เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1459 สังสารวัฏวิถีมนุษย์(เหรินเต๋า)

Chapter 1459 สังสารวัฏวิถีมนุษย์(เหรินเต๋า)

Chapter 1459 สังสารวัฏวิถีมนุษย์(เหรินเต๋า)


นิกายเหรินเต๋า!

ภายในห้องโถงใหญ่ มีคนหลายคน ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีศิษย์คนหนึ่งวิ่งเข้ามา.

"ประมุขเหยี่ยนอวิ๋น! รักษาการเจ้าสำนักออกมาแล้ว เขาตรงไปยังตำหนักกลางสำนัก."ศิษย์คนหนึ่งที่เอ่ยกล่าวรายงาน.

"เจ้าเทียนชา? ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยุ่งเกี่ยวกับธุระของสำนักเหรินเต๋าหรอกรึ?"อาวุโสเหยี่ยนชุนขมวดคิ้วไปมา.

"อดีตประมุขตกตายไป บุตรเขาก็กลายเป็นรักษาการเจ้าสำนัก หากแต่เขาก็ไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการสำนัก มีเพียงประมุขน้อยและเหล่าอาวุโส ทว่าวันนี้ เขาออกมาอย่างงั้นรึ?"อีกคนที่เอ่ยกล่าวออกมา.

"อาวุโสเหยี่ยนชุน รักษาการประมุข เขาได้นำคนผู้หนึ่งมาด้วย!"ศิษย์คนหนึ่งที่กล่าวรายงาน.

"หืม? ใคร?"ทุกคนที่สอบถามออกไป.

"ศิษย์ไม่รู้!"

"ไป ไปดูกัน!"อาวุโสเหยี่ยนชุนที่เอ่ยกล่าวออกมาในทันที.

คนกลุ่มหนึ่งที่พยักหน้ารับ ก่อนที่จะตามอาวุโสเหยี่ยนชุน มุ่งตรงไปยังตำหนักหลักของสำนักทันที.

จากที่พักเจ้าเทียนชา จงซานที่บินตามเจ้าเทียนชาผ่านตำหนักหลายแห่ง.

ไม่ได้เอ่ยคำพูดใด ๆ  ทั้งสองที่ไปหยุดที่ลานแห่งหนึ่ง ซึ่งมีตำหนักหลัก มีแท่นบูชาขนาดใหญ่ล้อมรอบและมีปราณพลังที่น่าเกรงขามแผ่ออกมา.

ที่ด้านหน้าตำหนักมีอักษรเขียนไว้ว่า ตำหนักเหรินเต๋า.

เจ้าเทียนชาและจงซานที่เพิ่งมาถึง หากแต่รอบ ๆ นั้นมีกลุ่มคนสองกลุ่มที่รออยู่.

"คารวะท่านประมุข!"คนกลุ่มหนึ่งที่เอ่ยกล่าวออกมาด้วยความเคารพ.

เป็นความเคารพที่มาจากใจ.

ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งที่แววตาซับซ้อน หากแต่ก็เอ่ยออกมาเช่นกัน "คารวะรักษาการประมุข!"

"อืม!"เจ้าเทียนชาพยักหน้ารับ.

ในเวลานี้ เจ้าเทียนชาที่ปกปิดพลังฝึกตน ดูไม่ต่างจากปุถุชนคนธรรมดา เป็นเรื่องที่ใครในที่แห่งนี้ยากจะสังเกตเห็น.

จงซานที่เห็นได้ว่า ทุกคนที่เผยท่าทางหวั่นเกรงออกมา แม้นว่าจะมีหลายคนที่ไม่สามารถตระหนักถึงพลังฝึกตนของเขาได้ ทว่าเป็นนิสัยการวางตัวของเขาที่สร้างความหวั่นเกรงต่อทุกคน ไม่สงสัยเลยว่าในอดีตอาจารย์ให้ความสำคัญกับศิษย์พี่ใหญ่.

"เชิญ!"เจ้าเทียนชากล่าวต่อจงซาน.

"อืม!"จงซานพยักหน้ารับ.

"รักษาการประมุข!"เหยี่ยนชุนที่เอ่ยออกมาในทันที.

"หืม?"เจ้าเทียนชาที่จ้องมองไปยังเหยี่ยนชุน.

