- หน้าแรก
- ระบบราชันแมลงจิ๋วแต่แจ๋ว
- บทที่ 330 เผชิญหน้า ยอดฝีมือเผ่ามารลึกลับ (2)(ฟรี)
บทที่ 330 เผชิญหน้า ยอดฝีมือเผ่ามารลึกลับ (2)(ฟรี)
บทที่ 330 เผชิญหน้า ยอดฝีมือเผ่ามารลึกลับ (2)(ฟรี)
บทที่ 330 เผชิญหน้า ยอดฝีมือเผ่ามารลึกลับ (2)(ฟรี)
"บอกมา ว่าเจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?"
จู่ๆ น้ำเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับเสียงของปีศาจร้ายที่ส่งตรงมาจากขุมนรก
ฟางฟานรู้ทันทีว่าตัวจริงปรากฏตัวแล้ว และเมื่อสิ้นเสียงนี้ สีหน้าของเปาจิงอู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นความเคารพยำเกรง ถึงขั้นโค้งคำนับลงไปเล็กน้อย
ในขณะที่ฟางฟานเพียงแค่แสดงความตื่นตระหนกออกมาวูบหนึ่งในตอนแรก ก่อนจะกลับมาเยือกเย็นอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้เขาอยู่ในสถานะ 'มารจิต' ดังนั้นในฐานะมารจิตที่แท้จริง เมื่ออยู่ต่อหน้ายอดฝีมือเผ่ามาร นอกเหนือจากความเคารพที่พึงมีแล้ว ย่อมไร้ซึ่งความหวาดหวั่นลนลานใดๆ
"นายท่าน!"
"เรื่องนี้เล่าไปก็ยาวนัก ท่านอยากให้ข้าเริ่มจากตรงไหนหรือขอรับ?"
ฟางฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงนอบน้อม ทว่าคำตอบของเขากลับทำให้ตัวตนลึกลับนั้นคาดไม่ถึง หลังจากชะงักไปเสี้ยววินาที น้ำเสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"เล่ามาตั้งแต่ต้น ยิ่งละเอียดก็ยิ่งดี!"
"ขอรับ นายท่าน"
ฟางฟานขานรับอย่างนอบน้อม ก่อนจะเริ่มเล่า
"ข้ามีนามว่า อินจุน เป็นอัจฉริยะจากเมืองเจียงไห่ เมื่อไม่กี่เดือนก่อนข้าได้แย่งชิงร่างนี้มา"
"ทางบ้านมีบิดามารดา บิดาชื่ออินเหนิง มารดาชื่อเหวินอวิ่น และยังมีพี่ชายอีกหนึ่งคนชื่ออินเฉิง บ้านของพวกเราอยู่ที่ทะเลสาบหลงจื่อใจกลางเมืองเจียงไห่ ข้ายังมีอดีตคนรักชื่อเยว่ชิงหนิง เพียงแต่นางไม่ได้ชอบข้า..."
"ข้า..."
ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาของฟางฟานทำเอาเปาจิงอู่ถึงกับยืนอึ้ง อดไม่ได้ที่จะหันไปมองอีกฝ่าย มันอยากรู้เหลือเกินว่าอะไรทำให้ฟางฟานถึงได้ใจกล้าบ้าบิ่นปานนี้
นี่มันใช่การรายงานตัวที่ไหนกัน นี่มันพรรณนาประวัติไปดูตัวชัดๆ!
"หยุด!"
"พูดแต่ใจความสำคัญ"
"หากเจ้าพล่ามอีกแม้แต่ประโยคเดียว... ตาย!"
