เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1313 กู่เซิ่งหมิง.

Chapter 1313 กู่เซิ่งหมิง.

Chapter 1313 กู่เซิ่งหมิง.


นิกายต้าเสวียนหวง.

ภายในห้องโถงแห่งหนึ่งที่ประตูปิดเงียบ ที่ด้านในนั้นมีชายสามคน.

คนหนึ่ง สวมชุดเกราะโซ่สีทอง นั่งอยู่บัลลังก์สีทองในตำแหน่งกลางห้อง ใบหน้าที่ดูเคร่งขรึม ยิ่งใหญ่ ดวงตาที่มีสีแดงจดจ้องมองไปยังคนสองคนที่อยู่ด้านหน้า.

ฝ่ายตรงข้ามมีชายสองคน หนึ่งสวมชุดสีดำ อีกหนึ่งสวมชุดสีเหลือง ทั้งสองเป็นอาวุโสหลักของนิกายต้าเสวียนหวง เหล่าเสวียนและเหล่าหวง.

"เหล่าหวง เจ้ามั่นใจอย่างงั้นรึ?"ชายที่เป็นผู้นำเอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ท่านประมุข เป็นเรื่องจริงแน่นอน คนที่มีนามว่าเซียนเซิงซือนั่นเหมือนกับเส้าเหยี่ยมาก!"เหล่าหวงที่สูดหายใจลึก.

"เป็นไปไม่ได้!"เหล่าเสวียนที่อยู่ข้าง ๆ ดวงตาเบิกกว้าง.

"ทว่าวิชาควบคุมศพเฉินนั่น มีเพียงชีพจรทั้งสี่และประมุขตระกูลจางเท่านั้นที่ทำได้ ชีพจรสวรรค์ หนึ่งชีพจรที่ถูกฝังหายไปเรียบร้อยแล้ว บางทีคงสลายสิ้น ซึ่งมีเพียงแค่ผู้สืบทอดตระกูลจางเท่านั้นที่ใช้ได้ และมันก็ไม่เคยปรากฎขึ้นมาเลย นอกจากนี้เจ้าก็เห็นว่าตระกูลจางนั้นถูกสังหารไปทั้งหมด ไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว ทั้งตระกูล ของวิเศษ ก็ไม่เคยปรากฎขึ้นมาเลย."เหล่าหวงที่ส่ายหน้าไปมา.

"หายไปหมด ความจริงคือไม่สามารถเห็นได้ ทว่า พวกเราเองก็ควรจะทำอะไรให้สะอาด ประมุขตระกูลจางนั้นถูกตระกูลกู่หวงสังหาร ท่านประมุขท่านยืนยันได้อย่างงั้นรึ? และตระกูลจางนั้นก็ยังมีผู้เยาว์เพียงคนเดียว ที่ข้าสังหารด้วยตัวเอง แล้วจะมีชีวิตเหลือได้อย่างไร? นอกจากนี้เส้าเหยี่ย ข้ายังคงเก็บเอาไว้ เพื่อใช้ในพิธีใต้หว่านฝูผาน จะผิดพลาดได้อย่างไร?"เหล่าเสวียนที่ส่ายหน้าไปมา.

"แล้วศพล่ะ? นำออกมาดู!"ประมุขที่กล่าวอย่างจริงจัง.

"อืม!"

เหล่าเสวียนสะบัดมือออกไป นำโลกศพแก้วขนาดใหญ่ออกมา ที่ด้านในนั้น มีผู้เยาว์อายุ 16 -17 ปี ที่หน้าผากนั้น มีตระปูตอกอยู่ ดูโหดร้ายเป็นอย่างมาก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ดูท่าทางน่ารังเกียจและอนาถเป็นอย่างมาก! ใบหน้านั้นดูคล้ายกับเซียนเซิงซือเพียงแค่ห้าส่วน.

"วูซซซซซ!"

เหล่าเสวียนที่โบกมือ น้ำแข็งที่แตกเป็นทาง เผยให้เห็นศพของเด็กหนุ่มในน้ำแข็ง.

