียวใจเดียวกับสาวสวยทุกคนนั่นแหละ"
โม่หมิงรู้สึกยืดอกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเสิ่นเจ๋อเอ่ยปากชมเขาต่อหน้าสาว เพราะลึกๆ แล้วเขายังแอบหวังให้จี้ซิงเหยาแนะนำเพื่อนสนิทของเธอให้รู้จักอยู่
ก่อนหน้าที่เสิ่นเจ๋อจะมาถึง จี้ซิงเหยากำลังแชทคุยกับเพื่อนสนิทอยู่พอดี และโม่หมิงก็บังเอิญเดินเข้ามาเห็นเข้า
ดังนั้นตอนที่เสิ่นเจ๋อเดินเข้ามา เขาจึงเห็นโม่หมิงกำลังทำตัวเป็นพ่อบุญทุ่ม พยายามตื๊อให้จี้ซิงเหยาแนะนำผู้หญิงที่เธอเพิ่งคุยด้วยให้รู้จัก
เขาถึงขั้นสืบประวัติมาแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นชื่อเจียงพ่าน เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเธอ และตอนนี้ทำงานเป็นผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์อยู่ที่บริษัทหลักทรัพย์เทียนเฉิงในเมืองอวิ๋น
จี้ซิงเหยามองโม่หมิงแล้วเอ่ยอย่างขำๆ "เอาล่ะๆ ฉันรับปากนายก็ได้ ไว้วันหลังฉันจะนัดให้พวกนายสองคนมาเจอกัน แต่มีข้อแม้ว่า ถ้านายคุยกับเธอแล้วคลิกกันไม่ได้ ห้ามไปตามตื๊อเธอเด็ดขาด ไม่งั้นเราขาดกัน"
"แล้วก็... ถ้าพวกนายคบกันจริงๆ นายต้องดูแลเธอให้ดีๆ นะ ฉันรู้ไส้รู้พุงสันดานแย่ๆ ของนายหมดแหละ ถ้านายยังทำตัวเหมือนเดิม ฉันจะแฉวีรกรรมเก่าๆ ของนายให้เธอฟังให้หมดเลยคอยดู"
โม่หมิงรีบชูสามนิ้วสาบานทันที "ผมขอสาบานเลยครับ ถ้าผมทำตัวเหลวไหล ขอให้ผม... ขอให้ผมหาเมียไม่ได้ไปตลอดชีวิตเลยเอ้า!"
จี้ซิงเหยาโบกมือปัด "พอเถอะๆ ไม่ต้องมาสาบานต่อหน้าฉันหรอก ไว้รอดูพฤติกรรมนายตอนนั้นก็แล้วกัน"
ถึงตอนนี้เสิ่นเจ๋อถึงได้บางอ้อว่า เฒ่าโม่ ไอหมาบ้าตัวนี้กำลังหาเหยื่อรายใหม่อยู่นี่เอง
"คุณหนูจี้ครับ งั้นผมไม่รบกวนเวลาแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะครับ เชิญคุณกับเฒ่าโม่คุยกันตามสบายเลยครับ"
เสิ่นเจ๋อลุกขึ้นยืนและเอ่ยลา
โม่หมิงเห็นเสิ่นเจ๋อกำลังจะกลับก็รีบคว้าแขนเสื้อเขาไว้ "เฮ้ย พี่เจ๋อ ฉันอุตส่าห์โดดงานมาได้ทั้งที แกจะไม่อยู่คุยกันต่ออีกหน่อยเหรอ"
"เอาล่ะๆ นายเองก็ควรกลับไปทำงานได้แล้ว วันนี้วันจันทร์นะ ระวังพี่ชายนายจะหักเงินเดือนล่ะ" จี้ซิงเหยาเอ่ยแซว
หลังจากเสิ่นเจ๋อมองส่งโม่หมิงซิ่งรถสปอร์ตคันหรูออกไป เขาก็เดินข้ามถนนไปที่ลานจอดรถ ขึ้นรถของตัวเองแล้วขับกลับบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน เสิ่นเจ๋อก็จัดการโอนเงิน 5 ล้านหยวนเข้าบัญชีธนาคารของหวังเชี่ยนทันที
หวังเชี่ยนเห็นข้อความแจ้งเตือนเงินเข้าในโทรศัพท์ก็ถึงกับร้องอุทานออกมา "ว้าย!"
