- หน้าแรก
- เมื่อโลกกลายเป็นดันเจี้ยน แต่ผมดันเปิดกล่องสมบัติได้สองครั้ง
- บทที่ 209 - เข้าสู่คลังสมบัติของตาเหยี่ยว (ฟรี)
บทที่ 209 - เข้าสู่คลังสมบัติของตาเหยี่ยว (ฟรี)
บทที่ 209 - เข้าสู่คลังสมบัติของตาเหยี่ยว (ฟรี)
บทที่ 209 - เข้าสู่คลังสมบัติของตาเหยี่ยว
ด้านล่างสุด มีวงกลมสีแดงวาดแยกไว้ต่างหาก
ข้างๆ วงกลมมีตัวหนังสือเล็กๆ เขียนกำกับไว้ ลายมือหวัดมากจนแทบจะอ่านไม่ออก:
[ทางเข้าคลังสมบัติอยู่ที่รอยแยกหลังเขา ต้องใช้บัตรผ่าน]
ตาของซูหรานเป็นประกาย
เขาพลิกกระดาษหนังแกะดู ด้านหลังวาดแผนที่ที่ละเอียดกว่าเอาไว้จริงๆ ไม่ใช่ค่ายทหาร แต่เป็นภาพหน้าตัดของถ้ำ ปากถ้ำมีคำว่า "รอยแยกหลังเขา" กำกับไว้ พอเข้าไปข้างในก็จะมีทั้งทางเดิน กับดัก และยามเฝ้า ส่วนลึกสุดเป็นพื้นที่ทรงกลม เขียนไว้ว่า "คลังสมบัติ"
คลังสมบัติ คลังสมบัติส่วนตัวของท่านหญิงตาเหยี่ยว
ซูหรานใจเต้นแรงขึ้นจังหวะหนึ่ง เขาลูบคลำต่อไป และสัมผัสได้ถึงของแข็งๆ บางๆ แผ่นหนึ่งซ่อนอยู่ในรอยแยกของแผ่นหนังแกะ
เขาค่อยๆ ฉีกรอยแยกนั้นออก แล้วหยิบแผ่นโลหะขนาดเท่าฝ่ามือออกมาแผ่นหนึ่ง
แผ่นโลหะเป็นสีเงินหม่น บนนั้นสลักอักษรรูนสลับซับซ้อน ตรงกลางเป็นรูปพญาเหยี่ยวกางปีก เหมือนกับบนธงของค่ายตาเหยี่ยวเป๊ะ
เขาเปิดใช้งาน [ความรู้หยั่งรู้]
แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบผ่านดวงตาไป
[บัตรผ่านคลังสมบัติตาเหยี่ยว (พิเศษ/ใช้ครั้งเดียว)] ประเภท: กุญแจ/หลักฐาน เอฟเฟกต์: ใช้เปิดทางเข้าคลังสมบัติส่วนตัวที่อยู่ใต้ค่ายตาเหยี่ยวได้ ใช้ได้เพียงครั้งเดียว เมื่อใช้แล้วจะถูกทำลายโดยอัตโนมัติ คำอธิบาย: บัตรผ่านที่ท่านหญิงตาเหยี่ยวพกติดตัวไว้เสมอ มันคือกุญแจไขไปสู่ความมั่งคั่งที่เธอสะสมมานานหลายปี ว่ากันว่าในคลังสมบัติมีแต่ของล้ำค่าที่เธอไปปล้นมาจากทั่วทั้งทุ่งหญ้า ทั้งอาวุธ ชุดเกราะ โพชั่น ม้วนคัมภีร์ และวัตถุดิบต่างๆ มีครบทุกอย่าง หลังจากที่ท่านหญิงสิ้นใจ บัตรผ่านใบนี้ก็กลายเป็นของไร้เจ้าของ
ซูหรานจ้องมองคำอธิบายบรรทัดนี้แล้วก็ยิ้มออกมา
"ดวงคนมันจะเฮง อะไรก็ฉุดไม่อยู่จริงๆ แฮะ!"