เหล่าเสวียนที่ชี้นิ้วไปที่หน้าผาก ก่อนที่จะปรากฎโลหิตไหลซึมออกมา ก่อนที่จะเก็บมาอย่างระมัดระวัง.

"เส้าเหยี่ย ผู้สืบทอดตระกูลจางคนสุดท้าย ถูกต้อง!"เหล่าเสวียนที่ตรวจสอบโลหิต.

เหล่าหวงเองก็ก้าวเข้าไปทดสอบ ท้ายที่สุดก็ขมวดคิ้วไปมา "ไม่ผิด แล้วเซียนเซิงซือเป็นใครกัน?"

"นี่เป็นศพสุดท้าย ข้าจะเป็นคนเก็บเอาไว้เอง ป้องกันความผิดพลาด!"ประมุขที่กล่าวพร้อมกับเก็บศพ.

"อืม!"เหล่าเสวียนพยักหน้ารับ.

ประมุขที่ทำการเก็บศพอย่างระมัดระวัง ทุกคนที่เปลี่ยนเป็นเงียบชั่วขณะ.

"หรือเป็นบุตรนอกคอกของอดีตประมุขกัน?"เหล่าเสวียนครุ่นคิดและกล่าวออกมา.

"ลูกนอกคอก? เป็นไปไม่ได้ ทว่าข้าจำรายชื่อทุกคนได้หมด สำหรับเส้าเหยี่ย เป็นคนเพียงคนเดียวที่เหลือ อีกอย่างเขาที่ตายไปนั้น ถูกทำลายทั้งวิญญาณ เป็นไปไม่ได้ที่จะจุติกลับมาได้!"เหล่าเสวียนที่ส่ายหน้าไปมา.

"ข้าจำได้ว่ามีใครคนหนึ่งที่หายไปช่วงหนึ่ง!"ประมุขที่เอ่ยออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"หืม?"เหล่าหวงที่ตกใจเล็กนอ้ย.

"เขาไปมีบุตรอีกคนอย่างงั้นรึ? ประมุขชราออกไปด้านนอก ถูกคนตระกูลกู่สังหารในช่วงนั่น หรือว่าช่วงที่ออกไปนั้นเขาได้ให้กำเนิดบุตรอีก? หากแต่ระยะเวลาที่เขาถูกสังหาร บุตรของเขาก็ควรจะเป็นเพียงแค่ปุถุชน ระยะเวลาเพียงหนึ่งปี เป็นไปไม่ได้ที่จะเรียนรู้อะไรได้ ประเพณีตระกูลจาง ไม่มีทางที่จะสอนวิชาอะไรให้ นอกจากนี้ยังมีเวลาเพียงแค่หนึ่งปีไม่ใช่รึ?"เหล่าเสวียนที่ส่ายหน้าไปมา.

ไม่ว่าจะคาดเดาอะไรออกมา แต่ก็ไม่สามารถที่จะคาดเดาอะไรภูมิหลังของเซียนเซิงซือได้เลย.

"เช่นนั้นหลังจากนี้ เกี่ยวกับเซียนเซิงซือ เจ้ารับหน้าที่ไปสืบมา หากเป็นไปได้ ก็จงจับตัวมา สอบถามซะ!"ประมุขที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"รับทราบ!"ทั้งสองที่ตอบรับในทันที.

"งานชุมนุมใต้หว่านฝูผานครั้งนี้ ยังไงก็ต้องรับตำแหน่งปราชญ์เทพมาให้ได้ ทำทุกอย่างตามแผน อย่าทำอะไรให้ผิดพลาด."ประมุขที่กล่าวออกมาอีกครั้ง.

"ด้วยศพของสายโลหิตตระกูลจาง ท่านประมุขไม่จำเป็นต้องกังวล!"เหล่าหวงที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"อืม!"ประมุขที่พยักหน้ารับ.

-------------------------------------------------------------------

ในเมื่อรู้ว่าเจ้าตำหนักกลางมีเจตนาร้าย จงซานก็สามารถเตรียมการรับมือได้ แม้ว่าจะซ่อนความจริงจากเป่าเอ๋อ ทว่าก็ต้องมั่นใจว่าเป่าเอ๋อจะไม่ได้รับบาดเจ็บ.

