เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50: เป้าหมายของจ่าฝูงจินโอการ์

บทที่ 50: เป้าหมายของจ่าฝูงจินโอการ์

บทที่ 50: เป้าหมายของจ่าฝูงจินโอการ์


บทที่ 50: เป้าหมายของจ่าฝูงจินโอการ์

รู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย มันจึงล้มตัวลงนอนบนพื้น แม้จะสัมผัสได้ว่าพละกำลังกำลังฟื้นฟูกลับมาอย่างช้าๆ แต่จ่าฝูงจินโอการ์รู้ดีว่าพลังชีวิตของมันยังคงรั่วไหลออกไป

หากเป็นเมื่อสี่ปีก่อน แอนจานาธสายฟ้าที่โดนการโจมตีซึ่งหน้าเข้าไปเต็มๆ แบบนั้น คงไม่มีทางลุกขึ้นมาได้เร็วขนาดนี้ และคงไม่สามารถหนีเตลิดไปได้อย่างกระฉับกระเฉงแบบนั้นแน่ การรั่วไหลของพลังชีวิตเริ่มส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งของมันแล้ว หากมันไม่สามารถหาวิธีฟื้นฟูร่างกายได้ในเร็ววัน มันก็คงทำได้เพียงหาสถานที่เงียบสงบเพื่อรอคอยความตายอย่างเดียวดาย

จ่าฝูงจินโอการ์นอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ในฐานะมอนสเตอร์ระดับสูง ย่อมไม่มีสิ่งมีชีวิตหน้าโง่ตัวไหนกล้าเข้ามารบกวนมัน พวกสัตว์เล็กสัตว์น้อยในธรรมชาติต่างก็หลีกทางให้มันแต่ไกลโดยสัญชาตญาณ

เวลาผ่านไป จินโอการ์ตัวใหญ่หลายตัวก็เดินเข้ามาหาจ่าฝูงจินโอการ์พร้อมกับคาบอาหารมาด้วย พวกมันปล่อยให้จ่าฝูงได้ลิ้มรสเหยื่อก่อนเหมือนเช่นเคย

ตลอดสี่ปีที่ผ่านมา แม้ว่าพลังงานชีพจรโลกในพื้นที่ป่าโบราณจะอุดมสมบูรณ์และอาหารการกินก็มีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่มันก็ยังไม่สามารถรักษาอาการบาดเจ็บของจ่าฝูงจินโอการ์ให้หายขาดได้ ทำได้เพียงบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความตายที่คืบคลานเข้ามา จ่าฝูงจินโอการ์จึงได้ตัดสินใจวิธีใหม่

ในโลกใบนี้ สำหรับสิ่งมีชีวิตธรรมดาที่จะแข็งแกร่งขึ้นได้ วิธีหนึ่งก็คือการพึ่งพาพลังงานชีพจรโลกอันแสนวิเศษ ดังนั้น จุดศูนย์รวมพลังงานชีพจรโลกอย่างในพื้นที่ป่าโบราณ จึงเป็นสถานที่ตั้งรกรากยอดนิยมสำหรับสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังส่วนใหญ่

วิธีที่สองคือสัญชาตญาณพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิต นั่นก็คือ: การกิน!

การกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการหลากหลาย การกินอาหารที่อุดมไปด้วยพลังงาน และพึ่งพาระบบย่อยอาหารเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตนเอง

ในเมื่อพลังงานชีพจรโลกในพื้นที่ป่าโบราณไม่เพียงพอที่จะรักษาอาการบาดเจ็บของมันได้ จ่าฝูงจินโอการ์ที่เข้าตาจนจึงอยากจะลองใช้วิธีอื่นดูบ้าง

ตามหามอนสเตอร์ในพื้นที่ป่าโบราณที่เกิดการกลายพันธุ์พิเศษ หรือมีคุณลักษณะที่แตกต่างจากสิ่งมีชีวิตธรรมดาทั่วไปมาตั้งแต่เกิด แล้วก็กินพวกมันซะ!

แม้วาหากไม่นับตัวตนพิเศษเพียงไม่กี่ตัวแล้ว การกินสิ่งมีชีวิตพิเศษเหล่านี้ก็มีแนวโน้มสูงที่จะไม่ได้ผลอะไรเลยก็ตาม

แต่ในมุมมองของจ่าฝูงจินโอการ์ นี่คือการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของมันแล้ว

แอนจานาธสายฟ้าตัวนี้อยู่ใกล้อาณาเขตของฝูงจินโอการ์มากที่สุด และยังเกิดการกลายพันธุ์ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมานี้ด้วย มันจึงตกเป็นเป้าหมายแรกของจ่าฝูงจินโอการ์อย่างเป็นธรรมชาติ

ทว่า หลังจากประมือกันสองสามกระบวนท่า มันก็พบว่าแอนจานาธสายฟ้าตัวนี้ แท้จริงแล้วก็เป็นแค่ 'เกรทจากรัส' ที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวน้อยกว่า มีทักษะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม และกำลังวิวัฒนาการไปสู่การเป็นแอนจานาธสายฟ้าเท่านั้น

