- หน้าแรก
- ผมซื้อของถูกราคาหลักหน่วย แต่ระบบกลับให้ของจริงราคาหลักล้าน!
- บทที่ 405 ศาสตราจารย์หลี่ผู้เริ่มสงสัยในชีวิต
บทที่ 405 ศาสตราจารย์หลี่ผู้เริ่มสงสัยในชีวิต
บทที่ 405 ศาสตราจารย์หลี่ผู้เริ่มสงสัยในชีวิต
บทที่ 405 ศาสตราจารย์หลี่ผู้เริ่มสงสัยในชีวิต
แม้จะเป็นการบรรยายสาธารณะ แต่หลินโม่กลับมาในฐานะผู้ช่วยของศาสตราจารย์หลี่ เสื้อกาวน์สีขาวนี้ศาสตราจารย์หลี่ก็เป็นคนเตรียมมาให้เขาโดยเฉพาะ
เพราะถึงจะเป็นนักศึกษาแพทย์ แต่ก็ใช่ว่าทุกวิชาจะต้องสวมเสื้อกาวน์ การให้เขาสวมชุดนี้ก็เพื่อให้หลินโม่ปรับตัวเข้ากับฐานะ "ผู้ช่วย" ล่วงหน้า เพราะในอนาคตเขาจะต้องมาคลุกคลีอยู่ที่วิทยาลัยการแพทย์แห่งนี้บ่อยๆ ในฐานะนี้
ในการบรรยายสาธารณะอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นการสัมมนาขนาดเล็ก ฐานะผู้ช่วยถือว่ามีความจำเป็นมาก
ส่วนสาเหตุที่มีเสียงฮือฮานั้น เป็นเพราะนักศึกษาชายในวิทยาลัยการแพทย์มีน้อยมาก โดยเฉพาะสาขาแพทย์แผนจีน คนที่มาฟังการบรรยายของศาสตราจารย์หลี่ส่วนใหญ่จึงเป็นผู้หญิง
ในสภาวะที่ทรัพยากรเพศชายในคณะขาดแคลนเช่นนี้ การได้เจอหนุ่มหล่อระดับเทพมาปรากฏตัวกะทันหัน ย่อมต้องมีเสียงอุทานด้วยความตะลึงเป็นธรรมดา
อย่าว่าแต่ในวิทยาลัยการแพทย์เลย ตอนที่เขาเพิ่งกลับเข้าเรียนที่มหาลัยเทคโนโลยีซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เขาก็เคยเจอเสียงตอบรับแบบนี้มาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
ประเด็นสำคัญคือ ในห้องบรรยายสาธารณะ มีคนที่สวมเสื้อกาวน์มาเรียนน้อยมาก ถ้าจะมีก็คือพวกที่ย้ายห้องเรียนจนเปลี่ยนชุดไม่ทันเท่านั้น
ดังนั้น หลินโม่ที่มีใบหน้าหล่อเหลาเป็นทุนเดิม เมื่อสวมชุดกาวน์ขาวตัวนี้จึงดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ
ทางด้านแก๊งควนเม่ยทั้งสามคนก็นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอหลินโม่ในคาบบรรยายนี้ ช่างประจวบเหมาะอะไรขนาดนี้?