ภายในดินแดนเหล่ยหยินนั้นคึกคักเป็นอย่างมาก กลุ่มของจงซานที่เริ่มเคลื่อนไหวไปยังดินแดนเสวียนหวง พวกเขาที่เดินทางมา 11 คน หากแต่ในเวลานี้กลับมีอยู่ด้วยกันหลายร้อยคน.

มีอรหันต์สามคนจากวิหารเทียนหยิน และมีเซียนบรรพชนมาเพิ่มอีกสองคน นอกจากนี้ยังกลุ่มของเซียนโบราณ มหาเซียนอีกกลุ่มใหญ่ พลังกลุ่มของจงซานในเวลานี้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก.

กลุ่มคนขนาดใหญ่กว่า 200 คน ที่เดินทางตรงไปยังทิศทางของดินแดนเสวียนหวง.

ดินแดนเสวียนหวง ภายในมีวิหารมากมาย ทุกแห่งต่างก็เริ่มสวดมนต์เสียงดังกึกก้องไปทั่วสารทิศ ระหว่างที่บินไปนั้น ใบหน้าของเซียนเซิงที่ดูไม่ค่อยดีนัก ใบหน้ามืดมนและเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก.

เซียนเซิงซือในเวลานี้สวมชุดดำ หมวกปกปิดใบหน้า ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้.

เหล่าผู้ฝึกตนมากมายที่เดินทางมา ต้องบอกว่าทุกคนเต็มไปด้วยคนที่มีทักษะสูงมาก.

จากที่ไกลออกไปทุกคนที่เห็นค่ายกลขนาดใหญ่ที่มีหมอกปกคลุมไร้ที่สิ้นสุด ที่ด้านหน้าของพวกเขานั้นมีตำหนักมากมาย ตำหนักต่าง ๆ ที่มีขนาดใหญ่โต ส่องประกายแสงวับวาว.

ภายในสถานที่ดังกล่าว ที่บนหัวของทุกคน มีวงแหวนกรรมวาสนา ของตัวเองปรากฎขึ้นกันทั้งหมด.

เทพอรหันต์(ฟู่จู่) อรหันต์(ฟู่โถว) ปู่ซา และเหล่าพุทธะ.

ทันทีที่กลุ่มของจงซานมาถึง สายตาของผู้คนมากมายต่างก็จ้องมองมา เพราะว่าจงซานนั้นตลอดสองปีมานี้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก.

ในกลุ่มของฟู่จู่ เจ้าตำหนักกลางที่เผยดวงตาเป็นประกาย ก่อนที่จะบินออกมาต้อนรับ.

"สหายเต๋าจง นึกว่าไม่เข้าร่วม ใต้หว่านฝูผานซะแล้ว!"เจ้าตำหนักกลางเอ่ย.

"งานชุมนุมใหญ่เช่นนั้น ข้าและพวกจะไม่มาได้อย่างไร?"จงซานที่เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม.

กลุ่มของจงซานที่ปรากฎขึ้นล้อมรอบพื้นที่ด้านข้าง.

จงซานที่ตรวจสอบพื้นที่รอบ ๆ  ในเวลานี้เหล่าอรหันต์ทุกคนต่างก็จ้องมองและเผยยิ้มพยักหน้าทักทาย.

"การชุมนุมใต้หว่านฝูผาน ดูจะแตกต่างจากในอดีตรึ?"จงซานที่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"แตกต่าง ไม่เพียงแค่คนที่เข้าร่วมพิธีใต้หว่านฝูผาน ที่จะเข้าไปยังโลกเขตแดนเปลี่ยนเวลาได้ แต่คนที่ไม่ได้เข้าร่วมพิธีก็สามารถเข้าไปได้เช่นกัน หากแต่ไม่มีคุณสมบัติที่จะรับผลประโยชน์เท่านั้น!"เจ้าตำหนักกลางเอ่ย.

