เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1346 ข่มขู่ปราชญ์เทพ.

Chapter 1346 ข่มขู่ปราชญ์เทพ.

Chapter 1346 ข่มขู่ปราชญ์เทพ.


"ภายในศาลเทพต้าเจิ้งของข้า เป็นแผ่นดินของข้า หากเจ้ายังวุ่นวาย ข้าสามารถที่จะสังหารปราชญ์เทพก่อตั้งศาลสวรรค์วันนี้เลย!"จงซานที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

หากเจ้ายังวุ่นวาย ข้าสามารถสังหารปราชญ์เทพก่อตั้งศาลสวรรค์วันนี้เลย!

คำพูดของจงซาน ทำให้ทุกคนเงียบสงัด เปล่าประชาชนต้าเจิ้ง ขุนนางหลายร้อย แทบไม่สามารถกลืนน้ำลายลงคอได้ แทบหยุดหายใจ ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ทุกคนต่างก็จ้องมองไปยังตำหนักปู่ซือ.

นี่คือเซิ่งหวังของพวกเรา? เซิ่งหวังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้แล้วอย่างงั้นรึ?

หากเป็นก่อนหน้านี้ เหล่าประชาชนบางคนคงจะเป็นกังวลและไม่เชื่อ ทว่าเวลานี้ทุกคนที่เทิดทูนจงซาน ย่อมเชื่อในทันที.

ล่าปราชญ์เทพก่อตั้งศาลสวรรค์อย่างงั้นรึ? เรื่องนี้ทำให้ทุกคนโลหิตสูบฉีดขึ้นมาในทันที.

ภายในใจของทุกคนที่พลุ่งพล่าน รู้สึกราวกับว่าวิญญาณกำลังสั่นไหว.

ในเวลาเดียวกัน กับคำพูดดังกล่าวนั้นกับทำให้ซือหยางเทียนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมา กับรอยยิ้มของจงซาน เขาถึงกับหัวเราะไม่ออก คำพูดหลาย ๆ คำสร้างความตื่นตกใจกับซือหยางเทียนเป็นอย่างมาก.

ภายในใจของซือหยางเทียนกำลังวุ่นวายสับสน ต้องรู้ด้วยว่าหลายปีมานี้เขาปิดด่านฝึกตน ไม่รับรู้เรื่องราวด้านนอกเลย จงซาน ในอดีตไม่ต่างจากมดปลวก กลายเป็นคนที่น่าเกรงขามไปได้อย่างไร?

เฉิงโห่ว? ปราชญ์เทพลำดับหนึ่งของโลกหล้า ถึงกับต้องหนีไปสองครั้งเลยรึ? ตบหน้าหยิงเห่าสองครั้ง? มีอะไรผิดพลาดหรือไม่? และจงซานยังบอกว่าเรื่องนี้ทุกคนต่างก็รู้กันดี คาดไม่ถึงเป็นเรื่องจริงอย่างงั้นรึ? เรื่องเช่นนี้? เป็นไปได้อย่างไร?

จงซานร้ายกาจจริง ๆ รึ? เขาร้ายกาจเพราะว่าเขาเป็นคนที่จุติกลับมาหรือไม่?

"ไม่จำเป็น จงซานเพิ่งเป็นเซียนบรรพชนขั้นต้น หยิงเห่าประมาทคู่ต่อสู้ เฉิงเห่าเองก็ประมาทคู่ต่อสู้ พวกเราสองคนหากจะสังหารจงซาน ง่ายนิดเดียว!"เทียนเต๋าจื่อเอ่ยออกมาเบา ๆ .

สังหารจงซานง่ายนิดเดียวอย่างงั้นรึ? ประมาทคู่ต่อสู้อย่างงั้นรึ? ภายในใจของซือหยางเทียนที่สั่นไหว คำพูดนี้มันดูขัดกันชัดเจน ในเมื่อสังหารจงซานได้ง่าย ๆ  ทำไมหยิงเห่าถึงถูกจงซานตบอีกล่ะ? อีกทั้งยังตบหน้าถึงสองครั้ง? อีกฝั่งเฉิงโห่ว ที่บาดเจ็บหนีไปถึงสองครั้ง? หากมันง่ายยังต้องหนีไปถึงสองครั้งเลยรึ?

ในภพหยินมีอสุรกายพรสวรรค์ตั้งแต่เมื่อไหร่?