"รักษาการประมุข ตำหนักเหรินเต๋านั้น คนที่ไม่ใช่ประมุขไม่สามารเข้าไปได้ แม้แต่ประมุขน้อย ยังไม่เคยเข้าไป นี่ท่าน?"เหยี่ยนชุนที่เอ่ยกล่าวออกมาในทันที.

เหยี่ยนชุนเอ่ย คนอื่น ๆ ที่เริ่มพูดจากกันไปมาทันที.

"ใช่ รักษาการประมุข กฎเกณฑ์ของผู้ก่อตั้ง ห้ามคนนอกเข้าไป!"

"เจ้าเป็นแค่รักษาการประมุข มีคุณสมบัติอันใดที่ละเมิดกฎของสำนักเหรินเต๋า?"ชายในชุดสีฟ้าที่เอ่ยกล่าวออกมา.

การตำหนิด้วยความโกรธ ทำให้อาวุโสทุกคนนิ่งไปในทันที เห็นชัดเจนว่า นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเคยกล่าวเช่นนี้.

"วูซซซ!"

เจ้าเทียนชาที่หันหน้าจ้องมองไปยังคนในชุดสีฟ้าทันที.

"เจ้าลองพูดแบบเมื่อกี้อีกทีสิ?!"เจ้าเทียนชาที่เอ่ยกล่าวออกมาเบา ๆ .

"ข้า ข้า ข้า............!”ชายในชุดสีฟ้าที่พูดติดอ่างไปในทันที.

"รักษาการประมุข ผู้เยาว์บริสุทธิ์ ได้โปรด......!"เหยี่ยนชุนที่เอ่ยกล่าวออกมาในทันที.

"ผู้เยาว์? เป็นแค่ผู้เยาว์ ใครอนุญาตให้เข้ามา? ดูแคลนเจ้าสำนัก มีโทษเช่นใด?"เจ้าเทียนชาที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

เหล่าอาวุโสที่สนับสนุนเจ้าเทียนชาที่เอ่ยปากออกมาในทันที "ทำลายพลังฝึกตน ไล่ออกจากสำนัก!"

"เจ้าอู๋จี เจ้าต้องการฉวยโอกาสนี้ล้างแค้น ทำลายสายโลหิตตระกูลเหยี่ยน!"อาวุโสตระกูลเหยี่ยนอีกคนที่เอ่ยกล่าวออกมา.

"เหยี่ยนชุน เจ้าต้องการละเลยกฎเกณฑ์อย่างงั้นรึ?"เจ้าเทียนชาเอ่ย.

"ท่านประมุข หลานข้าบริสุทธิ์ เป็นความผิดข้าเอง โปรดเห็นแก่หน้าข้า...?"เหยี่ยนชุนที่กล่าวเสียอ่อน แม้แต่ไม่เอ่ยคำว่ารักษาการออกมาพร้อมกับกล่าวสถานะของเจ้าเทียนชาเต็ม.

"ก็ดี เห็นแก่หน้าอาวุโสเหยี่ยนชุน ไม่ต้องทำลายพลังฝึกตน ไล่ออกจากสำนักก็พอ!"เจ้าเทียนชาที่เอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวล.

"ไอ้คนแซ่เจ้า....!"ชายชุดฟ้าที่ตะโกนลั่น ด่าว่าด้วยความไม่พอใจ.

"เผลี๊ยะ!"เหยี่ยนชุนที่ตบหน้าชายชุดฟ้าเสียงดัง พร้อมกับกดเขาให้คุกเข่าลง.

"ยังไม่ขอบคุณประมุขอีก!"เหยี่ยนชุดคำราม.

ชายในชุดสีฟ้าไม่ยินดียิ่งนัก ทว่าด้วยแรงกดดันจากเหยี่ยนชุนและเจ้าเทียนชา ทำให้ได้แต่กล่าวเสียงอ่อน "ขอบคุณประมุข!"

เจ้าเทียนชาที่ไม่สนใจเขาแม้แต่น้อย ทว่านำจงซานเข้าไปในตำหนักเหรินเต๋าในทันที.

ในเวลานี้ ด้วยอำนาจของเจ้าเทียนชา ไม่มีใครที่กล้าเอ่ยอะไรออกมา.