"งั้นก็หมายความว่าบัตรเชิญที่มี ก็ไร้ประโยชน์อย่างงั้นรึ?"จงซานที่นำบัตรเชิญที่เหล่าเสวียนใช้แลกกับอสูรแม่พิมพ์ก่อนหน้านี้.

เจ้าตำหนักกลางที่ส่ายหน้าไปมา "เรื่องนี้ต้องดูเป็นคน ๆ ไปซึ่งแตกต่างแล้วแต่สถานการณ์! อย่างไรก็ตาม ตามความเห็นของข้า รู้สึกอิจฉาจ้าวนิกายเทียนหยิน เทพอรหันต์ปัจจุบัน ที่มีกลุ่มคนมากมายเข้าไปช่วยเหลือ ทำให้เขามีโอกาสเป็นอย่างมาก!"

แม้นว่าเจ้าตำหนักกลางจะกล่าวแสดงความยินดี ทว่าเป้าหมายของนางนั้น จงซานรู้ว่าเจ้าตำหนักกลางหวังที่จะให้เป่าเอ๋อเข้าไปในนั้นด้วยเช่นกัน.

"เรื่องนี้ หากพูดตามหลักแล้ว เข้าไปแล้วมีประโยชน์อย่างงั้นรึ? ไม่ว่าอย่างไร เทียนเอ๋อก็ไม่ใช่คู่มือของเจ้า!"จงซานที่เอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม.

"คู่มือ บางทีอาจไม่ต้องสู้ก็ได้ เพียงแต่คนที่มีพลังฝึกตนสูงกว่า ก็ย่อมมีโอกาสมากกว่าเท่านั้น ยังไงก็ขอให้โชคดี!"เจ้าตำหนักกลางที่เผยยิ้ม.

และในขณะนั้น สองคนที่อยู่ด้านหลังก็ปรากฎคนมากมายที่จ้องมองมาด้วยจิตสังหาร.

"เทพอรหันต์อนาคต นี่คือบัตรเชิญ มอบให้กับเจ้า!"จงซานที่ส่งบัตรเชิญไปพร้อมรอยยิ้ม คนที่มีพลังฝึกตนไม่ถึงเกณฑ์ ต้องมีบัตรเชิญเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติรับผลประโยชน์.

เดิมทีนั้นนิกายเทียนหยินได้รับบัตรมาเพียงใบเดียว จงซานไม่จำเป็นต้องใช้ และเทพอรหันต์อนาคตที่พ่ายแพ้ต่อเทพอรหันต์อดีต ดังนั้นจึงมีเพียงเขาที่ไม่ได้สิทธิ์นั้น ในเวลานี้จงซานมอบมันให้กับเขา ทำให้เขาเผยท่าทางดีใจเป็นอย่างมาก.

"ขอบคุณเซิ่งหวังจง!"เทพอรหันต์อนาคตกล่าวออกมาด้วยความดีใจ.

เทพอรหันต์ปัจจุบัน นิพานจุติกลับมาช่างมีบิดาที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ .

ขณะที่ทุกคนจ้องมองไปยังวงแหวนกรรมวาสนาที่เกิดขึ้น จงซานที่ถอนหายใจ มีอรหันต์ 3000 รูป ปู่ซาอีกหลายพันคน นอกจากนี้ยังมีพุทธะอีกหลายแสนคน นี่คืองานชุมนุมครั้งใหญ่มาก ๆ .

ในเวลานั้นเซียนเซิงซือที่อยู่ใกล้ ๆ  จงซานสามารถมองเห็นเขากำหมัดแน่นด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่างกายสั่นสะท้าน ไม่สามารถสงบใจได้.

จงซานที่วางมือไปบนไหล่ของเซียนเซิงซือ และกล่าวออกมาว่า "โปรดวางใจ! ต้องมีวันที่มาถึง!"

"ขอบคุณเซิ่งหวัง!"เซียนเซิงซือที่กล่าวเสียงแหบเครือ.