เมื่อเผชิญกับความเยิ่นเย้อของฟางฟาน ตัวตนลึกลับก็ดูเหมือนจะเริ่มหมดความอดทน แต่เป็นเพราะมันเองที่สั่งให้ฟางฟานเริ่มเล่าตั้งแต่ต้น จึงทำได้เพียงข่มกลั้นโทสะเอาไว้
‘หึ หากอยากฟังอีกล่ะก็ ข้าก็สามารถสาธยายชื่อบรรพบุรุษทั้งสิบแปดชั่วโคตรให้เจ้าฟังได้หมดนั่นแหละ’
ฟางฟานพึมพำในใจ แต่ตอนนี้เขาไม่กล้าทำเช่นนั้นแล้ว ท้ายที่สุดชีวิตน้อยๆ ของเขาก็ถูกกำไว้ในกำมือของอีกฝ่ายอยู่ดี
"ขอรับ นายท่าน"
"ช่วงที่เกิดศึกใหญ่ในเมืองเจียงไห่ ตอนนั้นข้ากำลังหลบซ่อนอยู่ในถิ่นทุรกันดาร จึงรอดพ้นวิกฤตมาได้ และตั้งใจจะโดยสารรถมุ่งหน้าไปยังเมืองหลักแห่งอื่นของเผ่ามนุษย์"
"ระหว่างที่อยู่บนรถ ข้าสัมผัสได้ถึงความรู้สึกประหลาดบางอย่าง มันทำให้ข้านึกถึงตอนที่ข้าเพิ่งถือกำเนิดขึ้นมา และได้เห็นบุปผาประหลาดดอกนั้น"
"ความรู้สึกมันเหมือนกันเป๊ะกับตอนที่ข้าเห็นเด็กผู้หญิงคนนั้น ข้าจึงฟันธงได้ทันทีว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นกับบุปผาดอกนั้นต้องมีความเกี่ยวข้องกันอย่างแน่นอน"
"แต่ข้าไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเด็กนั่นเป็นใครและมีพลังอำนาจอันใด จึงต้องข่มกลั้นแรงกระตุ้นในใจเอาไว้ ตั้งใจจะแฝงตัวอยู่ในขบวนรถเพื่อหาจังหวะสืบสาวเรื่องราวทั้งหมดให้กระจ่าง"
"ทว่าแผนการของข้ากลับถูกเปาจิงอู่ทำลายจนพังพินาศ ส่งผลให้เมื่อข้าต้องการจะลงมือสังหารเด็กหญิงคนนั้น ยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ก็โผล่มาขัดขวางเสียก่อน ข้าสู้ไม่ได้จึงจำต้องหลบหนีออกมาอย่างหัวซุกหัวซุน"
"หากนายท่านไม่เชื่อ สามารถสอบถามเปาจิงอู่ดูได้ขอรับ ว่าสิ่งที่ข้ากล่าวมาเป็นความจริงหรือไม่"
ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เปาจิงอู่ฟัง ดังนั้นในตอนนี้เปาจิงอู่จึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ จากคำพูดของเขา
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ฟางฟานพูดก็ล้วนเป็นความจริงทั้งสิ้น!
เมืองเจียงไห่มีอัจฉริยะที่ชื่อว่า 'อินจุน' (หยินจุน) อยู่จริง และในตอนนั้นก็ถูกมารจิตแย่งชิงร่างไปจริงๆ ส่วนในเวลานี้ มารจิตตนนั้นก็กำลังถูกสะกดเอาไว้ในห้วงทะเลวิญญาณของเขานั่นเอง
สำหรับรูปลักษณ์ของอินจุนนั้น ทั้งเปาจิงอู่และยอดฝีมือลึกลับตรงหน้าย่อมไม่เคยเห็นมาก่อนเป็นแน่ ดังนั้นต่อให้ฟางฟานในตอนนี้จะสวมรอยแปลงโฉมมา ก็ไม่มีทางถูกจับได้อย่างแน่นอน
เปาจิงอู่ที่เตรียมตัวดูงิ้วอยู่ด้านข้าง ไม่คาดคิดเลยว่าฟางฟานจะโยนเผือกร้อนมาที่มัน ตอนที่เพิ่งถูกอินจุนพามาที่นี่ มันไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งถึงเพียงนี้เลย
ทว่าในตอนที่อินจุนเอ่ยถามมันเกี่ยวกับสถานการณ์ของเด็กผู้หญิงคนนั้น จู่ๆ ก็มีสุรเสียงอันน่าเกรงขามดังก้องขึ้นในหัว จิตใต้สำนึกบอกมันว่าเจ้าของเสียงนี้คือยอดฝีมือแห่งเผ่ามาร
ดังนั้นคำพูดทั้งหมดหลังจากนั้น มันจึงเอ่ยออกไปตามความประสงค์ของยอดฝีมือลึกลับผู้นี้ทั้งสิ้น