ก่อนจะรีบเอามือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน
"มีอะไรเหรอเชี่ยนเชี่ยน"
หวงหย่าที่กำลังกินข้าวอยู่กับหวังเชี่ยนถามด้วยความสงสัย
หวังเชี่ยนตอบเสียงสั่น "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีสามีส่งอั่งเปาก้อนโตมาให้ ก็เลยตื่นเต้นนิดหน่อยน่ะค่ะ"
หวงหย่ายิ้มละมุน "พี่ล่ะอิจฉาคู่เธอจริงๆ เลยนะ รักกันหวานชื่นแถมยังมีเซอร์ไพรส์เล็กๆ น้อยๆ ให้กันตลอดเวลาเลย"
หวังเชี่ยนทัดปอยผมไว้หลังใบหูซ้าย สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุข "เราคบกันตอนอยู่ปีสามค่ะ นับถึงตอนนี้ก็แปดปีแล้ว เขาดีกับฉันเสมอต้นเสมอปลายมาตลอดเลยล่ะค่ะ"
หวงหย่ามองดูหวังเชี่ยนที่กำลังมีความสุขล้นปรี่ แล้วภาพในอดีตของตัวเองก็หวนกลับมา ตอนนั้นเธอก็เคยมีความสุขและรักสามีมากแบบนี้เหมือนกัน
เธอไม่รู้เลยว่าทำไมชีวิตคู่ของเธอถึงได้เดินมาถึงจุดนี้ได้ สามีของเธอมีผู้หญิงคนอื่น แถมยังคิดจะแย่งสิทธิ์เลี้ยงดูลูกสาวไปจากเธออีก
เรื่องอื่นเธอยอมรับได้หมด แต่เรื่องลูกสาวเธอไม่ยอมเด็ดขาด ลูกสาวคือแก้วตาดวงใจ คือชีวิตทั้งชีวิตของเธอ
"เชี่ยนเชี่ยน วันนี้พี่ไม่ค่อยยุ่งเท่าไหร่ เลิกงานแล้วเราไปเดินช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินกันไหม เธอจะได้ช่วยพี่เลือกเสื้อผ้าให้ลูกสาวสักสองสามชุดด้วย"
หวังเชี่ยนตอบตกลงทันที "ดีเลยค่ะ! ฉันก็ไม่ได้ไปเดินถนนคนเดินมาเดือนกว่าแล้วเหมือนกัน ถือโอกาสไปดูนาฬิกาข้อมือให้สามีด้วยเลย เรือนที่เขาใส่อยู่ตอนนี้เป็นเรือนที่ฉันซื้อให้ตอนเรียนจบใหม่ๆ โน่นแน่ะค่ะ"
เมื่อเสิ่นเจ๋อตื่นนอน เขาก็เห็นข้อความจากภรรยาบอกว่า เลิกงานแล้วจะไปเดินช้อปปิ้งที่ถนนคนเดินกับเพื่อนร่วมงาน
เสิ่นเจ๋อตอบกลับไปสั้นๆ ว่า 'โอเค' และบอกให้เธอโทรหาเขาตอนที่ใกล้จะช้อปปิ้งเสร็จ เขาจะได้ขับรถไปรับ
ห้าโมงเย็น เสิ่นเจ๋อขับรถออกจากบ้านมุ่งหน้าไปยังตึกอวิ๋นเซิง
ทว่าเขาไม่ได้นำรถไปจอดที่ลานจอดรถชั้นบน แต่กลับเลี้ยวลงไปจอดที่ลานจอดรถใต้ดิน โดยเลือกจอดห่างจากรถของเฉินตงไปห้าช่อง