แน่นอน ซือหยางเทียนถูกเชิญโดยเทียนเต๋าจื่อ เป็นไปไม่ได้ที่จะหนีไปเฉย ๆ  นอกจากนี้ปราชญ์เทพยังมีความภาคภูมิใจของตัวเอง การจะหนีไปเพราะหวาดกลัวจงซานเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ ยังจะถูกเรียกว่าปราชญ์เทพอีกรึ? ชื่อเสียงของเขาล่ะ? นอกจากนี้ ครั้งนี้ยังนำร่างจริงมาด้วยซ้ำ.

อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ซือหยางเทียนไม่สามารถประเมินจงซานต่ำเกินไป เขาที่สะบัดมือ ที่ฝ่ามือของเขาปรากฎขันบาตรขนาดเล็กขึ้น ขันบาตร ที่ดูกลมเกลี้ยงด้านในคล้ายมีดวงตะวันประทับอยู่.

นี่คือของวิเศษของซือหยางเทียน ของวิเศษดังกล่าวที่แผ่อำนาจสยบออกมาดูน่าเกรงขามเป็นอย่างมาก.

"ของวิเศษปราชญ์เทพอย่างงั้นรึ?"จงซานที่เผยยิ้มเล็กน้อยออกมา.

"มีปัญหาอะไร?"ซือหยางเทียนที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ก่อนหน้านี้ของวิเศษของหยิงเห่า ข้าได้ทำลายของวิเศษปราชญ์เทพ เทียนกงไป ก่อนหน้านี้ปราชญ์เทพลู่หยามา ข้าได้ทำลายมีดบินพิฆาตเซียนของเขาไป ไม่รู้ว่าของวิเศษของเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดใหน? เทียบกับพวกเขาแล้วคงจะทรงพลังกว่าหรือไม่?"จงซานที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

สิ้นเสียงคำพูดของจงซาน ขุนนางร้อยคนของต้าเจิ้ง พร้อมกับประชาชนที่กำหมัดแน่น ความกลัวที่มีต่อปราชญ์เทพหายไปหมดสิ้นทันที ต่อหน้าเซิ่งหวังที่เคยขับไล่สามปราชญ์เทพออกไป เซิ่งหวังน่าเกรงขามเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด?

ผู้คนมากมายต่างก็คาดไม่ถึง เซิ่งหวัง คาดไม่ถึงเลยว่าจะยอดเยี่ยมทรงพลังถึงเพียงนี้?

"เซิ่งหวังทรงพลังเจริญ!"ไม่รู้ว่าใครเป็นคนเอ่ยออกมาคนแรก.

"เซิ่งหวังทรงพลังเจริญ!" "เซิ่งหวังทรงพลังเจริญ!"........................

เสียงตะโกนดังกระหึ่ม ราวกับตบหน้าของซือหยางเทียน ความเคารพที่มีต่อปราชญ์เทพ? เหล่าประชาชนเหล่านี้ไร้ซึ่งความเคารพต่อเขาอย่างสิ้นเชิง.

อย่างไรก็ตามคำพูดของจงซานทำให้ซือหยางเทียนสั่นไหว ในมือของเขาที่กำแน่น ของวิเศษปราชญ์เทพของเขาจะไปทรงพลังกว่าพวกเขาได้อย่างไร ขณะที่ซือหยางเทียนจ้องมองไปยังเทียนเต๋าจื่อ.

"พวกเขาแค่ประมาท!"เทียนเต๋าจื่อที่กล่าวออกมาเบา ๆ .

เทียนเต๋าจื่อที่ยืนอยู่ด้านหลังซือหยางเทียน ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก ที่จริงเข้ามาเป้าหมายอื่น เขาที่ทำการค้นทั่วเมืองซ่าง ส่วนจงซานในเวลานี้กำลังกล่าวกระตุ้นซือหยางเทียนไม่หยุด ทำให้เขารู้สึกหวั่นไหว ในเวลานี้ปราชญ์เทพที่น่าเกรงขามรู้สึกหวั่นเกรง.

ในเวลานี้เทียนเต๋าจื่อถึงกับพูดไม่ออก ต้องเงยหน้าจ้องมองจงซานด้วยความลึกล้ำ เพราะว่าในเวลานี้ เทียนเต๋าจื่อที่จ้องมองจงซานด้วยความจริงจังแล้ว.

พวกเขาเพียงแค่ประมาท? ด้วยคำพูดไม่กี่คำ ทำให้ซือหยางเทียนหวั่นไหว ราวกับคาดเดาว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น.