"ไป!"เหยี่ยนชุนที่เอ่ยออกมาด้วยเสียงเย็นชา.

กลุ่มคนตระกูลเหยี่ยนที่จากไปอย่างรวดเร็ว.

ส่วนคนสายโลหิตตระกูลจ้าวที่เผยยิ้มพึงพอใจ.

ขณะที่ออกมาห่างจากตำหนัก ชายในชุดสีฟ้าที่เอ่ยกล่าวออกมาทันที "ท่านลุง ท่านจะให้เจ้าเทียนชาดูถูกดูแคลนอีกรึ?"

"บัดซบ มันยังไม่ถึงเวลา!"เหยี่ยนชุนที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

"เจ้าเทียนชา? หลายปีมานี้ไม่เพียงพลังฝึกตน คาดไม่ถึงเลยว่าจิตใจก็เติบโตขึ้นด้วย!"อาวุโสอีกคนที่ขมวดคิ้วไปมา.

"มันจะหายใจได้อีกไม่นาน!"เหยี่ยนชุนที่เอ่ยกล่าวออกมาในทันที.

----------------------------------------------

เจ้าเทียนชาที่นำจงซานเข้ามาในห้องโถงตำหนักเหรินเต๋า.

"ครืนนนน!"ประตูด้านหน้าที่ปิดลง.

"ตามข้ามา!"เจ้าเทียนชาเอ่ย.

ภายในห้องโถง ผนังที่มีลวดลายขาวดำ เจ้าเทียนชาที่พุ่งตรงเข้าไปในผนัง.

"ฟิ้ว!"

เจ้าเทียนชาที่ทะลวงผ่านกำแพงไป.

"ทางเข้าโลกใบเล็กอย่างงั้นรึ?"จงซานที่ตกใจเล็กน้อย.

จงซานที่ตามเจ้าเทียนชาไปติด ๆ .

"ฟิ้ว!"พริบตานั้น จงซานที่เข้าไปในร่างของจงซาน.

"เปรี้ยง!"บนท้องฟ้า ที่มีสายฟ้าดังกึกก้อง.

ในโลกใบเล็กที่ดูมืดครึ้ม ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า.

พื้นที่รอบ ๆ นั้นเป็นป่าศิลาที่ผุดขึ้นมาบนพื้นมากมาย ไร้ซึ่งพืชพรรณ เป็นหินเปล่า ๆ  ที่ไกลออกไปมีตำหนักอยู่มากมาย ไม่รู้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่.

ที่ใจกลางนั้นมีแท่นบูชาขนาดใหญ่.

จงซานที่จ้องมองไปยังอักขระที่ประทับอยู่ต้องรู้สึกตกใจและประหลาดใจเล็กน้อย "ตำหนักฉินกวง?"

เจ้าเทียนชาที่หยุดลง ก่อนที่จะจ้องมองไปยังด้านหน้าพยักหน้ารับและกล่าวออกมาว่า "เป็นตำหนักฉินกวงจริง ๆ !"

"ตำหนักฉินกวงเป็นซือตานหนึ่งในสิบตำหนักที่น่าเกรงของภพหยิน? หากแต่มาอยู่ในภพหยางได้อย่างไร?"จงซานที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

เจ้าเทียนชาที่ส่ายหน้าไปมา "ข้าเองก็ไม่รู้!"

--------

ในเวลาเดียวกัน สวนสวรรค์ลอยฟ้าหลิงเซียว ภายในตำหนักเทียนหยวน.

จงซานและเซียนเซิงซือ.

"อะไร? ตำหนักฉินกวง?ตำหนักที่หนึ่งในสิบตำหนักซือตาน?"

"กลิ่นอายนี้ เหมือนกับตำหนักสังสารวัฏ ตำหนักยามา ซือตานภพหยิน คาดไม่ถึงเลยว่าจะอยู่ในภพหยาง?"จงซานที่เผยท่าทางสงสัยเช่นกัน.

เซียนเซิงซือที่สูดหายใจลึก ก้าวเดินไปมาครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นซับซ้อนอัปลักษณ์ ก่อนจะหยุดเดิน ก่อนที่จะเผยท่าทางประหลาดใจออกมา.

"อย่างไร?"จงซานที่เอ่ยสอบถาม.

