เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 1194 เซอคงที่จ้องมองตำหนักจื่อเซียว.

Chapter 1194 เซอคงที่จ้องมองตำหนักจื่อเซียว.

Chapter 1194 เซอคงที่จ้องมองตำหนักจื่อเซียว.


ภายในประตูศักดิ์สิทธิ์!

มหาวิถีสีคราม เป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่ไหลบ่าเชี่ยวกราก ทว่าพริบตาเดียวก็กลายเป็นไอฟุ้งกระจายไปทั่ว.

อีกหนึ่งมหาวิถีสีทอง เป็นเปลวเพลิงที่รุนแรงกำลังทำให้น้ำกลายเป็นไอ และนอกจากนี้ปราณหยางที่อยู่ในบรรยากาศยังหนักรุนแรงเป็นอย่างมาก.

มหาวิถีทั้งสองที่เข้าปะทะกันเสียงดังสนั่นไหวไหว.

หนึ่งคือปราชญ์เทพเจียงยวี มหาวิถีอักขระแม่น้ำ.

อีกหนึ่งคือราชันย์เทพตะวันออกไท่อี้ มหาวิถีเพลิง ด้วยวันเต๋าหยาง ทำให้ฟ้าดินเวลานี้เต็มไปด้วยเปลวเพลิง.

หลุมดำขนาดใหญ่ที่ปกคลุมทั้งสองด้วยการปะทะกันของพลังสองสาย ห้วงมิติที่หลุมดำกลืนกินกว่าหนึ่งล้านลี้ กลืนพลังทุกอย่างเข้าไป รอบ ๆ ขอบหลุมดำที่แตกเป็นรอยกระจายออกไปอย่างบ้าคลั่ง.

"ตูมมมม ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

หลุมดำที่ขยายออกไปอีกนับสิบเท่า มหาวิถีทั้งสองที่ระเบิดออกมา.

ราชันย์เทพตะวันออกที่ต่อสู้กับปราชญ์เทพเจียงยวีหยุดลงชั่วขณะ.

ชุดคลุมสีเหลืองของไท่อี้ที่เป็นรูเล็กน้อย ส่วนฝั่งของเจียงยวีที่เส้นผมกระเซอกระเซิง.

สายตาของไท่อี้ที่เผยความเกลียดชัง ทว่าดูเหมือนว่า ไท่อี้จะได้เปรียบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น.

เจียงยวีที่เงยหน้า จ้องมองไปยังแท่นบูชาฟ้าดินที่อยู่ไกลออกไป.

แท่นบูชาฟ้าดิน ตำแหน่งมรรคาชีวิต และที่บนนั้นมีคนผู้หนึ่งที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนกับไท่อี้ สวมชุดของราชา ที่ด้านหน้านั้น มีปราณราชันย์เทพมากมายแผ่ออกมา.

"ในอดีต ราชันย์เทพจวินถูกเทียนชูกำจัด เจ้าไม่ลังเลที่จะแบ่งแยกตัวเองออกมาอย่างคาดไม่ถึง ทำให้สูญเสียจิตใจไป ในเวลานี้เจ้าคิดจะปลุกร่างอีกร่างตัวเองขึ้นมา กลายเป็นราชันย์เทพจวินคนใหม่!"เจียงยวีที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"แล้วอย่างไร?"ไท่อี้ที่กล่าวอย่างเคร่งขรึม.

"ช่างน่าเสียดายเจ้าคิดจะต่อสู้กับข้า ทว่าเจ้าก็ต้องใช้พลังมหาศาล เจ้าคิดว่าจะเป็นคู่มือข้าได้อย่างงั้นรึ? ข้าเคลื่อนย้ายอำนาจฟ้าดินเพียงเล็กน้อย เจ้าก็ไม่สามารถเอาชนะข้าได้ เซียนบรรพชนก็ยังคงเป็นเซียนบรรพชน ที่นี่ไม่ใช่เมืองหลวงของเจ้า เจ้าไม่สามารถสู้กับข้าได้!"เจียงยวีที่เอ่ยออกมาด้วยความอหังการ.

"จริง ๆ รึ?"ราชันย์เทพตะวันออกไท่อี้กล่าวหยัน.

ดวงตาทั้งสองข้างของไท่อี้ในเวลานั้นมีร่องรอยของเปลวเพลิงที่ลูกโชน ดูคล้ายกับวิชาเนตรที่ไม่ธรรมดา ด้วยวิชาเนตรที่เขาใช้ออกมา ทำให้ไท่อี้สามารถมองเห็นใบหน้าของเจียงยวีได้.

