เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 120 ได้โปรดเถอะครับรุ่นพี่... เชิญกลับบ้านไปก่อน!

บทที่ 120 ได้โปรดเถอะครับรุ่นพี่... เชิญกลับบ้านไปก่อน!

บทที่ 120 ได้โปรดเถอะครับรุ่นพี่... เชิญกลับบ้านไปก่อน!


"ว่ามา"เฉินเทียนเอ่ยสั้นๆ

"เมื่อครู่นี้ ตามคำสั่งของท่านพวกเราได้ส่งหน่วยสอดแนมออกไปสิบกว่าทีมในช่วงครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เพื่อสำรวจพื้นที่รัศมีห้าสิบกิโลเมตรรอบค่ายอย่างละเอียดครับ" จ้าวคังหยุดเว้นจังหวะ แววตาฉายความฉงนและไม่สบายใจ "ผลลัพธ์มัน... ประหลาดมากครับ"

"ประหลาดยังไง?" เฉินเทียนเลิกคิ้ว

"มันสะอาดเกินไปครับ" จ้าวคังสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วลดเสียงต่ำ "อย่าว่าแต่สัตว์อสูรระดับสูงเลย แม้แต่พวกระดับต่ำที่ปกติจะเดินเพ่นพ่านไปทั่วก็หายวับไปในพริบตา พื้นที่รอบนอกของเขตยึดครองเงียบสงัดดุจป่าช้า ความรู้สึกมันเหมือนกับว่า..."

จ้าวคังพยายามหาคำบรรยาย "เหมือนสิ่งมีชีวิตทุกชนิดได้รับคำสั่งให้ถอยทัพ หรือไม่ก็... พวกมันถูกบางสิ่งที่น่าหวาดกลัวขับไล่ออกไปครับ"

อาเฟยแทรกขึ้นมาทันที "ต้องถามอีกเหรอ! ก็แหงอยู่แล้ว ดาบเดียวของท่านผู้บัญชาการที่ผ่ามังกรหนามขาดสองท่อนนั่นน่ะ ทำเอาพวกเดรัจฉานพวกนั้นฉี่ราดจนเผ่นป่าราบไปหมดแล้ว! นี่แหละคือบารมีของราชา! พวกมันรู้ว่าคราวนี้หน่วยพั่วจวินเอาจริง ใครจะกล้าเสนอหน้าออกมาล่ะ?"

อาเฟยทำหน้าเลื่อมใสสุดขีด แทบอยากจะสลักภาพวีรบุรุษของเฉินเทียนไว้บนหน้าผากตัวเอง

เฉินเทียนหรี่ตาลงเมื่อได้ยินรายงาน เขาไม่เชื่อหรอกว่าบารมีบ้าบออะไรนั่นจะทำให้สัตว์อสูรในรัศมีห้าสิบลี้หายไปหมด สัตว์ป่ามีสัญชาตญาณหวงถิ่น การถอยร่นอย่างเป็นระบบขนาดนี้พิสูจน์ได้อย่างเดียว...

มันมีเงื่อนงำ และเป็นเงื่อนงำจากฝั่งอสูร

"เคลียร์พื้นที่งั้นเหรอ?" เฉินเทียนมองไปยังส่วนที่ลึกที่สุดและมืดมิดที่สุดของเขตยึดครอง ดูเหมือนจะมีดวงตาขนาดยักษ์หลายคู่ซุ่มมองมาจากที่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร

ดูเหมือนไอ้พวกบิ๊กบอสกำลังเว้นที่ว่างให้ผมอยู่สินะ

"น่าสนใจ" เฉินเทียนยิ้ม "สั่งการออกไป ทุกหน่วยถอนค่าย... รุกคืบต่อไป!"

เวลาตีห้า ณ ถนนไฮเวย์ใจกลางเขตยึดครอง

ขบวนรถราวกับกระแสน้ำเหล็กกล้ากำลังมุ่งหน้าไปยังหอส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นแลนด์มาร์คสำคัญ พวกเขาบดขยี้ผ่านถนนลาดยางที่แตกพ่ายด้วยท่าทีโอหังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

ในสถานการณ์ปกติ การทำแบบนี้ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย เพราะสัตว์อสูรไวต่อเสียง แสง และความร้อนมาก การเคลื่อนกำลังคนสามพันคนต่อให้เป็นพื้นที่รอบนอกก็เพียงพอจะกระตุ้นคลื่นสัตว์ร้ายขนาดย่อมได้แล้ว อย่าว่าแต่ใจกลางเมืองแบบนี้เลย

ทว่า... ความจริงกลับเงียบงันจนน่าขนลุก

จี๊ด!

สุนัขเน่ากลายพันธุ์ตัวใหญ่ที่มีตุ่มหนองเต็มตัวโผล่หัวออกมาจากฝาท่อระบายน้ำครึ่งหนึ่ง มันยังไม่ทันได้น้ำลายสอใส่กลิ่นมนุษย์ที่เย้ายวนเลยด้วยซ้ำ

ฟึ่บ!