อย่างมากที่สุด ความแข็งแกร่งของมันก็แค่เกินมาตรฐานไปนิดหน่อย แต่เมื่อเทียบกับมอนสเตอร์ 'ร่างเจนศึก' (Tempered) แล้ว ระดับพลังแค่นี้ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้

มันยังไม่ถึงขั้น 'พิเศษ' อย่างที่จ่าฝูงจินโอการ์วาดภาพเอาไว้

ดังนั้น จ่าฝูงจินโอการ์จึงเพียงแค่ขับไล่อีกฝ่ายไป และไม่ได้เรียกฝูงของมันมารุมสังหาร

มันไม่จำเป็นเลย หากการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของอีกฝ่ายทำให้ต้องสูญเสียจินโอการ์ไปอีกหนึ่งหรือสองตัว ซึ่งตอนนี้ก็มีจำนวนน้อยอยู่แล้วในพื้นที่ป่าโบราณ มันก็คงไม่คุ้มค่ากัน

"โบร๋ว~"

เมื่อเห็นว่าจินโอการ์ทุกตัวกินอิ่มแล้ว จ่าฝูงจินโอการ์ก็ส่งเสียงหอนยาว และนำฝูงจินโอการ์วิ่งควบมุ่งหน้าไปยังขอบของพื้นที่ป่าโบราณ

เป้าหมายต่อไปคือเกรทจากรัสตัวนั้น ที่กำลังจะก้าวข้ามขีดจำกัดของมอนสเตอร์ร่างเจนศึก!

ลั่วหยุนไม่รู้เลยว่า พื้นที่ป่าโบราณที่สงบสุขมาตลอดสี่ปี กำลังจะกลับมาปั่นป่วนอีกครั้ง ในตอนนี้เขากำลังหลับตาดูดซับพลังงานชีพจรโลกอยู่ ในขณะที่ย่าจีทนอยู่นิ่งๆ ไม่ไหว จึงออกไปทำเครื่องหมายอาณาเขตและลาดตระเวนรอบๆ

ภายในรังจึงเหลือเพียงลั่วหยุนกับกริมาลคีนสองตัวที่กำลังส่งเสียงฮึดฮัดทำความสะอาดรังอยู่เท่านั้น

หลังจากผ่านไปพักใหญ่ ลั่วหยุนก็รู้สึกว่าได้เวลาพอสมควรแล้ว เขาจึงลืมตาขึ้น และเปิดดูหน้าต่างสถานะอันเรียบง่ายของตนเองที่ไม่ได้เปิดดูมานาน หลอดความคืบหน้าสำหรับคุณลักษณะใหม่เต็มไปแล้วสี่ในห้า และจากการคำนวณของเขา เขาจะสามารถปลดล็อกคุณลักษณะต่อไปได้ในอีกประมาณครึ่งปี

ลั่วหยุนยังพอจะจับรูปแบบบางอย่างเกี่ยวกับคุณลักษณะที่เขาสุ่มได้มาบ้างแล้ว

คุณลักษณะแรก เร่งความเร็ว (Acceleration) ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความเร็วในการต่อสู้

คุณลักษณะที่สอง พละกำลังมหาศาล (Great Strength) แม้จะช่วยปรับปรุงและเสริมสร้างร่างกายของเขา แต่ก็มอบพละกำลังและพลังทางกายภาพที่เหนือกว่ามังกรไฟในวัยเดียวกันอย่างมาก ช่วยยกระดับความสามารถในการโจมตีทางกายภาพของเขาอย่างครอบคลุม

คุณลักษณะที่สาม กายาเพลิง (Body of Flames) ได้ดัดแปลงถุงไฟและต่อมพิษทั้งหมดของเขา ทำให้พิษและของเหลวในร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นของเหลวไวไฟที่มีความเหนียวหนึบสูง ขณะเดียวกันก็มอบความสามารถในการควบคุมของเหลวเหล่านี้ ซึ่งส่งผลไปถึงการควบคุมเปลวไฟรอบตัวเขาด้วย

คุณลักษณะที่สี่ เพลิงประกาย (Kindle) ทำให้ธาตุไฟของเขาเริ่มแปรสภาพเป็นพลังงานเหมือนกับมังกรโบราณ ไม่เพียงแต่เพิ่มความต้านทานไฟของเขาอย่างมหาศาล แต่ยังช่วยให้เขาสามารถดูดซับเปลวไฟพร้อมกับเพิ่มอุณหภูมิของมันไปในตัว ก่อให้เกิดวงจรพลังงานที่ยั่งยืนด้วยตัวเอง ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานลงอย่างมาก

คุณลักษณะที่ห้า ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่เขาพอใจที่สุดในตอนนี้คือ เนตรหยั่งรู้ (Mind's Eye) ซึ่งช่วยขยายประสาทสัมผัสของเขาอย่างมหาศาล และมีประโยชน์อย่างยิ่งในการต่อสู้

