- หน้าแรก
- สัตว์ร้ายหายนะแกร่งงั้นเหรอ โทษที พอดีฉันอัปสเตตัสทะลุหลอด
- บทที่ 45: พี่ชายผู้ไร้ความสามารถ
บทที่ 45: พี่ชายผู้ไร้ความสามารถ
บทที่ 45: พี่ชายผู้ไร้ความสามารถ
"พี่ชาย สู้ๆ นะคะ"
เดิมทีฟางสวินคิดจะไปหาเสิ่นเยว่ก่อน เธอจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงที่หาพวกเขาสองคนไม่เจอ
แต่ฉีเหลียนส่งข้อความไปบอกเสิ่นเยว่โดยตรงแล้ว
เทคโนโลยีสมัยใหม่นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้มากความ
"เหลียนเหลียน เธอจะตามไปจริงๆ เหรอ?" ฟางสวินยังคงลังเลเล็กน้อยขณะขึ้นคร่อมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเสี่ยวหลาน
ตอนนี้ทั้งสองเดินมาถึงรอบนอกของงานคอมมิคคอนแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าแถวนี้จะมีรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะจอดอยู่ไม่น้อย
"อืม พี่ชายจะพาหนูไปไหมคะ?" ฉีเหลียนถามด้วยสีหน้าคาดหวังเต็มเปี่ยม
"ที่นั่นมันอันตรายมากนะ" ฟางสวินเอ่ยเตือน
"พี่ชายปกป้องหนูได้ไหมคะ?"
"ได้สิ"
ตอนที่พูดคำว่า 'ได้สิ' ออกไป ฟางสวินแทบจะน้ำตาไหลริน
ช่างเป็นเด็กสาวที่แสนดีอะไรเช่นนี้ ถึงกับเชื่อใจเขาสุดหัวใจขนาดนี้
ยังต้องพูดอะไรอีก พาไปสิ!
ลูกผู้ชายรับปากแล้ว คืนคำไม่ได้เด็ดขาด!
"ขึ้นรถ!"
ฟางสวินตบเบาะหลังที่ว่างอยู่
"พี่ชาย หนูขอนั่งข้างหน้าดีกว่าค่ะ ข้างหลังเหลือที่นิดเดียวเอง" ฉีเหลียนมองเบาะรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าสาธารณะแล้วเอ่ยขึ้น
รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนี้ถูกออกแบบมาให้นั่งคนเดียว พอต้องซ้อนสองจึงดูตึงมือไปถนัดตา
ดังนั้น ฉีเหลียนจึงแทรกตัวลงนั่งด้านหน้าฟางสวินอย่างว่าง่าย
เธอนั่งในท่ากึ่งยองกึ่งนั่ง เพื่อเหลือพื้นที่ส่วนใหญ่บนเบาะให้เขา
วินาทีนี้ ฉีเหลียนแทบจะซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของฟางสวินเลยทีเดียว
ฟางสวินถึงกับมือสั่นเล็กน้อย
เด็กผู้หญิงที่ซื่อบื้อเป็นธรรมชาติแถมยังดูใสซื่อแบบนี้ ไม่ได้หลุดออกมาจากแกลเกมจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?
"พี่ชาย แบบนี้ได้ไหมคะ?" ฉีเหลียนถามพลางถอดหมวกใบใหญ่ของมาริสะออกมากอดไว้ในอ้อมแขน
"ได้..."
ฟางสวินเม้มริมฝีปาก เค้นเสียงตอบลอดไรฟัน
ให้ตายสิ ทำไมถึงได้... น่ารักขนาดนี้
เขาพยายามสรรหาคำอธิบายอยู่นาน แต่ก็คิดไม่ออก จึงได้แต่ล้มเลิกความตั้งใจไป
"ไปกันเถอะ"
บรื้น! ฟางสวินบิดคันเร่งพารถพุ่งทะยานไปข้างหน้า
เขาเล่าไปพลาง ชำเลืองมองแผนที่เพื่อหาทางลัดไปพลาง
ที่นี่คือสวนสาธารณะวัฒนธรรมริมแม่น้ำ
ทัศนียภาพถูกจัดแต่งไว้อย่างสวยงาม ทว่าสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นโครงการของรัฐบาล จึงมีกฎห้ามตั้งแผงลอยหรือเต้นแอโรบิกตามลานกว้างอย่างเด็ดขาด
ด้วยข้อจำกัดที่จุกจิกมากมาย นานวันเข้าจึงแทบไม่มีใครมาเดินเล่นอีก
แต่ถ้าใช้เป็นแค่ทางผ่านล่ะก็ ถือว่าสะดวกสบายมากทีเดียว
ตอนที่ฟางสวินเอ่ยปาก น้ำเสียงของเขายังคงเจือความประหม่าอยู่บ้าง
ฉีเหลียนเอียงคอ พยายามเปิดทัศนวิสัยให้ฟางสวินอย่างเต็มที่ แต่การทำแบบนั้นกลับทำให้เขามองเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของเธอได้อย่างชัดเจน
แม้การคอสเพลย์เป็นมาริสะจะต้องแต่งหน้า แต่บนใบหน้าของฉีเหลียนกลับแทบไม่มีร่องรอยเครื่องสำอาง ผิวพรรณของเธอเนียนละเอียดเสียจนไม่ต้องพึ่งรองพื้นก็ดูโดดเด่นสะดุดตา
ฟางสวินสามารถมองเห็นผิวพรรณอันละเอียดอ่อนของเธอได้อย่างชัดเจน กระทั่งมองเห็นแพขนตางอนยาวที่กำลังกะพริบปริบๆ
จู่ๆ เขาก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาว่า... นี่เขากำลังมีความรักอยู่หรือเปล่านะ?