ประมาทอย่างงั้นรึ? ปราชญ์เทพประมาทอย่างงั้นรึ? ของวิเศษปราชญ์เทพที่ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตหลอมขึ้นมา! เทียนกง มีดบินพิฆาตเซียน ซือหยางเทียนรับรู้ว่าของวิเศษดังกล่าวมีชื่อเสียงขนาดใหน แม้แต่ของวิเศษตัวเองยังเทียบไม่ได้ ซือหยางเทียนไม่อยากยอมรับเท่าใดนักว่าด้อยกว่าพวกเขา แต่คาดไม่ถึงแม้แต่น้อยว่ามันถูกจงซานทำลายไปอย่างงั้นรึ?

ซือหยางเทียนที่จ้องมองไปยังจงซานด้วยความระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม หลายปีที่เขาปิดด่าน มีอะไรเกิดขึ้นบ้างในโลกหล้ากัน?

"น้ำเชี่ยว เจ้าไม่ควรเอาตัวออกมาขวาง!"จงซานกล่าวออกมาเบา ๆ .

ซือหยางเทียนที่กำหมัดแน่น ในเวลานี้เพียงคำไม่กี่คำ ซือหยางเทียนกลับรู้ว่ามันไม่ธรรมดา จงซานที่เคยต่อสู้กับปราชญ์เทพสามคน และพวกเขาก็ไม่สามารถเอาชนะได้อย่างงั้นรึ?

ซือหยางเทียนไม่รู้ กับคำว่าประมาทของเทียนเต๋าจื่อนั้นเป็นอย่างใด ทว่ากับคำคิดของเขาคิดว่าจงซานจงใจ เขายังไม่อยากเชื่อว่าจงซานจะทรงพลังขนาดนั้น.

ซือหยางเทียนที่สูดหายใจลึกจ้องมองมายังจงซาน เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ในความคิดของเขา การจะจับตัวเซิ่งหวัง ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ทว่าตอนนี้เขาไม่รู้อะไรกับจงซานเลย แล้วเขาจะกล้าลงมือได้อย่างไร?

"เจ้าไปซะ!"จงซานที่กล่าวออกมาตามตรง ด้วยท่าทางน้ำเสียงธรรมดา.

ได้ยินคำพูดดังกล่าว ใต้ใบหน้าที่เลือนลางปิดมิดนั้น กำลังแดงกล่ำ เขียวคล้ำ วันนี้มันแปลกเกินไปแล้ว.

ซือหยางเทียนที่กำลังสั่นไหว เทียนเต่าจื่อที่อยู่ด้านหลังไม่สามารถเฝ้ามองได้อีกต่อไป จงซานปากคอเราะราย คำพูดของเขาทรงพลังนัก ราวกับว่าจิ้งจอกและพยัคฆ์ได้มารวมในร่าง ๆ เดียว กับสถานการณ์เวลานี้ ปราชญ์เทพซือหยางเทียนกำลังตกหลุมพลางแล้ว.

ทว่า เทียนเต๋าจื่อยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา จงซานกลับเอ่ยออกมาอีกครั้ง "ม่อจื่อ หมี่เทียน ข้าก็ไล่พวกเขาไปแล้วเช่นกัน เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดว่ามันน่าขายหน้า!"

ม่อจื่อ? หมี่เทียน? ปราชญ์เทพอีกสองคน? นี่จงซานไล่ปราชญ์เทพอีกสองคนอีกด้วยอย่างงั้นรึ? นี่เขา หลายปีมานี้ทำอะไรไปบ้างกัน?

"ในภพหยางนั้น สถานการณ์ค่อนข้างซับซ้อน พวกเขาถอยกลับไปเพื่อรอคอยโอกาสที่ดีกว่า จงซานเพียงแค่โชคดี!"เทียนเต๋าจื่อกล่าวตอบ.

"โชคดีอย่างงั้นรึ?”

แล้วจะให้ซือหยางเทียนเชื่อว่าเพราะโชคดีอย่างงั้นรึ? จงซานที่เอาชนะสามปราชญ์เทพ ขับไล่สองปราชญ์เทพไปอีก เพียงแค่โชคดีอย่างงั้นรึ? เรื่องตลกอย่างงั้นรึ?

"จงซาน เจ้าว่าข้ากล่าวถูกหรือไม่?"เทียนเต๋าจื่อกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"เจ้าต้องการกล่าวอะไร? เทียนเต๋าจื่อ!"จงซานที่เผยยิ้มบางจ้องมองไปยังเทียนเต๋าจื่อ.