คุณลักษณะที่หก กายาเกรียมเพลิง (Charred Body) ที่ได้รับมาเมื่อปีก่อนหน้า ช่วยชดเชยจุดอ่อนด้านการป้องกันของเขา

คุณลักษณะเหล่านี้ล้วนเสริมสร้างรากฐานทางร่างกายของเขา และมันจะยิ่งทรงพลังมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้น สิ่งนี้ช่วยให้เขาสามารถทลายข้อจำกัดด้านอายุและขนาดตัวได้โดยตรง ทำให้เขามีต้นทุนมากพอที่จะต่อสู้กับมอนสเตอร์ 'ร่างเจนศึก' ที่อยู่ในระดับนิเวศวิทยาเดียวกันได้

เมื่อนึกถึงพวกตัวที่ผ่านศึกมาอย่างโชกโชน ลั่วหยุนก็นึกถึงความสวยงามของตัวเลขค่าสเตตัสของมอนสเตอร์ 'ร่างเจนศึก' ในเกมจากชีวิตก่อนของเขา

หลังจากสวมใส่อุปกรณ์ครบเซ็ต มอนสเตอร์ปกติก็กลายเป็นแค่ 'สัตว์ตัวเล็กตัวน้อย' ไปเลย แต่พอเขาไปเจอกับพวกมอนสเตอร์ร่างเจนศึก เขาก็เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่าลืมใส่ชุดเกราะมาหรือเปล่า?

ค่าสเตตัสที่เฟ้อจนเกินจริง ความเร็วในการโจมตีที่เพิ่มขึ้น ระยะเวลาการง้างและการชะงักหลังโจมตีที่สั้นลง ทำให้เขาต้องกลับมาสวมบทบาทฮันเตอร์ผู้มากฝีมืออีกครั้งโดยปริยาย

และในตอนนี้ ในโลกที่กลายมาเป็นความจริงแห่งนี้ มันก็เหมือนกัน เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาและย่าจี มอนสเตอร์ธรรมดาที่มีระดับนิเวศวิทยาใกล้เคียงกัน ทำได้เพียงถูกกดข่มอย่างหนักหน่วงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพวกเขา เว้นเสียแต่ว่าพวกมันจะมีจำนวนมาก พวกมันก็ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามอะไรได้มากนัก

"ก๊าซซซ!"

เสียงร้องที่มาพร้อมกับกระแสลม พัดเข้ามาในรัง ดวงตาของลั่วหยุนเบิกกว้างเป็นประกาย และเขาก็รีบวิ่งเหยาะๆ ออกไปดูทันที

หลังจากกวาดสายตามองไปรอบๆ เขาก็พบว่าเพื่อนบ้านของพวกเขา ราเธียนจากคู่รักมังกรไฟที่อยู่ที่อ่างเก็บน้ำบนเนินลาด กำลังไล่กวดคูลู-ยา-คูที่กำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนอย่างบ้าคลั่ง

คูลู-ยา-คูแม้จะมีสีหน้าหวาดกลัวสุดขีด แต่มันก็ยังกอดไข่มังกรในมือไว้แน่นไม่ยอมปล่อย มันอาศัยความคล่องแคล่วและกิ่งก้านที่หนาทึบของต้นไม้โบราณ พุ่งซ้ายทีขวาทีไปตามยอดไม้เพื่อหลบหลีกการโจมตี

พระช่วย เพิ่งจะเห็นคูลู-ยา-คูในลานล่าเหยื่อไปเมื่อไม่นานมานี้แท้ๆ ตอนนี้ก็ดันมาเจออีกตัวแล้ว เจ้านกพวกนี้มันยอมเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อไข่จริงๆ

หรือว่าไข่ของจากรัสมันขโมยยากแล้วงั้นเหรอ? หรือไข่ของมังกรกินพืชมันไม่อร่อยแล้ว?

ถึงได้ต้องมาแหยมกับมังกรไฟเนี่ย เอาล่ะ ดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น? โดนจับได้คาหนังคาเขาเลยใช่ไหมล่ะ?

ลั่วหยุนมองดูการโจมตีอันบ้าคลั่งของราเธียนที่ไม่ได้สนไข่เลยสักนิด ราวกับกำลังโจมตีด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ที่ว่า ต่อให้ไข่จะแตกก็ไม่เป็นไร แต่ไอ้หัวขโมยไข่นี่ต้องตายสถานเดียว

ไม่ว่าชะตากรรมสุดท้ายของคูลู-ยา-คูจะเป็นอย่างไร ไข่ใบนั้นคงไม่มีทางรอดไปได้แน่ๆ มีแม่ราเธียนแบบนี้ ถ้ารอดเติบโตมาได้สักสองตัวจากไข่ทั้งครอกก็ถือว่าหรูแล้ว

จบบทที่ บทที่ 50: เป้าหมายของจ่าฝูงจินโอการ์

คัดลอกลิงก์แล้ว