เจียงยวีที่จ้องมองไปยังไท่อี้ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมืดมน.

ทำไมการต่อสู้หยุดทันที? เพื่อที่จะให้ราชันย์เทพไท่อี้ได้หาวิธีอย่างงั้นรึ? เจียงยวีไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น ที่หยุดนั้นเพราะว่าเจียงยวีพบว่ามีเรื่องที่น่าสะพรึงกลัวเกินขึ้น.

ลิขิต! ลิขิตของเขาเวลานี้กำลังลดลงด้วยความเร็วน่าสะพรึง!

การลดลงของลิขิต? ลดลงอย่างไม่มีเหตุผลอย่างงั้นรึ?

ใบหน้าของเจียงยวีที่บิดเบี้ยว หากจะกล่าวล่ะก็ ลิขิตของปราชญ์เทพนั้นเป็นเทียนชูประทานให้ มันควรจะมากมายไร้ที่สิ้นสุดถึงจะถูก อยู่ ๆ กับหายไปอย่างรวดเร็ว เป็นไปได้ว่าเทียนชูไม่ได้สนับสนุนเขาในเวลานี้.

ทว่า ในเวลานี้ ลิขิตของเจียงยวีที่กำลังลดลงอย่างบ้าคลั่ง บางทีอาจจะเป็นเพราะประตูศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ความเป็นความตายได้มาเยือน เทียนชูในเวลานี้ไม่ได้สนับสนุนเขาอีกแล้ว.

เมื่อเทียนชูไม่ได้สนับสนุน ทำให้ลิขิตของเขาลดลงอย่างรวดเร็ว.

ลิขิตคืออะไร? ลิขิตคือวิถีของชะตาชีวิต ทุกสิ่งมีชีวิตล้วนแต่ต้องมีลิขิตเป็นของตัวเอง ซึ่งมีวิถีที่แตกต่างกันไป ทว่าเมื่อใดที่คนนั้นไร้ซึ่งลิขิต ก็หมายความว่า คนผู้นั้นได้ตายไปแล้ว ไม่มีเส้นทางชีวิตให้เดินต่อไป.

นี่คือเหตุแห่งความตาย เมื่อไม่มีลิขิตชะตาให้เดินต่อไปก็หมายถึงได้ก้าวมาถึงความตายแล้ว.

ปรกติคนที่ตายไปแล้ว บางทีก็ยังมีลิขิต เพื่อที่จะจุติกลับมาเกิดใหม่ ข้ามผ่านวัฏจักรสังสารวัฏ จะไม่ถูกเจตภูตกลืนกินร่างไป ทว่าหากใครก็ตามที่ลิขิตหมดไป หมายถึงสิ้นสุดตกตายสูญสลายไป.

สำหรับปราชญ์เทพแล้วย่อมหวั่นเกรงว่าลิขิตจะหายไป ลิขิตหายไป ก็หมายความว่าความตายได้มาเยือนแล้ว.

ในเวลานี้เขาที่หยุด เพื่อมากล่าวโอ้อวดอย่างงั้นรึ?

การที่เจียงยวีหยุดต่อสู้นั้น เป็นเพราะเขากำลังต้องการค้นหาเหตุผล หาสาเหตุที่กำลังเกิดขึ้นนี้ต่างหาก.

ราชันย์เทพตะวันออกไท่อี้ที่จ้องมองเจียงยวีพร้อมกับแค่นเสียงดูแคลน.

ภายในใจของเจียงยวีที่เริ่มไม่สบายใจมากขึ้นเรื่อย เกิดอะไรขึ้น?

เจียงยวีที่เริ่มนับนิ้วคำนวณเพื่อพยากรณ์.

"วูซซซซ!"

เจียงยวีเงยหน้า จ้องมองไปยังทิศทางของแท่นบูชาฟ้าดิน ในเวลานี้ราชันย์เทพจวินที่ลุกขึ้น.

"เป็นเขา!"เจียงยวีที่พบอะไรที่ผิดปรกติ.

"วูซซซ!"

เจียงยวีที่ลอยออกไปด้วยความเร็ว มุ่งตรงไปยังทิศทางที่ราชันย์เทพจวินที่ลุกขึ้น แน่นอนราชันย์เทพตะวันออกที่บินตามไปในทันที.

เจียงยวีที่จ้องมองด้วยความประหลาดใจไม่แน่ใจไปยังราชันย์เทพจวิน หมายความว่าอย่างไร?