"ใช่แล้วขอรับนายท่าน ข้าขอเป็นพยานได้เลยว่าสิ่งที่อินจุนพูดมาคือความจริง"
"ตอนนั้นข้ากับสหายอีกตนบังเอิญไปพบขบวนรถพอดี พวกเราถูกดึงดูดด้วยความรู้สึกบางอย่าง ในหัวคิดเพียงแต่จะสังหารต้นตอของแรงดึงดูดนั้นให้สิ้นซาก ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นการทำลายแผนการของอินจุน"
เปาจิงอู่กล่าวด้วยความเคารพ มันไม่กล้าปิดบังใดๆ จึงทำได้เพียงพูดความจริงออกไป
"ดี!"
เสียงลึกลับดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกันนั้นฟางฟานก็สัมผัสได้ว่าแรงกดดันมหาศาลรอบกายได้มลายหายไปจนสิ้น ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะตบตาเผ่ามารผู้นี้ได้สำเร็จ อีกฝ่ายจึงได้รั้งกลิ่นอายพลังอันน่าครั่นคร้ามกลับไป
และในวินาทีต่อมา ร่างสองร่างก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของฟางฟาน
กลิ่นอายมารที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของพวกเขาเป็นเครื่องยืนยันว่า สองคนนี้คือยอดฝีมือลึกลับที่เพิ่งลงมือเมื่อครู่ พวกเขาคือตัวตนระดับเจ็ด หรือก็คือ 'ขอบเขตเหนือมนุษย์' ที่อยู่เหนือกว่าระดับเทพสงคราม!
สัตว์มารระดับเจ็ด... สามารถจำแลงกายเป็นมนุษย์ได้แล้ว!
"ข้าบอกแล้วไงว่าไอ้หนุ่มนี่ไม่มีทางเป็น ฟางฟาน ของเผ่ามนุษย์ไปได้หรอก!"
"แต่ไม่คิดเลยนะว่า พวกเราจะได้เบาะแสของ 'บุปผาปี่อ้าน' ที่นี่"
"น่าสนุกดีนี่ หากใช้สำนวนของพวกมนุษย์ก็ต้องบอกว่า 'ได้มาอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องลงแรง' สินะ"
ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้น นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยความกระหายเลือดและความโหดเหี้ยม สายตาที่มองไปยังฟางฟานและเปาจิงอู่แฝงไว้ด้วยความปรารถนาอันตะกละตะกลาม
"เก็บน้ำลายของเจ้าเถอะ นี่คือมารจิต ไม่ใช่อาหารในกระเพาะของเจ้า"
"หากอยากกินอะไร เดี๋ยวค่อยหาเมืองของมนุษย์สักเมืองให้เจ้าสวาปามจนหนำใจก็แล้วกัน"
"แต่ก่อนหน้านั้น พวกเราต้องหาตัวมนุษย์ที่ชื่อ ฟางฟาน ให้พบเสียก่อน ตามสายข่าวรายงานมาว่ามนุษย์ที่ชื่อฟางฟานผู้นั้นมีรูปลักษณ์เยาว์วัย ข้าก็แค่อยากจะลองเสี่ยงดวงดู เผื่อโชคดีเจอตัวมันตั้งแต่แรก"
"แต่ดูเหมือนว่า... ลำพังแค่พึ่งดวงอย่างเดียวคงไม่พอสินะ"
ชายอีกคนเอ่ยขึ้นพร้อมกับทอดถอนใจเล็กน้อย เขามักหลงคิดว่าตนเองมีโชคอยู่เสมอ แต่ในเรื่องแบบนี้ อาศัยแค่โชคอย่างเดียวยังคงไม่เพียงพอ คงต้องค่อยๆ ตามหากันต่อไป
"เฮ้อ อุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงดินแดนชั้นในของเผ่ามนุษย์ทั้งที กลับไม่ยอมให้ข้ากิน ข้านี่มันน่าสงสารเสียจริง"
"รสชาติของเนื้อมนุษย์... ข้าแทบจะอดใจรอไม่ไหวอยู่แล้ว"
ชายผู้พูดสูดจมูกฟุดฟิด แม้ที่นี่จะเป็นดินแดนทุรกันดาร แต่เขาก็ยังคงได้กลิ่นอายของมนุษย์ลอยมาเตะจมูก
บทสนทนาของทั้งสองไม่ได้หลบซ่อนผู้ใด ดังนั้นทันทีที่ฟางฟานได้ยินประโยคแรก สีหน้าของเขาก็พลันตึงเครียด ร่างกายแข็งทื่อไปในชั่วพริบตา
พวกมันมาหาเขางั้นรึ?!