"เฉินดูแคลนบรรพชนชราหมิงเหอไปหน่อย!"เซียนเซิงซือที่ฝืนยิ้มออกมา.

"หืม?"

"พบเพียงแค่เก้า บรรพชนชราหมิงเหอที่สร้างสิบตำหนัก ตระกูลจางเองก็เผยความสงสัย จวบจนถึงตอนนี้ เฉินเข้าใจแล้ว บรรพชนหมิงเหอ ช่างเป็นคนที่อหังการจริง ๆ ! ตำนานที่เหลวไหล แท้จริงแล้วเป็นความจริง?"เซียนเซิงซือที่กล่าวพลางถอนหายใจ.

"ตำนาน?"

"มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับบรรพชนชราหมิงเหอ ต้องการที่จะสับเปลี่ยนหยินหยาง เปลี่ยนภพหยางให้กลายเป็นภพหยิน ทำให้วิถีสวรรค์เกิดความวุ่นวาย เพื่อต่อต้านสวรรค์! ทุก ๆ คนต่างก็ไม่อยากเชื่อ ตอนนี้ดูเหมือนว่า เก้าตำหนักที่อยู่ภพหยิน หากแต่มีหนึ่งตำหนักที่ถูกเคลื่อนย้ายมาแล้ว เดิมทีเป็นเรื่องจริงนี่เอง เขาวางแผนเช่นนั้นจริง ๆ !"เซียนเซิงซือกล่าว.

"เปลี่ยนภพหยินเป็นภพหยางอย่างงั้นรึ? เปลี่ยนหยินเป็นหยาง?"จงซานที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

แม้นว่าบรรพชนชราหมิงเหอจะทำไม่สำเร็จ ทว่าก็นับว่าเป็นคนที่มีความคิดที่หาญกล้าจนน่าเกรงขาม ถึงกับต้องการจะเปลี่ยนโลก หากว่าเขาทำเสร็จ ไม่ใช่ว่าภพหยินจะกลายเป็นมีเก้าทวีป และภพหยางจะกลายเป็นหกทวีปหรอกรึ?

"ตัวตนของบรรพชนชราหมิงเหอ ความจริงแล้วก็ไม่ได้ด้อยกว่าผ่านกู๋ ช่างน่าเสียดาย ที่ล้มเหลว!"เซียนเซิงซือที่กล่าวพลางถอนหายใจ.

"เทียนตี้ สิบตำหนักนั้นไม่ใช่อะไรที่ธรรมดาเลย ขอให้เทียนตี้โปรดระวังเรื่องนี้ด้วย!"เซียนเซิงซือที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

"อืม!"จงซานพยักหน้ารับ.

--------------

ที่ด้านนอกตำหนักฉินกวง.

เจ้าเทียนชาที่นำจงซานมายังด้านหน้าตำหนักฉินกวง.

ที่ด้านหน้าตำหนักฉินกวงนั้น มีกระจกใบใหญ่ยักษ์อยู่ ภายในกระจกนั้น มีแสงสีน้ำเงินมากมายที่กำลังหมุนวนอยู่ กระจกที่ส่องภาพขงเจ้าเทียนชา ก่อนที่จะส่งผ่านอะไรบางอย่าง แม้แต่สะท้อนภพชาติที่แล้วของเขาออกมา.

ทว่าแสงจากกระจกกับไม่สามารถส่องผ่านสะท้อนร่างของจงซานได้.

"นี่คือกระจกปิศาจ ที่สะท้อนชาติที่แล้ว เป็นพลังปิศาจที่น่าเกรงขาม!"เจ้าเทียนชาเอ่ย.

"สะท้อนชาติที่แล้ว?"จงซานที่จ้องมองไปยังกระจกปิศาจ.

"ข้าคิดว่าเจ้าควรจะเข้าใจ กระจกปิศาจดังกล่าวนี้ ที่ด้านในนั้นมีผนึกของวิถีสังสารวัฏ ดังนั้นจึงสามารถสะท้านภาพของชาติที่แล้วได้ ดูเหมือนว่าจะมีพลังสังสารวัฏวิถีมนุษย์!"เจ้าเทียนชาที่เอ่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม.

จงซานที่จ้องมองตำหนักฉินกง ก่อนที่จะจ้องมองกระจกปิศาจ จงซานที่พยักหน้ารับเบา ๆ .