แม้จะเกิดมาสองชาติแล้วยังไม่เคยมีความรัก แต่ความรู้สึกนี้กลับผุดขึ้นมาในใจอย่างห้ามไม่อยู่
"พี่ชาย เหมือนจะไม่มีทางไปแล้วนะคะ"
ขณะที่ฟางสวินกำลังจมดิ่งอยู่ในภวังค์ เสียงของฉีเหลียนก็ดังขัดจังหวะความฝันอันแสนหวานของเขา
"จะไม่มีทางไปได้ยังไง?"
ฟางสวินมองทอดสายตาออกไป ก็พบว่าถนนเบื้องหน้าถูกตัดขาดไปแล้วจริงๆ
กิ่งไม้รูปร่างบิดเบี้ยวจำนวนมากพันเกี่ยวเข้าด้วยกัน ปิดตายเส้นทางนั้นจนมิดชิด
"ไม่ถูกสิ"
ทันทีที่เห็นกิ่งไม้ประหลาดเหล่านั้น ฟางสวินก็ตระหนักได้ทันที
นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคนดูแลสวนคงตัดแต่งมันไปตั้งนานแล้ว
การที่จู่ๆ มีของแบบนี้โผล่มา มีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น...
สัตว์ร้ายหายนะ!
นอกจากสัตว์ร้ายหายนะที่ทำให้เกิดสัญญาณเตือนภัยระดับ B ตัวนั้นแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าที่นี่จะยังมีสัตว์ร้ายหายนะซ่อนอยู่อีกตัว!
ฟางสวินตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาขว้างบาคุกันในมือออกไปทันที นั่นคือมังกรเพลิงแกลลอนที่เถ้าแก่ร้านแถมมาให้
"ออกมาเลย! มังกรเพลิงแกลลอน!"
ทว่าบาคุกันสีแดงลูกนั้นกลับตกลงบนพื้น กระดอนไปมาบนขั้นบันไดหินสองสามครั้ง ก่อนจะกลิ้งหล่นลงไปในพงหญ้าริมทาง
มังกรเพลิงแกลลอน... ไม่ได้ปรากฏตัวออกมา
"ไป!"
ฟางสวินไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาหักหัวรถเตรียมจะหนีไปจากที่นี่
แต่เขากลับพบว่าแฮนด์รถนั้นหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้
เขาชะโงกหน้าข้ามไหล่ฉีเหลียนไปมองเบื้องหน้า ถึงได้เห็นว่าล้อหน้ารถถูกเถาวัลย์ปริศนาเลื้อยพันล็อคเอาไว้แน่นหนา
"หนี!"
ฟางสวินไม่เสียเวลาคิด เขาคว้าตัวฉีเหลียนอุ้มขึ้นมา แล้วกระโดดลงจากรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าทันที
จากนั้นก็ดึงมือเธอวิ่งหนีไปทางด้านหลัง
"พี่ชาย พี่ไม่ใช่ยอดมนุษย์เหรอคะ? ทำไมต้องหนีด้วย?"
"ฉัน..." ฟางสวินไม่รู้จะอธิบายให้ฉีเหลียนฟังอย่างไรดี
เขา... อาจจะเป็นยอดมนุษย์สำหรับน้องสาวแค่คนเดียวเท่านั้น
มีเพียงตอนที่เจียงฉินตกอยู่ในอันตรายเท่านั้น เขาถึงจะปลุกพลังที่สามารถทุบทำลายโลกทั้งใบให้แหลกสลายได้
ทุกครั้ง... ทุกๆ ครั้งล้วนไม่มีข้อยกเว้น
รวมถึงครั้งก่อนที่เผชิญอันตรายพร้อมกับฉีเหลียน และครั้งนี้ที่เขาเพิ่งให้คำมั่นอย่างหนักแน่นไปหมาดๆ
"หนี!"