ขณะที่ราชันย์เทพตะวันออกไท่อี้แค่นเสียง ราชันย์เทพจวินที่ลืมตาที่ดุร้ายออกมา.

"ครืนนน ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

เพียงแค่มอง ห้วงมิติรอบ ๆ ที่สั่นไหว กลิ่นอายที่รุนแรงหนักหน่วงกำลังแผ่ออกมาจากร่างของราชันย์เทพจวิน พลังที่ยิ่งใหญ่ ทำให้ทั่วทั้งประตูศักดิ์สิทธิ์กำลังสั่นไหวอย่างรุนแรง.

"เคร้ง! เคร้ง! ........................!”

ระฆังราชันย์เทพตะวันออก 361 ชีพจร 361 อัน ที่ส่งเสียงดังสนั่น.

กลิ่นอายของราชันย์เทพจวินที่ทรงพลังเป็นอย่างมาก เพียงแค่กลิ่นอายสยบก็กำราบทุกคนได้แล้ว.

เป็นพลังกดดันวิญญาณที่ทรงพลังยิ่งนัก เจียงยวีพบว่าตัวเองที่มีร่างปราชญ์เทพที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายอำนาจฟ้าดินไม่สามารถเทียบได้เลย พลังนี้ ยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด แข็งแกร่งมากขึ้นและก็มากขึ้น.

"เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร? ทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้?"เจียงยวีที่เผยท่าทางประหลาดใจ.

ร้ายกาจยิ่งนัก เจียงยวีที่ก้มหน้าลง จ้องมองไปยังค่ายกลที่ปกคลุมอาณาเขตหนานจานปู่ด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ.

"เจ้า ทำสำเร็จอย่างงั้นรึ?"เจียงยวีที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ.

"เจ้ารู้ด้วยอย่างงั้นรึ?"ไท่อี้ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม.

"เป็นความจริงรึ? ตำนานเป็นความจริง ในอดีตเจ้าถูกเรียกว่าผู้ฝึกตนค่ายกลอันดับหนึ่งของใต้หล้า ท้ายที่สุดก็สามารถสร้างมันได้สำเร็จ เดิมที ค่ายกลนี้คือค่ายกลที่ต่อต้านสวรรค์ สร้างมันขึ้นมาได้จริง ๆ รึ? รวบรวมพลังมาจากบาดแผลและความตาย?"ใบหนาของเจียงยวีถึงกับกระตุกบิดเบี้ยว.

ไท่อี้เผยยิ้มอย่างเย็นชา "ถือว่ามีความรู้ดี ถูกอย่างที่เจ้ากล่าว แปดล้านค่ายกลรวมสร้างเป็นค่ายกลใหญ่ที่มีนามว่าสุสาน ภายในค่ายกลสุสาน ตราบเท่าที่ใครได้รับบาดเจ็บหรือตกตายไป พลังทั้งหมดจะถูกรวบรวมมา พร้อมกับเพิ่มพลังให้กับราชันย์เทพจวิน."

"จริง ๆ รึ?!"เจียงยวีที่เผยน้ำเสียงสั่นด้วยความหวาดหวั่น.

"เจ้าสามารถเคลื่อนย้ายอำนาจฟ้าดิน ราชันย์เทพจวินกลับสามารถดูดซับพลังจากผู้ฝึกตนที่ตายไป เจ้าควรจะรู้ว่าทั่วทั้งอาณาเขตหนานจานปู่นั้นมีผู้ฝึกตนหลายร้อยล้านคน และเพื่อตำหนักจื่อเซียวที่ปรากฎขึ้น ย่อมมีผู้ฝึกตนมากมาย มีเซียนนับไม่ถ้วน แม้แต่เซียนบรรพชนยังมีจำนวนไม่น้อย เจียงยวี วันนี้ ถึงคราวที่เจ้าต้องร่วงหล่นจากสวรรค์แล้ว!"ราชันย์เทพตะวันออกไท่อี้ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา.

ราชันย์เทพจวินที่จ้องมองไปยังเจียงยวี จิตสังหารที่หนักหน่วงแผ่ออกมา ทั่วท้องฟ้าเวลานี้เต็มไปด้วยหมอกสีทอง มีมังกรทองเก้าตนที่คำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว จ้องมองไปยังทิศทางของเจียงยวี.

“!”