ที่หน้าผากของเจ้าเทียนชา ประทับรูปเปลวเพลิง ในเวลานี้ มันกำลังส่องประกายแสงวับวาว.

ตราประทับรูปเพลิงที่ส่องประกาย ที่สะท้อนแท่นจารึกตำหนักฉินกวง ที่ส่องประกายแสงเล็กน้อย ทันใดนั้นแสงสีแดงที่พุ่งเข้าไปในกระจกปิศาจ.

"ฟิ้ว!"

กระจกปิศาจ ที่ด้านในเกิดเป็นหลุมน้ำวนสีน้ำเงิน.

"บัญชาตำหนักฉินกวงอย่างงั้นรึ?"จงซานที่จ้องมองเจ้าเทียนชาด้วยความประหลาดใจ.

หลุมน้ำวนสีน้ำเงินที่หมุนไปมาอย่างรวดเร็ว.

หลุมน้ำวนขนาดเล็กที่หมุนตามเข็มนาฬิกา.

วิถีสังสารวัฏวิถีมนุษย์.

"ข้าขอหลอมกลั่นก่อน!"จงซานเอ่ย.

"อืม!"เจ้าเทียนชาพยักหน้ารับ.

"ตูมมมม!"

จงซานที่นำตำหนักส่วนตัวออกมา พื้นที่รอบ ๆ ที่สั่นไหว ก่อนที่จงซานจะก้าวเข้าไปด้านใน.

ขณะจงซานเริ่มหลอมสังสารวัฏวิถีมนุษย์ กระจกปิศาจที่แตกร้าวเป็นรอยใยแมงมุมกระจายออกไปรอบ ๆ .

"ครืนนน!"

กระจกปิศาจที่ระเบิดออกมาเสียงดัง.

เจ้าเทียนชาที่ถอนหายใจเบา ๆ  ก่อนที่จะก้าวออกไป เก็บชิ้นส่วนของกระจกปิศาจไป.

ไม่ได้เข้าไปในตำหนักฉินกวง ทว่ายังคงรอคอยอยู่ที่ด้านหน้าประตูทางเข้า.

วิถีมนุษย์(เหรินเต๋า) จงซานที่ได้มาสี่ในหกของวิถีสังสารวัฏ วิถีสวรรค์ วิถีนรก วิถีเดรัชฉาน(อสูร) วิถีมนุษย์.

หลุมน้ำวนสีน้ำเงินที่ค่อย ๆ อ่อนแรงลง หากแต่จงซานไม่สามารถที่จะประมาณได้ ก่อนที่จะค่อย ๆ ทำให้มันสลายหายไปช้า ๆ .

ภายในตำหนักเหรินเต๋า จงซานและเจ้าเทียนชาใช้เวลาไปถึงห้าวัน.

เจ้าเทียนซือที่มาคอยอยู่ที่ทางเข้า ด้วยท่าทางสงสัย หากแต่ยังคงรอคอยอย่างอดทน ที่ด้านข้างนั้นมีผู้อาวุโสสองสามคน แต่ละคนที่ใบหน้าเปลี่ยนเป็นซับซ้อน.

"เจ้าสำนักน้อย ไม่ได้การแล้ว แย่แล้ว!"ศิษย์คนหนึ่งที่เร่งรีบพุ่งเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน.

"เกิดอะไรขึ้น?"เจ้าเทียนซือสอบถามออกไป.

"คนของเทือกเขาเห่ยซาน พวกเขานำคนมากมายมาบุกสำนักเหรินเต๋าของพวกเรา มีปิศาจหลายพันตน นอกจากนี้ ..!"ศิษย์คนดังกล่าวที่เอ่ยเสียงกระวนกระวาย.

"และอะไร?"เจ้าเทียนซือที่กล่าวสอบถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

"นอกจากนี้ จ้าวปิศาจเห่ยซานก็มาด้วย!"ศิษย์คนดังกล่าวเอ่ยตอบออกไป.

"จ้าวปิศาจเห่ยซานมาด้วยอย่างงั้นรึ?"เหล่าอาวุโสรอบ ๆ ที่ตกใจอุทานออกมาทันที.

จบบทที่ Chapter 1459 สังสารวัฏวิถีมนุษย์(เหรินเต๋า)

คัดลอกลิงก์แล้ว