ฟางสวินทำได้เพียงตะโกนสั่งอีกครั้ง
เขากระชับมือที่จับฉีเหลียนไว้แน่นขึ้น แล้วออกตัววิ่งสุดฝีเท้า
ทว่าวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ฝีเท้าของเขาก็ต้องหยุดชะงักลง
ถนน... ถูกปิดตายแล้ว
เพียงชั่วพริบตา เส้นทางหลบหนีก็ถูกปิดตายจนหมดสิ้น
ฟางสวินกวาดสายตามองไปรอบๆ พืชพรรณในสวนสาธารณะล้วนเริ่มกลายพันธุ์และมีรูปลักษณ์บิดเบี้ยวผิดเพี้ยน
เขาถึงขั้นได้ยินเสียงการเจริญเติบโตของพวกมันดังกรอบแกรบ
ต้นหลิวที่ยืนต้นตายไปนานแล้วราวกับถูกฉีดสารเร่งโต มันขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็ว
พอเห็นรูปลักษณ์ของมัน ฟางสวินก็พลันนึกถึงสิ่งหนึ่งขึ้นมา... นั่นก็คือต้นวิลโลว์จอมหวดในแฮร์รี่พอตเตอร์
แต่เห็นได้ชัดว่าสัญชาตญาณการโจมตีของต้นหลิวต้นนี้มีมากกว่าเยอะ
ฟุ่บ! กิ่งหลิวเส้นหนึ่งตวัดฟาดลงมาคล้ายกับแส้
ฟางสวินกระชากตัวฉีเหลียนหลบไปด้านหลังอย่างแรง ทำให้เธอรอดพ้นจากการโจมตีครั้งนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด
แต่หลังจากนั้น การโจมตีระลอกใหม่ก็ตามมาติดๆ
เพียงไม่นาน ฟางสวินก็ไม่มีพื้นที่ให้หลบหลีกอีกต่อไป
กระทั่งพืชกลายพันธุ์ต้นอื่นๆ ก็เริ่มขยับเขยื้อนอย่างพร้อมเพรียง
ส่วนฟางสวิน... จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวการอย่างสัตว์ร้ายหายนะซ่อนอยู่ที่ไหน
"ซี๊ด————!!!"
ฟางสวินสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความเจ็บปวด
ต้นยุกก้าที่ขึ้นอยู่ริมทางซึ่งมีลักษณะคล้ายต้นศรนารายณ์ ถึงกับยิงใบอันแหลมคมราวกับใบดาบออกมา พุ่งปักเข้าที่ต้นขาของเขาอย่างจัง
"พี่ชาย พี่ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
ฉีเหลียนที่ถูกปกป้องไว้ด้านหลังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน
"ไม่เป็นไร แค่นี้จิ๊บจ๊อย" ฟางสวินกัดฟันกรอด กวาดสายตามองไปรอบๆ เพื่อหาทางรอด
แต่ว่า... จะมีทางรอดอยู่ที่ไหนอีกล่ะ?
กระทั่งรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันนั้นก็ยังถูกเถาวัลย์เลื้อยพันจนมิด มองไม่เห็นแม้แต่ซากแล้ว
วินาทีนั้นเอง ต้นยุกก้าก็ราวกับคลุ้มคลั่ง มันสลัดใบอันแหลมคมทั้งหมดพุ่งเข้าใส่ฟางสวินดุจห่าฝน
เมื่อเห็นดังนั้น ฟางสวินก็ไม่สนอะไรอีกแล้ว เขาคว้าตัวฉีเหลียนเข้ามากอดไว้แน่น แล้วย่อตัวลงต่ำเพื่อลดพื้นที่รับการโจมตีให้เหลือน้อยที่สุด
เจ็บ... เจ็บมาก... เจ็บสุดๆ!
ต้นยุกก้าในสวนสาธารณะแห่งนี้มีอยู่ไม่น้อยเลย
แม้เขาจะย่อตัวหลบแล้ว แต่ก็ยังถูกใบไม้คมกริบเหล่านั้นทิ่มแทงเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง
ฉีเหลียนที่ซุกตัวอยู่ในอ้อมกอดของฟางสวินจู่ๆ ก็กระซิบเสียงแผ่ว
"พี่ชาย มีอะไรมาดันโดนหนูค่ะ"
"ไม่เป็นไร เธออย่าขยับนะ"