วันนี้เขาเพิ่งฆ่าท่านหญิงตาเหยี่ยว ลูตบัตรผ่านมาจากศพเธอ พรุ่งนี้ก็ไปเปิดคลังสมบัติของเธอได้เลย
แบบนี้เรียกว่าอะไรล่ะ?
เรียกว่าปฏิกิริยาลูกโซ่ไง
เขาเก็บรักษาบัตรผ่านใบนั้นไว้ในส่วนลึกสุดของช่องเก็บของส่วนตัวอย่างระมัดระวัง วางไว้รวมกับเศษแผ่นจารึกอักษรรูนโบราณพวกนั้น
จากนั้นเขาก็เหลือบมองเวลา สามทุ่มแล้ว
พรุ่งนี้เช้าค่อยไป
ลุยเดี่ยว แล้วก็พกหลันไปด้วย เขาทิ้งตัวลงนอน เอามือประสานรองท้ายทอย มองดูเพดาน
คลังสมบัติของท่านหญิงตาเหยี่ยว จะมีอะไรอยู่ข้างในบ้างนะ?
เช้าวันรุ่งขึ้น สิ่งแรกที่ซูหรานทำหลังตื่นนอนคือการไปที่จุดแลกเปลี่ยนของกิลด์
เขาจ่ายแต้มสมทบ 450 แต้ม ซื้อ [ม้วนคัมภีร์เวทกำแพงวายุ] 3 ม้วน มันคือเวทป้องกันวงแหวนที่ 2 สามารถเรียกกำแพงลมออกมาป้องกันลูกศรได้ ซื้อมาเพื่อเตรียมรับมือกับกับดักหรือยามเฝ้าที่อาจจะต้องเจอโดยเฉพาะ แล้วก็จ่ายแต้มสมทบอีก 300 แต้ม ซื้อ [สารทำปฏิกิริยาธาตุลม] 1 เม็ด นี่เตรียมไว้ให้หลัน
กลับถึงห้องพัก เขาก็หยิบสารทำปฏิกิริยาสีเขียวอ่อนเม็ดนั้นออกมา แล้วยื่นให้หลัน
หลันก้มมองสารทำปฏิกิริยาเม็ดนั้น เปลวเพลิงสีฟ้าตรงหน้าอกเต้นเร่าเบาๆ มันยื่นมือที่เกิดจากเส้นใยธาตุลมถักทอเข้าด้วยกันออกมากำเม็ดสารนั้นไว้
สารทำปฏิกิริยาละลายหายไปในพริบตา กลายเป็นละอองแสงสีเขียวเม็ดเล็กๆ นับไม่ถ้วน พุ่งเข้าสู่หน้าอกของหลัน และหลอมรวมเข้ากับเปลวเพลิงสีฟ้าที่กำลังลุกโชนอยู่
ซูหรานนั่งพิงขอบเตียง ฝึกทำสมาธิไปด้วยรอไปด้วย
ช่วงเวลาที่ผ่านมา หลันได้ย่อยสลายคริสตัลธาตุลมทั้งหมดที่ดูดซับไปก่อนหน้านี้ เลเวลพุ่งไปถึงจุดสูงสุดของ Lv.9 แล้ว ห่างจาก Lv.10 แค่ก้าวเดียว สารทำปฏิกิริยาเม็ดนี้ก็คือแรงผลักดันเฮือกสุดท้ายนั่นเอง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
เปลวเพลิงสีฟ้าตรงหน้าอกของหลันก็ขยายตัวขึ้นวูบหนึ่ง แล้วหดตัวกลับเข้าไป ก่อนจะระเบิดออกอย่างรุนแรง!