จากนั้นเขาก็นั่งรอเฉินตงอยู่ในรถเงียบๆ
ยี่สิบนาทีก่อนเวลาเลิกงาน เฉินตงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ลานจอดรถใต้ดิน
"หึ สันดานเสียแก้ไม่หายจริงๆ คงหาข้ออ้างอู้งานแอบชิ่งหนีกลับก่อนอีกล่ะสิ ขนาดการประชุมสรุปยอดขายวันจันทร์ยังไม่ยอมเข้าเลย"
"แต่มันก็เข้าทางฉันพอดี ตอนนี้รถน้อย คนรู้จักก็แทบไม่มี ขืนบังเอิญเจอใครเข้าคงได้กระอักกระอ่วนแย่"
เสิ่นเจ๋อขับรถตามหลังเฉินตงไปห่างๆ จนกระทั่งถึงหน้าประตูทางเข้าตึก 3 หมู่บ้านอวี้จินหยวน
จากนั้นเสิ่นเจ๋อก็กดโทรหาหม่าตงเหมย
"ตู๊ด—ตู๊ด—"
"สวัสดีครับ ขอสายคุณหม่าตงเหมยหน่อยครับ"
"ผมส่งข้อความ MMS ไปให้คุณสองสามข้อความแล้วนะครับ พิกัดที่แน่ชัดคือ ห้อง 306 ชั้น 3 ตึก 3 หมู่บ้านอวี้จินหยวน ถนนหลินเจียง ผมรับรองว่าคุณจะต้องสนใจเนื้อหาในข้อความนั้นแน่นอนครับ"
"คุณไม่ต้องรู้หรอกว่าผมเป็นใคร คิดซะว่าผมเป็นพลเมืองดีที่หวังดีก็แล้วกัน"
ปลายสายอย่างหม่าตงเหมย เมื่อเปิดดูรูปภาพในข้อความ MMS เธอก็ตัดสินใจที่จะไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง
เธอโยนผ้ากันเปื้อนทิ้ง วางมีดปังตอลง แล้วรีบวิ่งลงไปสตาร์ทรถขับออกไปทันที
ระหว่างที่เสิ่นเจ๋อกำลังนั่งเบื่อๆ รออยู่ เขาก็เห็นรถเก๋งสีแดงคันหนึ่งขับเข้ามาจอดเทียบข้างรถเขา จากนั้นผู้หญิงสวมรองเท้าส้นสูงสีแดงก็ก้าวลงจากรถ ในมือถือท่อนไม้อะไรสักอย่าง ดูคล้ายๆ ไม้นวดแป้ง
เสิ่นเจ๋อยังไม่ทันจะได้เห็นฉากเฉินตงถูกภรรยาลากคอลงมาประจาน เขากลับเห็นรถพยาบาลวิ่งไซเรนเข้ามาจอดแทน ตามมาด้วยผู้หญิงสวมรองเท้าส้นสูงสีแดงคนเมื่อครู่นี้
"ซี๊ด—"
"ผู้หญิงคนนี้โหดเอาเรื่องแฮะ แต่ฉันชอบว่ะ"
"หึๆๆๆ ✺◟(∗❛ัᴗ❛ั∗)◞✺"
เมื่อมองดูเฉินตงถูกหามขึ้นเปลหามขึ้นรถพยาบาลไป เสิ่นเจ๋อก็รู้สึกสะใจสุดๆ
"ไอ้เฉินเอ๊ย แกใช้เส้นสายแย่งตำแหน่งผู้จัดการของฉันไป ทำให้ฉันต้องตกงาน ฉันก็จะทำให้ครอบครัวแกพังพินาศบ้าง หึ"
หลังจากที่ผู้หญิงคนนั้นขับรถออกไปแล้ว เสิ่นเจ๋อก็สตาร์ทรถและขับออกจากหมู่บ้านอวี้จินหยวนไปเช่นกัน