"เจ้ามีสองร่าง ภพหยางร่างหนึ่ง ภพหยินอีกร่างหนึ่ง ชื่อเสียงที่มากมายของเจ้าเป็นร่างภพหยาง แล้วร่างภพหยินของเจ้าล่ะ? เหมือนกับภพหยางหรือไม่?"เทียนเต๋าจื่อเอ่ยออกมาเบา ๆ .

"สองร่างอย่างงั้นรึ?"ซือหยางเทียนที่ตกใจเล็กน้อย.

ทันใดนั้น จิตใจของซือหยางเทียนที่กลับมามั่นคง.

"แท้จริงเป็นภพหยาง? ข้าคิดว่าเจ้าได้ล่วงเกินปราชญ์เทพภพหยางไว้มากมาย และเป็นร่างภพหยางอีกอย่างงั้นรึ? ล่วงเกินปราชญ์เทพจำนวนมากขนาดนี้ เจ้าไม่หวาดกลัวเลยอย่างงั้นรึ? หากปราชญ์เทพร่วมมือกันเข้ามาล้อมกรอบเจ้า คิดว่ายังจะมีที่ใหนให้เจ้าหลบหนีได้อีก!"ซือหยางเทียนที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

"บางทีข้าคงทำให้เจ้าผิดหวัง!"จงซานกล่าวออกมาเบา ๆ .

"หืม?"

"ต้าเจิ้งของข้านั้นมีข้าราชบริพารเป็นปราชญ์เทพอยู่ด้วย!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

ต้าเจิ้งมีข้าราชบริพารเป็นปราชญ์เทพอยู่อย่างงั้นรึ? ทันใดนั้น ประชาชนเมืองซ่างที่อุทานออกมาเสียงดัง จริงหรือเท็จกัน? ต้าเจิ้งมีปราชญ์เทพด้วยอย่างงั้นรึ? ข้าราชบริพาร? ทำไมข้าไม่รู้ล่ะ?

ไม่ใช่แค่ประชาชน เหล่าขุนนางก็จ้องมองจงซานด้วยความประหลาดใจ ข้าราชบริพารเป็นปราชญ์เทพอย่างงั้นรึ? จริง ๆ รึ?

ใบหน้าของซือหยางเทียนที่เพิ่งดีขึ้น กลับกลายเป็นอัปลักษณ์อีกครั้ง ขณะที่จ้องมองไปยังเทียนเต๋าจื่อ.

"เทียนเต๋าจื่อ เขาพูดจริงอย่างงั้นรึ?"ซือหยางเทียนที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"อืม ปราชญ์เทพจงเทียนที่เพิ่งถูกแต่งตั้ง เป็นบุตรชายของเขา!"เทียนเต๋าจื่อไม่ได้ปิดบังอะไร.

จงเทียน? ไท่จื่อจงเทียน?

ทันใดนั้น ประชาชนเมืองซ่างที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น พวกเขาที่ดีใจจนตัวสั่น เดิมที่ไท่จื่อกลายเป็นปราชญ์เทพอย่างงั้นรึ?

ทว่าใบหน้าของซือหยางเทียนที่แข็งค้างไปในทันที บุตรชาย? บุตรของจงซาน?

"เจ้าไม่คิดจะบอกข้าก่อนเลยอย่างงั้นรึ?"ซือหยางเทียนที่กล่าวด้วยความเศร้าใจ.

"ข่าวที่กระฉ่อนไปทั่วหล้า เจ้าเป็นปราชญ์เทพไม่รู้อย่างงั้นรึ?"เทียนเต๋าจื่อเอ่ยออกมาเบา ๆ .

ซือหยางเทียนถึงกับพูดไม่ออก! ยังมีอะไรที่ข้าไม่รู้อีกกัน? เขาที่เพิ่งออกมาจากปิดด่าน ไม่รู้อะไรเลยสักนิด.

ทว่าผลลัพธ์ทั้งหมดที่จงซานต้องการก็ปรากฎผลแล้ว ไม่ใช่ว่าจงซานหวั่นเกรง ไม่ใช่ว่าจงซานไม่ต้องการปะทะ ทว่าการทำเช่นนี้ เป็นเพราะว่าจงซานต้องการป่วนใจของซือหยางเทียน.