แสงสีฟ้าขาวสว่างวาบไปทั่วทั้งห้อง ร่างกายที่ถักทอจากเส้นใยธาตุลมดูควบแน่นและอัดแน่นยิ่งขึ้น รอยร้าวรอบตัวสมานกันจนหมด เปลวเพลิงสีฟ้าที่หน้าอกก็สว่างไสวและเสถียรกว่าเดิม
เมื่อแสงสว่างจางลง หลันก็ยืนนิ่งอยู่กับที่ ก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง มันลองกำหมัดดู เส้นใยธาตุลมพวกนั้นไหลเวียนไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของมัน ดูพลิ้วไหวและทรงพลังกว่าแต่ก่อนมาก
Lv.10
ซูหรานมองดูมันด้วยความพอใจสุดๆ เพราะในที่สุดแทงก์กึ่งดาเมจตัวนี้ก็กลับมาใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพอีกครั้ง
วิธีทะลวงเลเวลของโกเลมไม่เหมือนกับผู้เล่นทั่วไป ผู้เล่นต้องพึ่งค่าประสบการณ์ ต้องต่อสู้ ต้องทำความเข้าใจ แต่โกเลมแค่จับป้อน ป้อนคริสตัลธาตุให้พอ ป้อนสารทำปฏิกิริยาให้ถูก ก็ทะลวงเลเวลได้แล้ว
เรียบง่ายแต่ดุดัน และใช้งานได้ดีจริงๆ
เขาลุกขึ้นยืน ตบไหล่หลันเบาๆ
"ไปกันเถอะ"
หลันพยักหน้าเล็กน้อย กลายร่างเป็นลำแสงสีฟ้าขาว พุ่งเข้าไปในแกนกลางบนมือของเขา
ซูหรานผลักประตูเดินออกไป คลังสมบัติของท่านหญิงตาเหยี่ยว กำลังรอเขาอยู่
ซูหรานมายืนอยู่หน้าค่ายกลเทเลพอร์ตภายในกิลด์กางเขนเหล็ก หยิบบัตรผ่านสีเงินหม่นออกมาจากช่องเก็บของ
แผ่นโลหะขนาดเท่าฝ่ามือที่มีรูปพญาเหยี่ยวกางปีกส่องประกายเย็นเยียบใต้แสงไฟ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วทาบบัตรผ่านลงบนศิลาตรงกลางค่ายกลเทเลพอร์ต
อักษรรูนบนบัตรผ่านสว่างขึ้นทีละตัว แสงสีเงินค่อยๆ แผ่ขยายออกไปจนครอบคลุมค่ายกลเทเลพอร์ตทั้งหมด บนศิลามีตัวหนังสือปรากฏขึ้น: [จุดเทเลพอร์ตเขตรอบนอกคลังสมบัติตาเหยี่ยว]
แสงสว่างจ้าขึ้น
เสี้ยววินาทีต่อมา ซูหรานก็หายตัวไปจากจุดนั้น
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็มายืนอยู่ในหุบเขาที่รกร้างว่างเปล่าแล้ว
รอบด้านมีแต่หน้าผาหินสูงชัน บนพื้นมีแต่เศษหินกับหญ้าแห้งปูลาด อากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเหม็นอับชื้น ไกลออกไปได้ยินเสียงน้ำหยดแว่วๆ นานๆ ทีก็มีลมพัดแทรกเข้ามาตามซอกหิน ส่งเสียงหวีดหวิวชวนขนลุก
ซูหรานยืนนิ่งอยู่กับที่ เปิดใช้งาน [การรับรู้หลากมิติ] อย่างเต็มกำลัง
ในระยะ 30 เมตร ไม่มีคลื่นชีวิตใดๆ
ในระยะ 50 เมตร ไม่มีพลังงานของกับดัก
ในระยะ 100 เมตร มีแค่หนูกับแมลงไม่กี่ตัว
ไม่มีคน
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ก็ยังไม่ลดความระมัดระวังลง สมบัติของท่านหญิงตาเหยี่ยว ไม่มีทางเปิดประตูต้อนรับให้คนเดินเข้าไปง่ายๆ หรอก