ในเวลานี้ เจียงยวีที่รู้สึกขนทั่วร่างลุกตั้งชัน ด้วยการสร้างค่ายกลที่ต่อต้านสวรรค์ นี่ก็เพื่อจัดการกับเขาโดยเฉพาะอย่างงั้นรึ?

เจียงยวีที่กลายเป็นหวาดหวั่น ไม่ว่าอย่างไรเขาย่อมไม่สามารถปล่อยเวลาให้นานไปได้อีก ยิ่งผ่านไปเท่าใดราชันย์เทพจวินยิ่งทรงพลังขึ้นเรื่อย และผู้คนด้านล่างเองก็เริ่มตกตายไปอย่างรวดเร็ว.

ส่วนเรื่องตำหนักจื่อเซียว เจียงยวีไม่คิดถึงมันเลยแม้แต่น้อย.

ทันใดนั้นแท่นบูชาฟ้าดินก็ปรากฎขึ้น รอบ ๆ ห้วงมิติ ปราณสวีที่ปะทุขึ้นทันที พลังของปราชญ์เทพที่ถูกใช้ออกมาไม่มีออมเอาไว้.

เจียงยวีที่ยื่นมือออกไป ฟ้าดินรอบ ๆ ทั้งสี่ทิศกลายเป็นมืดลง แม้แต่ดวงดารายังกลายเป็นมืดครึ้ม พลังมากมายมหาศาลถึงดึงมาใช้.

อำนาจของสวรรค์และปฐพี!

"ชิ!"ราชันย์เทพจวินที่แค่นเสียงเย็นชา ทั่วร่างของเขาที่ระเบิดพลังออกมา.

จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนแม้แต่ฟ้าดินรอบ ๆ ยังเกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว.

"ตูมมมม ~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~~!”

-------------------------------------------------------

ทวีปซือต้าปู่ ต้าฉิน.

หยิงที่พาเหล่าข้าราชบริพารออกมายืนอยู่บนลานตำหนัก.

ขณะนั้นทุกคนทีเงยหน้าจ้องมองไปยังทิศทางของท้องฟ้าทิศตะวันตกเฉียงใต้.

แม้นว่าจะอยู่ไกลออกไป ทว่าก็สามารถมองเห็นดวงตะวันอีกหนึ่งดวงขึ้นที่บนท้องฟ้า.

ตำแหน่งดวงตะวัน ปรากฎความร้อนจนเปลวเพลิงที่ลุกโชนไม่หยุด และบนอวกาศที่เวลานี้กลายเป็นมืดครึ้ม เพราะถูกเคลื่อนย้ายพลังไปใช้.

หยิงที่สูดหายใจลึก แววตาที่เผยท่าทางเย็นชา.

ที่ด้านหลังหยิง ปรากฎกุยกูซือในชุดสีดำขึ้น.

"เทียนตี้ ราชันย์เทพตะวันออกและเจียงยวี ดูเหมือนว่าเป้าหมายของราชันย์เทพตะวันออก จะไม่ใช่ตำหนักจื่อเซียว หรือไม่ก็เป็นตำหนักจื่อเซียวด้วย!"กุยกู่ซือที่กล่าวพลางถอนหายใจ.

"ข้าประเมินไท่อี้ต่ำเกินไป."หยิงที่กล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม.

"ไท่อี้ เป็นคนจากยุคโบราณ เขาเป็นหนึ่งในร่างของเทียนตี้โบราณ เป็นเทียนตี้เผ่าอสูร ยากที่จะประเมินเขาได้ ข้าคิดว่าพวกเราทุกคน คงไม่คิดว่าไท่อี้จะโอหังขนาดนี้ คาดไม่ถึงเลยว่าจะไล่ล่าสังหารปราชญ์เทพด้วยตัวคนเดียว คิดจะสังหารปราชญ์เทพโดยไม่พึ่งใคร!"กุยกูซือที่สูดหายใจลึก.

"เทียนตี้ พวกเราจะรอคอยเฝ้ามองจนจบอย่างงั้นรึ?"ลู่ปู่เหว่ยที่ขมวดคิ้วไปมา.

"จนจบอย่างงั้นรึ? มีแต่ต้องรอคอยอย่างใจเย็นเท่านั้น!"หยิงที่กล่าวอย่างไม่แยแส.

"ครับ!"ทุกคนที่ตอบรับ.

-------------------------------------------------------------------------

บนอาณาเขตหนานจานปู่ ภายในค่ายกล สุสาน.