ล้อกันเล่นหรือเปล่า!
ฟางฟานอย่างเขาไปแกว่งเท้าหาเสี้ยน ไปยั่วยุยอดยุทธ์ระดับนี้ให้ลงมือตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!
"หืม?"
"ไอ้หนู เจ้าชื่ออินจุนใช่หรือไม่!"
"เหตุใดตอนที่ข้าเอ่ยชื่อฟางฟาน สีหน้าของเจ้าถึงได้เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดในพริบตา ร่างกายก็แข็งทื่อขึ้นมา หรือว่า..."
ยอดฝีมือเผ่ามารที่เพิ่งเอ่ยปากเมื่อครู่ได้พุ่งมายืนอยู่เคียงข้างฟางฟานตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจทราบได้ สีหน้าของมันเย็นเยียบสะท้านทรวง ซ้ำฝ่ามือข้างหนึ่งยังวางแหมะอยู่บนบ่าของฟางฟานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
"หรือจะบอกว่า... เจ้ารู้จักฟางฟาน?"
ยอดฝีมือเผ่ามารกล่าวอย่างเชื่องช้า ทว่าในเวลานี้ หน้าผากของฟางฟานกลับมีหยาดเหงื่อเย็นผุดพราย นี่คืออาการของคนขวัญผวาอย่างแท้จริง!
เขาไม่ได้หลงคิดหรอกนะว่าตัวตนระดับนี้จะพูดคุยด้วยได้ง่ายๆ ก่อนหน้านี้พวกมันแค่ยอมรับในฐานะมารจิตของเขาเท่านั้น ทว่าหากคิดจะลงมือสังหาร มันก็สามารถปลิดชีพเขาได้ในพริบตา
ฟางฟานเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาทันที และความตื่นตระหนกในครั้งนี้ไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด สมองของเขาเริ่มประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง
"ต... ตอบนายท่าน ฟางฟานที่ท่านพูดถึง ใช่ฟางฟานที่เป็นเจ้าเมืองเจียงไห่หรือเปล่าขอรับ?"
"หืม? เจ้ารู้จักด้วยรึ"
"อ้อ ข้าลืมไป เจ้ามาจากเมืองเจียงไห่นี่นะ"
"ทำไม หรือว่าเจ้ารู้เบาะแสของมนุษย์ที่ชื่อฟางฟาน?"
มารตนที่สองเมื่อได้ยินคำพูดของ "อินจุน" ก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย หรือว่าโชคของเขาจะดีจริงๆ เพิ่งจะเหยียบย่างเข้าสู่โลกมนุษย์ก็สามารถทำภารกิจสำเร็จลุล่วงแล้วกลับไปได้เลย?
หากเป็นเช่นนั้นจริงล่ะก็ ช่างเป็นเรื่องที่ประเสริฐยิ่งนัก!