“~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

ที่ลานทิศเหนือ ประตูตำหนักที่ปิดแน่น ก็เปิดออกมา ทุกคนรอบ ๆ ที่ดังอื้ออึงก็เงียบลง อรหันต์ทุกรูป ปู่ซา พุทธะจ้องมองไปยังห้องโถงกลาง.

ที่ตำแหน่งของวิหารกลางนั้น.

เมื่อประตูเปิดออกมา คนกลุ่มหนึ่งที่ก้าวออกมาจากด้านใน ผู้ที่นำมานั้นคือบุรุษในชุดเกราะโซ่สีทอง ที่ไหล่ของเขานั้น มีบางอย่างที่ดูเป็นเส้น ๆ  เป็นอสูรลำดับเจ็ด อสูรแม่พิมพ์!

เหล่าหวง เหล่าเสวียนเองก็อยู่ในกลุ่มนั้นด้วย พวกเขาที่เป็นคนสำคัญของนิกายต้าเสวียนหวง.

ทุกคนที่ก้าวออกมา ต่างก็เป็นจุดรวมสายตาของทุกคนในทันที.

จงซานที่จ้องมองไปยังชายที่เป็นผู้นำ ชุดเกราะโซ่สีทอง ใบหน้าที่เผยท่าทางหยิ่งผยอง.

"เขาคือประมุขของนิกายต้าเสวียนหวง กู่เซิ่งหมิง!"จงซานที่หรี่ตาเล็กลง.

"เป็นผู้เยาว์ของตระกูลกู่หวง!"เซียนเซิงซือที่เผยท่าทางเย็นชา.

ประมุขกลางที่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจ้องมองไปยังเซียนเซิงซือ แม้นว่าจะมองไม่เห็นใบหน้าของเซียนเซิงซือ ทว่าเจ้าตำหนักกลางก็สัมผัสได้ถึงจิตสังหาร จิตสังหารที่มีต่อกู่เซิ่งหมิง เซียนเซิงซือผู้นี้มีความแค้นต่อนิกายต้าเสวียนหวงอย่างงั้นรึ?

"ตระกูลหวงกู่? ดูเหมือนจะมีอยู่ทุกที่จริง ๆ !"ไท่จื่อจงเทียนที่ขมวดคิ้วไปมา.

เป็นความจริง ในโลกใบใหญ่ แม้นว่านามของตระกูลหวงกู่จะไม่ปรากฎ หากแต่ก็มีอิทธิพลเป็นอย่างมาก พวกเขาที่ลึกลับน่าเกรงขาม ในทวีปทิศเหนือเผ่าเต่าทมิฬ ม่อจื่อ จวงจื่อพวกเขาต่างก็มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับตระกูลหวงกู่.

ขณะที่ทุกคนจ้องมองไปยังประมุขนิกายต้าเสวียนหวง กู่เซิ่งหมิง กู่เซิ่งหมิงเองก็จ้องมองมายังกลุ่มของจงซานเช่นกัน.

"วูซซซซ!"

กลิ่นอายความหนาวเย็นที่กวาดออกมารอบ ๆ กลุ่มของจงซาน กลิ่นอายที่น่าสะพรึงนี้ ทำให้เหล่าข้าราชบริพารของต้าเจิ้งสั่นสะท้าน.

กลิ่ยอายของจงเทียนที่แผ่ออกมา ป้องกันกลิ่นอายดังกล่าว ทว่าเขาก็เผยท่าทางตื่นตกใจเช่นกันเพราะว่า บนลานนั้น เหล่าอรหันต์กว่า 3000 คนเอง กลับไม่รับรู้ได้ถึงจิตสังหารนี้ ราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น.

กู่เซิ่งหมิงที่เผยยิ้มเยาะ จากนั้นก็เปลี่ยนสายตาไปทางอื่น.

"มีอะไรอย่างงั้นรึ?"จงซานสอบถาม.

"บุตรมีระดับเซียนบรรพชนขั้นเก้า หากแต่เขากลับแข็งแกร่งมากกว่าบุตร!"จงเทียนที่ขมวดคิ้วไปมา.

จบบทที่ Chapter 1313 กู่เซิ่งหมิง.

คัดลอกลิงก์แล้ว