แสงเย็นวูบหนึ่งฉีกกระชากท้องฟ้าอย่างไร้สัญญาณเตือน และไร้ซึ่งเสียง หัวสุนัขที่อัปลักษณ์ระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดทันที

เฉินเทียนที่นั่งอยู่บนกระโปรงรถคันหน้าสุดไม่ได้แม้แต่จะปรายตามอง นิ้วของเขาขยับเพียงนิด ใบมีดบินที่เปื้อนเลือดก็วาดเป็นวงโค้งสวยงามกลับเข้าสู่แขนเสื้ออย่างเชื่อฟัง

[ติ๊ง! สังหารสุนัขเน่ากลายพันธุ์ระดับ 1 ขั้นต้น ได้รับค่าสังหาร 200 แต้ม]

เฉินเทียนเม้มปาก ขาตั๊กแตนก็ถือว่าเป็นเนื้อ ถึงจะน้อยแต่เก็บสะสมไปเรื่อยๆ ก็ไม่เลว

"นี่น่ะเหรอ... ที่เขาเรียกว่าใจกลางเขตยึดครอง?" น้ำเสียงเฉินเทียนเต็มไปด้วยความผิดหวัง พวกเขารุกคืบมาได้สามสิบกิโลเมตรแล้ว อย่าว่าแต่คลื่นสัตว์ร้ายเลย แม้แต่การขัดขวางที่เป็นชิ้นเป็นอันยังไม่มี ไอ้พวกที่โผล่ออกมาเซ่อซ่าบ้างก็มีแต่ระดับ 1 ระดับ 2 เหมือนพวกมอนสเตอร์หลงฝูงที่โดนเก็บไปตั้งแต่ออกมาเสนอหน้า รวมๆ แล้วเขาเพิ่งได้แต้มมาไม่ถึงสามพันแต้มเองตลอดทาง

"มันมีบางอย่างผิดปกติ" เสียงทึบๆ ดังมาจากข้างหลังเฉินเทียน

ชื่อเซียวพิงแผ่นหลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนหลังคารถหุ้มเกราะ ชุดโค้ทโบกสะบัดตามแรงลม ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเจียงเฉิงขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย "เงียบเกินไป"

เขาพึมพำพลางลูบเครา "ตามหลักแล้ว ทันทีที่เราเหยียบเข้าพื้นที่นี้ ราชันอสูรทั้งสามตัวควรจะรู้สึกตัวแล้ว สัตว์พวกนี้หวงถิ่นจะตาย พวกมันยอมให้คนมานอนกรนข้างเตียงได้ยังไง? ต่อให้พวกมันขยาดกลิ่นอายของฉันจนไม่กล้าโผล่มาตรงๆ อย่างน้อยพวกมันก็ต้องส่งฝูงลูกน้องมาโจมตีแบบพลีชีพเพื่อตัดกำลังพลและกระสุนของพวกเราสิ"

ชื่อเซียวหยุดเว้นจังหวะ น้ำเสียงจริงจังขึ้น "แต่นี่... เหมือนพวกมันตายกันหมดแล้ว แถมยังเปิดทางให้พวกเราเดินสะดวกอีกต่างหาก" เขาหันไปจ้องเฉินเทียน "ไอ้หนู แกคิดยังไง?"

เฉินเทียนเคาะขี้บุหรี่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏที่มุมปาก

ผมคิดยังไงน่ะเหรอ?

จะคิดอะไรได้ล่ะ!

สัตว์พวกนั้นถึงจะเป็นอสูร แต่ในระดับ 5 สติปัญญาของพวกมันพัฒนาไปไม่ด้อยกว่ามนุษย์เลย เผลอๆ จะเจ้าเล่ห์และขี้ระแวงกว่าด้วยซ้ำ เมื่อมองดูท่าทางจริงจังของชื่อเซียวที่พร้อมจะเผชิญหน้ากับแผนสมคบคิดระดับโลก เฉินเทียนก็เข้าใจแจ่มแจ้ง

ลองสมมติเป็นพวกมันดูสิ ถ้าคุณเป็นราชันอสูร แล้วเห็นกลุ่มมนุษย์บุกเข้ามาถึงห้องรับแขกกลางดึกด้วยการตีกลองเคาะระฆังอย่างเอิกเกริก ผู้นำทีมคือเด็กหนุ่มคนหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดคือมียอดฝีมืออย่างชื่อเซียวมาด้วย... การจัดฉากและภาพลักษณ์แบบนี้ ต่อให้เป็นควายก็ต้องคิดว่าเป็นกับดัก! นี่มันตำรา "ล่อเสือออกจากถ้ำ" ชัดๆ

"อะแฮ่ม..."

"รุ่นพี่ชื่อเซียวครับ เรื่องนี้จริงๆ แล้วเข้าใจง่ายมาก"

"หือ?" ชื่อเซียวเลิกคิ้ว "ว่ามาสิ"

เฉินเทียนปั้นหน้าจริงจัง "ราชันอสูรทั้งสามน่ะฉลาดมากครับ สาเหตุที่พวกมันไม่ยอมโผล่หัวออกมา... เป็นเพราะพวกมัน 'กลัวพี่' ล้วนๆ เลยครับ!"