แน่นอนว่าท่ามกลางเสียงอุทานของนักศึกษาสาวๆ มีเพียงคุณหนูหยวนเท่านั้นที่เอ่ยแซวอย่างหมั่นไส้ ส่วนควนเม่ยนตอนนี้ไม่กล้าซ่า เพราะเขากลัวคนจะจำฐานะ "หลิซือหย่า" ของเขาได้
หวังชู่ที่อยู่ข้างๆ ใช้มือถือแอบถ่ายอย่างแนบเนียน เขามีจรรยาบรรณในการทำงานสูงมาก เวลาทำงานเขาจะไม่พูดถ้าไม่จำเป็น
เมื่อหลินโม่เดินเข้ามาเจอเสียงเชียร์ของสาวๆ เขาก็รู้สึกขัดเขินเล็กน้อย ขณะกำลังจะหาที่นั่ง สายตาก็เหลือบไปเห็นเงาร่างที่คุ้นเคยสามร่าง
จะไม่ใช่แก๊งคุณหนูหยวนได้ยังไง ตอนแรกเขานึกว่าเจ้าพวกนี้คงเดินเล่นซนไปทั่วโรงเรียน นึกไม่ถึงว่าจะแอบเข้ามาฟังบรรยาย ช่างใจกล้าบ้าบิ่นจริงๆ
แต่โชคดีที่เป็นคาบบรรยายสาธารณะซึ่งไม่ได้เข้มงวดเรื่องสถานะนักศึกษาเท่าไหร่นัก ทว่าเขาไม่ได้กะจะเดินไปนั่งด้วย เพราะตอนนี้ควนเม่ยอยู่ในร่างหลิซือหย่า ถ้าเกิดความแตกขึ้นมา เดี๋ยวเขาจะโดนลากไปซวยด้วย
อย่าลืมว่าตอนนี้ค่าหัวของเขา (ในฐานะคนวาดแบงก์) ในต่างประเทศพุ่งสูงถึง 200 ล้านดอลลาร์แล้ว ระวังไว้ก่อนย่อมดีที่สุด
"เสี่ยวหลิน หาที่นั่งตามสบายนะจ๊ะ" ศาสตราจารย์หลี่ไม่ได้สังเกตเห็นอะไร ท่านชี้ไปที่ที่นั่งว่างแถวหน้าสุด
"ครับอาจารย์!" หลินโม่พยักหน้าแล้วนั่งลงที่แถวแรก
ต่อให้เป็นมหาวิทยาลัยรัฐเกรดเอ แต่ที่นั่งแถวแรกของห้องเรียนมักจะว่างเสมอ ช่วยไม่ได้ คนที่รักการเรียนจริงๆ มักเป็นส่วนน้อย
หลินโม่นั่งลง พยักหน้าทักทายนักศึกษาสาวที่นั่งข้างๆ จากนั้นก็เริ่มตั้งใจฟังการบรรยาย
เมื่อเสียงกริ่งดังขึ้น ศาสตราจารย์หลี่เริ่มบรรยายความรู้แพทย์แผนจีน เนื่องจากเป็นคาบบรรยายสาธารณะ ท่านจึงไม่ได้สอนตามตำราเป๊ะๆ แต่นี่คือ "โชว์เดี่ยว" ของศาสตราจารย์หลี่โดยเฉพาะ
ตั้งแต่เรื่องเภสัชวิทยา การออกตรวจ ไปจนถึงสัดส่วนการจัดยา การผสมผสานฤทธิ์ยา ฯลฯ แถมยังสอดแทรกเคสคนไข้ที่ท่านเคยรักษาจริงมาอธิบายให้เข้าใจง่าย
ปกติศาสตราจารย์หลี่จะดูเคร่งขรึมมากเวลาตรวจโรค แต่นึกไม่ถึงว่าเวลาสอนหนังสือ ท่านจะดูสนุกสนานและมีอารมณ์ขัน ท่านใช้วิธีเฉพาะตัวอธิบายความรู้ยากๆ ให้เด็กๆ เข้าใจได้มากที่สุด
บรรยากาศในห้องเรียนดีมาก ทุกคนตื่นตัวและตั้งใจฟัง ไม่มีใครกระซิบกระซาบหรือรบกวนการสอนเลย
แม้แต่หลินโม่ที่เป็นมือใหม่ยังฟังอย่างเพลิดเพลิน เมื่อฟังเคสที่ศาสตราจารย์ยกตัวอย่าง แล้วเปรียบเทียบกับตำราสองเล่มที่เขาท่องจำมา เขาพบว่าวิธีรักษาหลายอย่างมีเขียนไว้ในนั้นจริงๆ
มิน่าล่ะศาสตราจารย์หลี่ถึงให้เขาอ่านตำราสามเล่มนั้นก่อน มันคือพื้นฐานสำคัญของการเข้าสู่โลกแพทย์แผนจีนจริงๆ
แพทย์แผนจีนเน้นที่รากฐาน ส่วนประสบการณ์หลังจากนั้นต้องได้มาจากการลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งครูสอนกันไม่ได้