เขาเดินไปข้างหน้าไม่กี่ก้าว ก็เห็นรอยแยกแคบๆ รอยหนึ่งบนหน้าผาหินจริงๆ กว้างพอให้คนเดินตะแคงตัวแทรกเข้าไปได้พอดี ขอบรอยแยกมีร่องรอยการขัดเกลา เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือคนทำ
ที่นี่แหละ แต่ซูหรานยังไม่รีบเข้าไป
เขาหยิบ [ม้วนคัมภีร์เวทกำแพงวายุ] ออกมาจากช่องเก็บของ แล้วฉีกมันออก
แสงสีเขียวอ่อนพวยพุ่งออกมาจากม้วนคัมภีร์ ก่อตัวเป็นกำแพงลมหมุนวนอยู่รอบตัวเขา เส้นใยธาตุลมเหล่านั้นไหลเวียนด้วยความเร็วสูง ก่อตัวเป็นเกราะคุ้มกันโปร่งแสงที่สามารถปัดป้องลูกศรและอาวุธขว้างได้เกือบทั้งหมด
หลันออกมาจากแกนกลาง มายืนอยู่ข้างหลังเขา เปลวเพลิงสีฟ้าตรงหน้าอกลุกโชนอย่างเสถียร
ซูหรานตะแคงตัวแทรกเข้าไปในซอกหิน
ข้างในซอกหินมืดมาก แต่ดอกไม้สีเหลืองอ่อนเล็กๆ บน [มงกุฎดอกไม้อิงชุน] เปล่งแสงเรืองรองออกมานิดหน่อย ช่วยส่องทางเดินใต้เท้าให้ เขาก้าวเดินไปได้ประมาณ 20 เมตร ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็เปิดกว้างขึ้น เป็นถ้ำหินที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ขนาดประมาณสนามบาสเกตบอลสองสนามต่อกัน
ตรงกลางถ้ำหิน มีลังไม้ขนาดใหญ่สิบกว่าใบกองรวมกันอยู่
รอบๆ ลังไม้ มีโครงกระดูกกระจัดกระจายอยู่หลายร่าง นั่นคือพวกหัวขโมยหน้าโง่ที่พยายามจะมาขโมยสมบัติก่อนหน้านี้ แล้วก็ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่
ซูหรานเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าไปในถ้ำหินได้ก้าวเดียว แผ่นหินใต้เท้าก็ทรุดตัวลงนิดหน่อย
"กริ๊ก"
กับดักทำงาน
ผนังหินทั้งสองข้างยิงลูกศรสีดำนับสิบดอกออกมาพร้อมกัน พุ่งเข้าใส่เขาจากทุกทิศทุกทาง!
เวทกำแพงวายุทำงานทันที!
ลูกศรพวกนั้นพุ่งกระแทกกำแพงลมหมุนวน โดนเส้นใยธาตุลมพัวพัน เบี่ยงเบนทิศทาง แล้วดีดกระเด็นออกไป ร่วงหล่นเกลื่อนกลาดเต็มพื้น ไม่มีลูกไหนเจาะทะลุเข้ามาได้เลย
แต่กับดักไม่ได้มีแค่นี้
บนหัวมีเสียงดังกึกก้อง ก้อนหินขนาดเท่าโม่แป้งหลายก้อนหลุดร่วงลงมาจากเพดานถ้ำ พุ่งหล่นลงมาทับเขา!
หลันขยับตัวแล้ว
มันกลายเป็นภาพติดตาสีฟ้าขาว แส้สายฟ้าตวัดวาดเป็นเส้นโค้งสามเส้นกลางอากาศ ฟาดเปรี้ยงเข้าใส่ก้อนหินพวกนั้นอย่างแม่นยำ!
"เพียะ! เพียะ! เพียะ!"
หินร่วงถูกฟาดจนแหลกละเอียด เศษหินปลิวว่อนไปทั่ว
ซูหรานยืนนิ่งอยู่กับที่ กำแพงลมยังคงหมุนวน หลันกลับมายืนอยู่ข้างหลังเขาเรียบร้อยแล้ว
เขาเหลือบมองกองลูกศรบนพื้น สลับกับเศษหินที่ถูกฟาดจนแหลกละเอียด มุมปากยกยิ้มขึ้นมานิดๆ
มีของเตรียมพร้อมมานี่มันดีจริงๆ
เขาก้าวเท้าเดินตรงไปยังกองลังไม้พวกนั้น