นี่คือค่ายกลที่ทรงพลังน่าเกรงขามอย่างแท้จริง ทุก ๆ คนที่สูญเสียสติพร้อมกับต่อสู้กันอย่างบ้าคลั่ง ทำให้ตกตายไปอย่างรวดเร็ว.

เพียงแค่สามวันเท่านั้น ปุถุชนที่ตายไปทั้งหมด.

กับผู้คนที่สูญเสียสติ พวกเขาที่ไล่ล่าสังหารกันและกัน หนึ่งเมืองเพียงแค่วันเดียวก็ตายทั้งหมด.

ทั้งปุถุชนและเซียน ไม่ต่างกัน ทันทีที่พวกเขาตายไป เลือดเนื้อแม้แต่วิญญาณก็ถูกสูบไป ตกตายไม่มีอะไรเหลือ.

สามวันทั่วอาณาเขตหนานจานปู่ คนตายไปสามร้อยล้านชีวิตแล้ว ทุกคนถูกสังหารไม่มีเหลือ ตกตายไปทั้งหมด.

ตำหนักจื่อเซียวที่ยังอยู่ที่เดิม การสังหารกันยังไม่หยุด.

ปราชญ์เทพหมี่เทียนที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่ง เฝ้ามองเหล่าผู้ฝึกตนที่กำลังบ้าคลั่ง ภายในใจของเขาที่กระตุกเช่นกัน รู้สึกหวาดหวั่นกับคนที่อยู่เบื้องหลังครั้งนี้.

62 เซียนบรรพชน พวกเขาทั้งหมดร่วงหล่นจากสวรรค์.

เซียนโบราณ มหาเซียนที่ตายไปนับไม่ถ้วน.

คนมากมายที่ตกตายไปเกือบหมดแล้ว รอบ ๆ ตำหนักจื่อเซียวยังคงเหลือแค่ 20 คน ที่ตะเกียกตะกาย มีชีวิตริบหรี่แล้ว.

ปราชญ์เทพหมี่เทียนขณะที่กำลังจะออกมา เพื่อชิงตำหนักจื่อเซียว คาดไม่ถึงเลยว่าปรากฎดอกบัวที่อำนาจพลังแห่งความเที่ยงธรรมโจมตีมายังเขา ขณะนั้นยังมีผู้ฝึกตนที่เหลืออยู่บินมายังเขา หมี่เทียนที่ไม่มีทางเลือก ตัดสินใจสังหารพวกเขาในทันที ทำให้เขาไม่สามารถชิงตำหนักจื่อเซียวได้ชั่วคราว.

ไม่ต้องบอกว่าผู้ฝึกตนที่เหลือมากมายบินมาไม่หยุดหย่อน พริบตาเดียวในเวลานั้น หมี่เทียนที่รู้สึกประหลาดใจ ดอกบัวนี้คล้ายว่าจะมีส่วนสัมพันธ์กับค่ายกลทั้งหมด หากว่าทำลายดอกบัวได้ ก็จะทำให้ผลกระทบของค่ายกลทั้งหมดหยุดลงหรือไม่?

หมี่เทียนที่มีชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะเขาเป็นคนที่ระมัดระวัง ดังนั้น หมี่เทียนที่สามารถรอคอยได้ เขาที่หลบไปเพื่อรอคอยโอกาส.

ทว่าขณะที่เขารอคอยอยู่นั้น หมี่เทียนที่เห็นร่างสีขาวที่ดูแปลกประหลาดโผล่ออกมา.

คนผู้นี้ดูแปลกประหลาดมาก ดูเหมือนพลังค่ายกลจะไม่ส่งผลกับเขา เขาไม่สูญเสียเหตุผล ร่างในชุดสีขาวที่ทั่วร่างมีแสงสีเรืองรองเปล่งรัศมีแสงออกมา ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นปราณเส้นเลือดมังกรปฐพี ดูเหมือนว่าด้วยพลังดังกล่าวนั่นจะทำให้สามารถเคลื่อนไหวในค่ายกลได้อย่างอิสระ.

หมี่เทียนที่ดวงตาหดเกร็ง จดจ้องมองซ่อนตัวอย่างระมัดระวัง.

แน่นอนคนที่มานี้ก็คือเซอคงนั่นเอง.

เซอคงที่มายืนอยู่ไม่ไกลออกไป ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโลภจ้องมองตำหนักจื่อเซียวที่ลอยบนอากาศ.

จบบทที่ Chapter 1194 เซอคงที่จ้องมองตำหนักจื่อเซียว.

คัดลอกลิงก์แล้ว