ไม่เพียงแต่หลินโม่ คุณหนูหยวนที่นั่งฟังอยู่ก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก แม้เธอจะเคยเจอศาสตราจารย์หลี่มาก่อน แต่ก็นับเป็นครั้งแรกที่ได้ฟังท่านสอนหนังสือ เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดี
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เมื่อศาสตราจารย์หลี่รู้สึกว่าบรรยายเนื้อหาพอสมควรแล้ว ท่านก็เริ่มเข้าสู่ช่วงปฏิบัติการ
"มีนักศึกษาคนไหนอยากจะลองให้ครูตรวจสุขภาพดูมั้ยจ๊ะ? ครูขอบอกก่อนนะว่า คิวตรวจของครูที่โรงพยาบาลน่ะ พวกเธอไปหาข้างนอกอาจจะจองไม่ได้ง่ายๆ นะ!" ศาสตราจารย์หลี่กล่าวติดตลก
ทุกคนพากันหัวเราะร่า มีนักศึกษาหลายคนยกมือขึ้น เพราะนี่คือโอกาสทองที่จะได้ให้อาจารย์ระดับเทพจับชีพจรฟรีๆ
ศาสตราจารย์หลี่เลือกนักศึกษาสาวสองคนจากแถวหน้ามาเริ่มจับชีพจร
เด็กสาวคนแรกมีปัญหา "มดลูกเย็น" และพลังพร่องเล็กน้อย ศาสตราจารย์หลี่แนะนำเคล็ดลับอย่างการนวดจุดกวนหยวน จุดชี่ไห่ หรือถ้าสะดวกให้ลองฝังเข็มหรือครอบแก้วดู
ส่วนเรื่องอาหารให้เลี่ยงของเย็นและของดิบ ให้ทานพวกอินทผลัมแดง ลำไย หรือเนื้อแพะเพิ่ม
ถ้าเป็นยาจีน ก็สามารถทานยาเม็ดอ้ายฟู่หน่วนกงหรือยาเม็ดไก่ดำปักกิ่งเป็นต้น
ส่วนเด็กสาวคนที่สองนี่สิที่น่าสนใจ ศาสตราจารย์หลี่จับชีพจรอยู่ครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วแน่น จากนั้นก็บอกเด็กสาวว่าสุขภาพเธอแข็งแรงดีมาก แต่แนะนำให้เธอไปตรวจที่โรงพยาบาลในวันพรุ่งนี้
ไม่มีอะไรมาก ตาแก่จับเจอว่าเด็กสาวคนนี้ "ตั้งท้อง" แต่ท่านพูดออกมาตรงๆ ไม่ได้ จึงทำได้เพียงเตือนอ้อมๆ แบบนั้น
เพราะการจับชีพจรครั้งที่สองดูจะจบแบบคลุมเครือ ศาสตราจารย์หลี่จึงกะจะเลือกเพิ่มอีกคน ท่านเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลิซือหย่า (ควนเม่ย)
ช่วยไม่ได้ ในห้องบรรยายสาธารณะถึงคนจะเยอะ แต่คนที่สวมชุดกาวน์ขาวน่ะมีไม่กี่คน และคนที่มีราศีโดดเด่นขนาดนี้ยิ่งมีน้อยเข้าไปใหญ่
หวังชู่รีบเบือนหน้าหนี พยายามไม่สบตากับศาสตราจารย์หลี่ ส่วนคุณหนูหยวนที่นั่งอยู่ข้างในแอบโบกมือทักทายตาแก่เงียบๆ
ศาสตราจารย์หลี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ท่านก็นึกไม่ถึงว่าจะมาเจอหลานสาวของท่านผู้นำหยวนที่นี่ แต่ท่านก็ไม่ได้ส่งเสียงทักทายออกไป เพียงแค่พยักหน้าให้เบาๆ
ส่วนเรื่องจับชีพจรให้คุณหนูหยวนน่ะไม่ต้องเลย ครอบครัวระดับนั้นมีตรวจร่างกายประจำปีอยู่แล้ว ไม่ต้องให้ท่านยุ่งเรื่องส่วนตัว
ท่านจึงหันมามองหลิซือหย่าที่ก้มหน้าอยู่พลางยิ้มบอก: "นักศึกษาจ๊ะ ยื่นมือมาสิ เดี๋ยวครูจะตรวจให้!"