เทียนเต๋าจื่อที่ปรากฎขึ้นนี้ จงซานบอกได้ว่าเทียนเต๋าจื่อนั้นแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก แน่นอน เทียนเต๋าจื่อคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรับมือ เวลานี้ยังมีปราชญ์เทพอีก หากพวกเขาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ย่อมกลายเป็นปัญหาแน่.

การมีซือหยางเทียนมาเพิ่ม หากเขาลงมือเต็มที่ การรับมือที่เขาเตรียมไว้คงลำบาก ดังนั้นจงซานจึงจงใจทำลายความมั่นใจของซือหยางเทียน อย่างน้อยที่สุดให้เขาได้แบ่งปันความเกลียดชัง ด้วยการกล่าวข่มขู่ ไม่คิดว่าซือหยางเทียนจะหวั่นไหวจริง ๆ.

จิตใจของอีกฝ่าย! หากจงซานสามารถสร้างเงาแห่งความหวั่นเกรงได้ หากเขาสามารถทำให้อีกฝ่ายขาดความมั่นใจ ในระหว่างสู้หากเขาเสียเปรียบเขาจะต้องตัดสินใจหนีไปในทันทีแน่นอน ถึงแม้นว่าจะรู้ว่าหลงกลในภายหลัง และกลับมาอีกครั้ง เมื่อถึงเวลานั้นเขาที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีทางหวาดกลัวอย่างแน่นอน.

"ไม่จำเป็นต้องกังวล ทั้งภพหยางและภพหยิน ถึงจะเป็นถิ่นของอีกฝ่าย แต่ทว่าในภพหยางเวลานี้ไม่ได้สงบ! ถึงจะมีจงเทียนในเวลานี้ ก็ไม่ได้เปรียบนัก!"เทียนเต๋าจื่อกล่าวออกมาเบา ๆ .

"หืม?"ซือหยางเทียนถึงกับต้องขมวดคิ้วครุ่นคิด.

ในเวลานี้ ซือหยางเทียนไม่ต้องการเชื่อคำพูดของเทียนเต๋าจื่อสักนิด.

"เจ้าคือปราชญ์เทพ!"เทียนเต๋าจื่อกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

กับคำพูดของเทียนเต๋าจื่อ ทำให้ซือหยางเทียนใบหน้าเปลี่ยนสี ใช่ ปราชญ์เทพ! ข้าคือปราชญ์เทพ!

ซือหยางเทียนที่หันหน้ากลับมามองจงซานด้วยความเย็นชา ความภาคภูมิใจของปราชญ์เทพ เกียรติของปราชญ์เทพใต้หล้านี้ยิ่งใหญ่นัก เขาต้องหวาดกลัวเซิ่งหวังเล็ก ๆ เช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน?

ซือหยางเทียนที่กระตุ้นหัวใจของเขาปัดเป่าความหวั่นเกรงออกไป ทำไมเขาต้องกลัว?หากว่าเพียงแค่ถูกจงซานข่มขู่ หากเขาจากไป ไม่น่าขายหน้าอย่างงั้นรึ?

ในเวลานี้ซือหยางเทียนที่พยายามทำตัวให้สงบ แม้นว่าภายในใจจะสั่นไหวอยู่ก็ตาม.

ทว่าจงซานรู้ดีว่าตัวเองทำสำเร็จแล้ว แม้นว่าภายนอกซือหยางเทียนจะแข็งแกร่ง ทว่าภายในนั้นกำลังวุ่นวายสับสน เมล็ดแห่งความกลัวบางทีที่ปลูกไปนั้นเริ่มงอกขึ้นมาแล้ว.

"หวังคู!"จงซานที่กล่าวออกมาเสียงดัง.

"เฉินอยู่นี่แล้ว!"หวังคูที่ก้าวออกมาด้านหน้า.

"เจ้านำเผ่าโครงกระดูก ไปรับมือซือหยางเทียนให้กับข้า!"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

"รับทราบ!"หวังคูที่ก้าวออกมาด้านหน้า ทันใดนั้นที่ด้านในห้องโถง ปรากฎเผ่าโครงกระดูก 12 ร่าง ที่ถูกปล่อยออกมารับมือกับปราชญ์เทพซือหยางเทียน.

"เซียนบรรพชนเผ่าโครงกระดูก? นี่เจ้ากำราบเผ่าโครงกระดูกไปแล้วอย่างงั้นรึ?"ซือหยางเทียนที่ใบหน้าบิดเบี้ยวอีกครั้งแล้ว.

จบบทที่ Chapter 1346 ข่มขู่ปราชญ์เทพ.

คัดลอกลิงก์แล้ว