ชื่อเซียวชะงักไป เฉินเทียนรีบรุกต่อด้วยการสาดคำประจบคำโต "ลองคิดดูสิ พี่เป็นใคร? หมาป่าโลภแห่งเจียงเฉิง! ยอดฝีมือครึ่งก้าวสู่ระดับ 6! แค่พี่นั่งอยู่บนหลังคารถ กลิ่นอายของผู้แข็งแกร่งโดยกำเนิด แรงกดดันไร้พ่ายที่แผ่ออกมาจากกองซากศพนับพันของพี่ มันทำให้สัตว์พวกนั้นขวัญหนีดีฝ่อไปแปดร้อยลี้แล้วครับ!"

เฉินเทียนวาดมือไปมา น้ำเสียงฮึกเหิม "ต่อหน้าพลังเทวะของพี่ ราชันอสูรอะไรนั่นมันก็แค่ไก่แค่กา! พวกมันสัมผัสได้ถึงพี่ เลยรู้ว่าถ้าคืนนี้โผล่หัวออกมา หัวพวกมันต้องหลุดจากบ่าแน่นอน!"

คำพูดทุกคำถูกกลั่นกรองมาอย่างดี เปี่ยมด้วยอารมณ์และจังหวะจะโคน จนแม้แต่เฉินเทียนเองยังเกือบจะเชื่อตามที่พูด

ชื่อเซียวฟังแล้วถึงกับยืนอึ้ง แม้ทั้งชีวิตจะเคยได้ยินคำชมมานับไม่ถ้วน แต่เขาต้องยอมรับว่า... ไอ้เด็กนี่แม่่งมีของว่ะ! คำประจบมันช่างดูสดใหม่ มีระดับ และหาจุดตำหนิไม่ได้เลย

คิ้วที่เคยขมวดแน่นของชื่อเซียวค่อยๆ คลายออก เขาเผลอยืดหลังตรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มที่พยายามเก็บทรงแต่ดูภาคภูมิใจปรากฏบนใบหน้า "อะแฮ่ม... อย่าพูดเกินจริงไปนักเลย" เขาโบกมือทำเป็นถ่อมตัว แต่นัยน์ตานี่เป็นประกายปิดไม่มิด "ฉันก็พอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นแค่ปรายตามองแล้วราชันอสูรจะเผ่นแนบหรอก... แต่ก็นะ"

ชื่อเซียวเปลี่ยนโทนเสียงเป็นโอหัง "ถ้าไอ้สามตัวนั้นมันกล้ามาจริงๆ ฉันก็ไม่เกี่ยงที่จะสั่งสอนพวกมันหนักๆ เป็นการทิ้งทวนก่อนไปจากเจียงเฉิงหรอก!"

นี่แหละความมั่นใจ! นี่แหละมาดของผู้แข็งแกร่ง!

เฉินเทียนหัวเราะในใจขณะดูชื่อเซียวอินกับบทบาทที่เขายัดเยียดให้ จากนั้นเขาก็แสร้งถอนหายใจยาว

ชื่อเซียวที่กำลังอารมณ์ดีได้ยินเข้าก็ถาม "เป็นอะไรไปล่ะ? เมื่อกี้ยังฆ่าอย่างมันมืออยู่เลย ทำไมจู่ๆ มาถอนหายใจ?"

เฉินเทียนทำหน้ากังวล "พลังเทวะของรุ่นพี่น่ะมันเป็นเรื่องดีครับ... แต่สำหรับผม... มันคือปัญหา"

"ดูสิครับ มีพี่คอยคุมเชิงอยู่แบบนี้ มอนสเตอร์พวกนั้นมันเผ่นป่าราบไปหมดแล้ว"

ชื่อเซียวคิดตาม "มันก็จริงนะ..." ไอ้เด็กนี่ลงทุนจัดฉากใหญ่โตคืนนี้ แต่เพราะเขานั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ มอนสเตอร์เลยไม่กล้าออกมา มันก็น่าอึดอัดจริงๆ

"แล้วแกมีความเห็นว่าไง?" ชื่อเซียวถามตามสัญชาตญาณ

แววตาเฉินเทียนคมกริบขึ้นทันที เขามองหน้าชื่อเซียวแล้วเอ่ยทีละคำ

“ในเมื่อพวกมันเป็นนกที่ตกใจธนู... งั้นเราก็ต้องเก็บธนูไว้ก่อนครับ เพื่อความปลอดภัยของเจียงเฉิง และเพื่อล่อเนื้อร้ายพวกนี้ออกมาจัดการให้สิ้นซากในคราวเดียว...”

เฉินเทียนจู่ๆ ก็ประสานมือทำความเคารพชื่อเซียวอย่างนอบน้อมแล้วพูดเสียงดังฟังชัด

“ได้โปรดเถอะครับรุ่นพี่... เชิญกลับบ้านไปก่อนเถอะครับ!”

จบบทที่ บทที่ 120 ได้โปรดเถอะครับรุ่นพี่... เชิญกลับบ้านไปก่อน!

คัดลอกลิงก์แล้ว