ข้างนอกบ้าน หลิซือหย่าจะไม่ยอมพูดแม้แต่คำเดียว เมื่อเผชิญกับการเชื้อเชิญของศาสตราจารย์หลี่ เขาจึงปฏิเสธไม่ได้ ได้แต่ยอมยื่นมือออกไป
ศาสตราจารย์หลี่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อน ท่านวางสองนิ้วลงบนข้อมือของหลิซือหย่า จากสีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจ ในเวลาไม่นานสีหน้าของท่านก็เริ่มเปลี่ยนไป
"แฮ่ม... เอ่อ รบกวนเปลี่ยนอีกข้างหน่อยจ้ะ เดี๋ยวครูขอดูอีกที" ศาสตราจารย์หลี่เอ่ย
ควนเม่ยยอมเปลี่ยนมือตามสั่ง ศาสตราจารย์หลี่วางนิ้วลงไป คราวนี้ท่านเงียบไปนานกว่าเดิมอีก
"ไม่ถูกนะ... เดี๋ยว แป๊บหนึ่งจ้ะ"
ศาสตราจารย์หลี่เอาแขนเสื้อเช็ดมือตัวเองอย่างแรง แล้วกลับมาวางนิ้วลงบนข้อมือของควนเม่ยอีกครั้ง
คราวนี้ ตาแก่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม ถึงขั้นเริ่มมีเหงื่อซึมออกมาที่หน้าผัก
ต้องรู้ว่าในสภาพอากาศตอนนี้ เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ศาสตราจารย์หลี่ถึงกับเหงื่อตก แสดงให้เห็นว่าภายในใจของท่านกำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรงขนาดไหน
"ศาสตราจารย์หลี่ เป็นอะไรไปเหรอคะ?" คุณหนูหยวนเห็นท่าไม่ดีจึงถามขึ้น
ได้ยินดังนั้น ศาสตราจารย์หลี่กลืนน้ำลาย เช็ดเหงื่อที่หน้าผากพลางเอ่ยอย่างเหลือเชื่อ: "ตาแก่คนนี้มีชีวิตมาจนป่านนี้ เพิ่งจะเคยเจอชีพจรที่ประหลาดขนาดนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ จ้ะ"
คุณหนูหยวน: "ชีพจรอะไรเหรอคะ? จะตายมั้ย?"
ศาสตราจารย์หลี่: "เด็กสาวตัวเล็กๆ ทำไมถึงเป็น 'ต่อมลูกหมากอักเสบ' ได้ล่ะจ๊ะเนี่ย?"
หลินโม่: "......"
หวังชู่: "......"
ควนเม่ย: "......"
คุณหนูหยวน: "o (*≧▽≦) ツ┏━┓" (ขำจนจะขาดใจ)
นักศึกษาคนอื่นๆ : "???"
พูดตามตรง ในวินาทีนี้ หลิซือหย่าได้ทำเอาหมอจีนอาวุโสชื่อดังอย่างศาสตราจารย์หลี่ถึงกับเริ่มสงสัยในวิชาความรู้ของตัวเองไปเสียแล้ว